Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่39

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่39

บทที่39 การรับน้องใหม่บนห้องนอน ep2

“ถ้าเราสำคัญกับใคร เราจะสัมผัสได้ถึงการมีตัวตน ในชีวิตของคนคนนั้น ไม่ใช่เหมือนเป็นแค่อะไรที่อยู่ไปวัน ๆ เป็นลมเป็นอากาศ”

**ขึ้นห้องนอนได้ยังไม่เท่าไหร่ ไอ้บอยก็หาเรื่องแกล้งไอ้แว่นซะแล้ว พวกเรามักจะแกล้งพวกคนใหม่ที่ย้ายมาอยู่เสมอ มันมีมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว จึงทำให้ผมสามารถเล่นละครตามน้ำกับไอ้บอยได้ทัน แบบที่ไม่ได้นัดแนะกันมาก่อน อาศัยแค่มองตาก็ทันกัน ยิ่งนึกผมก็ยิ่งขำ กลับอาการ เหว๋อ ที่ไอ้แว่นได้แสดงออกมาให้เห็นได้ชัด 

จนถึงขนาดจะเรียก หรือ พูดกับผมมันก็ทำไม่ได้  หันมองหน้าผมก็แล้ว เผื่อว่าผมจะหันมามองมัน ผมก็ทำเป็นไม่สนใจและไม่ยอมหันมามองมันสักที จนมันต้องยอมเดินไปนั่งตรงท้ายบล็อค แต่มันก็ยังไม่วายหันชำเลืองมองมาทางผมเป็นระยะ ระยะ ผมก็แกล้งไม่มองมัน ตอนที่มันหันมองมาทางผม แต่ผมก็แอบมองมันด้วยหางตาตัวเองอยู่  แล้วก็นั่งหัวเราะอยู่คนเดียว ** 

ส่วนที่นอนของผมที่ไอ้บอยดำได้จัดไว้ให้นั่น มันเป็นที่เดิมของผมที่ผมใช่นอนตอนที่ติดรอบที่แล้ว อยู่บนเหล่าเต๊งหัวห้อง ซึ่งขนาดความกว้างของเหล่าเต็งนั่น 4คนนอนได้ แต่นี่มีแค่ผมกับไอ้อ๊อฟตู้นอนอยู่แค่สองคน แต่ผมรู้อยู่แล้วล่ะว่า ยังไงไอ้แว่นมันต้องได้ขึ้นมานอนกับผมเป็น3คนแน่นอน แต่ยังก่อนครับยังก่อน การรับน้องใหม่มันยังไม่จบแค่นี้ ยังเหลืออีกหนึ่งอย่างที่มันต้องได้ทำก่อน แต่ไม่ใช่ตอนนี้ รอให้ไอ้ต้น ซึ่งเป็นหัวหน้าห้องนี้ขึ้นขังมาก่อน เพราะมันมีหน้าที่ ก็เลยขึ้นเย็น ค่อยให้มันทำทีเดียว ผมนั่งมองและหัวเราะไอ้แว่นอยู่เพลินๆ ไอ้อ๊อฟตู้มันก็คุยกับผม 

“ไอ้ใหญ่ มึงก็ชอบบ้าบอตามไอ้บอยดำมัน จนเด็กมึงหน้าเสียหมดแล้ว อายเขาหมด ” มันบอกให้ผมดูไอ้แว่นตอนนี้ “เออน่า..ไม่เป็นไรหรอก ปล่อยมันไปก่อน มันยังเหลือร้องเพลงอีกอย่างนึงก่อนและไอ้เด็กคนนี้มันไม่มีฟรอม์หรอกเชื่อกูดิ ” ผมได้บอกให้ไอ้อ๊อฟฟัง และผมก็ได้คุยกับไอ้อ๊อฟ ในเรื่องที่จะให้มันเข้ามาผสมโรงในเหตุการณ์นี้อีกคน จะอำมันทั้งทีต้องเล่นให้ใหญ่เข้าไว้

