Anime

มหาศึกคนชนเทพ เบลเซบับ (Record of Ragnarok)

มหาศึกคนชนเทพ เบลเซบับ (Beelzebub)

เบลเซบับ หรือ เบเอลเซบูล เป็นหนึ่งในตัวแทนฝั่งเทพที่เข้าร่วมศึกในการต่อสู้ครั้งนี้ บิลซีบับเป็นชื่อของราชาแมลงวัน ปีศาจที่ถูกกล่าวถึงในพระคัมภีไบเบิ้ล ว่าเป็นปีศาจที่เป็นตัวแทนแห่งความตะกละเป็นบาปที่ห้า แห่งเจ็ดบาป ที่มีความสามารถและความแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก จนถูกขนานนามว่าเป็นหนึ่งในสี่ปีศาจที่แข็งแกร่งที่สุดของขุมนรก นอกจากนี้ในบางครั้งเขายังถูกกล่าวถึงว่าเป็นปีศาจที่นำพาโรคระบาดมาสู่มนุษย์ได้เช่นกัน และในศึกครั้งนี้ เทพซูสก็ได้เลือกให้เบลซีบับเข้าร่วมในศึกครั้งนี้ด้วย แน่นอนเบลซีบับไม่มีวันปฎิเสธ เพราะความสุขที่สุดของเขาก็คือเห็นเหล่ามนุษย์ทรมาณและในศึกนี้เองก็เช่นกัน เขาพร้อมที่จะมอบความทุกข์ทรมาณ นี้ให้แก่เหล่ามนุษย์แล้ว…

ประวัติตามตำนาน พระคัมภีร์ไบเบิล (ศาสนาคริสต์)

เบลเซบับ หรือ เบเอลเซบูล ถูกกล่าวถึงในพระคัมภีร์ ว่าเป็นหนึ่งในตัวแทนของ 7 บาป โดยที่เบเซบับถูกจัดให้เป็นบาปที่ 5 ซึ่งเป็นตัวแทนแห่งความตะกละ ความอยากกินแต่ของดีๆ กินอย่างไม่บันยะบันยัง และไม่มีความเพื่อแผ่ให้แก่ผู้อื่น เปรียบเสมือนความอยากกินที่ไม่มีจุดสิ้นสุด นอกจากนี้ เบลเซบับยังมีอีกนามหนึ่งว่า เป็นเจ้าแห่งแมลงวัน ผู้ที่นำพาโรคระบาดมาสู่มนุษย์ 

เบลเซบับถูกกล่าวถึงเป็นครั้งแรก จากประวัติของชาวซีเรียน ได้กล่าวว่า เบลเซบับเมื่อกาลก่อน เป็นเทพของชาวซีเรียน ถูกขนานนามว่าเป็นราชาองค์ที่ 2 ของหนึ่งในสามเทพเจ้าแห่งเอควอน แห่งฟิลิสเทีย มีหน้าที่คอยมอบความสุขและสอนให้มนุษย์รู้จักใช้สิ่งของกับรับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์ เปรียบเสมือนเทพที่คอยมอบความสุขให้แก่มนุษย์ แต่เมื่อเวลาผ่านไป ไม่ทราบว่าเพราะเหตุใด เบลเซบับที่เป็นเทพสูงสุดของชาวซีเรียนได้เปลี่ยนแปลงไป จากเดิมที่เคยเป็น ตามคำกล่าวจากปากคำทำนายของนักบวชรูปหนึ่ง ในราชวงศ์ของกษัตริย์อหัสยา(Ahaziah) ที่กล่าวว่า “เมื่อใดที่ Ank (เบลเซบับ) มาเยือน เมืองนี้จะเกิดโรคร้ายระบาดไปทั่ว ผู้คนจะล้มตายนับสิบ และซากศพจะกองสูงเหนือหลังคาบ้าน” เมื่อคำทำนายสิ้นสุดลง เพียงเวลาไม่นานทั้งเมืองก็เกิดโรคระบาดร้ายแรงขึ้นมา ผู้คนต่างล้มตายเป็นจำนวนมาก นับแต่นั้นมาชื่อของเบลเซบับ ก็กลายเป็นตัวแทนแห่งปีศาจร้ายผู้ซึ่งนำพาโรคระบาดมาสู่มนุษย์ 

