Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่23

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่23 คำตัดสิน

บทที่23​ คำตัดสิน (จุดเริ่มต้น) 

“สิ่งไหนที่ได้มายาก สิ่งนั้นย่อมมีคุณค่าเสมอ​”

และแล้วก็ผ่านไปอีก 1 วัน มันเป็นวันสุดท้าย ของสัปดาห์ หวังว่าจะมีใครมาหา เพื่อที่เราจะได้บอกว่าวันจันทร์นี้เราศาลตัดสิน แต่แล้วก็ต้องผิดหวัง เมื่อสิ่งที่เราหวังมันไม่ได้เป็นอย่างที่ตั้งใจ ท้อแท้เหลือเกินวันนี้ ทั้งที่เราเองก็เตรียม ใจเอาไว้ถ้าต้องผิดหวัง แต่พอมันเกิดขึ้นจริง สิ่งที่เตรียมใจเอาไว้มันกลับไม่ช่วยอะไรให้ดีขึ้นเลย รู้สึกน้อยใจตัวเองเหลือเกิน ทั้งที่จริงแล้ว ปัญหาทุกอย่าง ตัวเรานั้นเป็นคนก่อขึ้นมาแท้ๆ แต่ถึงแม้ว่าเราเป็นคนทำมันขึ้นมา แต่ถึง ยังไงผมก็รับไม่ได้ ถ้าจะไม่มีใครมาเยี่ยมจริงๆ

**เสียงนกหวีด ดังขึ้นมาเป็นสัญญาณเตือนให้รู้ว่าถึงเวลาที่พวกเราจะขึ้นห้องกันอีกแล้ว บรรดานักโทษทั้งหลายต่างกุลีกุจอนเอาของไปเก็บในตู้ล็อคเกอร์ บางคนก็ไปต่อแถวประจำที่เตรียมขึ้นห้องส่วนตัว ผมนั้นไม่ต้องทำอะไรเลยมันไม่มีอารมณ์จะทำอะไรทั้งนั้น อย่าว่าแต่จะให้ทำอะไรเลย แค่คุยผมก็ไม่อยากจะคุยกับใคร อารมณ์มันประมาณว่าเบื่อหน่ายโลกยังไงชอบกล ไม่ใช่ว่าผมจะไปลาตายนะครับ เพียงแต่อาการมันได้แบบนั้นจริงๆ อยากจะหาที่ระบายเพื่อให้อารมณ์มันกลับมาสมดุลอีกครั้ง เห็นอะไรมันก็ขวางหูขวางตา ถ้าเป็นตอนผมอยู่ข้างนอก ปืนที่เอว คงจะยิงเทวดาบนฟ้าหมดแม็คแน่นอน**

ด้วยอารมณ์ที่แสนจะขุ่นมัวในตอนนี้ ในฉับพลันสายตาของผม ก็เหลือบไปเห็นไอ้แว่น เด็กน้อยที่ผมถูกชะตาด้วย มันกำลังโดนบรรดานักโทษ 3 คน ล็อคคอ พามันเดินไปตรงหลังบล็อกส้วม จุดนั้นคือมุมอับของกล้องวงจรปิดในแดน มันคือสถานที่เอาไว้เก็บยอด พวกที่เป็นหนี้ทั้งหลาย หรือ เอาไว้เคลียร์ปัญหาต่างๆกัน ก็มักจะใช้บริเวณจุดนี้ กันทั้งนั้น ตอนนั้น ผมเห็นหน้าไอ้ 3 คนนั้นไม่ชัด ก็เลยไม่รู้ว่าเป็นใครอยู่บ้านใครเด็กที่ไหนยังไง แต่ถ้าตอนนั้น ผมไม่เข้าไปบัง ไอ้แว่นเจ็บหนักแน่นอน และด้วยความสงสัยว่าไอ้แว่นมันมีเรื่องอะไร บวกกับอารมณ์ของผมในตอนนั้น ที่พร้อมจะมีเรื่องอยู่แล้วเข้าไปอีก รวมถึงคนที่จะโดนกระทืบ ดันเป็นไอ้แว่นคนที่ผมถูกชะตาด้วยแล้ว ผมเลยไม่รอช้ารีบเดินเข้าไปหาพวกมันทันที ผมนั้นยังไม่ได้ยินบทสนทนาของพวกมันเลยว่าเรื่องอะไร 

ผมก็ได้ตะโกนออกไปก่อนแล้ว เพื่อเป็นการที่จะให้พวกมันทั้ง 3 หยุดการกระทำ ที่กำลังจะทำไปในตัวกับไอ้แว่นทันที “เฮ้ย มึงทำเหี้ยอะไรน้องกูวะ​” พวกมันทั้งสามสะดุ้ง หยุดชะงักลงเล็กน้อย ก่อนคนใดคนหนึ่งจะหันมามองมาทางผม ดูหน้าตาของมันแล้ว มันคงนึกสงสัยในใจว่าผมเป็นใครกัน 

