Breaking News

สเปนสั่งทหารคุมเข้ม หลังผู้อพยพทะลักเข้า “เซตวา” นับหมื่น!!

สเปนสั่งทหารคุมเข้ม หลังผู้อพยพทะลักเข้า “เซตวา” นับหมื่น!!

สเปนส่งทหารเข้าควบคุม เขตปกครองพิเศษตนเองในแอฟริกา เพื่อควบคุมกลุ่มผู้อพยพจำนวนมาก ที่ทะลักเข้ามา ยอดรวม 2 วันที่ผ่านมามากกว่า 8,000 คน หวั่นผลกระทบต่อประเทศจะเกิดขึ้นตามมา!!

เมื่อวันอังคารที่ 18 พ.ค. 2564 ที่ผ่านมา สำนักข่าว รอยเตอร์ ได้รายงานว่า รัฐบาลสเปนได้ส่งกองกำลังเข้าไปในเขตปกครองตนเองเชตวาที่แอฟริกาเหนือ ณ บริเวณช่องแคบยิบรอลตาร์ ติดกับประเทศโมร็อกโก เพื่อเข้าควบคุมกลุ่มผู้อพยพที่ทะลักเข้ามาทางทะเล ส่วนมากเป็นชาวโมร็อกโก รวม 2 วันสามารถเข้าจับกลุ่มไปได้แล้วมากกว่า 8,000 คน และทำการส่งกลับโมร็อกโกไปได้อีกหลายพัน

นายเฟร์นันโด กรานเด-มาร์ลาสกา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของสเปน ได้กล่าวว่า ได้จัดการส่งทหารเข้าไปยังพื้นที่เพิ่มไปแล้วกว่า 200 นาย พร้อมกับตำรวจเพิ่มอีกกว่า 200 นาย เพื่อรับมือกลุ่มผู้อพยพ ปัจจุบันมีทหารที่เข้าไปยังเขตเซตวาแล้วกว่า 1,500 นาย 

นายเฟร์นันโดยังกล่าวอีกว่า ผู้อพยพส่วนใหญ่ที่ทะลักเข้ามา ล้วนแล้วแต่เป็นพลเมืองชาวโมร็อกโกเสียส่วนใหญ่ ส่วนมากเป็นชายหนุ่ม และมีเยาวชนอยู่ในนั้นบ้างเป็นประปราย อีกทั้งส่วนใหญ่ที่จับกุมได้มักจะเป็นครอบครัวเดียวกัน โดยพวกเขาจะใช้การลอยคอ ว่ายน้ำข้ามมาทางทะเล หรือรวมถึงการนำวัสดุต่างๆมาสร้างเป็นแพ และส่วนมากจะนำเอาขวดพลาสติกหรืออะไรก็ตามที่สามารถลอยได้ นำมามัดรวมกันเพื่อช่วยในการพยุงตัวพวกเขา ในการข้ามทะเลต่อไป 

ผู้อพยพส่วนใหญ่เลือกมาทางทะเล เพราะทางบกมักจะถูกควบคุมอย่างแน่นหนา ทั้งทางทหารของสเปนและโมร็อกโก แต่ก็ยังไม่สามารถป้องกันกลุ่มผู้อพยพจำนวนมากทางทะเลเอาไว้ได้ ผู้อพยพต่างเริ่มเดินทางและพยายามหลบหนีเข้ามากันตั้งแต่ วันจันทร์ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 02.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ก่อนที่จำนวนจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงเวลากลางวัน และมีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 1 คน ขณะที่เจ้าหน้าที่ป้องกันชายฝั่ง ต่างทำงานกันอย่างหนักเพื่อเข้าช่วยเหลือเด็ก และผู้หญิงจำนวนมาก ที่ต่างลอยคอกันในทะเล จากปากคำบอกเล่าจากเจ้าหน้าที่ชายฝั่งนายหนึ่งได้บอกว่า เด็กๆจำนวนมาก พวกเขามีอายุตั้งแต่ 5-7 ปี ต่างลอยคอและร้องขอความช่วยเหลือตลอด ซึ่งทางเราต่างพยายามเป็นอย่างมากในการเข้าช่วยเหลือพวกเขา เพราะต้องคอยกันกลุ่มผู้อพยพที่พยายามจะขึ้นมาบนเรือ ภาพเหล่านั้น ช่างดูหน้าหดหู่เป็นอย่างมาก