นอกจากนี้เบลเซบับยังถูกกล่าวถึงในพระคัมภีร์พันธสัญญาใหม่ที่กล่าวถึงในพระธรรมมัทธิว 12:24 ถึงข้อที่ 28 เป็นเหตุการณ์ที่พระเยซูได้ทรงรักษาชายตาบอดและเป็นใบ้หูหนวก ให้หายสนิทด้วยเพียงคำพูดเท่านั้น จึงทำให้ผู้คนจำนวนมากที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างกล่าวหาว่าท่านใช้พลังของเบลเซบับ เป็นเสมือนตัวแทนของปีศาจร้าย เหตุการณ์นั้นมีใจความว่า “๒๔แต่พวกฟาริสีเมื่อได้ยินดังนั้นก็พูดว่า ผู้นี้ขับผีออกนั้นก็เพราะได้ใช้อำนาจเบเอลเซบูลผู้เป็นนายผีนั้น ๒๕ฝ่ายพระเยซูทราบความคิดของเขา จึงตรัสกับเขาว่า ราชอาณาจักรใดๆซึ่งแตกแยกกันแล้วก็คงพินาศ เมืองใดๆ ครัวเรือนใดๆ ซึ่งแตกแยกกันแล้ว จะตั้งอยู่ไม่ได้ ๒๖และถ้าซาตานขับซาตานออกมันก็แตกแยกกันในตัวมันเอง แล้วอาณาจักรของมันจะตั้งอยู่อย่างไรได้ ๒๗และถ้าเราขับผีออกโดยเบเอลเซบูล พวกพ้องของท่านทั้งหลายขับมันออกโดยอำนาจของใครเล่า เหตุฉะนั้นพวกพ้องของท่านเองจะเป็นผู้ตัดสินใจกล่าวโทษพวกท่าน ๒๘แต้ถ้าเราขับผีออกด้วยพระวิญญาณของพระเจ้า แผ่นดินของพระเจ้าก็จะมาถึงท่านแล้ว “

ส่วนในพระคัมภีร์มาระโก 3:22 ถึงข้อที่ 32 ได้กล่าวไว้ว่า “ได้มีพวกธรรมจารย์จากกรุงเยรูซาเล็มได้กล่าวว่าพระองค์ว่ามีพลังของเบเอลเซบูลเช่นกัน พระองค์จึงตรัสเป็นความโดยย่อได้ว่า “ซาตานจะขับซาตานให้ออกได้อย่างไร ถ้าอาณาจักรใดแตกแยกก็อยู่ไม่ได้ หากต่อสู้กันเองก็จะไม่มีอะไรเหลือ ผู้ใดกล่าวหมิ่นประมาทพระวิญญาณอันบริสุทธิ์จะไม่ได้รับอภัยโทษจะได้รับแต่ความพินาศย่อยยับ” และกล่าวแก่พระสาวกว่า ผู้ที่นับถือพระองค์ที่รออยู่ข้างนอกนั้น ก็คือมารดาและพี่น้องของพระองค์ เพราะพวกเขาเหล่านั้นเคารพในตัวพระเจ้า”

เป็นคำกล่าวที่พระเยซู ได้กล่าวไว้แก่ผู้คนที่เข้าใจผิด ให้ได้รับรู้ถึงเรื่องราว รวมถึงความเชื่อ ตามตำนานยังกล่าวอีกว่า เบลเซบับ ราชาแมลงวัน หรือ เจ้าชายแห่งปีศาจตนนี้ แท้จริงแล้วเดิมที เคยเป็นเทวดาอยู่บนสรวงสวรรค์ เป็นบุตรที่พระเจ้าทรงรักไม่แตกต่างไปกว่าเทวดาระดับสูงตนอื่น ถึงกับขนานนามได้ว่าเบลเซบับมีพลังอำนาจเทียบชั้นได้กับ อัครเทวทูต 

