Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่29

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่29

บทที่29 การจำแนก ลักษณะผู้ต้องขัง EP.2

“จงอย่าปล่อยให้อารมณ์​ มาอยู่เหนือเหตุผล​”

**บางครั้งจิตใจของเรามันอาจจะจมดิ่งอยู่ในห้วงของความทุกข์ มันอาจไม่มีเหตุผล ว่าทำไมเราถึงรู้สึกแบบนั้น คุณเคยเป็นรึป่าว ในเวลาที่ฝนตกคุณจะรู้สึกเศร้า อย่างไม่มีเหตุผล​ และ​ ในคืนอันหนาวเหน็บ คุณเคยรู้สึกเหงาขึ้นมาบ้างไหม และตัวผมเองก็คือคนนึงที่เป็นเช่นนั้น.. มันเกิดขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ และ​หายไปอย่างไม่มีเหตุผล ผมจึงคิดเอาเองว่า อารมณ์นั้นคือตัวแปลสำคัญ ที่ทำให้คนเราตัดสินใจทำในสิ่งที่ถูกหรือผิด..ได้โดยที่ไม่ได้ตั้งใจ เพราะมนุษย์เรานั้น อารมณ์มักจะอยู่เหนือเหตุผลเสมอ แต่ถ้าเราสามารถทำให้เหตุผลอยู่เหนืออารมณ์ได้เมื่อไหร คุณจะเป็นคนที่เข้าใจโลกนี้อย่างแท้จริง ” คุณคิดว่าคุณทำได้ไหมละ ” มันยากจริงๆ**

ผมกับไอ้แว่นได้เดินไปที่ร้านตัดผม ซึ่งมันก็เปิดให้บริการอยู่ตรงใต้บันไดทางขึ้นเรือนนอน เปิดบริการ​ จันทร์-ศุกร์​ บริการให้ฟรี เฉพาะทรงนักเรียน แต่ถ้ายอมเสียนมสักกล่อง2กล่องเป็นสินน้ำใจให้กับพวกช่างตัดผมแล้วนั้น คุณก็จะได้การบริการเป็นอย่างดี สามารถเลือกทรงผมได้​ จะรองทรงสูงหรือต่ำ จะหวีรองเบอร์อะไร ก็ตามถนัด

จะกันคิ้วกันจอนกันหน้าได้หมด แถมด้วยไม่ต้องรอคิวให้เสียเวลาอีกต่างหาก ผมมาถึงร้านตัดผมก่อนไอ้แว่นเพราะมันขอตัวไปเอานมกับน้ำอัดลมแช่เย็นมาบริการช่างตัดผมให้ผมก่อน “ว่าไงใหญ่ มาตัดผมรึ รอคิวหน่อยนะ ” เจ๋งช่างตัดผมขาประจำของผมได้กล่าวทักทายกับผม 

เจ๋งนั้นคือช่างตัดผมที่ดีที่สุดในเรือนจำเลยก็ว่าได้​ เพราะอาชีพข้างนอกของแกก็เปิดร้านตัดผมอยู่แล้ว ลูกค้าทั้งนักเรียน เด็กช่างเข้าออกใช้บริการแกอย่างไม่ขาดสาย จนในที่สุดถึงมารู้ว่าแกขายยาควบคู่ไปด้วย มิน่าวัยรุ่นนิเต็มร้านไปหมด ก็ตัดผมอย่างเดียวมันไม่พอใช้นิหว่า​ คือคำตอบที่แกเคยบอกกับผม อยู่ในนี้รายได้พิเศษแต่ละวันของแกก็มีกินโดยที่ไม่ต้องพึ่งญาติข้างนอกได้อย่างสบายๆ​ แกบริการตั้งแต่ นักโทษยันผู้คุม ขนาดผ.บเรือนจำยังเรียกแกใช้บริการก็เคย มันเลยมีคำพูดติดตลกของแกว่า“ผู้คุม​ ยัน​ ผ.บเรือนจำกูคุยเล่นหัวมาหมดแล้ว พวกมึงกล้าทำแบบกูไหม”

