Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่51

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่51

บทที่51 หนักกว่า 56 คือ 58

” อย่าเป็นคนเก่งที่แล้งน้ำใจ จงเป็นคนธรรมดาทั่วไปที่มีน้ำใจ ไม่เห็นแก่ตัว “

** ไอ้แว่นไม่สบายจนได้ แล้วดันมาเป็นไข้หวัดตอนนี้อีกด้วย แต่ก็นับว่าโชคดีที่ได้ไอ้อ๊อฟเอายาให้กิน ไม่งั้นพรุ่งนี้เช้ามันต้องเป็นหนักมากอย่างแน่นอน นี้ขนาดที่มันอาบน้ำบนโรงงานไม่คอยได้อาบรวมกับนักโทษคนอื่นมากนักมันยังเป็นเลย และแบบนี้ผมจะรอดไหมเนี้ย ยังไงพรุ่งนี้ต้องหาซื้อยามาตุนไว้เยอะๆซะแล้ว มันน่าจะมีเหลือหลายร้านอยู่ และเดี๋ยวพรุ่งนี้ให้มันลงชื่อออกพ.บด้วย อีกทีนึงดีกว่า…**

เช้าวันใหม่ที่ไม่ค่อยสดใสเอาซะเลย…บรรยากาศอรึมครึมเหมือนฝนทำถ้าจะตก มีลมเย็นของอากาศที่หนาวพัดมาเป็นระยะๆ ยังดีที่ลมนั้นไม่แรงเหมือนเมื่อตอนดึก แต่ในความรู้สึกของผมคิดว่าอากาศนั้นเย็นกว่าเมื่อวานเป็นแน่

ผมยังนุ่งสโร่งกับเสื้อหนาวแขนยาวอยู่เหมือนเดิม เพราะจะอาบน้ำตอนนี้มันคงจะไม่ไหว ผมนั่งอยู่ที่ประจำเหมือนอย่างทุกวัน ส่วนไอ้แว่นหลังจากที่มันได้ยามากินกับที่ผมเช็ดตัวด้วย อาการไข้ของมันจึงลดลงไปมาก ไม่ถึงกับต้องนอนซมเหมือนหลายๆคนที่ผมเห็นมาในเช้าวันนี้ ไอ้แว่นมันก็มีแรงพอที่จะไปทำหน้าที่ของมันในทุกวันได้อยู่ สักพักกาแฟร้อน ๆ ขนมปังกับผลบอลได้ถูกไอ้แว่นเอามาให้ ผมกับมันจุดบุหรี่ขึ้นสูบคนละตัวก่อนที่จะนั่งจิบกาแฟกันต่อ 

“เป็นยังไงบ้างค่อยยังชั่วขึ้นบ้างไหม “ ผมถามไอ้แว่นถึงไข้ที่มันเป็น “ผมค่อยยังชั่วขึ้นมากแล้วพี่ดีนะที่ได้กินยาเมื่อคืนไม่งั้นคงแย่แน่ๆ” ไอ้แว่นได้บอกกับผม และเท่าที่ผมสังเกตดูอาการของมันแล้ว ดูสีหน้าแววตาของมันดูมีชีวิตชีวามากขึ้น ไม่เหมือนคนอมโลกเท่าไหร่ 

“ไม่เป็นอะไรมากก็ดีแล้ว แล้วทีนี้นะมีอะไรให้บอกตั้งแต่ข้างล่างเข้าใจไหม และอีกอย่างถ้าวันนี้เขาประกาศให้ไปหาหมอมึงก็ไปลงชื่อด้วยล่ะ ” ผมได้พูดย้ำกับไอ้แว่นในเรื่องที่มันไม่ยอมบอกผมว่าเป็นไข้ก่อนขึ้นห้อง และสั่งให้มันไปลงชื่อหาหมออีกด้วย ไอ้แว่นพยักหน้ารับปากตกลง แล้วเราสองคนก็พากันไปล้างหน้าแปรงฟันเพื่อให้ร่างกายสดชื่นขึ้น 

