Story

12 ดีไซน์บ้านสุดแปลก ที่ออกแบบมาได้น่าทึ่งจากทั่วโลก

12 ดีไซน์บ้านสุดแปลก ที่ออกแบบมาได้น่าทึ่งจากทั่วโลก

“บ้าน” คือชื่อเรียกของสถานที่สิ่งปลูกสร้างที่เราไว้ใช้อาศัยอยู่ หรือ อาจจะหมายถึง สถานที่ที่ทำให้เรารู้สึกสบายใจ ไม่ว่าความหมายของแต่ละบุคคลจะแตกต่างกันแค่ไหน บ้านก็คือสถานที่ที่เราทุกคนต้องใช้เริ่มต้น เติบโต และกลับไปอยู่เพื่อเติมไฟแห่งชีวิต บ้านจึงเป็นสถานที่สำคัญของคนทุกคน บางคนมีบ้านหลังใหญ่ บางคนหลังเล็ก แต่ความสุขนั่นไซร้แตกต่างกันไป และในบทความนี้ก็เช่นกัน ที่เราจะขอนำพาคุณผู้อ่านไปพบกับบ้านที่ออกแบบมาได้แหวกแนวไม่เหมือนมาตราฐานของบ้านทั่วไป แต่ทำไมถึงดูมีเสน่ห์ได้อย่างน่าประหลาดใจ กับ 12 ดีไซน์บ้านสุดแปลก ที่ออกแบบมาได้น่าทึ่งจากทั่วโลก ที่คุณผู้อ่านเห็นแล้วต้องทึ่ง ว่าเหล่าสถาปนิกพวกนี้คิดสร้างบ้านแบบนี้ได้อย่างไร จะมีความแหวกแนวแค่ไหนเชิญรับชม รับอ่านกันได้เลยจ้า

1.บ้านสนามหญ้าไอซ์แลนด์ ประเทศไอซ์แลนด์

บ้านสนามหญ้าไอซ์แลนด์ เป็นบ้านที่มีประวัติมายาวนาน ถูกบันทึกไว้ว่าเป็นบ้านแรกเริ่มที่มีการสร้างในช่วงยุคของไวกิ้ง ด้วยภูมิอากาศที่เลวร้ายบวกกับขาดแคลนวัสดุ จึงจำเป็นต้องใช้วัสดุที่หาได้ในท้องถิ่นในการสร้าง แต่ที่น่าประหลาดใจด้วยภูมิปัญญาของคนยุคนั้น จึงได้รังสรรค์กลายเป็นบ้านที่แสนงดงาม โดยฐานรากทำด้วยหินแบน ขึ้นโครงด้วยไม้ และปูหลังคาด้วยหญ้า2-3ชั้น ซึ่งช่วยให้สามารถป้องกันความหนาเย็นได้ดีเป็นพิเศษ แต่ละห้องสามารถเชื่อมไปมาภายในตัวบ้าน ถือว่าเป็นบ้านที่ทั้งน่าอยู่และยังมีประโยชน์ถึงที่สุด

2. Giant Seashell Houe ประเทศเม็กซิโกซิตี้

Giant Seashell Houe เป็นบ้านที่สร้างเลียนแบบเป็นรูปเปลือกหอยขนาดใหญ่ ผลงานการสร้างของสถาปานิก Antoni Gaudi และ Frank Lloyd Wright สร้างให้กับครอบครัว 4 คนในแม็กซิโก ภายในตกแต่งด้วยหิน และกระจกหลากสี ถ้ามองจากด้านนอกให้ความรู้สึกเสมือนใส่แว่นตาหลากสีเลยทีเดียว

3. Jayson Fann Spirit Nest Homes รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา

Jayson Fann Spirit Nest Homes บ้านสุดแปลกจากผลงานการสร้างของศิลปิน Jayson Fann ที่รังสรรบ้านออกมาได้แปลกสุดแหวกแนว ให้อารมณ์เสมือนเป็นรังนกขนาดใหญ่ ตัวบ้านประกอบด้วยกิ่งไม้ของต้นยูคาลิปตัสนำมาพันรอบกัน สามารถรองรับน้ำหนักได้ดีและแข็งแรงทนทาน จนสามารถรับคนได้สูงสุดถึง 8 คน ใช้สำหรับนอนพักผ่อน แคมปิ้ง ท่ามกลางธรรมชาติ สำหรับเติมเติมพลังงานให้กับชีวิต..