ด้านนายกรัฐมนตรี เปโดร ซานเชซ ได้ยกเลิกการเดินทางไปร่วมประชุม และบินด่วนเพื่อมายังเขตปกครองตนเองเซตวา เพื่อดูแลและกำกับจัดการปัญหาผู้อพยพด้วยตนเอง พร้อมทั้งสั่งให้เจ้าหน้าที่ทุกนาย เพิ่มความระมัดระวังและจัดการผู้อพยพตามหลักวิธีสากล พร้อมทั้งผลักดันและส่งกลับผู้อพยพให้กลับไปยังโมร็อกโกตามเดิม ซึ่งในเวลานี้มีผู้อพยพถูกส่งตัวกลับไปแล้ว ทั้งสิ้น 2,700 คน ในจำนวนนี้ไม่มีผู้เยาว์อยู่ในกลุ่ม อีกทั้งเวลาต่อมาไม่นาน นายกรัฐมนตรี เปโดร ซานเชซ ก็ได้ต่อสายตรงโทรหาผู้นำโมร็อกโก พร้อมทั้งบอกกล่าวว่ารู้สึกผิดหวังที่รัฐบาลโมร็อกโกปล่อยปะละเลย ให้ผู้อพยพจำนวนมากออกจากโมร็อกโกและมุ่งหน้าเข้ามาที่สเปนแบบนี้ โดยที่ไม่ยอมทำอะไร ซึ่งการกระทำนี้ เพิ่มความตึงเครียดให้แก่ทั้งสองประเทศเป็นอย่างมาก 

แต่นักวิชาการและสื่อหลายสำนัก ต่างวิพากวิจารณ์ ถึงการกระทำของรัฐบาลโมร็อกโกว่า การกระทำโดยการปล่อยให้ผู้อพยพทะลักเข้าสู่เซตวานั้น เป็นผลมาจากที่รัฐบาลสเปนอนุญาติให้ผู้นำฝ่ายกบฏจากโมร็อกโกเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลในสเปน แต่ข้อสันนิษฐานนี้ทางด้านโมร็อกโกก็ไม่มีการยอมรับหรือปฎิเสธ แต่อย่างใด รวมทั้งทูตของโมร็อกโกในสเปนก็ได้กล่าวแต่เพียง จะพยายามเข้าห้ามผู้อพยพที่พยายามจะเข้ามายังสเปนให้ แต่ทั้งนี้ก็ไม่ได้มีการวางแผนหรือพยายามจะจัดการอย่างจริงจัง ซึ่งการกระทำนี้ก็ทำให้ สถานการณ์ทางการทูตของทั้งสองประเทศก็เริ่มดูทวีความรุนแรงขึ้นมาอีกครั้ง

เขตปกครองพิเศษเซตวา เป็นนครปกครองตนเองของสเปน มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 80,000 คน มีพื้นที่ราว 18.5 ตารางกิโลเมตร แผนที่มีลักษณะเป็นแหลมชี้ออกมาจากแผ่นดินของโมร็อกโก ตั้งอยู่ตรงข้ามกับแคว้นแอนดาลูเซีย ราชอาณาจักรสเปนมีช่องแคบยิบรอลตาร์คั่นกลางระหว่างแอฟริกาและทวีปยุโรป แต่การเข้าถึงเซตวาจึงคล้ายมายุโรป และอาจจะเป็นเหมือนกับใบเบิกทางเข้าสู่แผ่นดินยุโรปเพื่อชีวิตใหม่ที่ดี