“เฮ้ย!ไอ้แว่น มึงขึ้นมานั่งนี่ก่อน กูมีอะไรจะถามมึงหน่อย กูมองมึงมานานแล้ว จำได้คลับคล้ายคลับคลา ใช่ๆ มึงแน่ๆ ที่ดักกระถืบลูกกู ขึ้นมาเร็ว!! ถ้าใช่นะมึง..” ความวัวไม่ทันหาย ความควายก็เข้ามาแทรกซะแล้ว ไอ้แว่นมันคงคิดแบบนั้น ยิ่งไอ้อ๊อฟมันเป็นคนที่ท่อดังอยู่ด้วย(พูดเสียงดัง) อีกทั้งทรงมันกวนตีนได้อีกด้วย และที่ผมคุยกับมันให้มันเล่นละครอำไอ้แว่นอีกคน ก็คือเรื่องนี้แหละครับ แต่ไม่ใช่ว่าผมเล่นเอาสนุกอย่างเดียวนะครับ 

ผมอยากจะดูอาการของมันว่ามันจะกลัวจนไม่กล้าทำไรเลยหรือว่ามันจะกล้าพูด และก็อยากจะรู้ว่ามันจะใช้คำพูดของมันยังไง ในเมื่อมันไม่ได้ทำ เขาเรียกว่าเป็นการลองภูมิครับ เราจะได้รู้ว่า เด็กเรามีประสิทธิภาพในตัวเองแค่ไหน ผมจะได้ใช้มันถูกที่ถูกทาง ผมจะได้ไม่ใช้อะไรมัน จนเกินความสามารถของมัน เพราะว่าในคุกมันพลาดไม่ได้เลย ไม่ว่าจะเรื่องอะไร ยิ่งเป็นเรื่อง สีดำ สีเทาด้วยแล้ว พลาดมาครั้งเดียวถึงกับพังกันหมด 

และสำรับผมดูแค่นี้มันยังไม่พอหรอกครับ มันต้องดูไหวพริบ และการเอาตัวรอดถ้าหากมันเกิดพลาดขึ้นมา มันจะมีลูกออกแบบไหน เพื่อที่ไม่ให้คนอื่นต้องมีปัญหาตามมันไปด้วย หรือ จะแก้ตัวให้ตัวเองรอดก็ตาม ไม่ใช่พอเกมเข้าหน่อย ลิ้นขาดทันที นั่งบื้อเป็นคนโง่ไปเลย หรือ โดนตีนเข้าทีสองที ไหลเป็นน้ำเลยซัดทอดจนหมด แบบนี้ก็ไม่ไหวผมไม่เอาหรอกครับ 

คุณผู้อ่านว่าผมดูเรื่องมากไหมครับ ก็จะให้ทำไงได้ก็ผมเป็นคนแบบนี้ จะคบใคร หรือร่วมงานอะไรกับใครใช้เวลานานครับกว่าจะเปิดจนหมด เพราะผมถือว่าผมไม่เคยคิดร้ายกับใครมาก่อน ถึงผมจะไม่รู้จักก็ตาม ในเมื่อผมเป็นคนที่คิดแบบนี้ ผมก็ต้องอยากได้คนที่คิดกับผมแบบนี้เช่นกัน มันคือวิธีมองนิสัยคนให้ออกในแบบของผมครับ

ส่วนในตอนนี้ ไอ้แว่นได้ปีนบันไดขึ้นมาบนเหล่าเต๊งตรงที่ผมกับไอ้อ๊อฟนั่งอยู่แล้ว “พี่มีเรื่องจะคุยอะไรกับผมครับพี่ ” ผมรู้สึกแปลกใจและก็คาดไม่ถึงเหมือนกันที่มันนั้นเป็นคนเริ่มพูดก่อน เพราะในใจผมคิดว่ามันต้องมองหน้าผมก่อนอันดับแรก แล้วก็นั่งข้างผมโดยที่ไม่พูดอะไร แต่ในสิ่งที่ผมเห็นอยู่ตรงหน้านี้ มันนั่งเผชิญหน้ากับไอ้อ๊อฟตรงๆเลย โดยที่ไม่ได้หันมามองผมแม้แต่นิดเดียว ทางไอ้อ๊อฟมันก็นั่งดึงหน้าแทบขาดดูเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน

