Anime

มหาศึกคนชนเทพ ศิวะ (Record of Ragnarok)

มหาศึกคนชนเทพ ศิวะ (Shiva)

ศิวะ เป็นหนึ่งในตัวแทนฝั่งเทพที่เข้าร่วมในศึกครั้งนี้ ศิวะเป็นเทพที่มีอยู่ในศาสนาฮินดูของอินเดีย เป็นเทพที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้สร้างและผู้ทำลาย โดยที่ศิวะมีพลังอำนาจเป็นอย่างมาก ในศาสนาฮินดูเองก็ยกย่องให้เป็นองค์เทพสูงสุด ศิวะเองเป็นเทพที่ชื่นชอบการต่อสู้และบททดสอบเป็นอย่างมาก เขาเป็นเทพองค์แรกๆที่เสนอให้มีการทำลายมนุษย์ขึ้น เพราะเขาเบื่อที่จะเห็นมนุษย์ที่ไม่มีความศรัทธาและยิ่งผยองในตน มีชีวิตอยู่บนโลก เมื่อเทพซูสประกาศใช้กฎแรคนาร็อกแล้ว ศิวะในตอนนั้นก็รู้สึกประหลาดใจและขำขันที่มนุษย์จะอาจหาญกล้าต่อกรกับเหล่าทวยเทพได้หรือ แต่ถึงยังไงเมื่อกฎถูกประกาศแล้ว ยังไงเขาก็ต้องเข้าร่วมเพราะว่าเขาก็อยากเห็นว่ามนุษย์ที่แสนจะอ่อนแอ จะทำอย่างไรเพื่อฝืนชะตานี้!!

ประวัติ ตามตำนาน เทพศาสนาพราหมณ์-ฮินดู (อินเดีย)

พระศิวะ หรือ พระอิศวร เป็นบิดาของ พระพิฆเนศ มีชายาคือ พระแม่อุมาเทวี พระศิวะทรงเป็นมหาเทพผู้เป็นใหญ่ในจักรวาล เป็นหนึ่งใน ตรีมูรติ หรือ 3 มหาเทพสูงสุดแห่งศาสนาพราหมณ์-ฮินดู (พระพรหม พระวิษณุ พระศิวะ)

พระองค์ทรงมีหน้าที่ประทานพรวิเศษให้แก่ผู้หมั่นกระทำความดี และยึดมั่นในศีลธรรม และหากผู้ใดประพฤติเพื่ออุทิศถวายแก่พระองค์แล้ว เมื่อต้องการสิ่งวิเศษใดๆ พระองค์ก็จะประทานพรให้ แต่เมื่อได้พรสิ่งวิเศษจากพระองค์แล้ว ในภายภาคหน้ากับกระทำผิดไปจากความดีงาม คนผู้นั้นจะต้องพบเจอกับภัยวิบัติในชีวิต พระศิวะเทพจะเป็นผู้ทำลายคนผู้นั้นในทันที!!

มีความเชื่อกันว่าพระศิวะนั้น สามารถช่วยปัดเป่ารักษาเยียวยาอากาศเจ็บไข้ได้ป่วยต่างๆได้ หากผู้ใดที่เจ็บป่วยหรือต้องการขอพรให้คนในครอบครัวหายเจ็บไข้ได้ป่วย

ถ้ากระทำการบวงสรวงบูชาและขอพรจากพระศิวะ ก็มักปรากฏว่าความเจ็บไข้ได้ป่วยนั้นถูกปัดเป่าให้หายไปได้โดยสิ้น

นอกจากนี้ พระศิวะยังเป็นผู้ประทานพรให้แก่เหล่าคนเลี้ยงสัตว์ และอาชีพที่เกี่ยวกับการเกษตรทั้งปวง ถ้านับถือและกราบไหว้พระองค์ก็จะทำให้มีแต่ความสุข ผลผลิตอุดมสมบูรณ์ อีกบทบาทหนึ่งที่เด่นชัดแยกออกไป จากบทบาทของการเป็นมหาเทพ ผู้ทรงมีพระมหากรุณา ประทานพรแก่มวลมนุษย์นั้น พระศิวะยังทรงเป็นเทพแห่งคีตา คือเป็นเทพเจ้าแห่งการดนตรี และการร่ายรำ

