How To

มาทำความ รู้จัก กับ Imposter Syndrome กันเถอะ

มาทำความรู้จักกับ Imposter Syndrome กันเถอะ

คนรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยเลยที่จะต้องดิ้นรนครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่อพิสูจน์ตัวเองไม่ว่าจะเป็นการให้คนอื่นได้เห็น หรือแม้กระทั่งให้กับตัวเองได้เห็นเช่นกัน ว่า เอ้อ ! ฉันเก่งนะ ฉันเหมาะสมนะ ฉันดีพอนะ หรือแม้กระทั่ง ฉันประสบความสำเร็จนะ แต่ในทางกลับกันต่อให้เรามองว่าตัวเองประสบความสำเร็จมากเท่าไหร่ กลับมีอีกความรู้สึกหนึ่งที่มองว่า ความสำเร็จนั้นไม่ได้มาจากผลงานของเรา อาจจะไม่ควรค่าพอที่จะอวดความสำเร็จให้คนรอบข้างได้ รู้จัก

หรือในอีกแง่หนึ่งเลยกลับมองว่าเป็นความสำเร็จที่ใครๆ ก็สามารถทำได้ ในยุคที่โลกหมุนเร็วขึ้นในทุกๆ วัน จนเราคิดว่าสังคมรอบข้างจะคอยคาดหวังว่าให้รีบๆ ประสบความสำเร็จ สิ่งที่เกริ่นมาเหล่านี้ มันมีชื่ออาการของมันเหมือนกันนะครับ เราเรียกมันว่า “ Imposter Syndrome ” หรือ “ อาการที่คิดว่าตัวเองไม่เก่ง ” นั่นเองครับ เราไปทำความรู้จักกับวิธีรับมือของเจ้าอาการนี้ กันเถอะ ครับ

Imposter Syndrome มีที่มาอย่างไร มาทำความ รู้จัก กันเถอะ?

เจ้าคำนี้ถูกคิดค้นโดยนักจิตวิทยาคลินิก Pauline Clance และ Suzanne Imes ในบทความชื่อ “ The Imposter Phenomenon in Hogh Achieving Women: Dynamics and Therapeutic Intervention ” เมื่อปี 1978  โดยบทความนั้นจะกล่าวถึงกลุ่มตัวอย่างที่เป็นผู้หญิงจำนวนทั้งสิ้น 150 คนได้ความว่า

slotxo

“ ถึงแม้พวกเธอจะมีใบปริญญา หรือได้รับเกียรตินิยม ทำได้ดีเป็นอย่างมากในแบบทดสอบมาตรฐาน ได้รับการยกย่องและเป็นที่ยอมรับจากเพื่อนร่วมงานและผู้บังคับบัญชา แต่ข้างในลึกๆ แล้วพวกเธอกลับไม่ได้รู้สึกว่าความสำเร็จเกิดจากตัวเอง และอย่างที่แย่ที่สุดคือมองว่าตัวเองเป็นคนหลอกลวง (Imposter) ”

มาทำความรู้จักกับ Imposter Syndrome กันเถอะ
“ The Imposter Phenomenon in Hogh Achieving Women: Dynamics and Therapeutic Intervention ”

แล้วมันเป็นเช่นนั้นได้อย่างไร?

นักจิตวิทยาทั้งสองคน ได้แบ่งอาการ Imposter Syndrome ออกเป็น 3 แบบ ดังนี้

แบบที่ 1. เชื่อว่าคนอื่นมองพวกเธอเก่งกว่าในความเป็นจริง

แบบที่ 2. กลัวว่าวันหนึ่งจะถูกจับได้และถูกเปิดโปงว่าไม่ได้เก่งจริง

และแบบที่ 3. คิดอยู่เสมอว่าความสำเร็จที่ได้มา ไม่ได้เกิดจากตัวเอง แต่เกิดจากความโชคดีหรือปัจจัยภายนอก

เมื่อก่อนอาการดังกล่าวจะเกิดขึ้นในหมู่ของผู้หญิงค่อนข้างบ่อยกว่าในเพศสภาพอื่นๆ แต่ในปัจจุบันได้กลายเป็นอาการที่เกิดอย่างแพร่หลายโดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ นักวิชาการ กลุ่มที่มีอารมณ์เปราะบาง LGBTQ เจ้าของธุรกิจ หรือแม้กระทั่งผู้ที่ทำงานคนเดียว

xoslot

อาการเหล่านี้ส่งผลกระทบโดยไม่มีข้อยกเว้น แม้แต่คนดังที่ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ก็มีอาการนี้เช่นเดียวกัน ซึ่งบุคคลที่เข้าข่ายมักจะเป็นคนที่เสพติดความสมบูรณ์แบบอย่างสุดขีด มีความมั่นอกมั่นใจในตัวเองสูง และในขณะเดียวกันก็ถูกโอบล้อมไปด้วยความกดดันจากผู้คนที่ประสบความสำเร็จรอบๆ ตัว ที่เกิดขึ้นได้ในทุกสังคม ในทุกชั้นวรรณะ

มาทำความรู้จักกับ Imposter Syndrome กันเถอะ
Imposter Syndrome

เครดิตฟรี

มาลองดูดีกว่า ว่าเรามีอาการแบบนี้อยู่หรือเปล่า!