ก่อนที่มันจะพูดขึ้นว่า“น้องมึงติดเงินพวกกูไว้ มันนัดวันนี้ แล้วมันไม่ให้ กูก็ต้องเก็บยอดมัน ไม่ถูกไงว่ะ​” นั้นไงผมคิดอะไรไม่ผิดจริงๆ​ ผมหันมามองไอ้แว่น ที่ตอนนี้มันดูมีอาการหวาดกลัวเป็นอย่างมาก“ไอ้​แว่น!! มึงติดหนี้ค่าอะไร เท่าไหร่ “​ ผมถามมัน  ไอ้แว่นมีอาการอ้ำๆอึ้งๆก่อนที่จะตอบผมแบบไม่เต็มเสียงนัก 3000 ครับพี่  ผมได้ฟัง​ อารมณ์ที่มันพร้อมระเบิดอยู่แล้วในตอนนั้น กลับยิ่งปะทุหนักเข้าไปใหญ่“เหี้ย!! มึงติดหนี้เขา 3พัน มึงเอาไปซื้อยาให้ใครดูดบ้าง” ผมพูดจบ 

พร้อมกับเดินปรี่เข้าไปกระชากคอเสื้อ ดึงไอ้แว่นออกมาจากวงล้อมพวกมัน พร้อมกับพูดใส่หน้าไอ้ 3 คนนั้นว่า “พวกมึงก็เห็นแก่ได้นิหว่า ไอ๊สัตว์​มันเข้ามาใหม่มึงยังกล้าให้มันติดได้ 3,000 บาทกูถามหน่อยใครเป็นคนมาเอากับ​มัน​” 

“ก็ไอ้ดอนน้องไอ้โรจน์มันเป็นคนพามา มันเอางานไปแถวนึง บอกอาทิตย์หน้าเคลียร์ให้ กูก็อุตส่าห์คิดให้แค่3000แล้วนะ​ ถ้าเป็นคนอื่น​มึงก็รู้​  เค3500-4000บาท แล้วตอนนี้มันก็คบกำหนด ที่จะต้องจ่ายแล้วด้วย แล้วจะให้กูทำยังไง​ ปล่อยผ่านไปไม่ได้​ มันเสียระบบ” หัวโจกของไอ้สามคนนี้เป็นคนพูด ผมดูหน้ามันแล้วคุ้นๆยังไงชอบกล 

แต่ในเมื่อมันมาถึงขั้นนี้แล้ว ผมต้องออกตัวให้ไอ้แว่นเต็มที่ ยังไงก็ไม่มีทางปล่อยให้มันโดนเก็บยอดแน่นอน ​”แล้วทำไมมึงไม่ไปทวงที่ไอ้ดอน ล่ะ ” “ก็มันบอกให้มาทวงที่ไอ้คนนี้” ” ผมพยายามหาเรื่องมาพูด​ ตอบโต้กับมัน​ แต่ในหัวผมนั้น กำลังคิดหาทางออก ผมเลยหันหน้า ไปหาไอ้แว่น ดึงหน้าตึงเต็มที่ ทำทีเหมือนโมโหสุดๆ กับความโง่เง่าของน้องชายคนนี้ แล้วก็ตบไปที่หัว​ ของมันอย่างแรง​!! เพี้ย!! “ไอ้ควาย มึงนี่มันโง่จริง ยังมึงมีเงินอย่างเดียวไม่ได้ต้องโง่ด้วย ให้เขาหลอกดูด หลอกแดก จนได้​” ไอ้แว่นหัวคะมำตามแรงตบ มันจึงรีบพูดขึ้นมาทันที  “ผมขอโทษครับพี่ใหญ่ ผมไม่คิดจริงๆครับ​ ว่ามันจะให้ผมใช้คนเดียวแบบนี้​” น้ำตาลูกผู้ชายของไอ้แว่นไหลอาบสองแก้ม​ มันยิ่งทำให้ผมรู้สึกว่าผมต้องปกป้องมันให้ได้ “เอางี้ดีกว่าพวก จะเก็บยอดมัน ถามพี่มันก่อนรึยังว่าให้เก็บยอดไหม​” ผมพูดด้วยน้ำเสียงยียวนกวนประสาทย่างมาก​ ​ ประมาณว่ากูอยากจะหาเรื่อง​ พวกมึงเต็มที่ 