4. Cohetillos เมืองเอลอัลโต ประเทศโบลิเวีย

Cohetillos คฤหาสน์หรูที่ดูเก๋ไก๋ไม่เหมือนใคร ผลงานการสร้างของสถาปนิกโบลิเวีย Freddy Mamani ผู้รังสรรค์ออกแบบผลงานการสร้างได้อย่างลงตัว ถือว่าเป็นบ้านที่มีสีสันสุดแปลก กลายเป็นแลนมาร์คแห่งหนึ่งในเมืองเอลลัตโต มีคฤหาสน์แบบนี้ที่เป็นผลงานของ Freddy อยู่ด้วยกัน 9 หลัง และแต่ละหลังก็มีการเล่นสี รวมถึงตกแต่งภายในที่แตกต่างกันไป เป็นเสน่ห์ที่มากด้วยฝีมือ คนท้องถิ่นมักให้ฉายาว่า “บ้านดอกไม้ไฟ”

5. Old Water Tower ประเทศเบลเยียม

Old Water Tower แต่เดิมใช้เป็นที่กักเก็บน้ำ และในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ชาวยิวใช้สถานที่นี่เป็นที่หลบภัยจากพวกทหารนาซี ในภายหลังได้มีการยกเลิกและให้ทำลายทิ้ง แต่ได้มีสถาปนิกชาวเบลเยี่ยมคนหนึ่งเกิดปิ้งไอเดียหนึ่งขึ้นมา จนได้ดัดแปลงที่กักเก็บน้ำให้กลายเป็นที่อยู่อาศัย พร้อมทั้งบูรณะภายในให้สามารถอาศัยอยู่ได้เป็นชั้น ๆ ขึ้นไป ซึ่งมีความสวยงามและแสดงออกถึงการนำพื้นที่มาประยุกต์ใช้ได้อย่างลงตัว ในเวลาต่อมาจึงได้กลายเป็นหนึ่งในแลนมาร์คแห่งใหม่ของเบลเยี่ยม..

6. The Hobbit House ประเทศเวลส์

The Hobbit House บ้านที่ถูกอกแบบมาให้เหมือนบ้านของพวก Hobbit ใน the lord of the rings ตัวบ้านใช้วัสดุจากธรรมชาติในท้องถิ่น สร้างขึ้นมา มีความสวยงามแข็งแรง ให้อารมณ์ความรู้สึกเหมือนเราเป็น Hobbit ตัวน้อยที่อยู่ใน Shire ก็ว่าได้ และอีกส่วนหนึ่งที่น่าทึ่งนอกจากตัวบ้านแล้ว คือราคาในการสร้างที่ใช้ไปเพียง 5200 ดอลลาร์ เท่านั้นเอง..

7. Beehive Houses ประเทศซีเรีย

Beehive Houses หรือ บ้านรังผึ้ง เป็นบ้านที่ถูกสร้างขึ้นด้วยดินโคลน ฟาง และหิน มีต้นกำเนิดเมื่อประมาณ 3,700 ปีก่อนคริสตกาล และสามารถพบได้ในชุมชนเกษตรกรรมในชนบท ทะเลทราย และเมืองต่าง ๆ ตัวบ้านที่เป็นเหมือนรังผึ้งทุกหลังจะมีรูอยู่ข้างบน เพื่อให้แสงส่องเข้ามาและระบายความร้อนออกไป ในช่วงเวลาฝนตก ตัวบ้านจะดูดซับน้ำและทำให้ภายในมีอุณภูมิเย็น ใช้เป็นที่อยู่อาศัย ในบางหลังยังปรับปรุงให้เป็นที่กักเก็บอาหารได้อีกด้วย..

8. Free Spirit Spheres แวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา

Free Spirit Spheres บ้านทรงกลมที่ถูกแขวนและยึดไว้บนต้นไม้ มีบันไดเชือกบันไดเวียนและสะพานแขวนสั้น ทำจากไม้หรือไฟเบอร์กลาส ผลงานการสร้างของคู่รักชาวแคนาดา Tom และ Rosy Chudleigh ที่ต้องการให้ผู้เข้าพักได้รับการผ่อนคลาย สัมผัสความสวยงามของธรรมชาติ ภายในตัวบ้านมีการจัดของจำเป็นไว้สำหรับที่พักและระบบไฟฟ้า น้ำประปา เสียอย่างเดียวคือไม่มีห้องน้ำภายในตัว เหมาะสำหรับการพักผ่อนกับครอบครัว หรือ ฮันนีมูน เพื่อรับประสบการณ์การได้เป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ..