อีกทั้งพระศิวะ ยังถือว่าเป็นพระผู้เป็นเจ้าแห่งการทำลายล้าง พระองค์เปี่ยมไปด้วยอำนาจ พระพักตร์ของพระองค์แสดงให้เห็นว่าเป็นได้ทั้งชาย เป็นได้ทั้งหญิง เป็นทั้งผู้ใจดี เป็นทั้งผู้ดุร้าย จากชิ้นฝุ่นธุลี ไปจนถึงภูเขาหิมาลัย จากมดตัวเล็กๆ ไปจนถึงช้างตัวใหญ่ จากมนุษย์ไปจนถึงพระเป็นเจ้า อะไรก็ตามที่เราสามารถเห็นได้นั้น เป็นรูปแบบของพระศิวะทั้งหมด

ใน คัมภีร์อุปนิษัท ของฮินดู การท่องคำในพระคัมภีร์ส่วนมากมีคำว่า “ศิโวมฺสวหะ” (ข้าคือศิวะ) หมายความว่า บุคคลผู้มีสติปัญญาทุกๆคน ควรพิจารณาถึงตัวเอง และสิ่งทั้งหลายของสากลโลกเป็นรูปแบบของพระศิวะทั้งสิ้น เมื่อคิดระลึกได้อย่างนี้แล้ว ผู้นั้นก็จะเข้าถึงความสุขความสงบ

การกำเนิดของพระศิวะมีอยู่ด้วยกันหลายยุด ตามคัมภีร์ได้บันทึกไว้มีดังนี้

ยุคพระเวท

เรื่องก็มีอยู่ว่า พระพรหม นั้น เกิดความรำคาญอกรำคาญใจเป็นอย่างยิ่งนัก ที่พระเสโทหรือเหงื่อผุดซึมทั่วพระวรกาย และยังไหลรินย้อยลงทั่วบริเวณพระพักตร์อีกด้วย ในวันอันร้อนอ้าวเช่นนั่น พระพรหมทรงบำเพ็ญภาวนา เพิ่มตบะบารมีให้แกร่งกล้าอย่างมุ่งมั่น เมื่อรู้สึกว่าถูกรบกวนด้วยเหงื่อเช่นนั้น ก็จึงได้นำเอาไม้ไปขูดๆ ที่บริเวณพระขนงหรือคิ้ว โดยมิได้ระมัดระวังองค์นัก คมของไม้นั้นจึงได้บาดบริเวณพระขนงของพระองค์ จนกระทั่งปรากฏพระโลหิตผลุดซึมออกมา และหยาดหยดลงบนกองเพลิงเบื้องหน้าของพระองค์นั้นเอง

ทันทีที่พระโลหิตหยาดหยดลงในเปลวเพลิง ก็พลันเกิดเป็นเทพบุตรองค์หนึ่ง จุติขึ้นมาในเปลวเพลิงนั้น ทันทีที่ถือกำเนิดขึ้นมาเบื้องหน้าพระองค์ เทพบุตรผู้งดงามองค์นี้ก็ได้ร้องไห้ พลางขอให้พระองค์ประทานนามให้แก่ตน ซึ่งพระพรหมได้ประทานให้ถึง 8 นามด้วยกันดังนี้

ภพ สรรพ ปศุบดี อุดรเทพ มหาเทพ รุทร อิศาล อะศะนิ

หลังจากนั้น เทพองค์นี้ก็มีชื่อเสียง เป็นที่นับถือของมนุษย์ทั่วไป โดยส่วนใหญ่แล้วบรรดามวลมนุษย์จะนับถือบูชาเทพบุตรองค์นี้ ในนามของ พระรุทร อันเป็นชื่อ หนึ่งใน 8 นาม ซึ่งนามรุทรนี้มีความหมายแปลได้ว่า ร้องไห้ สำหรับนามอื่นๆ อีก 7 นามนั้นยังไม่เป็นที่นิยมแพร่หลายเท่าไรนัก

ว่ากันว่าพระรุทรเทพบุตรที่มีชื่ออันแปลว่าร้องไห้นี้ เป็นมหาเทพที่มีความยิ่งใหญ่เกรียงไกร มีอำนาจบารมีค่อนข้างสูงนักในยุคพระเวทนี้ และยังเป็นเทพที่มนุษย์ทุกผู้ทุกนามนิยมนับถือบูชากันอย่างจริงจัง โดยนับถือให้พระรุทรเป็นเทพผู้ทำลายล้าง คือทำลายสิ่งที่เลวร้ายให้สะอาดบริสุทธิ์ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง แล้วให้พระพรหมสร้างสิ่งที่ดีงามขึ้นใหม่

