Hot News

เกาะกระแสโซเชียล มีผัวผิดคิดจนตัวตาย !!!

Keywordsfun

” มีผัวผิดคิดจนตัวตาย ” จากกรณีดราม่าบน Facebook ภรรยาพกทะเบียนสมรสบุกงานแต่งของสามีกับสาวคนใหม่ พร้อมทั้งตะโกนถามกลางพิธีงาน “ แต่งงานได้ยังไง ทะเบียนสมรสก็ยังคาอยู่ งงมาก? ” จนกระทั่งในปัจจุบันยังไม่มีความคืบหน้าของเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้ชาวเน็ตตั้งข้อสงสัยทำแบบนี้จะมีผิดวินัยและแพ่งร้ายแรงแค่ไหน เนื่องจากตัวเจ้าบ่าวยังรับหน้าที่เป็นตำรวจยศ ส.ต.อ. อีกด้วย ทำให้มีคลิปต่างๆ หลุดมาให้ชาวเน็ตได้ชมกัน ก่อนที่เจ้าบ่าวจะทิ้งท้ายว่า “ งั้นก็เชิญกลับครับ คุณไม่ใช่แขกของบ้านนี้ เชิญครับ ” ทางผู้เขียนจะพาทุกท่านไปดูกรณีศึกษาเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดโดยทางเพจ ทนายคู่ใจ ได้เผยรายละเอียดทางด้านกฎหมายไว้ด้วยสำหรับประเด็น มีผัวผิดคิดจนตัวตาย นี้ครับ

Keywordsfun

1. เป็นข่าวดังหน้าหนึ่งเมื่อมีสาวเจ้าหนึ่งบุกไปยังงานแต่งงานของคู่บ่าวสาว โดยเอาทะเบียนสมรสไปถามหนุ่มเจ้าบ่าวว่าจัดงานแต่งงานใหม่ได้ยังไง ในเมื่อทะเบียนสมรสยังคาอยู่กับกับตนเอง มิหนำซ้ำหนุ่มเจ้าบ่าวรายนี้ยังเป็นตำรวจ

          2. ซึ่งในกรณีการจัดงานแต่งงานแบบนี้ โดยทะเบียนสมรสยังคาอยู่ ไม่ได้มีการหย่าขาดจากภรรยาเก่า ในทางกฎหมายนั้นไม่สามารถจดทะเบียนสมรสใหม่ซ้ำซ้อนได้นะครับ หากจดทะเบียนสมรสใหม่ก็จะตกเป็นโมฆะ กล่าวคือ ไม่มีผลผูกพันธ์เป็นสามี-ภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายนั่นเอง

          3. ถึงแม้ว่าในความเป็นจริงอาจจะเลิกราต่อกัน แยกทางกันอยู่หรือไม่ก็ตาม แต่ในทางกฎหมายหากทะเบียนสมรสยังคากันอยู่ ก็ต้องถือว่าเป็นสามี-ภรรยากันอยู่ หากจะเลิกกันให้ถูกต้องตามกฎหมาย กฎหมายกำหนดว่าให้ไปจดทะเบียนหย่า หรือฟ้องหย่าตามขั้นตอนกฎหมาย (ป.แพ่ง ม.1514)

          4. เมื่อฝ่ายหนุ่มเจ้าบ่าว ยังไม่ได้จดทะเบียนหย่า หรือฟ้องหย่าให้แล้วเสร็จ แต่กลับไปจัดงานแต่งงานกับเจ้าสาวใหม่นั้น ในทางกฎหมายถือว่า ซึ่งเป็นการยกย่องผู้อื่นฉันภริยา เรียกง่าย ๆ ว่า “มีชู้” ในทางกฎหมายเป็นเหตุให้เมียที่กอดทะเบียนสมรสไว้นั้น สามารถดำเนินการฟ้องหย่าหนุ่มเจ้าบ่าว และเรียกค่าทดแทนจากฝ่ายหญิงที่มาเป็นชู้ได้ หรือจะไม่ฟ้องหย่าเลย แต่จะฟ้องค่าทดแทนจากชู้อย่างเดียวก็สามารถทำได้ (ม.1516 (1) ประกอบ ม.1523 )

          5. ทางออกของหนุ่มเจ้าบ่าว หากต้องการที่จะหย่า แต่เมียไม่ยอมจับมือกันไปจดทะเบียนหย่า ก็ต้องดำเนินการใช้สิทธิทางศาลฟ้องหย่าอย่างเดียว ซึ่งในทางกฎหมายนั้น การที่จะใช้สิทธิทางศาลในการฟ้องหย่านั้นก็ต้องมีเหตุ เช่นฝ่ายหญิงมีชู้, แยกกันอยู่เกิน 3 ปี, จงใจทิ้งร้างอีกฝ่ายไปเกิน 1 ปี, ประพฤติชั่วร้ายแรง, วิกลจริต, เป็นโรคร้ายแรง, ทำร้ายร่างกายอีกฝ่าย, หรือไม่อาจร่วมประเวณีกันได้ฯ (ม.1516) หากไม่เข้ากรณีตามนี้ก็ไม่มีเหตุที่จะฟ้องหย่าได้ ฟ้องไปศาลก็ไม่อาจจะสั่งให้ได้

