Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่15

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่15

บทที่15 เมื่อชุดดำจู่โจม ep. 3

” บางคนมักมีเหตุผล  เพื่อให้ตัวเองได้เห็นแก่ตัว เสมอ “

** ในคืนแรกที่ได้จำแนกห้อง มานอนห้อง 2/5 ได้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด เมื่อชุดดำจากกรมราชทัณฑ์ได้บุกเข้ามาตรวจค้นภายในเรือนจำ ภายในแดนแรกรับ ซึ่ง ไม่มีใครล่วงรู้ถึงการมาบุกจู่โจมในครั้งนี้เลย เจ้าหน้าที่ต่าง งงเป็นไก่ตาแตก แทบทำอะไรไม่ถูก เพราะ ต่างรู้อยู่แก่ใจว่า ภายในแดนมีสิ่งผิดกฎหมาย ซ่อนอยู่  การตรวจค้นดำเนินต่อไป ห้องแล้วห้องเล่าจนในที่สุด ก็ใกล้เข้ามาถึงห้อง 2/5 ทุกที

ความเจ็บปวดได้แผ่ซ่านไปทั่วร่างกายของผู้ที่ถูกกระทำ ต่างคนต่างดิ้นทุรนทุราย ปากก็พร่ำบอกว่าพอแล้วๆ สายตาทั้งวิงวอนและอ้อนวอน แต่ก็ไม่สามารถหยุดการกระทำของพวกชุดดำได้ ทำเหมือนอย่างกับพวกเราไม่ใช่คน เหมือนกับพวกพี่ๆชุดดำทั้งหลาย ได้เก็บกด หรือ เครียดเลยมาระบายที่พวกเรา เสียงตีเสียงกระทืบมันก็ยังดังต่อเนื่องจนมาถึงห้องที่ผมอยู่ แล้วชายร่างใหญ่ใส่ไอ้โม่งสีดำในมือถือกระบอง ก็ตะโกนด้วยวาจาที่เสียงดังฟังชัดว่า “ทั้งหมดลุก! จัดแถว แถวหน้ากระดาน 10 แถวปฏิบัติ “ ไม่ต้องรอให้มีครั้งที่ 2 บรรดานักโทษต่างรีบลุกกุลีกุจอน ทำตามที่เจ้าหน้าที่บอก โดยเฉียบพลัน ไม่มีเสียงพูดคุย ออกจากปากนักโทษทั้งร้อยกว่าคนเลย ทุกคนต่างปฏิบัติตามที่ผู้คุมชุดดำได้บอก เอาไว้แต่โดยดี ” เอามือประสานท้ายทอยและอยู่เฉยๆ ” เสียงผู้คุมได้บอก และ ได้มีผู้คุมทั้ง 4 นาย เข้ามาภายในห้อง และ ได้ตรวจค้นตามที่นอนเพื่อหาสิ่งของที่ผิดกฎหมาย “ถ้ากูเจออะไรผิดกฎหมายนะพวกมึงโดน ” เป็นคำพูดที่ชุดดำได้พูดขึ้นมา ลอยๆอย่างที่ไม่ได้เจาะจงใคร

15 นาทีผ่านไปการตรวจคนก็ได้ยุติลง ไม่มีสิ่งของผิดกฎหมายอยู่ในห้อง 2/5 เลย ผมรู้สึกโล่งใจที่ไม่ได้เกิดเหตุร้ายขึ้นภายในห้องนี้ เพราะผมไม่อยากจะเห็นเพื่อนนักโทษด้วยกันโดนตี หรือ โดนทำร้ายอย่างไม่เป็นธรรม ถึงผมจะรู้ว่าสิ่งที่นักโทษทำมันผิด