ไอ้อ๊อฟมองผมด้วยหางตา เหมือนให้ผมเข้าใจว่า ไอ้เด็กคนนี้ใช้ได้ ก่อนที่มันจะพูดกับไอ้แว่น “กูก็ต้องมีเรื่องคุยดิ ไม่งั้นกูจะเรียกมึงมา ทำพ่อมึงหรอ!! ไอ้สัตว์!! เมื่อปีก่อนมึงกระทืบลูกกูใช่ไหมหน้าผับ…. “ ไอ้อ๊อฟก็ยังคงตะคอกใส่หน้ามันด้วยเสียงอันดังเหมือนเดิม เพื่อเป็นการเขียนเสือให้วัวกลัว ส่วนผมเองก็อยากจะรู้ว่า อาการของมันจะเป็นเช่นไร เมื่อเจอสถานการณ์แบบนี้ 

“พี่ครับ..พี่ฟังผมนะ ผมไม่ได้เป็นเด็กจ.วนี้ ผมอยู่ จ…. แต่ที่ผมเกมที่นี้ เพราะผมมาอยู่กับแฟนที่ อ. .…. และ เมื่อปีที่แล้ว ผมเองก็เรียนอยู่ที่มหาลัยรังสิต ผมยังไม่เคยมาเหยียบจังหวัดนี้เลยด้วยซ้ำครับ และอีกอย่าง..ผมบอกไป พี่จะเชื่อผมหรือเปล่าผมไม่รู้ เพราะตัวผมก็ไม่ใช่ คนชอบหาเรื่องหาราวใครอยู่แล้ว เพราะถ้าผมเป็นอย่างที่พี่บอก ผมตายไปนานแล้วครับจริงๆ และลูกของพี่ผมเองก็ไม่รู้จักจริงๆครับ ” จบข่าวครับ…ไอ้อ๊อฟหมดคำที่จะพูด ก็ไม่ได้คิดกันเลยว่า ไอ้แว่นมันจะพูดจะแจง ได้ซะขนาดนี้ เล่นซะไอ้อ๊อฟเอง ไม่รู้จะหาคำไหนมาพูดมากได้ มันจึงพูดออกมาได้มากไปกว่านี้ไม่ได้แล้ว    

“งั้นก็แล้วไป  มึงบอกไม่ใช่ก็คือไม่ใช่ แต่อย่าให้กูรู้ที่หลังว่ามึงโกหกนะ ถ้ากูรู้ว่ามึงโกหก กูบอกได้คำเดียว ใครจะมาออกตัว มาบังมึงไม่ได้ “ถึงมันจะหมดคำพูด แต่มันก็ยังมีฟอร์มที่พูดทิ้งท้ายประโยคเอาไว้  ไอ้อ๊อฟมันก็ไม่ยอมเฉลยหรอกครับว่าจริงๆแล้ว มันแค่อำไอ้แว่นเฉยๆ ส่วนตัวผมนั้น  ผมบอกได้เลยว่า ผมประทับใจมันมาก ผมไม่เคยคิดว่ามันจะทำแบบนี้มาก่อนมันเกินกว่าที่ผมคาดไว้จริงๆครับ

มันเริ่มทำตัวเข้าตาผมมากขึ้นทุกที ทั้งคำพูดคำจาที่ฟังดูอ่อนโยนแต่หนักแน่น อีกทั้งมันไม่แสดงอาการกลัวให้เห็นเลย ถึงแม้จะต้องเผชิญหน้ากับเรื่องร้ายๆที่กำลังจะเกิดขึ้นก็ตาม… โอเคเลยครับถือว่าผ่าน ผมขออีกแค่นิดเดียวเท่านั้นอีกนิดเดียวจริงๆ ขอผมดูอะไรอีกนิดนึงพอ

