Breaking News

“ The Serpent ” ย้อนรอยคดีดังยุค 70 และความต่างชั้นของตำรวจไทย!

“ The Serpent ” ย้อนรอยคดีดังยุค 70 และความต่างชั้นของตำรวจไทย!

กรุงเทพมหานครในช่วงกลางของทศวรรษที่ 1970 ที่ถูกปกคลุมไปด้วยภัยของคอมมิวนิสต์ เมืองที่สปายและอาชญากรข้ามชาติเดินจนไหล่แทบจะชนกัน เมืองที่ฝรั่งเดินกันเหงื่อไหลไคลย้อย ทั้งนักท่องเที่ยวรวมไปถึงเจ้าหน้าที่สถานทูต – ข้อความข้างต้นที่ว่ามานี้ส่วนหนึ่งคือความจริง อีกส่วนเป็นภาพจำลองของกรุงเทพที่ซีรีส์ “ The Serpent ” นำเสนอ ความเห็นของนักดูหนังทั้งหลายที่ติดตามเรื่องนี้แตกออกไปสองฝ่ายอย่างเห็นได้ชัด บ้างว่าเนื้อเรื่องสนุกน่าติดตาม บ้างว่าเป็นการเล่าเรื่องกระโดดไปมาจนงง แต่สิ่งหนึ่งที่ทั้งสองฝ่ายมองตรงกันคือยกให้ The Serpent เป็นหนังฝรั่งที่สร้างภาพกรุงเทพย้อนยุคได้มีเสน่ห์และชวนมองได้ออกมาอย่างสมบูรณ์แบบที่สุด

“ The Serpent ” ย้อนรอยคดีดังยุค 70 และความต่างชั้นของตำรวจไทย!

เนื้อเรื่องคร่าวๆ The Serpent เป็นซีรีส์ 8 ตอน ว่าด้วยเรื่องของนายชาร์ล โสภราช บ้านเกิดอยู่ที่ไซง่อน ไปโตที่ฝรั่งเศส และได้กลายเป็นนักต้มตุ๋นมือฉมังรวมทั้งฆาตรกรต่อเนื่องที่แสนเหี้ยมโหดในอินเดีย เนปาล ปากีสถาน และไทย ในช่วงกลางทศวรรษ 1970 ซึ่งเป็นยุคของ Hippie Trail โสปราชในกรุงเทพเป็นแหล่งกบดานอยู่พักใหญ่ เช่าอพาร์ทเมนท์ที่ชื่อว่า บ้านคณิต เป็นที่พักอาศัย ( แถวซอยศาลาแดง ภายหลังถูกรื้อถอนสร้างเป็นคอนโดไปเสียแล้ว ) และหลอกลวงนักท่องเที่ยวทั้งแถบยุโรปและอเมริกาด้วยการมอมยา กักขัง และจบด้วยการฆ่าไปหลายต่อหลายศพอย่างโหดเหี้ยม

โสภราชถือได้ว่าเป็นฆาตกรต่อเนื่องผู้เคยดังมากไปทั่วโลกในช่วงทศวรรษที่ 1970 โดยเชื่อว่าเขาได้ทำการสังหารโหด Backpacker ทั่วทั้งเอเชียไปไม่ต่ำกว่า 12 คน และยังได้สมญานามที่ถูกสร้างด้วยชื่อเสียงที่โหดเหี้ยมนี้ว่า “ Bikini Killers ” อันเนื่องมาจากเหยื่อ 2 คนจากหลายคนที่ถูกฆ่าที่ไทย มีเพียงชุด Bikini ตัวจิ๋วเท่านั้นที่ยังปิดบังร่างกายไว้

 คนไทยอาจจะลืมชื่อเสียงของโสภราชไปแล้ว แต่ชาวต่างชาติคงลืมไม่ลง ยังคอยติดตามชีวิตที่ชั่วร้ายและ “ ชื่อเสีย ” ของตำรวจไทยในเรื่องของคดีที่เกี่ยวข้องกับโสภราชด้วย

ชื่อของโสภราชปรากฏเป็นข่าวดังในหน้าหนังสือพิมพ์ไทย เมื่อเกิดคดีฆาตกรรมคู่หนุ่มสาวชาวดัทช์คู่หนึ่งในกลางเดือนธันวาคม พ.ศ. 2518 มีการซ่อนเร้นศพโดยการเผาจนมอดไหม้ และยังพบอีกถึง 5 ศพของนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศที่มาเยือนไทยในช่วงไม่กี่เดือนก่อนหน้านั้น ตำรวจมุ่งเป้าไปถึงผู้ต้องสงสัยเพียงคนเดียวที่มีคือ ชาร์ล โสภราช ผู้อาศัยในตึกอพาร์ทเมนท์เดียวกันกับผู้ตาย 5 รายแรก