ที่แกพูดมาก็ถูก ผมคนนึงละที่ไม่กล้าทำแบบแกแน่นอน “ใช่แล้วช่างเจ๋ง มาตัดผมสักหน่อย ขอแบบเฟี้ยวๆเลยนะ โทรมเหลือเกินตอนนี้ ” ผมบอกกับช่างเจ๋งไป ใช่แล้วครับ ยิ่งผมถอดเสื้อยืนส่องกระจกบานใหญ่ของร้านตัดผม ตอนนี้ทั้งหน้าตารูปร่างของผม ผมดูโทรมลงไปมาก แก้มที่ตรอบกับหน้าที่ดูหมองคล้ำ ไหปลาร้าทั้งสองข้างโผล่มาให้เห็นถนัดตา “นี่กูปล่อยตัวเองให้โทรมขนาดนี้เลยรึเนี้ย ไม่มีสง่าราศีเอาซะเลย ” ผมพูดกับตัวเองในใจ และก็พอดีกับที่ไอ้แว่นเดินมาพอดี “เอานี่.. พี่เจ๋งนม2กล่องกับแป๊บซี่เย็นๆชื่นใจ ตัดผมพี่ผมให้หล่อกระชากใจเลยนะ ” ไอ้แว่นบอกกับช่างเจ๋ง​”โอ้.. โห เสริฟขนาดนี้ต้องจัดแล้ว ขึ้นมา​นั่ง​เลย​ใหญ่.. น้ารอคิวหน้านะ ค่าเสียเวลา ไอ้แว่น​ ขออย่าง​ รินให้น้าเขาแก้วจะได้ใจร่มๆ ” ช่างเจ๋ง พอได้รับนมกับน้ำ แบบพิเศษบวกใข่2ฟอง ที่ไอ้แว่นนำมามอบให้ขนาดนี้ 

แกต้องรีบลัดคิวให้ทันที “ทรงอะไรดีใหญ่​” ช่างเจ๋งถามผม ” รองทรงสูง หวีรองเบอร์3 กันจอนด้วยนะเจ๋ง ” ผมบอกตามที่ผมต้องการ​ “ได้เลย​เจ้านาย​ พวกน้าๆที่รอตัดกับผม ไม่ต้องกลัวได้ตัดทุกคน “ ช่างเจ๋งบอกบรรดานักโทษที่รอแกอยู่ประมาน3-4คิวให้สบายใจ เพราะเวลาตัดผมเหลืออยู่ไม่ถึงชั่วโมงแล้ว ผมเชื่อว่าแกตัดทันครับกับเวลาแค่นี้ 

แกเป็นช่างที่ตัดผมได้ไวและเก็บงานได้เนียบจริงๆไม่ใช่พวกตัดไว แต่แม่งสูงข้างต่ำข้าง แหว่งตรงโน้นตรงนี้ พาเสียอารมณ์ ผมมองช่างเจ๋งตัดผม ของผมแล้วมันเพลินตาจริงๆ แกไถผมได้ไวจริงๆ ปากคาบกรองทิพย์มือตัดผม เสียงแบตตาเลียนไถผมดัง ฟรืดๆๆไม่มีสะดุด ใส่ตัวรองเบอร์3 ไถอีกฟรืดๆๆเผลอแป๊บเดียวเอนเบาะนอน เปลี่ยนใบมีดโกนเสร็จจับผมกันจอนกันหน้าอย่างมืออาชีพจริง “เสร็จแล้ว.. แหม.. มีเวลาอีกหน่อยจะโกนหนวด แคะหูให้ด้วยเลยนะเนี้ย ” แกพูดติดตลก เรียกรอยยิ้มจากคนในร้านได้หลายคนรวมถึงผมด้วย 10นาทีโดยประมาน กับการบริการในครั้งนี้

ผมลงจากเก้าอี้และสำรวจดูความเนียบของทรงผมที่ช่างเจ๋งได้รังสันต์ให้กับผมในครั้งนี้ มันดีไม่มีที่ติจริงๆครับ “เป็นไงใหญ่ถูกใจรึป่าว” ช่างเจ๋งถามผมโดยที่มือแกก็ตัดผมอยู่ “ไม่มีที่ติ​” ผมตอบและหันไปยิ้มให้กับแกก่อนที่ผมกับไอ้แว่นจะเดินกลับไปที่ซุ้มบ้านของพวกเรา “อาบน้ำกันเลยรึเปล่าพี่ รึยังไง​” ไอ้แว่นถามผมพร้อมกับเตรียมขันอาบน้ำกับของใช้ส่วนตัว ใช่แล้วครับ​ ขันอาบน้ำ​ สบู่​ ยาสีฟัน​ โฟมล้างหน้า​ ผมใช้กับไอ้แว่น2คน ไม่ได้ใช้รวมกับในบ้านเหมือนคนอื่นๆ