ยุคมหากาพย์ มหาภารตะ

ในยุคนี้มีความเชื่อกันในเรื่องกำเนิดพระศิวะว่า พระองค์นั้นทรงจุติออกมาจากพระนลาฏ หรือหน้าผากของ พระพรหม จึงเท่ากับว่า พระศิวะ ก็เป็นพระโอรสองค์หนึ่งของ พระพรหม

ยุคไตรเภท

คัมภีร์ในยุคนี้ได้บันทึกถึงกำเนิดพระศิวะว่า ทรงประสูติจาก พระนางสุรภี และพระบิดาก็คือ พระกัศยปะเทพบิดร

คัมภีร์พรหมมานัส

พระศิวะเป็นเทพที่กำเนิดจาก พระประชาบดี มิได้เกิดจากพระโลหิตของ พระพรหม ดังเช่นที่มีการกล่าวไว้ในยุคพระเวท ครั้นเมื่อทรงจุติขึ้นมาแล้วเทพประชาบดีก็ถามพระโอรสว่า เหตุไฉนจึงร่ำไห้โศกาอาดูรตลอดเวลา

พระรุทร หรือเทพบุตรโอรสของพระประชาบดีที่กำลังร่ำไห้อยู่นั้น จึงได้ทูลตอบว่า เพราะว่าพระบิดาไม่ได้ตั้งชื่อ ให้เมื่อไม่มีชื่อก็จึงเสียใจร้องไห้เช่นนั้น พระประชาบดีจึงได้ตั้งชื่อให้โอรสองค์นี้ว่า พระรุทรซึ่งหมายถึงการร้องไห้ และพระรุทรองค์นี้ในคัมภีร์พรหมนัสได้กล่าวไว้ว่า น่าจะหมายถึงองค์ศิวะนั่นเอง

ในคัมภีร์โบราณ ที่ปรากฏอยู่ในหอวชิรญาณ ได้อธิบายถึงประวัติการกำเนิดของพระศิวะไว้ว่า เมื่อโลกได้ถูกเผาด้วยไฟบรรลัยกัลป์จนพินาศโดยสิ้นแล้วนั้น ได้มี คัมภีร์พระเวทและพระธรรม บังเกิดขึ้น และเมื่อพระเวทกับพระธรรมมาประชุมรวมกัน จึงได้บังเกิดเป็นมหาเทพองค์หนึ่งคือ พระปรเมศวร ในคัมภีร์นี้อธิบายการกำเนิดของพระศิวะว่าทรงสร้างพระองค์ขึ้นมาเอง หลังจากการทำลายล้างโลก โดยที่มิได้เป็นโอรสหรือจุติมาจากการนิรมิตสร้างสรรค์ของมหาเทพองค์ใด

รูปลักษณ์ของพระศิวะนั้น มีปรากฏมากมายหลายลักษณะด้วยกัน แต่จุดเด่นที่ถือได้ว่าเป็นเอกลักษณ์ของพระศิวะก็คือ รูปพระจันทร์เสี้ยวและดวงตาดวงที่ 3 บนหน้าผาก สร้อยประคำที่เป็นหัวกะโหลก และงูที่คล้องพระสอหรือคอของพระองค์

แต่หลายๆคัมภีร์กล่าวไว้ตรงกันว่า พระศิวะนั้นเป็นเทพที่มีพระเนตร 3 ดวง ดวงที่ 3 นั้นจะปรากฏขึ้นอยู่บนหน้าผากขององค์โดยปรากฏเป็นดวงตารูปแนวนอนบ้าง รูปตั้งทรงพุ่มช้างบิณฑ์บ้าง และดวงตาที่3 นี้สามารถมองเห็นอดีตและอนาคตได้อีกด้วย รูปลักษณ์ของพระศิวะนั้น มีรายละเอียดแตกต่างกันไปตามแต่ละปาง

ปางของพระศิวะมีด้วยกันทั้งหมด7ปาง

-ปางจักราธนมูรติ (วิษณุวาณุครหมูรติ)

-ปางนนทิศานุครหมูรติ

-ปางกิรทารชุนมูรติ

-ปางราวันนานูครหมูรติ

-ปางกาลารีมูรติ

-ปางกานันทกามูรติ

-ปางอรรธนารีศวร (ครึ่งพระศิวะ ครึ่งพระแม่อุมา)