หลังจากได้กินข้าวกับต้มจืดกระหล่ำใส่ไก่ ได้กินอะไรที่ร้อน ๆ มันก็เลยทำให้ร่างกายอบอุ่นขึ้นและรู้สึกดียิ่งขึ้น ท้องอิ่มแล้วผมก็เลยหยิบโพยบอลขึ้นมาดูผลการแข่งขันที่ไอ้แว่นจดมาให้ เพียงแค่มองผ่านๆ คิดคร่าวๆ ว่าจะบวกหรือลบ ผมก็เดาได้ว่าวันนี้โชคคงเข้าข้างผมอีก 1 วัน “ว่าไงพี่บวกหรือลบวันนี้ ” ไอ้แว่นที่นั่งอยู่ข้างผมมองผมดูผลบอลอยู่มันก็เลยเอ่ยปากถามผม

“มือชั้นนี้แล้วบวกสิวะ ถ้าวันนี้ลบอีกก็คงจะแย่ ” ผมได้บอกไอ้แว่นไปแบบนั้นมันจะทำให้เราสองคนยิ้มและหัวเราะกันได้ออก “แล้วบวกเท่าไหร่หรอพี่ ”  มันถามผมอีก “ยังไม่ได้คิด เดี๋ยวรอเคารพธงชาติเสร็จก่อนค่อยมาคิดกันที่บ้านไอ้เบนซ์ ก็น่าจะหลายพันอยู่นะ ” ผมบอกกับไอ้แว่นถึงรายรับที่น่าจะได้ ไอ้แว่นทำตาโตร้อง “ฮู้” ขึ้นมาเบาๆ เรียกรอยยิ้มให้กับผมขึ้นมาได้อย่างดีกับอาการที่มันชอบทำตัวเหมือนเด็กได้ของเล่นอย่างไงอย่างงั้น

แล้วก็ถึงเวลาที่ผมมานั่งคิดโพยบอลโดยละเอียด หลังจากเพิ่งเคารพธงชาติเสร็จไอ้เบนซ์ก็นั่งคิดอยู่เหมือนกัน ” ไอ้ใหญ่..เป็นอย่างที่มึงบอกจริงด้วย ถ้าเมื่อวานเราไม่ปรับราคาคู่แมนยู คู่ลิเวอร์พูล คู่บาเยิร์น คู่ AC นะมึง…เหี้ย!เข้าบ้านแน่นอน ” ไอ้เบนซ์พูดชมผม ที่ผมบอกให้มันเปลี่ยนราคา เพราะว่าคู่บอลที่เราบวกส่วนใหญ่นั้น ก็คือคู่ที่เราปรับเปลี่ยนราคานั้นเอง 

“กูก็เห็นว่ามันแปลกๆ ก็เลยปรับเปลี่ยนตามสัญชาตญาณแค่นั้นเอง แล้วมึงบวกเท่าไหร่ “ ผมได้ถามถึงรายได้ของไอ้เบนซ์ในวันนี้ ” น่าจะไม่ต่ำกว่า 20000 ว่ะ ” มันบอกรายได้ของมันให้ผมฟัง “แล้วมึงล่ะได้เท่าไหร่ ” ไอ้เบนซ์ย้อนถามผมถึงรายได้บ้าง ” ของกูได้หมื่นนิดๆว่ะ “ ผมบอกกลับมันโดยที่ไม่ปิดบังอะไร ไอ้เบ็นซ์พยักหน้า ก่อนที่มันจะถามผมอีกว่า “มึงตั้งตัวได้แล้วใช่ไหมไอ้ใหญ่ หรือยังไงบอกกูมาดิ ” ถ้าผมคิดไม่ผิดที่มันถามผม มันคงคิดที่จะให้ผมช่วยมันออกค่าเรทให้พี่แน่ ๆ 