          6. การที่ภรรยาไม่ยอมจดทะเบียนหย่าให้นั้น ในความเป็นจริงแล้วก็มีเยอะนะครับ บางทีก็ต้องเข้าใจฝ่ายหญิงด้วยว่าเขามีลูกด้วยกัน บางครั้งมันก็ต้องคิดเยอะกว่าคำว่ารักหรือไม่รัก หรือบางคนก็ยอมกอดทะเบียนสมรสเอาไว้ เพื่อหวังในสินสมรสก็มีเหมือนกัน

          7. แต่ทั้งนี้ฝ่ายชายเจ้าบ่าวดันเป็นตำรวจด้วยนี่สิครับ เรื่องนี้หากฝ่ายเมียหลวงจะร้องเรียนวินัยนี่ผมบอกได้เลยว่างานเข้า เพราะการที่ข้าราชการมีชู้เนี่ย ถือเป็นการประพฤติชั่ว อันเป็นความผิดวินัยร้ายแรง ถึงขั้นไล่ออกจากราชการได้เลย เคยมีกรณีศึกษาที่ข้าราชการถูกออกจากราชการเพราะมีชู้มาแล้วหลายร้าย

          8. แต่การที่เมียหลวงบุกไปที่งานแต่งงาน แล้วมีการไลฟ์ เรื่องนี้ถึงแม้สังคมจะเห็นใจเมียหลวงก็ตาม แต่ในทางกฎหมายก็สุ่มเสี่ยงที่จะเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาอยู่เหมือนกัน (ซึ่งผมก็ยังไม่ได้ฟังคลิปไลฟ์นะ) โดยหากมีคำว่า “เมียน้อย” หรือพูดพาดพิงถึงเมียน้อยแล้วเนี่ย เขาอาจจะดำเนินคดีได้เหมือนกัน ซึ่งมีโทษจำคุกสูงถึง 2 ปี ปรับสูงถึง 2 แสนบาท (ป.อาญา ม.328)

          9. เรื่องในครอบครัวก็ควรคุยกันให้ชัดนะครับว่าจะเอาอย่างไร จะหย่ากัน สินรสรส หนี้ร่วม ค่าเลี้ยงดูลูก เอาให้ชัดเจน หากจะเลิกกันคุยกันไม่ได้ก็ไปว่ากันในศาล ให้ศาลตัดสิน ไม่ใช่ให้มันคาราคาซังแล้วเป็นเรื่องขึ้นมาแบบนี้

เอาละครับเรากลับมาเข้าประเด็นกันดีกว่า แล้วอะไรละที่ทำให้คนเรามี “ ชู้ ”

ถ้ามองประเด็นดังกล่าวได้ว่า “ เป็นเพราะคนเรามักจะแสวงหาสิ่งที่ขาดเสมอ ” แล้วละก็อาจจะพอฟังได้สำหรับบางคนใช่ไหมครับ อย่างเช่น เมื่อขาดความสุขความอบอุ่นในการใช้ชีวิตคู่ จึงแต่งเติมมันด้วยความสัมพันธ์อันร้อนรุ่มจากชู้รัก แล้วถ้าเป็นการมองกลับกันละครับ คือมีชีวิตที่ดีพร้อม สมบูรณ์เป็นครอบครัวอยู่แล้ว ไม่ได้ขาดอะไร ทำไมจึงยอมก้าวเข้าไปสู่เส้นทางที่ผิดศีลธรรม นั่นอาจจะเรียกได้อีกอย่างว่า เรายังไม่รู้จัก “ พอ ” หรือเปล่า จึงง่ายต่อการถลำลึกเข้าไปสิ่งที่ผิดศีลธรรมเช่นนี้ แต่ก็นะครับ “ คนเรามักจะมีเหตุผลสำหรับการกระทำที่ไร้เหตุผลอยู่เสมอ ” คำนี้ทุกคนคงได้ยินบ่อย และเห็นกันได้ในคนหมู่มาก ทุกชั้นวรรณะ จะยาก ดี มี จน เป็นเหมือนกันหมด  

แล้ว “ พอ ” ที่พูดถึงคืออะไร? ใช่สิ่งที่เรียกว่า “ ความสมบูรณ์แบบ ” หรือเปล่า?