ได้รับมอบหายหน้าที่อันสำคัญ ในการดูแลมนุษย์ทุกคนบนโลกให้รู้จักการเลือกใช้ของที่เป็นประโยชน์ รวมถึงการรับประทานแต่ของดีๆ ด้วยหน้าที่อันสำคัญนี่เอง ที่ทำให้บ่อยครั้งเบลเซบับมักจะมีความใกล้ชิดและสนิทสนมกับมนุษย์ได้มากกว่าเทพองค์อื่น 

จนกระทั่งได้เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงหนึ่งขึ้นบนสวรรค์ เป็นการต่อต้านพระเจ้าของเทวทูตองค์หนึ่งที่มีนามว่า “ลูซิเฟอร์” สาเหตุมาจากการที่ลูซิเฟอร์ไม่ยอมทำตามหน้าที่ในการช่วยเหลือและดูแลมนุษย์ โดยที่พระเจ้าสั่งให้เทวทูตทุกตน จงรักมนุษย์ให้เหมือนกับรักพระองค์และช่วยหลือพวกเขา เท่าที่ช่วยหลือพระองค์ ซึ่งการกล่าวนี่เอง ที่ทำให้ลูซิเฟอร์รู้สึกไม่ชอบใจ เพราะเขาถือว่า ตัวเองเกิดมาจากไฟที่พระองค์เป็นผู้สร้าง เหตุใดจะให้เขาไปคอยช่วยเหลือมนุษย์ที่มาจากดินหล่ะ 

การกระทำนี้ทำให้พระเจ้าทรงพิโรธเป็นอย่างมาก พระองค์จึงสั่งให้ลูซิเฟอร์คุกเข่าขอโทษ ยอมสำนึกผิดในสิ่งที่ตนก่อ และให้คำมั่นสัญญาที่จะรักมนุษย์ดั่งเช่นที่รักพระองค์ต่อไป แต่ลูซิเฟอร์กับปฎิเสธ เขาได้ทำการหลบหนีออกมา ในการหลบหนีลูซิเฟอร์ไม่ได้จากไปแค่ตนเดียว แต่เขากับได้เชื้อเชิญเหล่าเทพจำนวนหนึ่ง ที่รักและศรัทธาในตัวของเขา ติดตามมาด้วย 

การกระทำนี่ของลูซิเฟอร์ ทำให้บรรดาเทพองค์ต่างๆ ที่อยู่บนสวรรค์ต่างรู้สึกไม่พอใจ และโมโหเป็นอย่างมาก ที่ลูซิเฟอร์กล้าที่จะต่อต้านพระเจ้าที่เปรียบเสมือนบิดาผู้ให้กำเนิดของพวกตน ไม่นานกลุ่มเทวดาองค์ต่างๆก็ได้รวมตัวกัน เพื่อที่จะตามจับกุมลูซิเฟอร์และพรรคพวก กลับมารับโทษทัณที่ตนก่อนี่ 

ในขณะทางด้านลูซิเฟอร์ที่หลบหนีเขาได้ใช้โอกาสที่พวกเทพองค์อื่นกำลังหาลือเรื่องของเขา จนพลาดท่าไม่ทันระวัง ทำให้ลูซิเฟอร์ได้แอบเข้าไปยังนรกและได้ปลดปล่อยเหล่าปีศาจที่ถูกจองจำออกมาเพื่อใช้เป็นกำลังพลให้แก่ตน 