9. Heliodome เมืองคอสมิลเลอร์ ประเทศฝรั่งเศส

Heliodome บ้านพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อสิ่งแวดล้อม ผลงานการสร้างของ Eric Wasser สถาปนิกและนักเคลื่อนไหวเพื่อสิ่งแวดล้อม โดยที่ Eric มีความคิดว่าควรจะออกแบบบ้านที่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ตัวบ้านจะติดตั้งไว้ด้วยแผงโซล่าเซลเพื่อกักเก็บพลังงานแสงอาทิตย์ในหน้าร้อน เพื่อให้ความอบอุ่นในหน้าหนาว เป็นการผสมผสานระหว่างไม้และอิฐได้อย่างลงตัว ถึงจะออกแบบมามีรูปร่างที่แปลกในสายตาเพื่อนบ้านอยู่หน่อยก็เถอะ..

10. Keret House กรุงวอร์ซอ ประเทศโปแลนด์

Keret House เป็นบ้านที่มีแต่ผู้คนรู้จักในชื่อบ้านที่แคบที่สุดในโลก ผลงานการออกแบบโดยสถาปนิกชาวโปแลนด์ Jakub Szczesny เพื่อแสดงให้เห็นถึงการนำพื้นที่ว่างมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยตัวบ้านนั้นมีความกว้างเพียง 122 ซม. และถูกบีบอัดระหว่างอาคารสองหลังในใจกลางกรุงวอร์ซอ ต่อมาได้รับการยอมรับให้กลายเป็นหนึ่งในแลนมาร์คประจำกรุงวอร์ซอ ที่มีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมเป็นจำนวนมาก..

11. Egg House ปักกิ่ง ประเทศจีน

Egg House หรือ บ้านไข่ ผลงานการออกแบบของ Dai Haifei สถาปนิกชาวจีนผู้ประสบปัญหาราคาอสังหาริมทรัพย์ที่พุ่งสูงขึ้นในเมืองหลวงของประเทศจีน เขาได้แก้ปัญหาด้วยการสร้างบ้านบนพื้นที่เหลือบนทางเท้า และสามารถเคลื่อนย้ายออกไปได้ตลอด ตัวบ้านใช้วัสดุจากธรรมชาติและติดตั้งแผงโซล่าเซลเพื่อให้พลังงานเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ใช้งบในการสร้างเพียง 6,200หยวน หรือ 960 ดอลลาร์เพียงเท่านั้น..

12. Transparent House กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

Transparent House หรืออีกชื่อที่ผู้คนสวนใหญ่มักเรียกกันว่า “บ้านโปร่งใส” เป็นผลงานการออกแบบของสถาปนิก Sou Fujimoto ได้รับแรงบันดาลใจมาจากบ้านของเล่นในวัยเด็ก ตัวบ้านมีความโปร่งใสชนิดที่ในวันที่อากาศสดใสตัวบ้านจะสว่างไสวทั้งภายใน และภายนอก คุณ Fujimoto ยังกล่าวอีกว่า ตัวบ้านจะสวยที่สุดในตอนหลังฝนตกใหม่ ยามที่แสงส่องลงมาสะท้อนกับหยดน้ำจะงดงามเป็นพิเศษ แต่ก็ต้องแลกมาด้วยความที่ไม่ค่อยจะเป็นส่วนตัวเท่าไหร่เลยเนี่ยสิ..