ไอ้แว่นกำลังเตรียมจะลุกเพื่อกลับไปยังที่นั่งเดิมของมัน แต่ผมห้ามมันไว้ก่อน “มึงไม่ต้องไปไหนหรอกนะ นั่งอยู่บนนี้ก่อน ค่อยลงไปตอนเขาจัดที่นอนเลยทีเดียว” มันได้ยินดังนั้นจึงขยับตัวเองมานั่งอยู่ข้างๆผม ผมคิดว่ามันเป็นคนที่เก็บอาการเก่ง ผมเดาว่ามันต้องเคืองผมอยู่ในใจเป็นแน่ แต่กับเปล่าเลย ผมคิดผิด มันไม่ได้โกรธเคืองอะไรผมเลย 

“พี่ใหญ่ ทำไมแดนนี้ ทีวีในห้องมันถึงได้ใหญ่จังต่างกับแดนนู้นลิบลับเลย ” มันใช่อย่างที่ไอ้แว่นบอกจริงๆครับ ที่แดนนู้นเป็นทีวีรุ่นเก่าหลังเต่า สมัยยี่สิบปีที่แล้ว ส่วนแดนนี้นั้นเป็นทีวีจอแบนพร้อมชุดเครื่องเสียงอีก 1 ชุดมีเหมือนกันหมดทุกห้องครับ เฉพาะแค่ห้อง 2/5 ทีวี 58 นิ้วเครื่องเสียงเป็นลำโพง 2 ตัวพร้อมกลับซับเบสอีก 1 เครื่องทั้งหมดนี้เป็นเงินของนักโทษหามาทั้งนั้น เป็นเงินที่รวบรวมมาจากทุกคนในห้อง ยกเว้นใครที่ไม่มีญาติเลยจริงๆ หรือไม่มีเงินจริงๆ เราก็จะยกเว้นให้ไม่ต้องออกเต็มจำนวนเหมือนคนอื่น แต่ให้ช่วยจ่ายแค่ครึ่งเดียวพอ โดยการที่พวกเขาต้องขึ้นยามจ่ายให้แทน 

แล้วถ้าผมจำไม่ผิด ทีวีเครื่องนี้ผมก็มีส่วนร่วมอยู่ด้วยเหมือนกัน ผมจำได้ว่าเรี่ยไรกันคนละ 5 ซอง พวกไม่มีญาติแค่ 3ซอง แต่ว่าราคานี้ มันสำหรับที่นั่งปกติธรรมดานะครับ ส่วนที่นั่งพิเศษชั้นvipนั้น ก็คือบรรดาเด็กในบ้าน หัวหน้าห้อง รองหัวหน้าห้อง เสมียนห้อง และก็พวกที่นอนหน้าห้องทุกคน จนถึงพวกที่อยู่ในบ้านอ.เมืองอีกด้วย พวกที่อยู่สบายๆทั้งหลายในห้องก็ไม่เว้น จะโดนกันคนละกี่ซองมากน้อยยังไง มันก็อยู่ที่ดุลพินิจและการตัดสินใจของหัวหน้าห้องว่าใครออกเท่าไหร่ มากกว่าน้อยกว่ายังไงบ้าง ผมยังจำได้ว่าผมโดนบุหรี่ไปแถวนึงกับทีวีเครื่องนี้ แต่ผมก็ปล่อยตัวซะก่อนครับ ก่อนที่ทีวีเครื่องนี้จะได้เข้ามาในแดน ก็เลยยังไม่ได้เห็นหน้าตาของมัน แต่ว่าตอนนี้ผมได้เห็นแล้วครับ ว่าหน้าตามันเป็นอย่างไร นึกแล้วก็ไม่อยากเห็นมันเลยจริงๆ

เอาเป็นว่าถ้าผมจะอธิบายให้เข้าใจง่ายๆกันก็คือ สำหรับแดนนี้ ไม่ว่าเราอยากได้อะไร และสิ่งนั้น ตั้งอยู่ในฐานที่เข้าใจยอมรับกันได้ ระหว่างผู้คุมกับนักโทษ แค่นี้ก็สามารถซื้อเข้ามาได้หมด 