เมื่อทุกอย่างถูกเตรียมการพร้อมแล้ว ลูซิเฟอร์ก็ได้ประกาศสงครามกับสวรรค์ การต่อสู้เป็นไปอย่างดุเดือด กลุ่มเทวดานำโดยเทพเมตราทอน อูเรียล และ ไมเคิลน์ ได้นำกำลังเข้าห่ำหั่นกับลูซิเฟอร์ แน่นอน เบลเซบับในเวลานั้นก็ได้เข้าร่วมในศึกครั้งนี่ด้วย ในระหว่างการต่อสู้ของเทวดาและปีศาจกำลังดำเนินไปอยางดุเดือด เบลเซบับก็ได้บังเอิญมาพบเจอกับลูซิเฟอร์เข้า 

เมื่อทั้งคู่ได้พบเจอกัน ตามหลักแล้วพวกเขาก็น่าจะเข้าไปต่อสู้กันอย่างดุเดือด แต่เปล่าเลยพวกเขาไม่ได้ต่อสู้กัน เพราะลูซิเฟอร์สัมผัสได้ว่าแท้จริงแล้ว เบลเซบับนั่นมีสิ่งต่างๆ ที่คล้ายกับตน เขามีความกระหายและความอยากมากเกินกว่าที่เทพพึงมี อีกทั้งยังรู้สึกได้ว่าเบลเซบับรู้สึกสับสนถึงหน้าที่ ว่าทำไมตนต้องมาคอยดูแลมนุษย์ต่อไปด้วย ทั้งที่มนุษย์เองนั่นมีคุณค่าพอให้ดูแลจิงหรือ เมื่อเห็นเป็นเช่นนั้น ลูซิเฟอร์จึงชักชวนให้เบลเซบับลงมาจากสวรรค์และมาอยู่ใต้อาณัติของตน พร้อมทั้งพิสูจน์ให้เห็นว่า แท้จริงแล้วมนุษย์เป็นสิ่งที่ผิด พวกเขาไม่มีคุณค่าพอให้เหล่าเทพต้องมาคอยดูแล รวมถึงมอบความรักให้ด้วยซ้ำ คำพูดนี้เองทำให้เบลเซบับรู้สึกคล้อยตาม เขาเริ่มที่จะเห็นด้วยกับความคิดนี้ของลูซิเฟอร์

สงครามระหว่างเทพและปีศาจก็ยังดำเนินไปอย่างต่อเนื่องคืนแล้วคืนเล่า จนขณะนี้ผลของสงครามนอกจากนำมาซึ่งความสูญเสีย ทั้งเทพและปีศาจเองแล้ว ยังรวมถึงมนุษย์ทุกคนที่อยู่บนโลกก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน เมื่อเห็นเป็นเช่นนั้น ด้วยการที่โลกได้ถูกทำลาย เสียหายอย่างหนักจากสองครามครั้งนี้ พระเจ้าจึงจำเป็นต้องเข้ามาช่วยก่อนที่โลกจะถูกทำลาย พระองค์ได้ใช้พลังของตน แบ่งโลกออกเป็น 3 ส่วน โดยที่เทพจะได้อยู่สวนหนึ่งที่สูงขึ้นไปบนฟ้า ซึ่งคือ สวรรค์ ปีศาจก็จะอาศัยอีกส่วนที่อยู่ใต้โลกนั่นคือนรก และมนุษย์จะอาศัยอยู่ตรงกลางของสองสิ่งนี้ การกระทำนี่ ทำให้สงครามระหว่างเทพและปีศาจยุติลง เพราะพวกเขาได้ถูกจับแยกอยู่กันคนละฟาก โดยมีโลกส่วนมนุษย์อยู่กึ่งกลางเป็นตัวกั้นไม่ให้ทั้งสองมาพบกัน เมื่อเป็นเช่นนั้น ถ้าพวกเขาปราถนาที่จะทำลายซึ่งกันและกัน พวกเขาจึงจำเป็นที่จะต้องใช้มนุษย์ที่อยู่ตรงกลางของทั้งสองเป็นเครื่องมือเพื่อช่วยในการทำลายอีกฝ่าย การล่อลวงและการหาสาวกจึงเริ่มต้นขึ้น นับแต่นั้น