“กูพอตั้งตัวได้แล้ว แต่กูขอมึงคืนนี้แล้วก็วันอาทิตย์อีกวันนึงจะบวกหรือลบเดี๋ยวอาทิตย์หน้ากูช่วยมึงออกครึ่งนึงแล้วกัน เอาตามนี้นะ ” เป็นอันว่าผมกับมันตกลงในข้อเสนอตามนี้ แล้วมันก็เอาเรทบอลวันนี้ขึ้นมาให้ผมดู เราสองคนก็ยังปรึกษากันเหมือนเดิม ถึงการที่จะปรับเปลี่ยนราคาคู่ที่มันดูแปลกๆ และไม่ชอบราคากลางที่ทางหนังสือได้ออกไว้ให้ “เอาเป็นว่าเปลี่ยนแค่ 3คู่ นี้แล้วกัน” ผมได้บอกกับไอ้เบ็นซ์ และเราสองคนก็รีบจดคู่บอลลงโพยกระดาษที่รอไว้ เพราะตอนนี้เด็กเดินโพยต่างยื่นรอรับงานกันพร้อมหน้าแล้ว 

ตอนนี้ผมได้เด็กเดินบอลมาใหม่เพิ่มอีกคน ก็คือไอ้กลอฟ์ที่กินอยู่กับไอ้คมนั่นเอง ผมเดินเอาโพยไปให้ไอ้กลอฟ์ที่ร้านไอ้คมก็เพื่อจะให้มันไปหาซื้อยาพาราให้ด้วย ” ไอ้กอล์ฟอันนี้โพยวันนี้ และนี่อันเก่าที่ต้องเก็บมาส่ง… กอล์ฟมึงเดินดูยาพาราให้ด้วยนะว่าร้านไหนมีขายบ้าง ถ้าเจอมึงซื้อเก็บไว้ให้เลยนะ เอามา4-5ซองเลย ” ผมได้สั่งไอ้กลอฟ์เอาไว้ 

“ไอ้คมตอนเย็นกูเอาบุหรี่ที่ยืมไปเมื่อวานมาใช้มึงเลยนะ 800 แล้วมึงจะเอาเก็บไว้ทำทุนหรือเปล่า หรือ มึงจะเอาไปหมุนอะไรไหมเมื่อคืน กูบวกมาพอได้เนื้อหน่อย มึงจะเอาเก็บไว้ไหม ” ผมบอกกับไอ้คมเผื่อมันต้องการจะใช้อะไรเพิ่มเติม 

“ขอบใจมากแต่เดี๋ยวกูดูก่อนแล้วกัน มึงจะเอาบุหรี่มาฝากไว้ที่กูก่อนก็ได้เดี๋ยวเก็บไว้ให้ แล้วเมื่อคืนบวกเท่าไหร่ ” ไอ้คมได้ขอบใจน้ำใจผม และบอกผมเอาบุหรี่มาฝากไว้ก็ได้ ” เมื่อคืนบวก 12000 บาท ” ผมบอกกับมันโดยไม่ปิดบัง ” ก็เยอะอยู่นี่หว่า ” มันตอบ 

การพนันในคุก ยิ่งถ้าเป็นวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ คุณผู้อ่านรู้ไหมว่าเงินสะพัดขนาดไหน ทั้งไฮโล วงไพ่ อีกทั้งตะกร้อเดิมพัน เปตองก็มีให้เล่นกัน พอหลังเที่ยงก็มีมวยตู้ให้แทงอีกต่างหาก นักโทษคนไหนถนัดเล่นอะไรแบบไหนมีให้เล่นหมด จะบ่อนเล็กบ่อนใหญ่เปิดกันอย่างเสรี แล้วแต่กำลังทรัพย์ที่มีกัน โดยเฉพาะโต๊ะบอลนั้น มีไม่ต่ำกว่า5ถึง6โต๊ะเลยทีเดียว และส่วนมากคนที่แทงบอลแต่ละคนนั้น ไม่ได้แทงแค่โต๊ะเดียวซะเมื่อไหร่ บางคนแทงที 6-7โพยก็มี คือใครเอาโพยมายื่นให้กูก็แทงหมดแทงวันนึง 2 ถึง 300 บาท มันจึงทำให้แดนนี้ในแต่ละวันของวันหยุดเสาร์- อาทิตย์ เงินสะพัดไม่ต่ำกว่า5-6แสนบาทหรือมากกว่านั้นเลยทีเดียว นี่ดีนะที่ไม่มียาเสพติดเข้ามาเกี่ยวด้วย ไม่เช่นนั้นเงินสะพัดเป็นล้านแน่นอนที่อยู่ในแดนแห่งนี้…