แต่ไม่ใช่ว่ามีเงินซื้ออย่างเดียวแล้วเข้ามาได้เลยนะครับ เพราะว่าก่อนอื่นเลย เราต้องหาคนถือเข้ามาให้ได้ซะก่อน ส่วนคนถือจะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจากผู้คุมครับ แล้วเขาก็คงไม่ยอมถือเข้ามาให้ฟรีเป็นแน่ ถือเข้ามาแต่ละที แบงค์เทากระเด็นไปหลายใบกันเลย จากทีวีราคาปกติ 8-9พันบาท แต่พอเป็นทีวีในคุก เข้ามาที 15000 บาทเป็นอย่างต่ำ  

แต่ถึงแม้มันจะแพงมากเท่าไหร่ แต่ในเมื่อมันแลกมากับความสุขความสบายที่พอจะหากันได้แล้วนั้น เรื่องราคามันไม่สำคัญเลยจริงๆสำหรับคนในคุก…อ่านจบแล้วคุณผู้อ่านรู้สึกยังไงกันบ้างครับกับแดนนี้ อีกทั้งการแกล้งไอ้แว่นมันยังไม่หมดแค่นี้หรอกครับมีความสุขเอาไว้ติดตามกันตอนหน้านะครับ สวัสดีครับ ( โปรดติดตามตอนต่อไป ) “หมีขาว ขั้ว โลกเหนือ” #คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่39

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ QuotesAboutSmile และ Keywordsfun

What's your reaction?

Excited
0
Happy
0
In Love
0
Not Sure
0
Silly
0

You may also like

Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 76

นับว่าเป็นการประเดิมความโชคดี ก่อนขึันปีใหม่เลยก็ว่าได้ เรื่องดวงการพนันของผมนั้นก็ยังคงดีอยู่เหมือนเดิม เพราะว่าการเดิมพันในครั้งนี้เรียกว่าผมจับเสือมือเปล่าก็ว่าได้ มันเป็นความชอบส่วนตัวล้วน ๆ เลยครับ
Story

บทที่ 75 ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่.

ในที่สุดเรื่องวุ่นวายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเมื่อ 3 วันที่แล้วในที่สุดก็ได้ข้อยุติเสียที ทุกอย่างได้ผ่านพ้นไปด้วยดี ซึ่งผมก็ยังถือว่าโชคยังเข้าข้างผมอยู่ ผมลองมาคิดดูระยะเวลาเพียงแค่ 6 เดือน ผมมีเรื่องมาแล้วทั้ง 2 แดน

Leave a reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

More in:Story

Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 74

เป็นอันว่าเรื่องราวในครั้งนี้ ผมและไอ้เบนซ์ต่างก็เอาตัวรอดไปได้ด้วยดี ทั้งหมดมันก็มาจากการช่วยเหลือของป๋าเวียง ลูกพี่ที่ผมเคารพรักหมดใจ อีกทั้งการออกรับแทนผมกับไอ้เบนซ์ ของลูกน้องทั้งสองคนของมันอีกด้วย
Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 73

พวกเราทั้ง 5 คนยังนั่งอยู่ในห้องป๋าเวียง ป๋าจึงถามสาเหตุจริงๆ ว่าทำไมถึงมีเรื่องกันได้ซึ่งไอ้เบนซ์ก็ได้เล่าให้ป๋าเวียงฟัง ถึงพฤติกรรมของไอ้อารต์โดยตรง ว่ามันเป็นตัวต้นเรื่องและเป็นคนเริ่มลงมือก่อน
Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 72

ข่าวที่ไอ้แว่นกลับมาจากโรงพยาบาลเริ่มแพร่สะพัดหนาหูมากขึ้นภายในแดน มันจึงทำให้เหล่าบรรดาเพื่อน ๆ ที่มันรู้จักมันก็ดี หรือ FC ก็ดี ต่างก็เดินมาหามาถามสารทุกข์สุขดิบ มาดูอาการของมันว่าเป็นอย่างไรบ้าง