และ​มันก็ได้ผล ลิ่วล้อทั้งสองต่างพุ่งตรงมาหาผม​ หมายจะทำร้าย พร้อมกับง้างหมัดจะต่อยหน้าผม แต่ความไวในตอนนั้นมันผิดกัน ก็ในเมื่อผมระวังตัวไว้อยู่ก่อนแล้ว ว่าพวกมันต้องชิงลงมือก่อน ในจังหว่ะที่มันพุ่งเข้ามาหาผม ตีนทั้งดุ้นของผม ยกขึ้นยันถีบเข้าไปที่หน้าของมัน ที่เข้ามาเป็นคนแรกก่อน จึงทำให้มันหงายหลังล้มลง จากจังหวะนี้ เลยทำให้คนที่2หยุดชะงัก​ ผมจึงตะโกน พูดสุดเสียงเพื่อหวัง​ให้พวกในบ้านได้ยิน “เก่งไม่กลัว กลัวรุมโว๊ย” เพราะถ้าหากเอาจริงๆแล้ว​ ถ้ามัน3คนรุมผม  ผมไม่มีทางรอดได้​ ดีไม่ดีคงได้นอนหมอบข้างไอ้แว่นเป็นแน่​

มันก็ได้ผล เสียงตะโกนของผมทำให้พี่เล็กได้ยิน แก่จึงเดินออกมาจากตรงล็อกเกอร์ พร้อมกับพูดขึ้นว่า​ “พวกมึงกำลังจะทำอะไร​ ไอ้นี่มันน้องกู พวกมึงมีปัญหาอะไร​ ว่าไงล่ะไอ้จิม” ไอ้คนที่ดูนิ่งที่สุด มันชื่อจิมนี่เอง อ๋อ… นึกออกแล้วมันอยู่ห้องแรกรับเป็นมือขวาไอ้หนึ่งนี่เอง มิน่าเคยเห็นหน้ามาก่อน  

ในที่สุดผมก็นึกหน้ามันออกว่าเคยเจอมันที่ไหน ส่วนตัวไอ้จิม มันก็ได้พูดขึ้นว่า​ “น้องพี่ผมไม่มีปัญหาหรอก ส่วนผมมีปัญหากับไอ้แว่น แต่น้องพี่มาออกตัวปกป้องมัน แบบนี้ก็เสียระบบผมหมดเลยครับ​” มันรีบชิงพูดก่อนที่พี่เล็กจะพูดอะไรออกไป

“มันก็น่าจะ อะลุ่มอะล่วย​กันได้บ้าง​ วันจันทร์กูกับมันออกศาลพร้อมกันเดี๋ยวกลับมาตอนเย็นกูเคลียร์ให้ แต่ถ้าไม่ทันก็เป็นเช้าวันอังคาร ว่าไงกูให้ได้แค่นี้ แต่ถ้าจะมาเก็บยอดกูไม่ยอม​” บอกเลยว่าตอนนี้ร่างกายพร้อมปะทะเต็มที่ ผมเลยพูดทำนองแบบนั้นออกไป พี่เล็กหันมามองหน้าผม แกทำหน้างงๆ สงสัยว่า ทำไมผมถึงพูดแบบนั้น แกคงเดาออกหรือไม่คงดู รู้ว่าผมเปลี่ยนไป​ “มีอะไรในใจหรือเปล่าใหญ่ เอ็งถึงได้มาหาที่ระบายแบบนี้​” พี่เล็กพูดถามผม   

พี่เล็กช่างเป็นพี่ชาย​ ที่รู้จักนิสัยผมอย่างแท้จริง แบบนี้สิครับ พวกพ้องที่ผมต้องการ​ ถ้ามีคนอย่างพี่เล็กคอยระวังหลังให้ ถ้ามีเรื่องกันจริงสักก้าวผมก็ไม่มีถอยแน่นอน แต่ก่อนที่จะมีอะไรเกิดขึ้นมากกว่านี้ 

ทันใดนั้นไม้กระบองของเจ้าหน้าที่ ถูกเขวี้ยงมาจากตรงไหนไม่ทราบได้ มันตกลงมา​กลางวงพวกผม โชคยังดีที่ไม่ได้โดนหัวใคร เพราะถ้าใครโดนเข้าแล้วมีหวังหัวแตกแน่นอน พวกเรายังไม่ทันได้พูดว่าใครเป็นคนเขวี้ยงไม้กระบองนี้มา เจ้าของไม้กระบองก็ได้ปรากฏตัวขึ้น นั่นก็คือ ไอ้ตี๋อำมหิต มันคือ ฉายาที่เหล่าบรรดานักโทษ ได้ตั้งชื่อให้กับชายคนนี้ และไม่ต้องให้เขาเดินมาถึงหรอกครับ แค่นี้วงก็แตกกระเจิง ต่างคนต่างแยกย้าย กันไปคนละทิศคนละทาง แยกย้ายกันขึ้นห้องใครห้องมัน แต่ผมคิดว่าเรื่องมันไม่จบแน่นอน  

