Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่16

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่16

บทที่16 การเปลี่ยนแปลง

” หวังได้…แต่อย่าหวังจนเกินไป หวังให้พอดีและเราจะมีความสุข “

**ตื่นเต้นตั้งแต่คืนแรกจริงๆ กว่าผมจะได้นอน เที่ยงคืนกว่าเห็นจะได้ ได้เห็นการทำโทษที่โหดร้าย ความเจ็บปวดของเหล่านักโทษ แต่ก็ถือว่าผมโชคดี ที่ไม่ได้ไปเอายามาในวันนั้น พอดีกว่าขออยู่เงียบๆดีที่สุด และความรู้สึกของผม มันบอกผมว่าอีกไม่นาน ต้องมีการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่เกิดขึ้นเป็นแน่**

ผมหลับไปนานเท่าไรไม่รู้…รุ่งอรุณของวันใหม่ก็ได้เข้ามาแทนที่ความมืดมิด พวกเราก็ลงมาทำกิจวัตรประจำวันเหมือนปกติทุกวัน แต่ประเด็นทอล์คออฟเดอะทาวน์ในวันนี้นั้น ก็คือเรื่องเมื่อคืนที่โดนจู่โจม พวกที่เจ็บหนักๆก็ยังนอนรักษาตัวอยู่ที่สถานพยาบาล ซึ่งพวกเราไม่สามารถเข้าไปเยี่ยมได้ ต่างคนก็ต่างตะโกนถามกับนักโทษที่ทำงานอยู่ที่สถานพยาบาลนั้น  พวกเราต่างเป็นห่วงพี่อิ๋วเป็นอย่างมาก

ดังนั้น ผมกับพี่เล็กจึงเดินไปหาไอ้หนึ่ง ที่ทำงานอยู่ที่สถานพยาบาล แล้วตะโกนถามไอ้หนึ่งถึงอาการบาดเจ็บของพี่อิ๋ว ไอ้หนึ่ง ไอ้หนึ่ง พี่อิ๋วเป็นไงบ้างว่ะ ถามพี่อิ๋วดิว่าจะเอาอะไรหรือเปล่า ” ผมตะโกนถามไอ้หนึ่งออกไป ” อาการหนักว่ะใหญ่ หัวแตกยับเครื่องไม่หมด เดี๋ยวกูเข้าไปถามพี่เขาให้แล้วกันนะ ” พูดจบไอ้หนึ่งก็เดินหายเข้าไป

มันตรงดิ่งขึ้นไปหาในห้อง ที่พี่อิ๋วนอนอยู่ พักใหญ่มันก็ได้เดินออกมาพร้อมกับ โยนกระดาษจดหมายที่ผูกติดกับก้อนหิน ย้อยข้ามรั้วมาให้ผมกับพี่เล็ก แล้วมันก็รีบเดินหลบออกไป ผมกับพี่เล็ก ได้แกะจดหมายออกมาอ่าน เพื่อที่จะได้ทราบจุดประสงค์ของพี่อิ๋ว

ในข้อความจดหมายบอกถึง ที่ซ่อนของยาเสพติด ที่เหลือเก็บเอาไว้ “ไอ้เล็ก อยู่ที่แปลงผักล็อค 3 ใส่กล่องเหล็กเอาไว้ ตัวเล็กร้อย ตัวใหญ่ 5G กูให้ตัวเล็ก 50 ใหญ่อีก 2G นอกนั้นตีเป็นตังค์กลับมาให้กูด้วยช่วยหน่อยว่ะเพื่อนเผื่อกูโดนย้าย “ นี่คือข้อความของพี่อิ๋ว ที่เขียนมาให้พี่เล็กกับผม พวกเราสองคนมองหน้ากัน

