Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่25

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่25 ep.3

บท​ที่​ 25 คำตัดสิน​ ep.3

“เราไม่ต้องอธิบายความฝันให้ใครฟัง แต่เรามีหน้าที่ ทำความฝันให้เป็นจริง​”

**เป็นเช้าที่น่าตื่นเต้นดีจริงๆ​ หลังจากที่พวกเราได้ปะทะกับพวกมัน​ ในยกแรกนั้น​ดูแล้ว​ ฝ่ายผมเป็นฝ่ายชนะ​ และมันคงสร้างความแค้นให้กับพวกมันเป็นอย่างมาก​ เนื่องจากมันตั้งใจมากระทืบผมโดยตรง​ แต่แล้วกลับเป็นพวกมันที่โดนซะเอง..  หลังจากมีเรื่องกัน​สักพัก​ พวกเราได้มารวมตัวกันที่บ้านที่เราอยู่ ในเวลาไม่นาน พวกเพื่อนและพ่อบ้านต่างๆ ​ เมื่อทราบข่าวต่างเดินมาถาม ถึงเหตุการณ์ที่ม​ีเรื่อง​ จึงทำให้ในตอนนี้ ได้มีเหล่านักโทษมากมาย ได้รวมตัวจับกลุ่มกันเป็นหมู่คณะ ตามจุดต่างๆ บางกลุ่มได้พูดคุยกันถึงเหตุการณ์ที่มีเรื่องกันเมื่อเช้า จากปากต่อปาก​ ​มันจึงทำให้บรรดาเจ้าหน้าที่เริ่มรู้ถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และไม่สู้ดีในแดน คงอีกไม่นานมันจะเกิดเรื่องขึ้นในแดน​เป็นแน่​ ดังนั้น ผมถึงได้เห็นผู้คุม 2 นาย เดินป้วนเปี้ยนอยู่ใต้ถุนเรือนนอนโดยกำลังจับตาดูบ้านผมอยู่​ เพราะในตอนนี้​ ซุ้มบ้านของผมมีนักโทษรวมตัวเป็นจำนวนมาก​นั้นเอง**

ตอนนี้ อลีนาดีนของผมตื่นตัวเต็มที่ ในสถานการณ์แบบนี้ เราต้องระวังตัวให้มาก เพราะไม่เช่นนั้น เกิดพลาดขึ้นมา โดนปิดกล่องรับรองว่าผมศพไม่สวยแน่นอน ใจจริงผมไม่อยากให้เรื่องมันบานปลายถึงขนาดนี้ เพราะถ้าบ้านไอ้หนึ่งมันยกมาตีกับบ้านพวกผมจริงๆ มันคือเรื่องใหญ่ และใหญ่มากๆ เพราะ 2 บ้านนี้ ถ้าเอากันจริงๆแล้ว มันก็ใหญ่มากๆด้วย เพราะบ้านอำเภออื่นมารวมกับบ้านของพวกผม และอำเภออื่นก็รวมกับบ้านไอ้หนึ่งเช่นกัน คุณคิดเอาแล้วกันนะ นักโทษเป็นร้อยตีกันทีนึงเรื่องมันจะไม่ถึงหูของเจ้าหน้าที่ได้ไง 

หลังเกิดเรื่อง เจ้าหน้าที่เขาก็ต้องสืบสาวราวเรื่องว่า มันเกิดขึ้นได้อย่างไร และเหตุการณ์มันเกิดมาแบบไหน ใครผิดใครถูก ใครเป็นฝ่ายเริ่มก่อน เพราะเรื่องนี้มันก็ต้องมีคนรับผิดชอบ และใครคือต้นเรื่องของสาเหตุที่เกิดขึ้น มันจะเป็นใครไปได้ พวกผมนั่นเองคือต้นเรื่อง ผมไม่อยากให้มันมาถึงขั้นนั้นจริงๆ เพราะว่าการมีเรื่องในคุกนั้น มันผิดระเบียบ ถือเป็นเรื่องร้ายแรง และตัวต้นเรื่องมักจะเจ็บตัวก่อนเสมอ ซึ่งผมก็ไม่ต้องการที่จะโดนเจ้าหน้าที่ตี ไอ้เจ็บผมไม่ค่อยกลัวหรอกครับ แต่มันแค้นที่เราไม่สามารถทำอะไรได้ เลยต่างหาก แต่ในเมื่อมันเป็นแบบนี้แล้ว และผมไม่อาจย้อนไปแก้ไขอะไรได้ เราก็ต้องปล่อยให้มันเลยตามเลย อะไรจะเกิดก็ต้องให้มันเกิด 