พาหนะของพระศิวะ ที่เวลาพระองค์จะเดินทางไปไหน มักจะใช้เป็นวัว หรือ โคเผือก ที่แตกต่างจากโคทั่วไปตรงที่ โคเผือกตัวนี้กำเนิดและมีสายเลือดของเทพ จึงทำให้เป็นสัตว์วิเศษประจำตัวของพระศิวะ โคเผือกตัวนี้มีชื่อว่า โคนนทิ

ดังนั้นการที่ชาวฮินดูไม่นิยมฆ่าวัวก็เป็นเพราะเคารพยกย่องและบูชาโคนนทิ ซึ่งเป็นโคศักดิ์สิทธิ์สำหรับมวลมนุษย์นั่นเอง ตามเทวาลัยหลายๆ แห่งของลัทธิไศวนิกาย (นับถือพระศิวะเป็นใหญ่สูงสุด) ก็จะปรากฏว่ามีการสร้างรูปเคารพของวัวนนทิไว้ให้ชาวบ้านชาวเมืองได้มาสักการะบูชาด้วย

ในส่วนอนิเมะ มหาศึกคนชนเทพ(Record of Ragnarok)

ในส่วนอนิเมะ ก็ได้หยิบยกเอาตำนานของพระศิวะ มาตีความใหม่ แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งพลังอำนาจตามแบบฉบับตำนานที่กล่าวไว้ พระศิวะในอนิเมะ เป็นหนึ่งในเทพที่อยู่ในระดับสูง มีสิทธิ์ในการชี้เป็นชี้ตายกับมนุษย์ทุกคนได้ พลังของศิวะแทบจะไม่ต่างจากเทพซูสมากเท่าไหร่ ในการประชุมที่เกิดขึ้น ศิวะเองยังเป็นคนแรกๆที่เสนอ ว่าควรที่จะทำลายมนุษย์ให้หมดไปจากโลกเสีย เพราะมนุษย์นั้นในตอนนี้ต่างเป็นเหมือนกับกาฟากที่คอยกัดกินโลก และยังผิดแปลกไปจากเดิมเป็นอย่างมากพวกเขาต่างเทิดทูนรักการทางวิทยาศาสตร์ จนละเลยหลักคำสอนของเหล่าทวยเทพไปจนหมดสิ้น จึงไม่มีค่าอะไรให้เหลือจะปกป้องต่อไป

หลังจากที่ศิวะเสนอความคิดของตน บรรดาเทพต่างๆ ก็เห็นด้วยและสนับสนุนในการทำลายมนุษย์เสีย แต่ในขณะนั้น บรุนฮิลหนึ่งใน13วัคคีรี แห่งวาฮาล่า ก็ได้เข้ามาเพื่อเสนอ ให้เทพทั้งหมดหนุดการกระทำและมอบบททดสอบ แก่มนุษย์โลกอีกครั้ง โดยบททดสอบที่บรุนฮิลเสนอ เป็นกฎที่ชื่อว่าแร็กนารอก กฎของการต่อสู้กันระหว่างมนุษย์และทวยเทพ เมื่อศิวะได้ฟังเขาก็รู้สึกขำขันเป็นอย่างมากที่ มนุษย์นี่นะจะต่อสู้กับเทพได้ แค่พวกเขาเหล่าเทพกระดิกนิ้ว แค่นิ้วเดียวมนุษย์ก็กลายเป็นธุรีดินไปหมดแล้ว แต่ความนึกคิดของเขาต้องสะดุด และกับมาแทนที่ด้วยความโกรธแทน ในคำพูดที่บรุนฮิลพูดเหน็บแนมเทพทุกองค์ว่า เป็นพวกขี้ขลาดและหาข้ออ้างมาเพื่อที่จะได้ไม่อยากสู้กับมนุษย์ เพียงเท่านี้บรรดาเทพทั้งหมด ต่างโกรธแค้นและต่อว่าบรุนฮิลเป็นอย่างมาก

จนในที่สุดเทพซูสก็ได้ยอมรับที่จะใข้กฎแรคนาร็อกนี้ ซึ่งในตอนแรกศิวะก็รู้สึกประหลาดใจที่ทำไม ตาแก่ซูสถึงได้ยอมรับอย่างง่ายดาย แต่พอได้มาลองคิดดู เขาก็รู้ได้ว่า วัคคีลีจะต้องซ่อนหรือแอบทำอะไรกับมนุษย์ไว้เป็นแน่ การต่อสู้นี้จะต้องดุเดือดและสนุกเป็นอย่างมาก เพียงคิดได้เท่านี้ ศิวะก็รู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เข้าร่วมในศึกครั้งนี้ เขาเองก็อยากรู้ว่ามนุษย์ตัวเล็กๆจะฝืนโชคชะตานี้ได้อย่างไหร่ การต่อสู้ที่จะทำให้เขารู้สึกสนุกได้เริ่มขึ้นแล้ว!!!