สำหรับเหตุผลนี้ ถ้าให้ไล่ถามคนหนึ่งร้อยคน คาดว่าน่าจะได้คำตอบไม่เหมือนกันนะครับ เพราะความสมบูรณ์แบบของแต่ละคนนั้นไม่เท่ากันอยู่แล้ว บางคนว่าแบบที่อยู่เนี่ยพอแล้ว แต่บางคนว่ายังไม่พอยังขาดโน่นนิด นี่หน่อย ถึงจะใกล้เคียงกับความสมบูรณ์ของชีวิตที่เราใฝ่หา และหากเรายังไม่พอ ทนทางต่อมาก็จะเป็นการดิ้นรนที่ไม่จบไม่สิ้นเพื่อให้ได้มาซึ่งการมีชีวิตคู่ที่สมบูรณ์แบบ โดยอาจไม่ทันได้คาดคิดว่าต้องเสียอะไรไปบ้างกับการดิ้นรน

แล้วปัญหาของชีวิตคู่ คืออะไร?

ก่อนแต่งงานหรือใช้ชีวิตคู่อยู่ด้วยกันมักจะสังเกตได้ว่าเราต่างมักมีอะไรคล้ายกัน แต่หลังจากอยู่ด้วยกันมาสักระยะความเป็นตัวตนต่างมักจะเผยออกมาเรียกได้ว่าแทบทุกคู่ และมักจะทำให้ผิดหวังด้วยกันทั้งนั้น บางคนอาจพบว่าคู่ชีวิตของเรานั้นมีนิสัยบางอย่างที่เราไม่ชอบ รับไม่ได้ แต่มักจะไม่บอกกันตรงๆ การกระทำดังกล่าวมีมาให้เห็นในวันแล้ววันเล่า อาจจะทำให้การใช้ชีวิตคู่โดยมีปัญหาดังกล่าวนั้นไม่ต่างอะไรกับ “ ติดคุก ” นั่นเองครับ

ในบางคู่ที่ได้ช้ชีวิตร่วมหอลงโรงด้วยกันแล้วจะคิดได้ว่าตนเองได้พบคนที่ใช่และพร้อมจะใช้ชีวิตคู่ด้วยแล้ว แต่ความคิดดังกล่าวจะเปลี่ยนไปในทันทีเมื่อมันไม่ได้เป็นอย่างที่เราฝันไว้ เป็นเพราะช่วงที่จีบหรือทำความรู้จักกันใหม่ๆ อาจทำให้ทั้งคู่มองข้ามข้อบกพร่องของกันและกัน แต่พอได้ใช้ชีวิตคู่กันแล้วเพิ่งรู้ว่าเราช่างต่างกันอย่าง “ ลิบลับ ” บ้างรู้สึกรำคาญในสิ่งที่อีกคนเป็น บ้างอยากให้คนรักมาคิดแบบเรา ทำแบบเรา และที่แย่ยิ่งกว่าคือ ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจเผลอใจไปมีคนอื่น จนเป็นเรื่องราวใหญ่โตเฉกเช่นเดียวกับประเด็นดราม่าใน Facebook ที่กำลังร้อนระอุอยู่ตอนนี้ครับ

สำหรับคู่รักที่แต่งงานและอยู่กินด้วยกันในหลายๆ คู่มักมีความคาดหวังจากอีกฝ่ายมากจนเกินไป และอาจจะทำให้มีการผิดหวังเกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า จนถึงขั้นหวนกลับมาคิดว่า “ การที่ตนเองแต่งงานไม่ใช่เรื่องที่ดีอย่างที่คิดเอาไว้ ” อันนี้ถือเป็นปัญหาใหญ่เลยครับ สำหรับตรงนี้อาจจะต้องขอให้ผู้อ่านที่กำลังใช้ชีวิตคู่หรือมีครอบครัวแล้ว ลองเข้าใจในแบบที่คู่ชีวิตของเราเป็นอยู่ ลดความคาดหวังที่เรามีลงสักนิดนึงนะครับ ปัญหาที่เราขมชื่น อมทุกข์อยู่นี้ จะได้หมดไป ไม่ต้องมานั่งนับรอวันเลิกลา ให้เราเป็กทุกข์ด้วยครับ

Keywordsfun

จากหลายๆ ข้อดังกล่าวสรุปได้เลยว่า “ ปัญหาในการใช้ชีวิตคู่ ” ต้องบอกตามตรงว่ามีในทุกคู่นั่นแหละครับ เพียงแต่น้อยแต่มาก แตกต่างกันออกไปเท่านั้นเอง และในชีวิตจริงหลังจากที่ได้ตันสินใจใช้ชีวิตคู่ด้วยกันแล้วปัญหาน้อยใหญ่จะตามมาแน่นอน ประเด็นคือ เราต้องรู้ถึงปัญหาที่เกิดขึ้นเสียก่อนจากนั้นค่อยหาวิธีแก้ปัญหา “ ร่วมกัน ” ทางผู้เขียนขอเอาใจช่วยให้ทุกคนได้พบเจอเนื้อคู่ที่ดีนะครับ สวัสดีครับ

ภรรยาพกทะเบียนสมรสบุกงานแต่งของสามีกับสาวคนใหม่

What's your reaction?

Excited
2
Happy
0
In Love
0
Not Sure
0
Silly
0

You may also like

Leave a reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

More in:Hot News