หลังจากได้อ่านข้อความในจดหมายนี้ พี่เล็กรีบขย่ำจดหมายนี้ทิ้ง block ส้วมและราดน้ำทำลายทันที ” ใหญ่เดี๋ยวเคารพธงชาติเสร็จ ประมาณ 9:00 น เราไปขุดกัน อย่าบอกใครเรื่องนี้ รู้เรื่องนะ ” พี่เล็กหันมาบอกกับผม ได้กำชับผมไม่ให้บอกใคร ผมพยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจกัน แล้วเราทั้งสองก็เดินเข้าไปกินกาแฟ กับในบ้านเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ที่เราต้องปิดเงียบ ไม่บอกใครนั้น ไม่ใช่ว่าผมกับพี่เล็กจะเห็นแก่ได้ เก็บไว้กินกันเอง 2 คน เพราะสิ่งที่พี่อิ๋วให้นั้น มันเปรียบได้กับเงินหมื่นถ้าขายได้ในคุกแห่งนี้ แต่เปล่าเลยผม2 คนไม่ได้คิดเช่นนั้น การที่พวกผมไม่ได้บอกใครเป็นเพราะ สถานการณ์ในตอนนี้ เราไม่สามารถเดาได้เลยว่า  ใครคือมิตรใครคือศัตรูกันแน่  อาจจะมีคนจ้องทำร้ายเรา โดยการเอาเรื่องนี้ไปบอกเจ้าหน้าที่ เพราะในตอนนี้เจ้าหน้าที่ ก็เหมือนกับโดนไฟลนก้น กับเหตุการณ์เมื่อคืนนี้จึงทำให้

พวกเจ้าหน้าที่ภายในแดนทั้งหมด อาจจะโดนย้ายหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่ถ้ามีผลงานที่เข้าตา มาให้ผ.บเรือนจำ มันอาจจะเป็นข้อต่อรองของพวกผู้คุม ที่อาจทำไม่ให้โดนย้ายก็เป็นได้ ของแบบนี้ต้องระวังไว้เป็นดีที่สุด ในคุกมันต้องละเอียดอ่อนครับ ต้องคิดให้เยอะๆ กว่าข้างนอกหลายเท่า เพราะถ้าอยู่ข้างนอก เราก็จะระวังแค่ตำรวจกับสายล่อซื้อเท่านั้น

แต่ในคุกมันมัต่างกัน เพราะว่าในคุก มันมีแต่พวกเสือสิงห์กระทิงแรด พวกที่ไม่อยากเห็นใครมี ใครเด่นเกินหน้าเกินตาตนเอง พวกที่จ้องแทงข้างหลังกัน คนจำพวกนี้  มีอยู่ทุกคุกนะครับ และเยอะซะด้วย

พอถึงเวลา 9:00 น ผมกับพี่เล็กได้ไปยังแปลงผักสาธิต และได้ไปเจอ และ เข้าไปคุย กับลุงศักดิ์ ผู้ดูแลแปลงผักสาธิตทั้งหมด  ลุงศักดิ์เป็นชายแก่ อายุเกิน 60 ปี ดูท่าทางแกหน้าจะเป็นนักเลงเก่า คงจะไม่ขายพวกเราให้ผู้คุม เป็นแน่ ดูแล้วแกคงจะจิ๊กโก๋พอตัว พี่เล็กเดินเข้าไปคุยกับลุงศักดิ์ เพียงลำพังสองคน โดยที่ผมไม่ได้เข้าไปด้วยผมแค่ยืนอยู่ห่างๆเลยไม่ได้ยินสิ่งที่พี่เล็กกับลุงศักดิ์คุยกัน หรือตกลงอะไรกัน และ นิสัยส่วนตัวของผม เป็นคนที่ไม่ค่อยอยากรู้เรื่องของใครอะไร มากสักเท่าไหร่ ก็เลยเฉยๆ

แต่ผมได้สังเกตเห็นลุงศักดิ์พยักหน้า ก็พอจะเดาได้ถึงคำตอบ พี่เล็กพยักหน้าเรียกผมเข้ามา ในวงสนทนาที่จบแล้ว เพื่อที่ให้ผมไปเจอกับลุงศักดิ์ จะได้รู้จักกัน ผมยกมือไหว้ลุงศักดิ์ไป 1 ที ในฐานะที่แก แก่คราวพ่อ ลุงศักดิรับไหว้ และยิ้มให้ผม  แค่นี้ผมก็เข้าใจได้ว่า เขานั้นรับมิตรภาพจากผมแล้ว แต่ผมก็ต้องการอยากรู้ ในสิ่งที่เขาคุยกัน เพราะว่าในตอนนี้ผมก็มีเอี่ยวกับเรื่องนี้ และมันก็เป็นเรื่อง ที่ผิดระเบียบร้ายแรงของเรือนจำ อีกด้วย