การอพยพในครั้งนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เคยเกิดขึ้นในเขตเซตวา ย้อนไปในปี 2017 ก็เคยเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ที่มีผู้อพยพมากกว่าแสนคน ต่างพยายามหนีภัยสงครามและพยายามเข้ามายุโรป ส่วนมากเป็นผู้อพยพจากลิเบียและซีเรีย ส่วนหนึ่งต่างพยายามเข้าไปทั้งในตุรกี อิตาลี และบางส่วนเดินทางมาจากทางมอร็อกโก เพื่อข้ามฝั่งทางช่องแคบยิบรอลตาร์ เข้าสู่เซตวา ในจำนวนนี้มีบางส่วนที่เรือล่ม และได้รับการช่วยเหลือจากทางทีมกู้ภัยชายฝั่งของสเปน แต่ก็มีมากกว่า 120 คน ที่เสียชีวิตจากการจมน้ำ หนึ่งในผู้เสียชีวิตส่วนมากเป็นเด็กเล็กและคนแก่ 

ในเวลาต่อมาทางด้านองค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐานหรือไอโอเอ็ม ก็ได้เข้ามาจัดการ และเสนอให้นานาชาติในยุโรปให้การยอมรับ ช่วยเหลือผู้ลี้ภัย รับรองให้เขาได้อาศัยอยู่ในประเทศของตน อีกทั้งหางานและที่อยู่อาศัยตามหลักสิทธิมนุษย์ชน  ส่วนการอพยพที่เข้ามากันในครั้งนี้ของชาวโมร็อกโกนั่น แตกต่างจากผู้อพยพที่ลี้ภัยสงครามมา เพราะประเทศของพวกเขาไม่ได้มีสงครามแต่อย่างใด จึงขัดต่อหลักการรับรองเพื่อโยกย้ายของไอโอเอ็ม สถานการณ์ที่ยากลำบากนี้จึงตกมาเป็นของสเปน เพราะไม่สามารถที่จะให้กลุ่มผู้อพยพเข้ามาในประเทศได้ เพราะพวกเขาจะไม่สามารถไปที่ไหนต่อได้ในยุโรป และด้วยสถานการณ์ไวรัส covid-19 ก็ยิ่งทำให้หลายๆประเทศในยุโรปยังไม่ฟื้นตัวมาอย่างเต็มที่ ก็ยิ่งเป็นเหตุผลใหญ่ที่ไม่สามารถรับผู้อพยพเข้ามาได้เลยในเวลานี้ 

สาเหตุการอพยพในครั้งนี้

สืบเนื่องมาจากข่าวลือที่มีผู้ปล่อยมาในอินเตอร์เนต และจากคำบอกเล่าจากผู้ที่ได้อาศัยในยุโรปว่าพวกเขาเปิดโอกาสให้ผู้ลี้ภัยสามารถมาใช้ชีวิตอยู่ได้ รวมถึงสวัสดิ์การ โอกาสที่พวกเขาจะได้รับในยุโรปก็เป็นแรงจูงใจอย่างดี ในการที่พวกเขาจะย้ายเข้ามาในยุโรป ส่วนมากเพราะอยู่ในประเทศตนไม่สามารถมีงาน หรือ รายได้ที่พอต่อความต้องการ อีกทั้งผู้คนหรืออาจจะครอบครัวที่ย้ายไปก่อนหน้านี้ ต่างได้รับโอกาสและมีชีวิตที่ดีมากยิ่งขึ้น ก็ยิ่งกระตุ้นให้พวกเขาอยากที่จะย้ายไปอยู่ในทวีปยุโรปมากขึ้น เป้าหมายของพวกเขาไม่ใช่การพำนักหรืออยู่อาศัยที่สเปนอย่างเดียว ผู้อพยพจำนวนมากต่างปราถนาที่จะใช้สเปนเป็นใบเบิกทางเพื่อให้พวกเขาไปยังประเทศที่ตนต้องการ ส่วนใหญ่พวกเขาปรารถนาการไปใช้ชีวิตที่ สวีเดน นอร์เวย์ เดนมาร์ก เยอรมัน ฝรั่งเศส และ สวิตเซอร์แลนด์ เพราะประเทศที่กล่าวมามีกฎหมายรองรับ รวมถึงรัฐสวัสดิการ ให้แก่ผู้ลี้ภัยหรือก็คือผู้อพยพนั่นเอง รวมทั้งประเทศเหล่านี้ยังมีกฎหมายเกี่ยวกับเยาวชน ที่สิทธิขั้นพื้นฐานที่เยาวชนควรมี ในสิทธินี้รวมถึงเด็ก ผู้เยาว์ ผู้ลี้ภัยรวมอยู่ด้วย 