จบไปแล้วกับบทความ 12 ดีไซน์บ้านสุดแปลก ที่ต้องบอกเลยว่า บ้านแต่ละหลังที่คัดมานี้ ล้วนแต่มีการดีไซน์ที่แปลก แหวกแนว แสดงให้เห็นถึงความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการของสถาปนิกแต่ละคน ที่สามารถสร้างบ้านเหล่านี้ขึ้นมาได้ บางหลังนั้นถึงแม้จะมีรูปทรงภายนอกที่แปลก แต่ภายในกับอัดแน่นไว้ด้วยคุณภาพ สามารถดึงประโยชน์จากตัวบ้านมาใช้ได้อย่างเต็มที่ เห็นแบบนี้แล้วผู้เขียนเองก็อยากจะมีบ้านแบบนี้บ้างอยู่เหมือนกัน ดูไปแล้วก็แปลกตาไม่เหมือนใครดี และคุณผู้อ่านหล่ะครับมีความคิดเห็นแบบไหน ชอบบ้านแปลกแบบนี้กันไหมเอ่ย.. 

ต้องขอกล่าวขอบคุณ คุณผู้อ่านที่น่ารักทุกท่านที่ตามอ่านบทความนี้กันมาจนจบ ไว้พบกันใหม่บทความหน้า.. สวัสดีครับ…

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ QuotesAboutSmile และ Keywordsfun

What's your reaction?

Excited
0
Happy
0
In Love
0
Not Sure
1
Silly
0

You may also like

Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 84

ผมและไอ้แว่นได้ลงมาตั้งแถวรอเยี่ยมญาติอยู่หน้าองค์พระประจำแดน ซึ่งเป็นสถานที่รวมตัวสำหรับพวกที่มีชื่อเยี่ยมญาติในแต่ละรอบ ผมสังเกตเห็นไอ้แว่นมันดูลุกลี้ลุกลนเหมือนอยากจะถามอะไรผม แต่มันก็ยังไม่กล้าเอ่ยปากถามสักที
"วันเข้าพรรษา" ประวัติที่มา ความสำคัญ
Story

“วันเข้าพรรษา” ประวัติที่มา ความสำคัญ

ใกล้เข้ามาแล้วสำหรับเทศกาล "วันเข้าพรรษา" ที่ตรงกับวันพฤหัสบดีที่ 14 กรกฎาคม 2565 ที่จะถึงนี้ หลายคนอาจจะยังไม่เข้าใจถึงที่มาและความสำคัญของวันสำคัญดังกล่าว
Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 83

มันเป็นเช้าวันใหม่ที่บรรยากาศช่างเย็นสบายดีอีกหนึ่งวัน ผ่านการหยุดพักผ่อนที่ยาวเกือบจะอาทิตย์นึงเต็ม ๆ แต่การหยุดยาวครั้งนี้ของผมมันเหมือนแทบจะไม่ใช่การหยุดพักผ่อนอย่างคนปรกติทั่วไปนัก มันมีเรื่องราวมากมายเข้ามาไม่เว้นวัน ผมนั่งนึกย้อนดูว่ามีเรื่องอะไรบ้าง

Comments are closed.

More in:Story

Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 82

เมื่อการสอบสวนของนายอำพลนั้นไม่เป็นผลอย่างที่เขาคิดเอาไว้ เพราะว่าผมเองนั้นไม่ได้แสดงอาการสะทกสะท้านหรือหวาดกลัวอะไรเลยกับการข่มขู่และเสียงดังของเขา ที่มักจะได้ผลทุกครั้งไป และในความคิดของนายอำพลตอนนี้นั้น
Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 81

อยากจะข่มตาหลับ อย่างที่ไอ้ต้นเพื่อนผมบอก แต่มันก็ทำใจหลับไม่ลง เพราะว่าใจของผมตอนนี้ มันร้อนดั่งไฟเผาซะเหลือเกิน หัวสมองคิดไปต่างๆนานา ซึ่งมันก็อดเป็นห่วงเพื่อนฝั่งนู้นไม่ได้เลยว่าเรื่องราวมันจะลุกลามไปถึงไหนแล้ว
Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 80

ผมไม่ได้เจอเพื่อนเก่าอย่างไอ้เบนซ์มานาน ก็เลยหาที่นั่งคุยกัน ตรงใต้ต้นไม้ข้างฝ่ายฝึกวิชาชีพ มีไอ้เบนซ์ ไอ้หมี ไอ้ฮาทร์ และผมกับไอ้แว่นที่อยู่กับผมไม่ห่าง " ไอ้หมี มึงเป็นไงบ้างว่ะกูรู้มาว่าตอนโรคระบาดมึงเป็นไข้ไม่สบายด้วย " ผมถามมันด้วยความเป็นห่วง ถึงแม้ตอนนี้มันจะหายแล้วก็ตาม