แต่มันก็ดีแล้วที่ไม่มียาเสพติดเข้ามายุ่งเกี่ยวในตอนนี้ เพราะว่าถึงรายได้มันจะมากแต่ปัญหาที่จะตามมาผมว่ามันมีมากกว่าเช่นกัน และที่สำคัญที่สุดก็คือ ใจของผมที่มันจะแข็งพอรึป่าว ซึ่งผมก็ยังไม่รู้เหมือนกัน กลัวห้ามใจตัวเองไม่ไหวไปยุ่งกับมันอีก คราวนี้เงินหามาเท่าไหร่ก็คงจะไม่พอกับรายจ่าย หามาได้มากก็คงใช้มากไม่มีเก็บแบบนี้เป็นแน่

ผมขอแค่นี้ก็พอแล้วล่ะที่เป็นกันอยู่ทุกวันนี้ ไม่ต้องดีมากไปกว่านี้แล้ว ขอแค่ให้มันดีอย่างนี้ไปตลอดก็พอ ถึงไม่ตลอด ก็ขอให้มันนานที่สุดก็แล้วกัน อย่าพึ้งมีอะไรเปลี่ยนแปลงเลยก็พอ ให้คุกมันนิ่งๆ นานๆ ก็โอเคที่สุดแล้ว วันนี้ผมให้ไอ้แว่นนอนหลับพักผ่อน ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้นเพราะมันยังป่วยอยู่ ที่มันดีขึ้นก็คงเป็นฤทธิ์ของยาพาราที่กินไปเท่านั้น เพราะเชื้อหวัดในร่างกายของมันยังไม่หมดง่ายขนาดนี้หรอกครับ ถ้าไม่มียาให้กินต่อเนื่องสัก 3วันเป็นอย่างน้อยแล้วละก็ไข้หวัดมันก็กลับมาเล่นงานมันอีก ไม่มีทางหายขาดอย่างแน่นอน 

ผมได้เดินเอาโพยบอลไปให้พวกที่แทงกันเป็นประจำอย่างเคย แต่ไม่ว่าผมเดินไปตรงไหนก็ต้องเห็นคนที่ไม่สบายนอนคลุมโปงกันอยู่ทุกที่ทั่วแดนไปหมด ไปหาบังดุลที่ล็อคฝักบัวเพื่อให้แกแทงบอลเหมือนเดิม ผมก็เห็นเด็กในบ้านแกไม่สบายตั้ง 4คน ผมเลยถามบังไปว่า “บังในห้องบังไม่สบายกันเยอะไหม” และบังก็ตอบผมมาว่า “เกือบจะครึ่งห้องแล้วใหญ่ ถ้ายังหนาวแบบนี้ไปเรื่อยๆ บังว่าไม่เกินอาทิตย์ ต้องป่วยกันเกินครึ่งแดนแน่ๆ และเห็นเขาพูดกันว่าที่ พ.บ ยาพาราใกล้จะหมดแล้วด้วย ” ผมได้ยินที่บังพูดก็แปลกใจเลยถามไปว่า 