ถึงแม้ว่าเบลเซบับ จะลงมาจากสวรรค์ตามคำเชิญชวนของลูซิเฟอร์ แต่เขากับไม่เคยคิดที่จะเป็นเบี้ยล่างของใคร ด้วยพลังอำนาจที่เลเซบับมีอยู่ ทำให้ไม่นานเบลเซบับก็ได้ปกครองนรกไปส่วนหนึ่ง และมีพลังอำนาจเทียบเคียงกับลูซิฟอร์เจ้าแห่งนรก จึงเปรียบได้กับว่าเบลเซบับในเวลานี้ คือ เจ้าชายแห่งนรกอีกองค์หนึ่ง 

ด้วยการที่เบลเซบับได้ทำหน้าที่ช่วยเหลืออยู่กับมนุษย์มาเป็นเวลานาน จึงทำให้เขามีความเข้าอก เข้าใจในตัวมนุษย์มากกว่าที่ปีศาจ หรือ เทพองค์ใดจะมี เบลเซบับจึงมีสาวกที่นับถือตนในเวลานั้นอยู่เป็นจำนวนมาก เมื่อถูกอัญเชิญด้วยเหล่าสาวก เบลเซบับจะปรากฎตัวมาในรูปร่าง เป็นแมลงวันตัวใหญ่และมีแมลงวันจำนวนมากเป็นฝูงใหญ่บินอยู่รอบตัว เมื่อบินไปที่ไหน หรือ เมืองใด เมืองเหล่านั้นก็จะเกิดโรคระบาดและมีผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมาก  แต่ในความเป็นจริง แมลงวันก็เป็นพาหะนำโรคร้ายต่างๆ อยู่แล้ว เช่น อหิวาตกโรค โรคบิด ไข้รากสาด เป็นต้น การเป็นพาหะนำโรคของแมลงวันจึงทำให้เกิดตำนานความเชื่อของเบลเซบับมากขึ้น แต่ในบางกรณี เบลเซบับอาจจะมาในรูปแบบของวัวยักษ์ หรือแพะตัวผู้ที่มีหางยาว และเมื่อโกรธก็จะพ่นไฟออกมาทางปาก

ในพระคัมภีร์Gospel of Nicodemus ยังได้กล่าวถึงการเยือนนรกของพระเยซูเป็นเวลา 3 วันว่า พระองค์ได้ทรงมอบอำนาจปกครองนรกให้แก่เบลเซบับและให้มีอำนาจเหนือซาตาน(ลูซิเฟอร์) (เป็นการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการโดยพระคริสต์) เพื่อแลกกับการยอมรับในตัวพระองค์ เนื่องจากซาตาน(ลูซิเฟอร์)นั้นเป็นผู้ต่อต้านพระเจ้า ไม่ยอมรับในตัวพระองค์ผู้เป็นพระบุตรแน่นอน และท่านยังมอบหมายให้พาตัวอดัมและนักบุญคนอื่นๆ ที่ถูกกักขังอยู่ในนรกกลับสวรรค์ด้วย (จึงมีผู้กล่าวว่าเบเซบับยอมรับใช้พระเจ้าเพื่อขอให้พระองค์ผ่อนโทษเหมือนกับแอสโมเดียส แต่เบลเซบับเป็นปีศาจที่มีความเอาแต่ใจตน คำพูดหรือคำสัญญาจะเชื่อได้หรือไม่ ก็ไม่สามารถจะคาดเดาได้เลยจากปีศาจตนนี้)