เวลาได้ล่วงเลยผ่าน จนถึงเวลาเคารพธงชาติและในแดนของผม เราไม่ได้รวมตัวกันเป็นห้อง เข้าแถวเคารพธงชาติ แต่จะรวมตัวกันเข้าแถวเป็นแนวยาว ปะปนกันไป ก็คือเข้าแถวเป็นกลุ่มพวกใครพวกมันนั่นเอง และผมก็คิดว่าถ้าจะมาปิดกล่องพวกผม​ ก็คือช่วงเวลาหลังจากเคารพธงชาติเสร็จ นั่นเอง

ผมจึงบอกกลับไอ้แว่นซึ่งตอนนี้มันก็เข้าแถวอยู่ข้างๆผมในตอนนี้​ ไอ้แว่นคอยมองดูพวกมันไว้ และก็คอยดูพวกแปลกที่มาเข้าแถวใกล้นี้ด้วย ว่ามึงคุ้นหน้าบ้างไหม ตื่นตัวไว้ด้วยนะมึง ” ไอ้แว่นพยักหน้ารับคำ​  ผมยอมรับเลยว่าในตอนนี้ ผมรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก จะว่าเป็นความกลัวก็ไม่ใช่ แต่มันเป็นความรู้สึกที่ผมได้เคยสัมผัสมาก่อนตอนที่อยู่วัยหนุ่มกลางนั่นเอง สมัยนั้น ผมพึ่งอายุ 20ต้นๆเคยอยู่แดน5ที่ใครๆก็บอกว่าเถื่อนสุดๆในตอนนั้น

ภาพในความทรงจำบอกกับผมว่า มันเหมือนกับตอนที่บ้านชลบุรี โดนบ้านฝั่งธนบุรีปิดกล่อง หัวโจ็กบ้านชลโดนเหล็กแหลมแทงก็หลายคน สาหัสก็มี มันเกิดจากความไม่ระวังตัวนั่นเอง แต่ว่าในครั้งนี้ ผมระวังตัวอย่างเต็มที่ เหล็กแหลม ที่ผมเก็บไว้ที่เอว มันพร้อมเอาออกมาใช้งานได้ทุกเมื่อ ถ้าเกิดพวกมันยกมาจริงๆ เหล็กแหลมอันนี้ พี่เล็กเป็นคนยื่นให้ผมตอนก่อนเคารพธงชาติ” เก็บไว้ให้ดี อย่าใช้มันถ้าไม่จำเป็นนะใหญ่​ “ มันเป็นคำเตือนของพี่เล็กที่บอกกับผม

จนเคารพธงชาติเสร็จ แต่มันก็น่าแปลกเท่าที่ผมคิด มันต้องมีเรื่องขึ้นแน่ๆ แต่นี่กลับ เงียบเหมือนปกติ เหล่าบรรดานักโทษวงนอก ที่รอลุ้นรอดูมวยคู่สำคัญ ต่างก็ผิดหวังไปตามๆกัน จึงทำให้พวกเราต่างแยกย้ายกันไปทำธุระส่วนตัว หรือพักผ่อนตามอัธยาศัย ผมจึงได้เข้าไปอาบน้ำแต่งตัว เพราะว่าหลังจากเกิดเรื่องตอนแรก ผมก็ยังไม่ได้ทำอะไรเลย

หลังจากอาบน้ำเสร็จ ผมก็มานั่งกินกาแฟ ที่เด็กในบ้านเตรียมไว้ให้ พร้อมกับจุดบุหรี่สูบ แต่ผมสูบบุหรี่ยังไม่หมดมวล ก็ได้มองเห็นไอ้หนึ่งเดินมากับ ไอ้ 3 คนนั้น ที่โดนผมเล่นงานไป​ “ทำไมมันมากันแค่นั้นนะ” ผมคิดในใจ.