ผมไม่ได้ดัดจริตหรือรังเกลียดนะครับ แต่ในความเป็นจริงแล้วของใช้พวกนี้มันคือของส่วนตัวต้องใช้ของใครของมันถึงจะถูก และอีกอย่างเพื่อสุขภาพของตัวเราด้วยครับเพราะในคุกเชื้อโรคมันเยอะ คุณเห็นว่าพวกผมอาบน้ำวันนึง3-4รอบมากกว่าตอนอยู่ข้างนอกซะอีก ใช่ว่ามันจะสะอาดนะครับ ในนี้คนอยู่กันมาก แออัดเลยก็ว่าได้อาบน้ำที่เป็นร้อยๆคน ตักน้ำอาบกันน้ำก็กระเด็นกลับเข้าไปในอ่างเหมือนเดิม และใครเป็นอะไรบ้างก็ไม่รู้ บางคนเป็นกลากเกลื้อนก็มี เป็นตะมอยก็มาก แล้วแบบนี้มันจะสะอาดได้ไง จริงไหมครับ อยู่ในคุกเราต้องดูแลตัวเองก่อน ก่อนที่จะให้หมอเขาดูแลคับ ผมเลยอาบน้ำที่อ่างบล็อคส้วมอย่างเดียว ไม่อาบอ่างใหญ่รวมกับคนอื่น ถ้าเรามีสิทธ์เลือกในนี้ เราก็ควรเหลือกสิ่งที่ดีให้กับตัวเองครับ แต่ถ้าเราไม่มีสิทธเลือก ก็ค่อยว่ากันอีกเรื่องครับ

“ยังอ่ะขอสูบบุหรี่ก่อน มึงจะอาบก่อนก็ไปเลยเดี๋ยวกูตามไปที่หลัง ” ผมพูดบอกกับไอ้แว่นไป พร้อมกับหยิบบุหรี่กรองทิพย์​ ขึ้นมาจุดสูบอย่างสบายอารมณ์​ ส่วนไอ้แว่นก็พยักหน้ารับ​ พร้อมกับหยิบขันอาบน้ำเดินไปอาบน้ำ​ที่บล็อกอาบน้ำประจำของเรา ผมนั่งสูบบุหรี่ยังไม่หมดมวน​เจ๊อิง​สาวประเภทสอง​ ประจำแดนและทำหน้าที่เป็นเสมียนหน้าห้องผ.บแดน​ อีกทั้งยังเป็นเสมียนห้อง 2/5 ที่ผมนอนอยู่อีกด้วย ได้เดินมาหาผมพร้อมพูดกับผมว่า “ใหญ่​ พรุ่งนี้ 9:00 น เธอกับแว่นมีชื่อออกไปจำแนกลักษณะผู้ต้องขัง ที่หน้าฝ่ายควบคุมนะ เธออย่าลืมละ 9:00 น เจอกันที่หน้าประตูแดนเลยนะ​ แล้วอย่าลืมใส่ชุดหลวงไปด้วยล่ะ ” พูดจบก็เดินออกไปทันที

ผมสูบบุหรี่เสร็จ ก็ได้ลุกเดินไปอาบน้ำตรงที่ไอ้แว่นอาบอยู่ และได้บอกเรื่องจำแนก ให้ไอ้แว่นฟังด้วย ไอ้แว่นมันจึงถามผม ถึงเรื่องการจำแนกลักษณะผู้ต้องขังคืออะไร และต้องทำยังไงบ้างผมเลยจะอธิบายให้ฟัง และให้คุณผู้อ่านได้เข้าใจด้วยนะครับ