อย่างแรกเลย อยากเรียนทุกสิ่งอย่างเพื่อที่จะเติมเต็มความสามารถของตัวเองอยู่เสมอ เพราะคุณจะรู้สึกได้ว่าความเก่งของตัวเองยังมีไม่พอ ยังสามารถพัฒนาต่อได้อีก

อย่างที่สอง คุณมักเชื่ออยู่เสมอว่าตัวเองควรทำทุกอย่างให้ออกมาเพอร์เฟกต์ หากทำอะไรพลาดแม้แต่นิดเดียวก็สามารถแปลได้เลยว่าว่าคุณไม่เก่งจริง

และอย่างที่สาม คุณมักจะรู้สึกประหม่าทุกครั้งหากมีคนมาถามเรื่องที่คิดว่าเราเชี่ยวชาญ แต่เรากลับกลัวว่าจะให้คำตอบไม่ได้เพราะไม่ได้รู้ในทุกๆ เรื่อง

แล้วจะทำอย่างไรดี ถ้าเราเข้าข่ายอาการเหล่านี้!

สิ่งที่ง่ายที่สุดสำหรับการแก้อาการเหล่านี้คือ อย่าไปคิดมาก! แต่เรารู้ว่ามันยาก บทความของ New York Times จึงแนะนำว่าให้เริ่มจากลิสต์ว่าเรากังวลเรื่องใดบ้าง หรืออะไรที่ทำให้เรารู้สึกไม่มั่นใจเอาเสียเลย ในสำหรับขั้นตอนแรกมันอาจจะใช้เวลาสักหน่อย แต่เราจะได้สะท้อนสิ่งที่เกิดขึ้นและยอมรับความจริงและมันจะทำให้เรารู้ได้ว่า ควรแก้ปัญหาต่อไปของมันอย่างไรดั

ต่อมาก็คือการชื่นชมตัวเอง โดยมีการใส่ชื่อตัวเองเข้าไปด้วย เช่น จากที่เคยบอกเสมอว่า “ เราเก่งมาก ” ก็อาจกลายเป็น “ เก่งมากโน้ต ” การชื่นชมตัวเองหรือการบอกอะไรสักอย่างกับตัวเองจะช่วยสร้างความมั่นใจขึ้นมาได้ เพราะการที่เราได้ “ คิด ” ว่าตัวเองเป็นอย่างไรแล้วมาไล่ดูว่าสิ่งที่เราคิดกับความเป็นจริงนั้นสอดคล้องกันไหม เราก็จะเริ่มเชื่อมั่นในตัวเอง ทำให้มีแนวโน้มว่าเราจะเป็นจริงตามนั้น ( Self-Fulfilling Prophecy )

สล็อต xo

วิธีการถัดมาคือ การมองเห็นข้อดีเล็กๆ หรือความสำเร็จเล็กๆ ที่เราสามารถทำได้แต่ละวัน เช่นวันนี้เรากินข้าวตรงเวลา วันนี้เราทำงานเสร็จตามเวลา สิ่งที่อาจมองได้ว่าเป็นเพียงความสำเร็จหรือข้อดีเล็กๆ น้อยๆ บางครั้งการประสบความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ก็มาจากก้าวเล็กๆ เหล่านี้นี่แหละครับ หรือแม้แต่จากที่ตอนเช้าเลื่อนนาฬิกาปลุกบ่อย ตอนนี้ตื่นตามเวลาได้แล้ว หรือ วันก่อนทำงานแล้วโดนหัวหน้าบ่นเรื่องนี้มา วันนี้ไม่บ่นแล้ว เพียงเท่านี้ก็เปรียบได้ว่าเราก้าวหน้ามากกว่าช่วงเวลาที่ผ่านๆ มาแล้วนั่นเองครับ

และสุดท้าย การวางแผนและมองเห็นภาพรวมของงานและคาดการณ์เอาไว้ก่อนว่า Worst Case Scenerio หรือสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดนั้นผลลัพธ์มันจะออกมาเป็นแบบไหน และจะแก้ไขอย่างไรได้บ้าง เพื่อเป็นการประเมินว่าเราจะรับมืออย่างไร สิ่งนี้เป้าหมายเพื่อเป็นการคลายความกังวลของเรานั่นเอง

มาทำความรู้จักกับ Imposter Syndrome กันเถอะ

อย่างไรก็ตาม หากมีเจ้าอาการ Imposter Syndrome เกิดขึ้นกับเราบ่อยครั้งเข้า ก็จะทำให้เกิดความรู้สึกเหนื่อยล้า เบื่อ กังวลโน่นนี่อยู่ตลอดเวลา ซึ่งเจ้าอาการร้ายนี้อาจจะเป็นต้นกำเนิดให้เรากลายมาเป็นโรคเครียดหรือโรคซึมเศร้าในที่สุด ทางที่ดีนะครับ “ ควรรู้จักปล่อยวาง ” ในบางเรื่องที่เราไม่สามารถควบคุมมันได้ เตือนสติตัวเองอยู่เสมอเวลาที่เราเริ่มคิดมาก และใจดีกับตัวเองเสียบ้างเวลาเราทำพลาดขึ้นมา เพราะว่า ไม่มีใครสมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ ได้หรอกครับ

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ Keywordsfun

What's your reaction?