ไม่รอช้า ผมกับพี่เล็ก แค่ 2 คน ได้เดินเข้าไปหาไอ้หนึ่งเหมือนกัน ไอ้หนึ่งเดินเข้ามา อย่างทีท่าไม่ได้มาหาเรื่องเลย แล้วมันก็ได้คุยกับพี่เล็กว่า มันไม่อยากจะมีเรื่อง กับเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องอย่างนี้ เพราะว่ามันมีแต่เสียกับเสียกันทั้งสองฝ่าย แล้วตัวมันก็อยากจะกลับบ้านแล้ว แล้วมันก็คิดว่าพี่เล็กก็คิดแบบนี้เช่นกัน แต่ในเมื่อ คนของฝ่ายเราติดค้างเงินของเด็กมันเอาไว้ ก็ควรที่จะชดใช้ให้ ซึ่งไอ้ 3 คนนั้น ก็ยอมรับข้อเสนอของผม เป็นเงินสดจำนวน 1000 บาท ที่ผมได้บอกไว้ในตอนแรก ผมจึงได้นำเงิน 1,000 บาท ที่เก็บเอาไว้เอามาให้พี่เล็ก เพื่อที่จะได้จบปัญหานี้สักที 

เพราะผมคิดว่า ผมก็ไม่อยากสร้างความเดือดร้อนให้กับใคร ถ้าเกิดเรื่องขึ้นมันไม่ได้มีผมตัวคนเดียวแน่นอนที่ได้รับโทษ ตัวผมเองไม่ได้ยินดียินร้ายอะไร ถ้าต้องมารับโทษเพิ่ม เพราะยังไงแล้วความผิดของโทษ ก็คือตัดชั้น ตัดวันลด งดเยี่ยมญาติ​ เพราะสำหรับผมแล้ว มันไม่มีอะไรสำคัญเลย เพราะว่ายังไงผมขึ้นศาลแล้วตัดสินเสร็จแล้ว ผมก็อยู่ชั้นเลวอยู่ดียังไงก็ไม่ได้​รับอภัยโทษในปีหน้าแน่นอน

หลังจากจบเรื่องกับพวกไอ้หนึ่งแล้ว มันยังมีอีกเรื่องที่ผมต้องทำ คือการดึงตัวไอ้แว่นมากินอยู่กับผม ผมจึงเดินไปหาไอ้โรจน์ ซึ่งในตอนนี้มันคือพ่อบ้าน เพราะว่าพ่อบ้านจริงๆของมัน โดนย้ายไปอยู่ Super Max ที่ราชบุรี หลังจากที่ชุดดำจู่โจมได้ไม่นาน รวมถึงพี่อิ๋วที่ผมรู้จักด้วย​ ก็เป็นหนึ่งในพวกที่ถูกย้ายเช่นกัน ผมได้เดินไปแถวโรงเลี้ยง ที่ซึ่งบ้านไอ้แว่นนั่งอยู่ 

พอไปถึง ผมก็ได้พูดเข้าประเด็นกับไอ้โรจน์ในทันที “กูจะเอาไอ้แว่นมากินอยู่กับกู มึงคงไม่มีปัญหาอะไรนะ ” พอไอ้โรจน์ได้ฟังมันก็ไม่ได้ว่าอะไร” ก็แล้วแต่ตัวมันถ้ามันจะไปกูก็ไม่มีปัญหาอะไร​ “ ผมไม่ต้องถามไอ้แว่นก็น่าจะรู้ ว่ามันจะไปหรือไม่ไป ไอ้แว่นรีบเดินตามผมไปในทันที พร้อมกับใบหน้าที่ยิ้มแย้ม มันคงคิดในใจว่ามัน​ได้หลุดพ้นจากบ้านนรกสักที “ขอบคุณอีกครั้งนะครับพี่ใหญ่พี่ชายของผม” มันเป็นคำพูดของไอ้แว่นที่บอกกับผม พี่ชายหรอ ผมคิด ผมยิ้ม และดีใจ ไม่คิดเลยว่าผมจะมี”น้องชายในคุก ที่ซึ่งโสมมเลวร้ายแบบนี้ มันไม่น่าก่อเกิด มิตรภาพที่ดีแบบนี้ได้​ 