การจำแนกลักษณะผู้ต้องขังนั้นหลังจากที่คุณได้ขึ้นศาลตัดสินโทษแล้ว คุณจะมีเวลาอีก 45 วัน ในการเดินเรื่องยื่นอุทธรณ์ เพราะถ้าหากใบแดงหรือใบคำฟ้องจากศาล ตกมาถึงเรือนจำแล้วนั้น หมายความว่าคดีของคุณถึงที่สิ้นสุดแล้ว  คุณจะหมดสิทธิ์เดินเรื่องหรือทำอะไรได้อีกเลย คุณจะเป็นนักโทษโดยสมบูรณ์แบบ แต่ก่อนนั้น การจำแนกลักษณะผู้ต้องขัง จะต้องจำแนกกันทุกคน แต่พอมาในตอนนี้ นักโทษซึ่งมีมากเกินไป จึงทำให้การจำแนกลักษณะผู้ต้องขังนั้น ไม่ต้องจำแนกกันทุกคนเหมือนแต่ก่อน เขาจะใช้การสุ่มเลือกผู้ต้องขัง โดยใช้อะไรเป็นเกณท์ในการเหลือกอันนี้ผมก็ไม่ทราบคงจะเลือกจากผู้ต้องขังเข้าใหม่แทน​ จึงทำให้บางคนก็ไม่ต้องออกไปจำแนกลักษณะผู้ต้องขัง

และการจำแนกลักษณะผู้ต้องขังนั้น เราต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง และ​ เราต้องทำอะไร อันดับแรกคือเราต้องเตรียมตัวเองให้พร้อม ทั้งเสื้อผ้าหน้าผม คือ การใส่ชุดหลวงให้เรียบร้อย(ถ้าเราอยู่แดนแรกรับก็จะเป็นชุดสีน้ำตาล แต่ถ้าเราอยู่แดนเด็ดขาดแล้วก็จะเป็นชุดสีฟ้าแทน) ส่วนผมเราต้องตัดให้สั้นดูเรียบร้อย​ ทั้งหมดนี้คือการเตรียมความพร้อมของตัวเราเอง เพราะตอนที่เราไปจำแนกลักษณะผู้ต้องขังนั้น

เราต้องเข้าไปในห้องฝ่ายควบคุมทีละคน ตามลำดับชื่อในใบจำแนกที่ส่งมา ส่วนมากจำแนกที่นึงก็80คนถึง150คนต่อครั้ง และในการเข้าไปจำแนกนั้น จะมีผ.บเรือนจำ​ ผ.อส่วนควบคุม ผ.อร้านค้าสงเคราะห์ ผ.อโรงครัว และผ.อฝ่ายฝึกวิชาชีพ และก็ผ.บแดนทั้ง2แดนนั้งฟังตอนเราเข้าไปจำแนก เวลาที่เราเข้าไปจำแนกนั้น เราต้องรายงานตัวต่อหน้าเจ้าหน้าที่ทุกคน ที่ผมได้กล่าวไว้ ก็จะประมาณนี้นะครับ​ นั่นคือ กระผมน.ช… เป็นผู้ต้องหาคดีกำหนดโทษ… เหลือโทษ…   ขออนุญาตจำแนกลักษณะผู้ต้องขังครับ​ หลังจากที่เรารายงานเสร็จ 

เจ้าหน้าที่เขาก็จะถามว่าบ้านอยู่ไหน มีความสามารถในด้านใดถนัดทำอะไรหรือเปล่า อาจจะถามว่าโทษครั้งที่เท่าไหร่ เราก็แค่ตอบตามที่เขาถาม​ สักครู่เขาก็จะพิจารณา ปรึกษาหารือ​ ว่าเราควรจะอยู่จุดไหนทำอะไร​ แต่เขาจะไม่ได้บอกเราหรอกครับ และพอเขาพิจารณาเสร็จ เขาก็จะบอกให้เราไปได้ เราก็ยืนตรงโค้งทำความเคารพ 1 ครั้งแล้วก็เดินออกจากห้องเป็นอันเสร็จเรียบร้อย​ แต่ในการรายงานตัวขอบอกเลยว่าทุกอย่างต้องเป็ะห้ามตะกุกตะกักเสียงต้องดังฟังชัดไม่เช่นนั้น เขาจะไล่ให้เราออกไปท่องใหม่ทีหลัง และในเวลาจำแนกลักษณะผู้ต้องขังแต่ละครั้งนั้น​ ใช้เวลาทั้งวันนะครับ ส่วนคนที่จำแนกเสร็จแล้ว เขาก็ยังไม่ปล่อยให้กลับเข้าแดนเลยนะครับ เขาจะปล่อยให้กลับพร้อมกันทีเดียว ใครเสร็จแล้วก็ได้แต่นั่งรออยู่แถวนั้นห้ามเดินไปไหน​ ขอบอกว่าเป็นอะไรที่น่าเบื่อมากกับการจำแนกลักษณะผู้ต้องขัง และ ถ้าผมเลือกได้ผมจะขอให้​ ไม่มีชื่อออก​ไปจำแนกดีกว่า… ​ ( โปรดติดตามตอนต่อไป​ ) ” หมี​ขาว​ ขั้ว​ โลก​เหนือ​ ​” 