แต่ผมก็เก็บความอยากรู้ไว้ในใจ ว่าพี่เล็กพูดอะไรกับลุงศักดิ์ เอาไว้ค่อยถามแกทีหลังดีกว่า แต่ในตอนนี้ผมกับพี่เล็ก ช่วยกันขุดแปลงผักล็อค 3 ที่พี่อิ๋วได้บอกไว้ โดยมีลุงสักคอยดูต้นทางให้อีกแรง  ผมกับพี่เล็กขุดไปได้สักพัก มันก็ลึกพอสมควร  หูของผมได้ยิน เสียงเสียมไปกระทบเข้ากับ กล่องเหล็กซึ่งพอเปิดดูภายใน ก็คือ ยาเสพติดที่พี่อิ๋วบอกเอาไว้ พี่เล็กรีบยัดเอาไว้ในเป้ากางเกงทันที ผมและพี่เล็ก รีบเดินออกจากแปลงผักสาธิต โดยไว ก่อนออกไปพี่เล็กได้ หันมาพูดกับลุงศักดิ์ว่า” เดี๋ยวก่อนเที่ยงผมจะจัดการให้นะครับ ” ลุงศักดิ์แกก็ตอบไปว่า” ไปจัดการธุระ ตัวเองให้เสร็จก่อนเถอะลุงไม่รีบ “

พี่เล็กพยักหน้า และเราสองคนก็รีบเดินขึ้นไปบนโรงงาน 3 ซึ่งเป็นโรงงานที่พี่เล็กได้คุมอยู่ เราสองคนปิดปากเงียบ โดยไม่ได้บอกเรื่องนี้ ให้เด็กๆในบ้านได้รู้เลย เพราะผมกับพี่เล็ก กำลังประเมินสถานการณ์ภายในแดนอยู่ เพราะผม 2คนคิดว่าไม่ใช่แค่พวกเราที่มียาในตอนนี้ พวกเด็กบ้านต่างๆ ที่ลูกพี่มันได้เกม ก็ต้องได้รับ สารคำพูด จากลูกพี่ของมัน ว่าของอยู่จุดไหนและในตอนนี้ ต่างฝ่ายต่างรอดูท่าทีของผู้คุม และสถานการณ์ในแดน เพื่อที่จะได้รู้หรือเห็นบ้านไหน เป็นบ้านที่เปิดยามาขายก่อน เพื่อที่จะได้ดูว่า เจ้าหน้าที่จะรู้หรือไม่

ส่วนบรรดาสิงห์ขี้ยาทั้งหลาย พวกมีตังค์อยากซื้อเสพ ก็ได้ไปเดินถามบรรดานายหน้า หรือ เด็กเดินยาตามที่ตัวเองรู้จัก สายใครสายมัน ดูพวกมันว้าวุ่นใจ อยากเสพกันเป็นอย่างมาก พี่เล็กได้เรียกๆ ลูกน้องคนสนิท เด็กเดินยาวิ่งขายยาของแก 2 คนมาคุยซึ่งผมก็ไม่ได้ถามชื่อเพราะผมก็ไม่ได้สนใจสักเท่าไหร แต่ที่แน่ๆผมก็สังเกตุเห็น เด็กเดินยาทั้งสองพยักหน้า แล้ว รีบเดินหายไป ถ้าให้ผมเดา พี่เล็กแกคงสั่ง ให้ไอ้เด็กทั้ง 2 คนไป ติดต่อหาขายยา กับ พวกคนซื้อเป็นแน่ เพราะสักพักใหญ่ๆมันก็รีบขึ้นมาบอกกับพี่เล็กและกำตังมาปึกนึง สิ่งที่ผมเห็นเป็นแบงค์ 500 แล้วแบงค์พันดูแล้วก็น่าจะถึงหมื่นเป็นแน่

หมื่นสองพัน เป็นตัวเลขจำนวนเงินที่พี่เล็กได้รับมา จากเด็กเดินยาของแกทั้งสองคน แรกกับตัวเล็ก(ยาบ้า) 40เม็ด ส่วนค่แรงของพวกมันสองคน คือยาจำนวน10เม็ด แค่นี้ พี่เล็กกับผม ก็เคลียร์ค่ายาบ้าให้พี่อิ๋วครบแล้ว ก็เหลือแต่ค่าตัวใหญ่(ไอซ์)อีก3จี เป็นอันจบ