เขาถูกจับโดยฝีมือของตำรวจไทยแต่ไม่กี่ชั่วโมงก็ปล่อยตัวฆาตรกรต่อเนื่องชื่อกระฉ่อนรายนี้ จึงทำให้โสภราชเผ่นหนีไปเนปาล โสภราชเขียนบันทึกไว้อย่างขบขันถึงความไร้ประสิทธิภาพของตำรวจไทยในยุคนั้น และการให้เงินติดสินบนก้อนใหญ่พอที่จะสามารถซื้ออิสระภาพของตัวเองและทำการหลบหนีออกนอกประเทศโดยใช้พาสปอร์ตของเหยื่อที่ไม่สามารถหนีพ้นเงื้อมมือของฆาตกรผู้โหดเหี้ยมเช่นนี้ได้

เมื่อถึงกาฐมัณฑุ ประเทศเนปาล ด้วยสัญชาตญานของสัตว์ร้ายในตัวส่งผลให้โสภราชก่อเรื่องขึ้นอีก ด้วยกันแทงนักท่องเที่ยวชาวอเมริกันตาย และก่อนหน้านั้นเพียงหนึ่งวันก็ลงมือฆ่าแฟนชาวแคนาเดียนของเธออีกด้วย

เมื่อปลายเดือนธันวาคม พ.ศ. 2518 หลังจากนั้นเพียงไม่นานโสภาราชก็สร้างข่าวฮือฮากับการเป็น Serial Killer ( ฆาตรต่อเนื่อง ) ต่ออีกในอินเดีย ด้วยการแทงนักท่องเที่ยวชาวฝรั่งเศสและอิสราเอลหลายต่อหลายแผลจนตาย และยังมอมยานักท่องเที่ยวชาวฝรั่งเศษทั้งกรุ๊ปทัวร์จำนวน 22 คน เพื่อขโมยทรัพย์สินของมีค่า ในเดือนกรกฏาคม พ.ศ. 2519 เขาก็ถูกตำรวจอินเดียจับกุมตัวได้ ขึ้นศาล ถูกจำคุกคดีฆ่าและมอมยา 12 ปี ในเดือนมีนาคม 2529 ก่อนที่จะใช้ชีวิตอยู่ภายในห้องขัง เขาก็ทำการแหกคุกอินเดียได้สำเร็จ

แต่ต่อมาก็ถูกจับได้ที่อินเดียอีกครั้ง และถูกจำคุกอีก 10 ปี ซึ่งหนนี้ทำให้เขาสามารถหลุดจากการถูกส่งข้ามแดนมาขึ้นศาลคดีร้ายแรงฆ่า 7 ศพในประเทศไทย ซึ่งมีโทษสูงสุดคือประหารชีวิต หลังจากติดคุกอีกครั้งจนครบ 10 ปี เขาก็ออกมาเป็นอิสระอีกครั้งในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2540

“ The Serpent ” ย้อนรอยคดีดังยุค 70 และความต่างชั้นของตำรวจไทย!

กาลเวลาทำให้ผู้คนลืมคดีสะเทือนขวัญและความชั่วร้ายของเขาไปชั่วขณะ และที่สำคัญเลยก็คือ คดีฆาตกรรมในประเทศไทยซึ่งหมดอายุความไปแล้ว แต่ถึงอย่างไรก็ยังคงเหลือความยุติธรรมอยู่ เพราะอายุความของคดีในเนปาลเมื่อ พ.ศ. 2518 ยังไม่จบลง

ชาร์ล โสภราช เกิดในสลัมฮานอย ประเทศเวียดนาม ชีวิตที่เติบโตมาเรียกได้ว่าปากกัดตีนถีบทุกเวลา แต่ด้วยความที่เขาเป็นคนที่ทะเยอทะยาน มีความมุมานะ ( เอาเป็นว่าในแง่ไม่ดีแล้วกัน ) ช่วงหนึ่งของชีวิตได้คบค้าสมาคมกับฝรั่งจนตัวของเขาเองสามารถพูดได้ถึง 6 ภาษา ด้วยการมีบุคลิกที่ดี หล่อตาหล่อ พูดจาโน้มน้าวคนเก่ง ฉลาด และรู้จักการวางตัว เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญของเขาที่ทำให้เขาสามารถหลอกลวงคนทั่วไปได้อย่างมากมาย จนถลำลึกไปถึงการฆ่าเพื่อชิงทรัพย์

วิธีที่เขาใช้ประจำเลยก็คือใช้ยานอนหลับผสมใส่อาหารหรือเครื่องดื่มเพื่อเป็นการวางยาเหยื่อผู้เคราะห์ร้าย และหากเหยื่อขัดขืนหรือเกิดมีการต่อสู้กันขึ้นมา โสภราชก็จะจัดการฆ่าคนเหล่านั้นสถานเดียว

หลังจากที่เค้าพ้นโทษจากคดีฆ่าคนนับ 10 ราย แต่ยังมีคดีฆ่าอีก 7 ราย ในประเทศไทยที่กฎหมายปล่อยให้เขายังลอยหน้าลอยตาอยู่ในสังคม และแล้วความยุติธรรมก็เกิดขึ้นอีกครั้ง เพราะมีคนชื่อ เฮอร์แมน นิปเปนเบิร์ก ซึ่งรับหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่สถานฑูตของเนเธอร์แลนด์ประจำประเทศไทย เมื่อเกิดเหตุการณ์ฆ่าหนุ่มสาวนักท่องเที่ยวชาวดัทช์ในไทยเมื่อ พ.ศ. 2518 เขาซึ่งในขณะนั้นอายุ 32 ปี ถูกมอบหมายคำสั่งให้สืบสวนหาความจริงของคดีนี้