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่29 การจำแนก ลักษณะผู้ต้องขัง

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ Keywordsfun และ Foong-Trending

What's your reaction?

Excited
0
Happy
0
In Love
0
Not Sure
0
Silly
0

You may also like

Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 82

เมื่อการสอบสวนของนายอำพลนั้นไม่เป็นผลอย่างที่เขาคิดเอาไว้ เพราะว่าผมเองนั้นไม่ได้แสดงอาการสะทกสะท้านหรือหวาดกลัวอะไรเลยกับการข่มขู่และเสียงดังของเขา ที่มักจะได้ผลทุกครั้งไป และในความคิดของนายอำพลตอนนี้นั้น
Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 81

อยากจะข่มตาหลับ อย่างที่ไอ้ต้นเพื่อนผมบอก แต่มันก็ทำใจหลับไม่ลง เพราะว่าใจของผมตอนนี้ มันร้อนดั่งไฟเผาซะเหลือเกิน หัวสมองคิดไปต่างๆนานา ซึ่งมันก็อดเป็นห่วงเพื่อนฝั่งนู้นไม่ได้เลยว่าเรื่องราวมันจะลุกลามไปถึงไหนแล้ว
Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 80

ผมไม่ได้เจอเพื่อนเก่าอย่างไอ้เบนซ์มานาน ก็เลยหาที่นั่งคุยกัน ตรงใต้ต้นไม้ข้างฝ่ายฝึกวิชาชีพ มีไอ้เบนซ์ ไอ้หมี ไอ้ฮาทร์ และผมกับไอ้แว่นที่อยู่กับผมไม่ห่าง " ไอ้หมี มึงเป็นไงบ้างว่ะกูรู้มาว่าตอนโรคระบาดมึงเป็นไข้ไม่สบายด้วย " ผมถามมันด้วยความเป็นห่วง ถึงแม้ตอนนี้มันจะหายแล้วก็ตาม

Comments are closed.

More in:Story

Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 79

เที่ยงคืนสิบห้านาทีพอประมาณ บรรยากาศบนเรือนนอน เริ่มกลับสู่ภาวะปรกติเหมือนเดิม อย่างที่เคยเป็นมาอีกครั้ง ความสุขมักจะอยู่กับเราแค่เพียงชั่วคราว แต่มันจะอยู่ในความทรงจำตราบนานเท่านาน เพียงเท่านี้ก็สุขใจกันแล้วครับ
Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 78

ขนมหวานถูกจัดใส่จาน วางเรียงอยู่ตรงหน้าช่างดูน่ากินเหลือเกิน ผมเองไม่รอช้ารีบตักกินทันที และที่สำคัญคือมื้อนี้คือมื้อแรก ที่ผมคิดว่าได้กินขนมทุกอย่างในเรือนจำที่มีขาย เพราะส่วนใหญ่แล้ว มักจะเบิกมาแล้วก็ไม่ค่อยได้อย่างที่ต้องการ หมดบ้าง ค้างบ้าง แทนเป็นอย่างอื่นไปบ้าง
Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 77

"พี่ใหญ่ครับ.. พี่ใหญ่..ตื่น..ตื่น..ได้แล้วครับ พี่ใหญ่ครับ..พี่ต้นขึ้นห้องแล้วครับ" ไอ้แว่นทั้งเขย่าตัวผม แล้วก็เรียกชื่อผมอยู่พักนึงเลยก็ว่าได้ กว่าที่ผมจะรู้สึกตัว ลืมตาตื่นขึ้นมานั่งงัวเงีย เมาขี้ตาพักนึงเห็นจะได้ "แว่นต่อบุหรี่ให้พี่ดูดหน่อยดิ " ผมร้องหาบุหรี่สูบกับไอ้แว่น