“แล้วยามันจะหมดได้ไงบัง ผมไม่เข้าใจจริงๆ ไข้หวัดระบาดทีไรยาต้องขาดทุกที ” บังได้ฟังจึงพูดด้วยความโมโห “ก็แม่งขโมยยามาขายกันหมดละซิไอ้พวกที่ทำงานอยู่พ.บ ที่บังรู้ก็ไอ้ฤทธิ์เด็กแถวบ้านบังมันเล่าให้บังฟัง ทุกวันนี้มันมีเงินฝากเป็นแสนแล้ว ก็เพราะเอายาพ.บออกมาขาย ทุก 6เดือน กรมจะส่งยามาให้ที และนี้พึ้งต้นเดือน พ.บ.ยาจะหมดแล้วกว่าจะมกราคมไม่ตายห่ากันหมดหรอ”

ผมได้ฟังที่บังบอกและมันก็จริงอย่างบังพูดซะด้วยซิ “แล้วนี่บังพอมียาไว้กินรึเปล่าครับ ” ผมถามบังด้วยความเป็นห่วง “บังพอมีอยู่ ใหญ่ถามทำไมรึ ไม่สบายรึไง เอาป่าวเดี๋ยวบังให้แผงนึงเอาไว้กิน “ บังบอกกับผม “เปล่าๆครับบังที่ผมถามผมให้พวกไปหาซื้อมาอยู่ครับ นึกว่าบังไม่มีผมจะได้เอามาให้ ” ผมบอกกับบังถึงเหตุผลที่ถามไป 

“บังก็คิดว่าเอ็งไม่สบายรึใครเป็นอะไร ไม่ต้องมาให้บังหรอกและนี่ใหญ่เอาเก็บไว้กินนะ เพื่อหาซื้อไม่ได้ยังไงรับไป ที่บังมีอยู่เกือบ10แผงได้ ” ผมปฏิเสธในตอนแรกที่จะรับยาที่บังให้ แต่แกก็ไม่ยอมผมก็เลยต้องรับเอาไว้ และแกก็ยื่นโพยบอลที่แกแทงกลับมาให้ผม 6กล่อง ผมก็เลยกระซิบบอกทีเด็ดแกไป3ตัว ให้ไปแทงโต๊ะอื่น 

“บังจะหาอีกตัวเสียบเป็นเสต็ป4ก็แล้วแต่บังนะครับ แต่บังก็อย่าแทงเยอะนะผมก็ไม่รู้ว่ามันจะเข้าจริงรึป่าว ลูกกลมๆมีลมข้างใน อะไรมันก็เกิดขึ้นได้ แต่ผมขอให้บังอย่าไปแทงโต๊ะไอ้เบ๊นซ์มันนะครับที่ผมให้ไป ” บังรับปากกับผมตามที่ขอไว้ “ขอบใจมากใหญ่เดี๋ยวจะแทงโต๊ะอื่นให้เต็มเครื่องเลย แดกกูไปเยอะกันแล้วด้วย บังรับปากว่าจะไม่บอกใคร ” ผมยิ้มให้กับบังก่อนที่จะขอตัวเดินไปที่อื่นต่อ

ผมเดินไปหาพวกที่โรงเลี้ยงซึ่งก็มีอยู่หลายบ้านที่เป็นขาประจำของผม“เอาๆ แทงใหม่จ่ายของเก่าด้วยพวก ” ผมร้องบอก ผมสังเกตดูเห็นที่โรงเลี้ยงมีพวกที่ไม่สบายนอนอยู่รวมกันเป็นจำนวนมาก คงเพื่อที่จะรอออกไปหาหมอที่พ.บ เผื่อเขาประกาศเรียกตอนไหนจะได้เดินกันไปทีเดียว “กูว่าปีนี้แม่งเป็นกันหนักว่ะ อากาศก็หนาวไม่หยุดเลย ” ผมได้ยินใครไม่รู้บ่นให้เพื่อนฟัง แล้วผมก็ได้ยินเสียงประกาศในทีวีบอกถึงสาเหตุของอากาศที่หนาวเย็นในตอนนี้ เนื่องจากมีความกดอากาศต่ำจากประเทศจีน พัดผ่านเข้ามาสู่ประเทศไทย รวมถึงพายุดีเปรสชั่นจากภาคใต้ พัดผ่านขึ้นมาสู่ตอนบนของประเทศ จึงทำให้มีมวลอากาศเย็นเกิดขึ้น และจะกินเวลาแบบนี้ไป  3-4 สัปดาห์ด้วยกัน 