นอกจากนี้ตามความเชื่อของชาวเพเก้น เชื่อกันว่าผู้ยิ่งใหญ่หรือจ้าวแห่งนรกมีอยู่ด้วยกัน 3 ตน คือ ลูซิเฟอร์ เบลเซบับ และแอสทารอส เชื่อกันว่าทั้งสามตนต้องการปกครองผืนโลกาปฐพีทั้งใบ โดยลูซิเฟอร์จะปกครองดินแดนทางเหนือและตะวันออก (หรือยูเรเซีย) เพราะเต็มไปด้วยมนุษย์ที่หยิ่งยโสเหมือนมัน เบลเซบับจะปกครองดินแดนทางใต้ (แอฟริกากับแอนตาร์กติกา) เพราะว่าเหมาะแก่การฟักตัวของโรคร้าย และแอสทารอสจะปกครองดินแดนทางตะวันตก (อเมริกาเหนือและใต้) เพราะเต็มไปด้วยมนุษย์ที่บ้าอำนาจเหมือนมัน ซึ่งแตกต่างจากซาตานที่ต้องการปกครองสวรรค์และตั้งตนเป็นพระเจ้า

คำว่า “เบลเซบับ” นอกจากเป็น “จ้าวแห่งแมลงวัน” แล้ว ยังมีอีกชื่อหนึ่ง ก็คือเป็น “จอมทำลายล้าง”

ปัจจุบัน ตำนานเกี่ยวกับปีศาจร้าย หรือ เทวดา ที่มีนามว่าเบลเซบับ ก็ยังมีการกล่าวถึงอยู่เรื่อยมา ทั้งในพระคัมภีร์เอง หรือ ผลงานศิลปะของศิลปินต่างๆ ก็ได้วาดรูปและบรรยายเกี่ยวกับรูปร่างหน้าตาของเบลเซบับไว้ต่างๆ นาๆ มีทั้งรูปที่หล่อเหลาราวเทพบุตร รวมถึงรูปภาพที่เหมือนกับปีศาจหน้าเกลียดน่ากลัว ก็ล้วนแต่ช่วยเสริมสร้างและกล่าวถึงตำนานเรื่องนี้ให้เป็นที่น่าสนใจ รวมทั้งสื่อต่างๆ ทั้งภาพยนต์ อนิเมะ เกมส์ ก็มักมีการหยิบยกตำนานหรือนำชื่อมาใช้เพื่อเรียกความสนใจจากผู้คนได้เป็นอย่างดี ถึงแม้จะถูกกล่าวถึงในด้านที่ไม่ดี แต่ก็ยังมีผู้คนบางส่วน หรือ ลัทธิบางอย่าง ก็ยังยกย่องให้ความนับถือเบลเซบับเป็นเหมือนกับเทพองค์หนึ่งเลยก็มี เพราะผู้คนจำนวนหนึ่งมีความเชื่อว่า เบลเซบับนอกจากเป็นปีศาจแห่งโรคระบาดแล้ว ก็ยังถูกนับถือว่าเป็นเทพแห่งการรักษา ที่จะคอยรักษาผู้คนที่เป็นโรคประหลาดที่ไม่สามารถรักษาให้หายเป็นปกติได้ จากข่าวลือและคำบอกเล่าจากสาวกที่นับถือ ก็ยิ่งเพิ่มชื่อเสียงให้กับตำนานของเบลเซบับมากขึ้น ว่าแท้จริงแล้ว เบลเซบับคือปีศาจที่คอยทำร้ายผู้คน หรือ เทวดาที่คอยรักษาผู้คน กันแน่…