ในหลายครั้งกลุ่มผู้อพยพจึงพยายามที่จะให้บุตรหลานของตน ได้รับโอกาสในการลี้ภัยก่อนเป็นอันดับแรก เพราะเมื่อบุตรของพวกเขาได้รับเป็นพลเมืองเมื่อไหร่ พวกลูกของเขาก็สามารถใช้สิทธิของตนรับรองพ่อแม่ตนเป็นพลเมืองได้ ในเวลาต่อมาบ่อยครั้งจึงเกิดภาพที่พ่อหรือแม่ กลุ่มผู้ลี้ภัยพยายามโยนลูกน้อยของตนลงทะเล เพื่อหวังให้ยามฝั่งหรือทหารเห็นใจเข้ามาช่วยลูกของตน เพราะเมื่อพวกเขาช่วยเหลือแล้ว จะไม่สามารถส่งเด็ก หรือ เยาวชนกับสู่ประเทศต้นทางได้ทันที ตามกฎหมายแล้วพวกเขาต้องให้การเลี้ยงดูเด็กๆเหล่านี้ต่อไป 

การอพยพมีมาอย่างต่อเนื่องและนับวันกับทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น จนในเวลานี้หลายๆประเทศในยุโรปต่าง ออกกฎหมายควบคุมการอพยพ หนึ่งในนั้นมี เยอรมันและฝรั่งเศส รวมอยู่ด้วย เพราะท้้งสองประเทศเป็นประเทศที่มีผู้อพยพอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะเมืองปารีสของฝรั่งเศส ที่มีผู้อพยพอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก จนถึงขนาดที่คนท้องถิ่นต้องหนีออกไปอยู่ที่อื่นกันมากขึ้น เพราะต้องการหลบหนีปัญหาที่มาจากผู้อพยพเป็นคนก่อ 

ผู้อพยพที่เข้ามาอยู่ที่ขยันทำงาน และสามารถหาเลี้ยงตนเองได้ รวมทั้งเสียภาษีพวกเขาก็มีอยู่เยอะและเป็นกลุ่มที่ผู้คนให้ความยอมรับ ส่วนอีกกลุ่มที่ไม่ทำงานและไม่เสียภาษี รอรัฐสวัสดิการอย่างเดียว กลุ่มคนจำพวกนี้ในปารีสก็มีอยู่เยอะเป็นจำนวนมากเช่นกัน พวกเขาถือเป็นกลุ่มคนที่มักจะโดนแอนตี้และเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้กลุ่มผู้อพยพถูกมองไปในทางไม่ดี จึงไม่แปลกที่ฝรั่งเศสจะพยายามอย่างหนักเพื่อปรับเปลี่ยนและแก้กฎหมายเกี่ยวกับผู้อพยพ จนขณะนี้ทางฝรั่งเศสต้องทำการปิดพรมแดนที่ติดต่อ เพื่อป้องกันไม่ให้มีผู้อพยพเข้ามาเพิ่มอีก รวมถึงเยอรมันก็ด้วย และอีกหลายๆประเทศก็กำลังจะดำเนินการเช่นเดียวกัน ความซวยจึงต้องตกมาเป็นของสเปนและอิตาลีนั่นเอง  ที่พวกเขาต้องเป็นเสมือนกับด่านหน้าในการรับมือกลุ่มผู้อพยพมากมายที่ปราถนาการมีชีวิตใหม่ที่ดีขึ้น ที่ต่างหลั่งไหลกันเข้ามาเพิ่มมากขึ้น ในขณะนี่นั่นเอง.

ชีวิตคนเราไม่แปลกหรอกที่ต้องการปราถนาที่จะมีชีวิตการเป็นอยู่ที่ดี ถ้าสถานที่ที่เราอยู่ไม่สามารถมอบความสุขให้แก่เราได้ เราก็ต้องออกค้นหาสถานที่ที่จะทำให้เรามีความสุข แต่การที่เราจะเจอสถานที่แห่งนั้น เราก็ต้องปรับเปลี่ยนตนเองให้ดีด้วย เมื่อเราดีแล้วเราก็จะสามารถอยู่ในดินแดนแห่งใหม่ และทำให้ดินแดนนั้นดีน่าอยู่มากขึ้นกว่าเดิม เมื่อนั้นแล้วชีวิตถึงจะมีความสุขอย่างแท้จริง….