แต่ผมก็อยากให้ผู้คุม มีความเห็นใจและลงโทษพวกผม ตามสมควรก็น่าจะพอ น่าจะมีจิตเมตตาเป็นบ้างเห็นเราเป็นเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ไม่ใช่ทำร้ายพวกเราเหมือนสัตว์เช่นนี้ ” ทั้งหมดรีบวิ่ง เป็นแถวตอนเรียงหนึ่ง ก้มหน้าห้ามเงยหน้ามานะมึง โดนตีนกูไม่รู้ด้วยนะมึง “ เป็นสิ่งที่ผู้คุมได้พูดกำชับบอก ” พวกเราต่างรีบวิ่ง และ ทำตามที่ผู้คุมบอกอย่างเคร่งครัด ก้มหน้าวิ่้ง โดยมีเหล่าบรรดาผู้คุมยืนเป็นระยะ ระยะ คอยมองพวกเราอยู่ตลอดเวลา นักโทษต่างรวมตัวกันที่สนามฟุตบอลทั้งหมด ตอนนี้ท้องฟ้าได้มืดมิดลงหมดแล้ว แสงสปอร์ตไลท์ได้เปิดสว่างจ้าภายในแดน สาดส่องแสงให้เห็นภายในแดนอย่างชัดเจน บรรดาผู้คุมชุดดำ ต่างตรวจค้นภายในแดน ผมลองเดาดูว่าน่าจะไม่ต่ำกว่า 100 นายเป็นแน่ที่อยู่ข้างล่าง ต่างรื้อค้นตามจุดต่างๆ ส่วนมากที่เจอก็จะเป็นพวกเหล็กแหลมอาวุธของนักโทษ รวมทั้งหนังสือโป๊ ที่นักโทษเอาไว้ช่วยตัวเอง และสิ่งหนึ่งที่ผมเห็น ทำให้ผมสะเทือนใจ เป็นอย่างมากก็คือ บรรดานักโทษ หลายสิบคนที่โดนตีโดนกระทืบ ต่างนอนกองอยู่มุมนึงของสนาม บางคนก็นอนร้องโอดครวญ บางคนก็สลบหรือนิ่งไป

แต่ก็ยังมีลมหายใจแต่ก็สังเกตได้ว่าลำตัวขยับขึ้นลงตามลมหายใจเข้าออก อีกไม่นานก็มีนักโทษโดนหิ้วปีก ลงมาอีกหลายคน จนในที่สุด การค้นห้องทั้งหมดก็ได้จบสิ้นลง

21:00 น เป็นเวลาที่การตรวจค้นได้ยุติลง ผมเห็นสีหน้าเคร่งเครียด ของเหล่าบรรดาผู้คุม ภายในแดนก็เดาได้ว่า มันต้องมีเรื่องร้ายๆเกิดขึ้นแน่ คงจะร้ายแรงด้วย บรรดาผู้คุมชุดดำต่างเดินมาตามจุดต่างๆมารวมตัวกัน ที่ใต้ถุนเรือนนอน พร้อมกับกระเป๋งที่ใส่ของกลาง จำนวนหลายใบ วางเรียงอยู่ตรงหน้าผ.บเรือนจำซึ่งได้มาสังเกตการณ์อยู่ด้วย และในมือของหัวหน้าผู้คุมชุดดำได้ถือถุงยา ซึ่งผมก็เดาได้ว่า มันน่าจะเป็นยาเสพติด ทั้งยาบ้า และไอซ์ คาดคะเนดูก็น่าจะเยอะอยู่เพราะวันนี้ยาเพิ่งเข้ามา ซึ่งเป็นทางของบ้านไอ้โรจน์เด็กสุพรรณนั้นเอง และตอนนี้เจ้าของยาก็นอนสลบ อยู่กลางสนามนั้นเอง

สภาพของไอ้โรจน์ไม่ต่างอะไรจากนกปีกหัก ไม่สามารถลุกเดินได้ทั้งหลังที่บวมเป็นหลังเต่าอันเนื่องมาจากโดนไม้ของผู้คุม อีกทั้งใบหน้าที่ปูดบวม มีรอยแผลแตกที่คิ้วและศีรษะ ดูแล้วน่าสังเวชสิ้นดี แล้วก็มีพ่อบ้านอีกหลายบ้าน จิ๊กโก๋อีกหลายคน ขาเล็กขาน้อยอีกประปราย รวมๆแล้วก็น่าจะประมาณสัก 30 คน แต่ละคนก็สะบักสะบอมพอๆกัน นี่แหละที่เขาเรียกว่า ผู้แพ้ต้องดูแลตัวเอง ไม่มีมิตรแท้และศัตรูที่ถาวรครับ ไม่มีใครออกมารับแทนใครได้หรอก มีแต่จะซัดกันไปกันมามากกว่า

อันนี้มันแค่จุดเริ่มต้นนะครับ เดี๋ยวก็ต้องมีเรื่องอะไรตามมาอีก ทั้งต่อคดี ตัดวันลด งดเยี่ยมญาติ ลดชั้น

อย่างหนักก็ย้ายเรือนจำ ส่วนสำหรับเจ้าหน้าที่อันนี้ผมก็ไม่รู้แต่ถ้าให้เดา งานนี้ต้องมีใครโดนเด้งเป็นแน่

ที่แน่ๆผ.บเรือนจำ และ ผ.บ ประจำแดน คงจะไม่รอดงานนี้เป็นแน่ ไม่เกินครึ่งชั่วโมงพอประมาณ บรรดานักโทษที่อยู่ด้วยกันกลางสนาม ต่างทยอยขึ้นห้องนอนของตัวเอง ไปทีละห้อง ทีละห้อง จนครบหมดทุกห้อง เจ้าหน้าที่ภายในแดน ได้ขึ้นมาตรวจนับยอดจนครบทุกห้อง แล้ว ก็ได้ปล่อยให้นักโทษ ได้จัดเก็บที่นอนตามอัธยาศัย ก่อนที่จะได้นอนแล้วพบกับเช้าวันใหม่ต่อไป