“ The Serpent ” ย้อนรอยคดีดังยุค 70 และความต่างชั้นของตำรวจไทย!
“ Herman Knippenberg ในวัย 76 ปี ”

เขาให้คำแนะนำและหลักฐานแก่ตำรวจอินเดีย ไทย เนปาล หลักฐานสำคัญหลายต่อหลายอย่างในคดีเนปาลของเขาประกอบไปด้วยรูปถ่าย คำให้การของพยานอย่างกว้างขวาง ใบตรวจคนเข้าเมือง สำเนาพาสปอร์ต และอื่นๆ ที่ยังสามารถใช้เอาผิดเขาได้แม้ว่าคดีจะผ่านไปแล้วกว่า 30 ปีก็ตาม ด้วยหลักฐานดังกล่าวที่เขาถือครองอยู่ ทำให้เขาหมกมุ่นในการนำตัวโสภราชมาลงโทษอย่างสาสม เขาผิดหวังในคดีจากฝ่ายไทยที่มีคนถูกฆ่าอย่างน้อยเท่าที่พอจะทราบได้ก็มากถึง 7 คนแล้ว

ถึงจะอย่างไรก็ตามโสภราชกลับไม่ถูกลงโทษเลยแม้แต่น้อย คดีนี้ทำชื่อเสียงด้านลบถาโถมใส่ตำรวจไทยจนเป็นที่รู้จักกันดีในระดับโลก หนังสือทั้ง 4 เล่มของโสภราชและสารคดีทีวีที่เผยแพร่ไปทั่วโลกกล่าวถึงวีรกรรมของตำรวจไทยยุค 70’s ถึงการช่วยคนผิดไม่ให้ได้รับโทษ เรียกได้ว่าคดีนี้เปรียบเสมือนน้ำจิ้มก่อนไปสู่คดีเพชรซาอุฯ ที่เป็นอีกคดีใหญ่ที่ทำให้ตำรวจไทยดังก้องโลกในเวลาต่อมาอีกครั้ง

เฮอร์แมน นิปเปนเบิร์ก บัณฑิตจากมหาวิทยาลัยฮาวาร์ด เกษียณอายุจากชีวิตนักการทูตในวันเดียวกับที่โสภราชถูกจับในคาสิโน เขาบอกว่าเขาไม่มีอะไรขุ่นข้องหมองใจเป็นส่วนตัวกับโสภราช เขาทำเพราะต้องการความยุติธรรมและเพื่อป้องกันเหยื่อรายใหม่ที่จะเกิดขึ้นมาอีก

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ Keywordsfun และ Foong-Trending

What's your reaction?

Excited
1
Happy
0
In Love
1
Not Sure
0
Silly
0

You may also like

Breaking News

ดุเดือด ยูเวนตุสเมื่อคืน 3-2 รอลุ้นไปเล่นยูฟ่า

ดุเดือด ยูเวนตุสเมื่อคืน 3-2 รอลุ้นไปเล่นยูฟ่า หลังจากที่เปิดศึกเอาชนะอินเตอร์มิลานไปได้ในคะแนน 3 ต่อ 2 ในศึกกัลโช่เซเรียอาอิตาลี
Breaking News

ณอร์ณ บูรณะหิรัญ กลับมาพร้อมหลักฐานปมเงินบริจาค

ณอร์ณ บูรณะหิรัญ กลับมาพร้อมหลักฐานปมเงินบริจาค วันนี้ได้เดินทางไปที่โรงพักที่สภ. ปากเกร็ด เพื่อชี้แจงเพิ่มเติม

Leave a reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Breaking News

ทหารทำอาหารขี่แจกฟรีที่พิษณุโลก

ทหารทำอาหารขี่แจกฟรีที่พิษณุโลก ในพื้นที่ชุมชนรอบค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่ได้รับผลกระทบจากโควิดที่หน้าวิทยาลัยสารพัดช่างพิษณุโลก
Breaking News

อิสราเอล-ปาเลสไตน์ การประทะเดือด ที่อาจจะก่อให้เกิดสงคราม!!

เป็นเวลากว่าหลายวันที่ การปะทะกันระหว่างกองกำลังทหารอิสราเอล(IDF) กับกลุ่มกองกำลังฮามาสในปาเลสไตน์ ยังไม่มีทีท่าว่าจะยุติ หรือ หยุดยิงแต่อย่างใด แต่กับมีแนวโน้มที่จะทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น หลังจากที่ฝ่ายฮามาสได้ประกาศแล้วว่า พวกเขาจะต้องทวงคืนเยรูซาเลมตะวันออก กลับคืนมาจากอิสราเอล