ในส่วนอนิเมะ เรื่องมหาศึกคนชนเทพ

-ภาพจำลองอนิเมะ-

ในส่วนของอนิเมะมหาศึกคนชนเทพ ก็ได้หยิบยกนำเอาตำนานของเทพหรือปีศาจนามว่า เบลเซบับ นำมาใช้ในการดำเนินในเรื่องนี่ด้วย โดยที่เบลเซบับจะถูกกล่าวถึง ว่าเป็นหนึ่งในตัวแทนของทางฝั่งเทพ ที่จะต้องลงสู้ในศึกครั้งนี้ ยังไม่ปรากฎตัว ว่ามีรูปร่าหน้าตาเป็นแบบใด จะมีเพียงแค่ชื่อ ที่เทพซูสได้เสนอชื่อเอาไว้ใน 13 รายชื่อตัวแทนฝั่งเทพ แต่จากประวัติ รวมถึงพลัง ที่กล่าวว่าเบลเซบับนอกจากจะเปรียบเป็นราชาแห่งโรคระบาดแล้ว เขายังคือหนึ่งในเทวดาที่มีพลังเทียบเท่ากับอัครเทวทูตแห่งสวรรค์ ก็น่าจะกล่าวได้ว่าพลังที่เบลเซบับมี จะต้องพิเศษและแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก นอกจากพลังปีศาจที่ตนเองมีแล้ว ในตัวของเบลเซบับเองยังมีพลังแห่งเทพไหลเวียนอยู่ซึ่งไม่สามารถปฎิเสธได้ว่า เบลเซบับนั่น พิเศษกว่าปีศาจ หรือ เทพองค์ไหนๆ บนสวรรค์แห่งนี่ 

จนขนาดที่เทพซูสยังให้การยอมรับ และได้เชื้อเชิญให้เบลเซบับลงมาสู้ในศึกครั้งนี่ด้วย เพราะเทพซูสค่อนข้างมั่นใจว่า เบลเซบับ ราชาแห่งแมลงวัน หรือ เจ้าชายแห่งปีศาจ จะต้องนำชัยชนะมาสู่เหล่าทวยเทพได้อย่างแน่นอน และสำหรับเบลเซบับคงไม่มีครั้งไหน ที่จะทำให้ตัวเขาเองรู้สึกสนุกมากเท่ากับครั้งนี้อีกแล้ว แค่คิดว่าตนเองสามารถทำอะไรกับมนุษย์ก็ได้ตามแต่ใจนึกก็ทำให้เขาได้สัมผัสกับความสุขที่ห่างหายไปนานแสนนานแล้วนั่นเอง……

(ข้อมูลข้างต้นรวมถึงพลังของ เบลเซบับ อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงจากที่กล่าวมาก็ได้ เพราะข้อมูลพลังของเขายังไม่เปิดเผย รวมถึงคู่ต่อสู้ของเขาก็ด้วย แต่ดูจากลักษณะและประวัติความเป็นมา ที่กล่าวว่าเบลเซบับคือราชาแมลงวัน ผู้นำพาโรคระบาดมาสู่ผู้คน และยังเคยเป็นเทพมาก่อน ด้วยพลังที่เบลเซบับมีนี่ จะต้องเป็นพลังผสมกันระหว่างปีศาจและเทพอย่างแน่นอน ซึ่งความพิเศษนี่เอง น่าจะเป็นพลังที่มอบความแข็งแกร่งให้แก่เขา ผู้เขียนจึงขอคาดการณ์ว่า คู่ต่อสู้ที่เบลเซบับจะต้องต่อสู้ด้วยน่าจะเป็น เกรกอรี่ รัสปูติน บาทหลวงและหมอเทวดา แห่งราชวงศ์โรมานอฟ(รัสเซีย) ผู้ซึ่งไม่ว่าโรคอะไร เขาก็สามารถรักษาให้หายขาดได้ การต่อสู้ของทั้งคู่จะต้องดุเดือดเป็นอย่างแน่ เพราะหนึ่งเปรียบเสมือนตัวแทนแห่งโรคระบาด กับ อีกหนึ่งที่เป็นตัวแทนของผู้ที่เปรียบด้วยเมตตาและเป็นคุณหมอที่คอยรักษาโรค การต่อสู้ของทั้งคู่จะต้องมันส์และสนุกอย่างแน่นอน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น คู่ต่อสู้เกิดจากการคาดคะเนของผู้เขียนเอง โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านด้วยนะครับ และถ้าผิดพลาดไปประการใดต้องขออภัยมา ณ ที่นี่ด้วย ขอบคุณครับ..)