ที่นี้ก็เหลือยาบ้า50กับไอซ์อีก2จี ซึ่งเป็นยอดที่พี่เล็กกับผมได้รับมา ยาไอซ์นั้น ในคุกเขาขายกันทีละ 4-5 พันบาท ซึ่งมันได้บรรจุอยู่ในหลอดดูดนมไวตามิลค์ (คุณผู้อ่านคงพอจะนึกภาพออกนะครับว่างหลอดไวตามิลค์เป็นแบบไหน) เราจะใส่ไอซ์ไว้เต็มหลอดนม โดยเอาไฟแช็คหล่นปิดหัวและท้าย เราจะเรียกกันว่าเป็น1g ซึ่งในตอนนี้มีอยู่ด้วยกัน 5หลอดนม ” เอานี่ของใหญ่ ” พี่เล็กพูดกับผมพร้อมกับโยนหลอดบรรจุยาไอซ์ให้ผม 1 หลอด ” ไปจัดการเอาเองนะ ” พี่เล็กได้พูดกับผม  ผมรับเอาไว้พร้อมกับคิดหนัก ว่ากูจะทำยังไงกับมันดีวะ ผมยังคิดไม่ออก

พี่เล็กก็พูดขึ้นมาอีกว่า ” ส่วนตัวเล็กเดี๋ยวใหญ่เอาไป10พี่อีก 10 เหลืออีก 30 เอาไว้แจกในบ้านมันโอเคนะ แล้วอีก 10 เม็ดใหญ่จะเอาไปเลยไหม ” ผมมองหน้าพี่เล็กแล้วพูดกลับไปว่า “นี่พี่แกล้งผมป่ะเนี่ย ผมพึ่งเข้ามาเดือนเดียว ขึ้นศาลยังไม่ได้ตัดสิน เลยผมจะเอาไปขายใคร ให้พี่เก็บไว้ก่อนเถอะ แค่จีนี้ผมยังคิดไม่ออกเลย ว่าจะเอาไปไหนดี ถ้าขายไม่ได้ เดี๋ยวดูดเองซะให้จบ”

พี่เล็กมองหน้าผมยิ้ม ยิ้ม ทำให้ผมรู้ว่าแก แกล้งผมจริงๆ  ” ถ้าอยากดูดก็ตามใจไม่ได้ห้ามซะหน่อย แต่ถ้าจะดูด ก็ ต้องรีบดูดให้หมดภายใน 2 วันนี้นะเพราะจากประสบการณ์ของพี่ จันทร์หน้าตรวจเยี่ยวแน่นอน” ซึ่งวันนี้ก็วันอังคาร อีก2วัน ก็วันพฤหัสบดี และสารเสพติด จะอยู่ในตัวเราประมาณ 3 วันก็วันจันทร์พอดี ที่สารเสพติดจะหมด

แต่มันก็คาบลูกคาบดอก ว่าสารเสพติดจะหมดหรือเปล่า แต่ถ้าเราดูดแค่ถึงวันพรุ่งนี้ มันก็รับประกันได้เลยว่า เยี่ยวเราไม่ม่วงแน่นอน และแล้วกิเลสมันก็ชนะทุกสิ่ง ผมเดินไปหาไอ้บี ไอ้หมี ไอ้ฮาทร์ พร้อมกับดึงหลอดนม ออกจากกระเป๋ากางเกง ให้มัน 3 คนเห็น เท่านั้นแหละพวกมัน 3 คน ต่างกุลีกุจอน หาตัวดูดไอซ์มาจนได้

แต่ก่อนที่จะลงมือดูด ผมก็ได้เคยบอกเอาไว้ว่า ในคุกของฟรีมันไม่มีหรอกครับ ถึงผมจะเลี้ยงแต่มันก็ต้องมีอะไรติดปลายนวมกลับมาหาผมบ้าง  ” เฮ้ยคนละ 300 นะเพื่อนฝากเข้าบุ๊คให้กูด้วยนะไอ้หมี ไอ้ฮารท์ สวนมึงไอ้บีเอาเงินสดมา เพราะมึงญาติไม่ค่อยมา ” พูดจบไอ้บีก็ควักเงินสดจำนวน 300 บาทยื่นมาให้ผม ผมรับไว้ยิ้มๆแล้วเรา 3 คนก็ไปหามุมสงบ เพื่อจะเสพยากัน