มหาศึกคนชนเทพ ศิวะ (Record of Ragnarok)

What's your reaction?

Excited
0
Happy
0
In Love
0
Not Sure
0
Silly
0

You may also like

Anime

แนะนำ 10 อนิเมะน่าดูประจำฤดูร้อน (Summer 2022) Part2

กลับมากันอีกครั้งกับการแนะนำอนิเมะน่าดูประจำฤดูร้อน หลังจากที่ได้แนะนำกันไปแล้วใน Part1 มาคราวนี้การแนะนำอนิเมะฤดูร้อนของเรายังไม่จบแต่เพียงเท่านี้ เพราะฤดูร้อนปีนี้ยอมรับเลยว่ามีแต่อนิเมะเข้าใหม่ที่มีเนื้อหาน่าสนใจและน่าดูกันเป็นจำนวนมาก
Anime

แนะนำอนิเมะ Lycoris Recoil

เรื่องราวของเหล่าพนักงานที่ทำงานในร้านกาแฟสไตล์ญี่ปุ่น "ริโกะริโค" ในตัวเมืองโตเกียว ที่ซึ่งร้านเปิดให้บริการแก่ลูกค้ามากมายทั่วไป ที่พร้อมเสริฟด้วยกาแฟรสชาติดีและขนมที่เป็นเอกลักษณ์ประจำร้าน มาพร้อมด้วยพนักงานสาวแสนน่ารักที่พร้อมต้อนรับทุกคนด้วยรอยยิ้ม
Anime

แนะนำอนิเมะ Soredemo Ayumu wa Yosetekuru

เรื่องราวของ Tanaka Ayumu หนุ่มรุ่นน้องชั้นมัธยมปลายปี 2 มือใหม่ชมรม Shogi(หมากรุกญี่ปุ่น) ที่หมายมั่นตั้งใจที่จะเอาชนะ Yaotome Urushi รุ่นพี่สาวประธานชมรม Shogi โดยที่เขาตั้งใจว่าเมื่อชนะการแข่งแล้วเขาจะบอกความรู้สึกภายในใจของตนออกไป

Comments are closed.

More in:Anime

Anime

Isekai Ojisan (ยอดคุณน้าจากต่างโลก)

เรื่องราวของ Yousuke Shibazaki หรือ Ojisan น้าชายสุดแปลกประหลาดของ Takafumi ที่กลายเป็นเจ้าชายนิทราหลังจากถูกรถบรรทุกพุ่งชนส่งผลให้เขาหลับไปกว่า 17 ปี 
Anime

แนะนำอนิเมะ Hoshi no Samidare (ศึกอลวนต่างดาวป่วนโลก)

เรื่องราวของ อามามิยะ ยูฮิ หนุ่มนักศึกษาที่สุดแสนจะธรรมดา ๆ คนหนึ่ง ที่อยู่มาวันหนึ่งตัวเขานั้นได้พบเข้ากับกิ้งก่าปริศนาที่พูดภาษามนุษย์ได้ เท่านั้นยังไม่พอกิ้งก่าได้พูดถึง “วิกฤติของโลก” และขอร้องให้เขาร่วมมือเพื่อยับยั้งวิกฤตนั้น! แต่ยังไม่ทันที่ยูฮิจะตอบตกลงหรือปฎิเสธ
Anime

แนะนำ 10 อนิเมะน่าดูประจำฤดูร้อน (Summer 2022) Part1

กลับมากันอีกครั้งกับการแนะนำอนิเมะน่าดูประฤดูกาล มาในคราวนี้เราจะมาแนะนำอนิเมะฤดูร้อนที่กำลังจะถึงนี้กัน ในช่วงอนิเมะฤดูร้อนนั้นจะอิงตามฤดูกาลของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีทั้งสิ้น 4 ฤดู