มหาศึกคนชนเทพ เบลเซบับ (Record of Ragnarok)

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ Keywordsfun และ Foong-Trending

What's your reaction?

Excited
0
Happy
0
In Love
0
Not Sure
0
Silly
0

You may also like

Anime

Arifureta Shokugyou de Sekai Saikyou (อาชีพกระจอกแล้วทำไมยังไงข้าก็เทพ)

Hajime และเพื่อนๆ ภายในห้องได้ถูกอัญเชิญมายังต่างโลกเพื่อเป็นผู้กล้า ในต่างโลกนี้เองทุกคนต่างได้รับพลังและเวทมนต์ที่ทรงพลัง ซึ่งต่างจาก Hajime ที่เขาได้รับพลังในการสร้างวัตถุสิ่งของและเป็นพลังขั้นพื้นฐานของช่างตีดาบทั่วไป สิ่งนี้เองที่ทำให้ตัวเขามักถูกเพื่อนร่วมชั้นเรียนเรียกว่า “อาชีพกระจอก” 
Anime

Kaijin Kaihatsubu no Kuroitsu-san

เรื่องราวของ Kuroitsu Touka ศาสตราจารย์ทางด้านพันธุศาสตร์ เชี่ยวชาญทางด้านการดัดแปลงและปลูกถ่ายอวัยวะ โดยเฉพาะการดัดแปลงมนุษย์กลายพันธ์ เพื่อใช้ในการต่อสู้กับเหล่าซุปเปอร์ฮีโร่ ภายใต้องกรณ์ Agastia ซึ่งเป้าหมายขององกรณ์ก็คือการยึดครองโลก 
Anime

Hakozume: Koban Joshi no Gyakushuu (ฮาโกะซึเมะ สู้ตายตำรวจสาวป้อมยาม)

เรื่องราวเริ่มขึ้นหลังจากตำรวจน้องใหม่ Kawai Mai ได้รับเลือกให้มาปฎิบัติหน้าที่ที่สถานีตำรวจมาชิยามะ ท่ามกลางแรงกดดันทั้งจากผู้คนรอบข้างเองและเพื่อนตำรวจผู้ชายภายในกรม แถมด้วยหน้าที่การงานที่เหนื่อยแสนสาหัส

Leave a reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

More in:Anime

Anime

Saiyuki Reload: Zeroin (สี่แสบฝ่าแดนทมิฬ)

“ชมพูทวีป” ดินแดนที่แสนสวยงามที่ซึ่งทุกชีวิตต่างอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์เองหรือแม้แต่พวกภูตก็ตาม พวกเขานั้นมีชีวิตอยู่ร่วมกันได้ต่างก็ช่วยเหลือเกื้อกูลกันมาด้วยดีอย่างเสมอ 
Anime

Sasaki to Miyano

Miyano Yoshikazu นักเรียนม.ปลาย ในโรงเรียนชายล้วนผู้ที่ชื่นชอบการอ่านมังงะแนว BL และหลงใหลในเรื่องราวของเรื่องนี้ เขานั้นมักสับสนเกี่ยวกับความชอบของตนเองอยู่เป็นประจำ แต่ก็ไม่สามารถปฏิเสธเรื่องราวที่แสนงดงามในมังงะ BL นี้ได้เลย
Anime

Akebi-chan no Sailor Fuku

Akebi Komichi เด็กหญิงที่ชื่นชอบเครื่องแบบนักเรียนกะลาสีและยังเป็นแฟนคลับของ Fukumoto Miki เธอมีความปรารถนาในการเข้าเรียนในโรงเรียน Robai Gakuen เฉกเช่นเดียวกันกับไอดอลของเธอ