ทุกคนต่างเก็บที่หลับที่นอนของตัวเอง แล้วต่างคนก็ต่างพูดคุย ถึงเหตุการณ์ที่ได้เผชิญกันมา พี่เล็กได้พูดกับไอ้บีว่า ” ไอ้บีดีนะวันนี้มึงไม่ได้เอาตัวใหญ่ขึ้นมาดู ไม่งั้นจบไม่สวยแน่นอน ” ไอ้บียิ้มออกมา แล้วก็พูดต่อไปว่า ” ที่ไม่ได้เอาขึ้นมาก็เพราะไอ้โรจน์มันไม่ยอมให้ยืมตัวดูดเลยไม่ซื้อมันแม่ง ” มึงก็ทำเป็นปากดี พรุ่งนี้ตรวจเยี่ยวกูจะหัวเราะให้ ” ผมพูดแซวไอ้บีมัน ซึ่งเรียกเสียงหัวเราะ ให้กับคนในห้องนี้ได้บ้าง ” ไอ้ใหญ่มึงอย่าพูดอย่างนี้สิกูยิ่งเสียวๆอยู่ “ ไอ้บีได้พูดกับผม ซึ่งในความคิดของผม ยังไง ยังไงต้องมีการตรวจเยี่ยวเป็นแน่ ไม่วันใดก็วันหนึ่ง ถ้าผมคิดต้องเป็นอาทิตย์นี้แน่นอน

เกือบ 23:00 น เห็นจะได้ ทุกคนต่างเงียบเสียงแล้วล้มตัวลงนอน ผมหลับไปนานเท่าใดไม่รู้ ผมก็ได้ยินเสียงเปิดประตู ลูกกรงเรือนนอน ผมลุกขึ้นมามองก็เห็นบรรดานักโทษ ต่างทยอยเดินขึ้นมา เข้าห้องนอนของตนเอง นักโทษพวกนี้คือนักโทษที่โดนพวกชุดดำรุมตีมา 

พวกผมก็ได้ถามหาพี่อิ๋ว พ่อบ้าน อ.เมืองอีกบ้าน ก็ได้คำตอบว่ายังนอนอยู่พ.บ รวมถึงไอ้โรจน์ น้องไอ้หนึ่ง ไอ้มล ไอ้เบิร์ด เจ๊น้ำบ้านชลบุรี และโก๋เนบ้านปทุม ยังนอนรักษาตัวอยู่ที่พ.บเหมือนกัน พวกที่ผมกล่าวมานี้ คือพวกที่รับว่าเป็นยาของเขาเอง ” ก็คงจะสุดแล้วแต่เวรแต่กรรมไม่มีใครช่วยได้ ”  ผมพูดขึ้นมาลอยๆ แต่ก็มีเสียงตอบกลับมาว่า” ใช่เลยใหญ่ เป็นเช่นนั้นจริงๆ ” ผมหันไปตามเสียงนั้นก็ได้เจอกับเจ้าของเสียง นั่นก็คือพี่เล็กนั่นเอง

พี่เล็กหันมามองหน้าผมและก็ยิ้มให้กับผม และพี่เล็กก็ได้พูดว่า ” พอแล้วนะใหญ่พี่ไม่ขายให้แล้วนะ ไม่ไหวว่ะพี่แก่แล้ว รับได้ไม่กี่ไม้หรอก ใจไม่กล้าพอว่ะอยากกลับบ้าน ” ผมยิ้มให้พี่เล็ก และก็พยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจ ในสิ่งที่พี่เล็กบอกผม แล้วผมก็พูดทิ้งท้ายกับพี่เล็กไปว่า “ ผมก็คิดเหมือนพี่นั่นแหละ ใครจะไปทนไหว แม่งตีเรายังกับหมากับแมว ไม่รู้ไปโกรธใครมาสงสัยเมียที่บ้าน ไม่ให้ปี้แน่นอน ” ไอ้ตั๊กก็ได้พูดเสริมไปว่า เป็นกู แค่ง้างก็บอกหมดแล้ว ไม่ต้องตีผมให้เมื่อยหรอก ” ผมก็พูดแย่ไอ้ตั๊กไปอีกว่า ” เขาตีมึงไม่เมื่อยหรอก มีแต่มึงจะร้องอย่างหมาก็ไม่ว่า แล้วนี่มึงปล่อยกู้ ให้พวกไปซื้อยาหลายคนนี้หว่า กูเห็นมีอยู่ในกลุ่มพวกนี้ด้วยนิน่า ชิหายแล้ว เผลอไป กูว่าหนี้สูญเป็นแน่ ” ไอ้ตั๊กไม่ได้พูดอะไร แต่ทำหน้าไม่พอใจ ที่ผมพูดเบรกมันไปแบบนั้น แล้วพวกเราก็ต่างแยกย้ายกันไปนอนตามที่ของตัวเอง