พรุ่งนี้วันหยุดวันเสาร์ ต้องมีการนัดมาคุยกันอีกเป็นแน่ อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด ก็ในเมื่อผมตัดสินใจ เข้าไปยุ่งเรื่องของไอ้แว่นไปแล้วนี่นาจะให้ถอยออกมา โดยทิ้งมันไว้กลางทางแบบนี้​ เห็นทีคงไม่ดีแน่ อีกอย่างมันก็ไม่ใช่นิสัยของผมที่จะทิ้งใคร มีแต่ถูกทิ้งก่อนทุกที ผมได้นึกสำรวจร่างกายตัวเอง​อยู่ในใจ ว่าเราสมบูรณ์พร้อมหรือยัง แล้วได้ข้อสรุปว่าร่างกายผมพร้อมปะทะเต็มที่​ ผมเองเรื่องชกต่อย​ ตีรันฟันแทง​ ผมก็หนึ่งในตองอูเหมือนกัน พรุ่งนี้จะเป็นเช้าที่สดใส​ หรือ​ จะเป็นเช้าที่มืดมน​ สำหรับผมกันนะ…. 

 (โปรดติดตามตอนต่อไป) ”  หมีขาว​ ขั้ว​ โลกเหนือ​ ​” 

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่23 คำตัดสิน

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ Keywordsfun และ Foong-Trending

What's your reaction?

Excited
0
Happy
0
In Love
0
Not Sure
0
Silly
0

You may also like

Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 82

เมื่อการสอบสวนของนายอำพลนั้นไม่เป็นผลอย่างที่เขาคิดเอาไว้ เพราะว่าผมเองนั้นไม่ได้แสดงอาการสะทกสะท้านหรือหวาดกลัวอะไรเลยกับการข่มขู่และเสียงดังของเขา ที่มักจะได้ผลทุกครั้งไป และในความคิดของนายอำพลตอนนี้นั้น
Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 81

อยากจะข่มตาหลับ อย่างที่ไอ้ต้นเพื่อนผมบอก แต่มันก็ทำใจหลับไม่ลง เพราะว่าใจของผมตอนนี้ มันร้อนดั่งไฟเผาซะเหลือเกิน หัวสมองคิดไปต่างๆนานา ซึ่งมันก็อดเป็นห่วงเพื่อนฝั่งนู้นไม่ได้เลยว่าเรื่องราวมันจะลุกลามไปถึงไหนแล้ว
Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 80

ผมไม่ได้เจอเพื่อนเก่าอย่างไอ้เบนซ์มานาน ก็เลยหาที่นั่งคุยกัน ตรงใต้ต้นไม้ข้างฝ่ายฝึกวิชาชีพ มีไอ้เบนซ์ ไอ้หมี ไอ้ฮาทร์ และผมกับไอ้แว่นที่อยู่กับผมไม่ห่าง " ไอ้หมี มึงเป็นไงบ้างว่ะกูรู้มาว่าตอนโรคระบาดมึงเป็นไข้ไม่สบายด้วย " ผมถามมันด้วยความเป็นห่วง ถึงแม้ตอนนี้มันจะหายแล้วก็ตาม

Comments are closed.

More in:Story

Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 79

เที่ยงคืนสิบห้านาทีพอประมาณ บรรยากาศบนเรือนนอน เริ่มกลับสู่ภาวะปรกติเหมือนเดิม อย่างที่เคยเป็นมาอีกครั้ง ความสุขมักจะอยู่กับเราแค่เพียงชั่วคราว แต่มันจะอยู่ในความทรงจำตราบนานเท่านาน เพียงเท่านี้ก็สุขใจกันแล้วครับ
Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 78

ขนมหวานถูกจัดใส่จาน วางเรียงอยู่ตรงหน้าช่างดูน่ากินเหลือเกิน ผมเองไม่รอช้ารีบตักกินทันที และที่สำคัญคือมื้อนี้คือมื้อแรก ที่ผมคิดว่าได้กินขนมทุกอย่างในเรือนจำที่มีขาย เพราะส่วนใหญ่แล้ว มักจะเบิกมาแล้วก็ไม่ค่อยได้อย่างที่ต้องการ หมดบ้าง ค้างบ้าง แทนเป็นอย่างอื่นไปบ้าง
Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 77

"พี่ใหญ่ครับ.. พี่ใหญ่..ตื่น..ตื่น..ได้แล้วครับ พี่ใหญ่ครับ..พี่ต้นขึ้นห้องแล้วครับ" ไอ้แว่นทั้งเขย่าตัวผม แล้วก็เรียกชื่อผมอยู่พักนึงเลยก็ว่าได้ กว่าที่ผมจะรู้สึกตัว ลืมตาตื่นขึ้นมานั่งงัวเงีย เมาขี้ตาพักนึงเห็นจะได้ "แว่นต่อบุหรี่ให้พี่ดูดหน่อยดิ " ผมร้องหาบุหรี่สูบกับไอ้แว่น