สเปนสั่งทหารคุมเข้ม หลังผู้อพยพทะลักเข้า “เซตวา” นับหมื่น!!

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ Keywordsfun และ Foong-Trending

What's your reaction?

Excited
0
Happy
0
In Love
0
Not Sure
0
Silly
0

You may also like

Metaverse โลกใหม่แห่งอนาคต
Breaking News

Metaverse โลกใหม่แห่งอนาคต

ด้วยกระแสข่าวจาก Facebook ที่มีแผนรีแบรนด์บริษัทด้วยการเปลี่ยนชื่อใหม่ในสัปดาห์หน้า โดยมุ่งเน้นไปในเรื่อง “เมตาเวิร์ส(Metaverse)” หรือโลกดิจิทัล ที่ผู้คนสามารถโต้ตอบและใช้พื้นที่เสมือนจริงร่วมกันได้
Breaking News

ญี่ปุ่นเตือน! ประเทศแถบอาเซียนให้ระวังการก่อการร้าย! ดัน #การก่อการร้ายแบบพลีชีพ ติดเทรนทวิตเตอร์ในไทยวันนี้!!

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 กันยายน ที่ผ่านมา ทางด้านสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ได้ทำการส่งอีเมลแจ้งเตือนให้พลเมืองของตัวเอง ที่พำนักอยู่ในประเทศไทย ให้ระมัดระวังการก่อการร้าย ด้วยวิธีระเบิดพลีชีพ
Story

ครบรอบ 20 ปี เหตุการณ์ 9/11 กับโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ที่โลกต้องจดจำ

วันนี้ในอดีต ได้เกิดเหตุการณ์โศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ ที่กลุ่มผู้ก่อการร้ายอัลเคดาได้ทำการจี้เครื่องบินพาณิชย์ เพื่อพุ่งเข้าชนตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ในใจกลางมหานครนิวยอร์ก เหตุการณ์ครั้งนั้นมีผู้เสียชีวิตมากถึง 3,000 ราย

Leave a reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Breaking News

ทั่วโลกเฝ้าจับตา ไวรัสโควิดสายพันธุ์ใหม่ “มิว(B.1.621)” หวั่นระบาดหนักแทนที่สายพันธุ์เดลตา

โควิดสายพันธุ์มิวเกิดการกลายพันธุ์ในจุดตำแหน่งที่เคยอยู่ในเบต้า แกรมมา อาทิ E484K ซึ่งสามารถหลบภูมิคุ้มกัน หรือดื้อวัคซีนได้ โดยมีทั้งส่วน N501Y
ใจชื้น เจ้าหน้าที่พบ “น้องจีน่า” แล้ว
Breaking News

ใจชื้น เจ้าหน้าที่พบ “น้องจีน่า” แล้ว

จากเหตุการณ์การหายตัวไปของ น้องจีน่า วัย 1 ขวบ 11 เดือน ตั้งแต่ช่วงค่ำของวันที่ 5 ก.ย.ที่ผ่านมา ในหมู่บ้านห้วยฝักดาบ ม.19 ต.อินทขิล อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ...
Breaking News

หุ่นเชิดเด็กหญิง Little Amal กับการเดินทางไกล 8,000 กม. เพื่อตามหาแม่ของเธอ ตัวแทนของกลุ่มเด็กและเยาวชนผู้ลี้ภัยทั่วโลก

หุ่นเชิดเด็กหญิง Little Amal  คือหุ่นเชิดขนาดใหญ่ที่ถูกสร้างด้วยวัสดุที่แข็งแรงทนทานจากธรรมชาติ มีความสูงกว่า 3.5 เมตร และมีรูปร่างเหมือนเด็กผู้หญิง โดยเธอจะต้องออกเดินทางกว่า 8000 กม.