Excited
0
Happy
0
In Love
0
Not Sure
0
Silly
0

You may also like

แชร์วิธีป้องกันโรคยอดฮิตของ “มนุษย์เงินเดือน”
How To

วิธีป้องกันโรคยอดฮิตของ “มนุษย์เงินเดือน”

วันนี้เราจะแชร์เคล็ดลับป้องกันโรคที่มักจะเกิดขึ้นในสาวๆ หนุ่มๆ ออฟฟิศง่ายๆ กันค่ะ หากเพื่อนๆ นั่งทำงานอยู่กับที่นานและเกิดอาการเหล่านี้ ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นมักจะทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง อีกทั้งยังส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตอีกด้วย เรามาดูกันค่ะ ว่าจะแก้ปัญหาได้อย่างไร
เทคนิคการเลือกแก้วไวน์อย่างถูกต้อง
How To

เทคนิคการเลือกแก้วไวน์อย่างถูกต้อง

วันนี้มากับหัวข้อแก้วไวน์ค่ะ เพื่อนๆ ทราบหรือไม่คะ ว่าแก้วไวน์ที่เหมาะสมกับประเภทของไวน์นั้น จะทำให้รสชาติดียิ่งขึ้น เพราะไวน์แต่ละชนิดมีความแตกต่างของรสชาติ กลิ่น และความแรงของแอลกอฮอล์ หากเราใช้แก้วไวน์ที่เหมาะกับไวน์จะทำให้ช่วยดึงรสชาติ กลิ่น และความโดดเด่นของไวน์นั้นๆ ขึ้นมาได้ค่ะ
ยา ที่ควรมีติดบ้าน
How To

“ยา” อะไรเอ่ย ที่ควรมีติดบ้าน

กลับมาอีกครั้งนะคะสำหรับ How to หรือ การแนะนำเรื่องต่างๆที่ (ผู้เขียนคิดว่า) สามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ สำหรับวันนี้นะคะ เรามาในหัวข้อ ยา อะไรเอ่ย ที่ควรมีติดบ้าน หรือยาสามัญประจำบ้านนั่นเองค่ะ

Leave a reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

More in:How To

วิธีรับมือกับการหมดไฟ (Burnout)
How To

วิธีรับมือกับการหมดไฟ (Burnout)

ครั้งนี้เรามาในหัวข้อ การหมดไฟ (Burnout) เพื่อนๆเคยเป็นไหมคะ? ที่ช่วงแรกของการทำงานรู้สึกสนุก มีความคิดสร้างสรรค์ มีความกระตือรือร้นที่จะทำสิ่งต่างๆ และมีความสุขกับการประสบความสำเร็จ แต่เมื่อผ่านไปนานๆ กลับรู้สึกเบื่อหน่ายกับสิ่งเดิมๆ ที่เคยทำ ถ้าหากเพื่อนๆ มีอาการเหล่านี้ เรามาดูกันนะคะ ว่าจะหาทางออกอย่างไร
อาการแพ้ สัญญาณเตือนของความอันตราย
How To

อาการแพ้ สัญญาณเตือนของความอันตราย

เริ่มเข้าสู่ช่วงฤดูร้อนแล้วนะคะ ช่วงนี้อากาศร้อนเป็นพิเศษ หลายๆคนเกิดอากาศแพ้ ผื่นคัน วันนี้จึงจะมาแนะนำเกี่ยวกับอาการลมพิษ และผื่นคันต่างๆ ค่ะ
ปวดคอ ปวดหลัง ปัญหาเรื้อรังที่ต้องดูแลรักษา
How To

ปวดคอ ปวดหลัง ปัญหาเรื้อรังที่ต้องดูแลรักษา

ในปัจจุบันนี้หลากหลายอาชีพที่จำเป็นต้องใช้เวลานั่งทำงานที่หน้าจอคอม ซึ่งต้องนั่งท่าเดิมซ้ำๆเป็นเวลานานทั้งวัน อาจจะ 8 ชั่วโมงขึ้นไป ทำให้หลายคนประสบกับปัญหาอาการ ปวดคอ ปวดหลัง หรือที่รู้จักกันในคำศัพท์ที่ว่า ‘ออฟฟิศซินโดรม’ นั่นเองค่ะ