หัวใจของผมเต้นตูมตาม เหมือนมันจะออกมาจากอกมันตื่นเต้นไม่ใช่เพราะกลัวจะเกม  แต่มันเป็นเพราะผมจะได้ดูดยาอีกครั้งเป็นแน่  ทั้งที่รู้ว่ามันผิดแต่ในหัวใจมันก็บอกว่า อย่าไปเครียดสนุกกับมันดีกว่า แค่ครั้งเดียวไม่เป็นไรหรอก นี่แหละครับคุณผู้อ่าน การชนะใจตัวเอง มันยากยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด” (โปรดติดตามตอนต่อไป) “หมีขาว ขั้ว โลกเหนือ”

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ Keywordsfun และ Foong-Trending

What's your reaction?

Excited
0
Happy
0
In Love
0
Not Sure
0
Silly
0

You may also like

Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 82

เมื่อการสอบสวนของนายอำพลนั้นไม่เป็นผลอย่างที่เขาคิดเอาไว้ เพราะว่าผมเองนั้นไม่ได้แสดงอาการสะทกสะท้านหรือหวาดกลัวอะไรเลยกับการข่มขู่และเสียงดังของเขา ที่มักจะได้ผลทุกครั้งไป และในความคิดของนายอำพลตอนนี้นั้น
Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 81

อยากจะข่มตาหลับ อย่างที่ไอ้ต้นเพื่อนผมบอก แต่มันก็ทำใจหลับไม่ลง เพราะว่าใจของผมตอนนี้ มันร้อนดั่งไฟเผาซะเหลือเกิน หัวสมองคิดไปต่างๆนานา ซึ่งมันก็อดเป็นห่วงเพื่อนฝั่งนู้นไม่ได้เลยว่าเรื่องราวมันจะลุกลามไปถึงไหนแล้ว
Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 80

ผมไม่ได้เจอเพื่อนเก่าอย่างไอ้เบนซ์มานาน ก็เลยหาที่นั่งคุยกัน ตรงใต้ต้นไม้ข้างฝ่ายฝึกวิชาชีพ มีไอ้เบนซ์ ไอ้หมี ไอ้ฮาทร์ และผมกับไอ้แว่นที่อยู่กับผมไม่ห่าง " ไอ้หมี มึงเป็นไงบ้างว่ะกูรู้มาว่าตอนโรคระบาดมึงเป็นไข้ไม่สบายด้วย " ผมถามมันด้วยความเป็นห่วง ถึงแม้ตอนนี้มันจะหายแล้วก็ตาม

Comments are closed.

More in:Story

Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 79

เที่ยงคืนสิบห้านาทีพอประมาณ บรรยากาศบนเรือนนอน เริ่มกลับสู่ภาวะปรกติเหมือนเดิม อย่างที่เคยเป็นมาอีกครั้ง ความสุขมักจะอยู่กับเราแค่เพียงชั่วคราว แต่มันจะอยู่ในความทรงจำตราบนานเท่านาน เพียงเท่านี้ก็สุขใจกันแล้วครับ
Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 78

ขนมหวานถูกจัดใส่จาน วางเรียงอยู่ตรงหน้าช่างดูน่ากินเหลือเกิน ผมเองไม่รอช้ารีบตักกินทันที และที่สำคัญคือมื้อนี้คือมื้อแรก ที่ผมคิดว่าได้กินขนมทุกอย่างในเรือนจำที่มีขาย เพราะส่วนใหญ่แล้ว มักจะเบิกมาแล้วก็ไม่ค่อยได้อย่างที่ต้องการ หมดบ้าง ค้างบ้าง แทนเป็นอย่างอื่นไปบ้าง
Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 77

"พี่ใหญ่ครับ.. พี่ใหญ่..ตื่น..ตื่น..ได้แล้วครับ พี่ใหญ่ครับ..พี่ต้นขึ้นห้องแล้วครับ" ไอ้แว่นทั้งเขย่าตัวผม แล้วก็เรียกชื่อผมอยู่พักนึงเลยก็ว่าได้ กว่าที่ผมจะรู้สึกตัว ลืมตาตื่นขึ้นมานั่งงัวเงีย เมาขี้ตาพักนึงเห็นจะได้ "แว่นต่อบุหรี่ให้พี่ดูดหน่อยดิ " ผมร้องหาบุหรี่สูบกับไอ้แว่น