ผมนอนเอามือก่ายหน้าผาก และ คิดทบทวนถึงเหตุการณ์ ที่ได้เจอมา ถ้าหากวันนี้ ผมเอายามาขาย ไม่แน่ ผมกับพี่เล็ก คงมีสภาพไม่ต่างจาก พวกที่โดนตีวันนี้เป็นแน่ วันแรกของการย้ายห้องใหม่ ตื่นเต้นดีฉิบหาย ผมคิด และก็ยิ้มให้ความโชคดีของตัวเอง ก่อนที่ผมจะหลับไปตอนไหนไม่รู้ (โปรดติดตาม ตอนต่อไป )  ” หมีขาว ชั่ว โลกเหนือ “

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ Keywordsfun และ Foong-Trending

What's your reaction?

Excited
0
Happy
0
In Love
0
Not Sure
0
Silly
0

You may also like

Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 84

ผมและไอ้แว่นได้ลงมาตั้งแถวรอเยี่ยมญาติอยู่หน้าองค์พระประจำแดน ซึ่งเป็นสถานที่รวมตัวสำหรับพวกที่มีชื่อเยี่ยมญาติในแต่ละรอบ ผมสังเกตเห็นไอ้แว่นมันดูลุกลี้ลุกลนเหมือนอยากจะถามอะไรผม แต่มันก็ยังไม่กล้าเอ่ยปากถามสักที
"วันเข้าพรรษา" ประวัติที่มา ความสำคัญ
Story

“วันเข้าพรรษา” ประวัติที่มา ความสำคัญ

ใกล้เข้ามาแล้วสำหรับเทศกาล "วันเข้าพรรษา" ที่ตรงกับวันพฤหัสบดีที่ 14 กรกฎาคม 2565 ที่จะถึงนี้ หลายคนอาจจะยังไม่เข้าใจถึงที่มาและความสำคัญของวันสำคัญดังกล่าว
Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 83

มันเป็นเช้าวันใหม่ที่บรรยากาศช่างเย็นสบายดีอีกหนึ่งวัน ผ่านการหยุดพักผ่อนที่ยาวเกือบจะอาทิตย์นึงเต็ม ๆ แต่การหยุดยาวครั้งนี้ของผมมันเหมือนแทบจะไม่ใช่การหยุดพักผ่อนอย่างคนปรกติทั่วไปนัก มันมีเรื่องราวมากมายเข้ามาไม่เว้นวัน ผมนั่งนึกย้อนดูว่ามีเรื่องอะไรบ้าง

Comments are closed.

More in:Story

Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 82

เมื่อการสอบสวนของนายอำพลนั้นไม่เป็นผลอย่างที่เขาคิดเอาไว้ เพราะว่าผมเองนั้นไม่ได้แสดงอาการสะทกสะท้านหรือหวาดกลัวอะไรเลยกับการข่มขู่และเสียงดังของเขา ที่มักจะได้ผลทุกครั้งไป และในความคิดของนายอำพลตอนนี้นั้น
Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 81

อยากจะข่มตาหลับ อย่างที่ไอ้ต้นเพื่อนผมบอก แต่มันก็ทำใจหลับไม่ลง เพราะว่าใจของผมตอนนี้ มันร้อนดั่งไฟเผาซะเหลือเกิน หัวสมองคิดไปต่างๆนานา ซึ่งมันก็อดเป็นห่วงเพื่อนฝั่งนู้นไม่ได้เลยว่าเรื่องราวมันจะลุกลามไปถึงไหนแล้ว
Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 80

ผมไม่ได้เจอเพื่อนเก่าอย่างไอ้เบนซ์มานาน ก็เลยหาที่นั่งคุยกัน ตรงใต้ต้นไม้ข้างฝ่ายฝึกวิชาชีพ มีไอ้เบนซ์ ไอ้หมี ไอ้ฮาทร์ และผมกับไอ้แว่นที่อยู่กับผมไม่ห่าง " ไอ้หมี มึงเป็นไงบ้างว่ะกูรู้มาว่าตอนโรคระบาดมึงเป็นไข้ไม่สบายด้วย " ผมถามมันด้วยความเป็นห่วง ถึงแม้ตอนนี้มันจะหายแล้วก็ตาม