ไอ้แว่นสังเกตเห็นผมยิ้มอยู่คนเดียว มันคงคิดว่า ผมดีใจที่มันเรียกผมว่าพี่ชาย ผมก็เลยต้องรีบ ปั้นหน้าใหม่ให้ดู เรียบเฉย อีกครั้ง ก่อนจะพูดกับมันว่า ” ไอ้แว่นที่กูดีใจ ไม่ใช่ว่า เงิน 1,000 บาท ที่กูออกให้มึงไปมันจะหายกันนะ วันจันทร์นี้ มึงกับกู ต้องออกศาลพร้อมกัน ยังไงแล้วที่บ้านมึงต้องมาแน่นอน มึงก็บอกให้ที่บ้านมึง เอาตังค์มาให้กูด้วย เพราะตอนนี้ญาติกูก็ยังไม่มา เงินกูก็ไม่ค่อยจะมีสักเท่าไหร่ มีแต่รายจ่ายไม่มีรายรับเลย มึงเข้าใจที่กูพูด นะ​ “ มันยิ้มแล้วพยักหน้ารับคำ” พี่เอาไป 2,000 เลยครับผม​ให้​ “

แล้ว วันเสาร์ และอาทิตย์ กำลังจะผ่านไป วันพรุ่งนี้ ผมก็จะต้องขึ้นศาลแล้ว ผมจะต้องจำคุกเท่าไหร่ศาลจะตัดสินยังไงและไอ้แว่น จะต้องรับโทษกี่ปี เอาไว้ไปลุ้นกันตอนหน้านะครับ..( โปรดติดตามตอนต่อไป)  ” มีข่าวขั้วโลกเหนือ​ “

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่25 ep.3

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ Keywordsfun และ Foong-Trending

What's your reaction?

Excited
0
Happy
2
In Love
0
Not Sure
0
Silly
0

You may also like

Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 76

นับว่าเป็นการประเดิมความโชคดี ก่อนขึันปีใหม่เลยก็ว่าได้ เรื่องดวงการพนันของผมนั้นก็ยังคงดีอยู่เหมือนเดิม เพราะว่าการเดิมพันในครั้งนี้เรียกว่าผมจับเสือมือเปล่าก็ว่าได้ มันเป็นความชอบส่วนตัวล้วน ๆ เลยครับ
Story

บทที่ 75 ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่.

ในที่สุดเรื่องวุ่นวายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเมื่อ 3 วันที่แล้วในที่สุดก็ได้ข้อยุติเสียที ทุกอย่างได้ผ่านพ้นไปด้วยดี ซึ่งผมก็ยังถือว่าโชคยังเข้าข้างผมอยู่ ผมลองมาคิดดูระยะเวลาเพียงแค่ 6 เดือน ผมมีเรื่องมาแล้วทั้ง 2 แดน

Leave a reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

More in:Story

Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 74

เป็นอันว่าเรื่องราวในครั้งนี้ ผมและไอ้เบนซ์ต่างก็เอาตัวรอดไปได้ด้วยดี ทั้งหมดมันก็มาจากการช่วยเหลือของป๋าเวียง ลูกพี่ที่ผมเคารพรักหมดใจ อีกทั้งการออกรับแทนผมกับไอ้เบนซ์ ของลูกน้องทั้งสองคนของมันอีกด้วย
Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 73

พวกเราทั้ง 5 คนยังนั่งอยู่ในห้องป๋าเวียง ป๋าจึงถามสาเหตุจริงๆ ว่าทำไมถึงมีเรื่องกันได้ซึ่งไอ้เบนซ์ก็ได้เล่าให้ป๋าเวียงฟัง ถึงพฤติกรรมของไอ้อารต์โดยตรง ว่ามันเป็นตัวต้นเรื่องและเป็นคนเริ่มลงมือก่อน
Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 72

ข่าวที่ไอ้แว่นกลับมาจากโรงพยาบาลเริ่มแพร่สะพัดหนาหูมากขึ้นภายในแดน มันจึงทำให้เหล่าบรรดาเพื่อน ๆ ที่มันรู้จักมันก็ดี หรือ FC ก็ดี ต่างก็เดินมาหามาถามสารทุกข์สุขดิบ มาดูอาการของมันว่าเป็นอย่างไรบ้าง