ผมได้ยินดังนั้นก็นึกสังหรณ์ใจว่าปีนี้มันหนักและรุนแรงมากแน่นอน 100% จะทำไงได้อยู่ในคุกมันไม่สามารถที่จะหลบไปไหนได้อยู่แล้ว อะไรจะเกิดก็ต้องปล่อยให้มันเกิดขึ้น ต้องยอมรับสภาพ แต่ถ้าเรายังพอมีทางที่จะป้องกันตัวเองได้ อาจจะไม่มาก แต่ถ้าเราทำได้ก็ควรจะป้องกันเอาไว้ เตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์ที่มันจะเกิดขึ้น เพราะมันเป็นประโยชน์กับตัวเราเองทั้งนั้น…

“เหตุการณ์มันจะเป็นอย่างไร ไว้พบกันใหม่สวัสดี” (โปรดติดตามตอนต่อไป) ” หมีขาว ขั้ว โลกเหนือ “# คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่51

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ QuotesAboutSmile และ Keywordsfun

What's your reaction?

Excited
0
Happy
0
In Love
0
Not Sure
0
Silly
0

You may also like

Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 82

เมื่อการสอบสวนของนายอำพลนั้นไม่เป็นผลอย่างที่เขาคิดเอาไว้ เพราะว่าผมเองนั้นไม่ได้แสดงอาการสะทกสะท้านหรือหวาดกลัวอะไรเลยกับการข่มขู่และเสียงดังของเขา ที่มักจะได้ผลทุกครั้งไป และในความคิดของนายอำพลตอนนี้นั้น
Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 81

อยากจะข่มตาหลับ อย่างที่ไอ้ต้นเพื่อนผมบอก แต่มันก็ทำใจหลับไม่ลง เพราะว่าใจของผมตอนนี้ มันร้อนดั่งไฟเผาซะเหลือเกิน หัวสมองคิดไปต่างๆนานา ซึ่งมันก็อดเป็นห่วงเพื่อนฝั่งนู้นไม่ได้เลยว่าเรื่องราวมันจะลุกลามไปถึงไหนแล้ว
Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 80

ผมไม่ได้เจอเพื่อนเก่าอย่างไอ้เบนซ์มานาน ก็เลยหาที่นั่งคุยกัน ตรงใต้ต้นไม้ข้างฝ่ายฝึกวิชาชีพ มีไอ้เบนซ์ ไอ้หมี ไอ้ฮาทร์ และผมกับไอ้แว่นที่อยู่กับผมไม่ห่าง " ไอ้หมี มึงเป็นไงบ้างว่ะกูรู้มาว่าตอนโรคระบาดมึงเป็นไข้ไม่สบายด้วย " ผมถามมันด้วยความเป็นห่วง ถึงแม้ตอนนี้มันจะหายแล้วก็ตาม

Comments are closed.

More in:Story

Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 79

เที่ยงคืนสิบห้านาทีพอประมาณ บรรยากาศบนเรือนนอน เริ่มกลับสู่ภาวะปรกติเหมือนเดิม อย่างที่เคยเป็นมาอีกครั้ง ความสุขมักจะอยู่กับเราแค่เพียงชั่วคราว แต่มันจะอยู่ในความทรงจำตราบนานเท่านาน เพียงเท่านี้ก็สุขใจกันแล้วครับ
Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 78

ขนมหวานถูกจัดใส่จาน วางเรียงอยู่ตรงหน้าช่างดูน่ากินเหลือเกิน ผมเองไม่รอช้ารีบตักกินทันที และที่สำคัญคือมื้อนี้คือมื้อแรก ที่ผมคิดว่าได้กินขนมทุกอย่างในเรือนจำที่มีขาย เพราะส่วนใหญ่แล้ว มักจะเบิกมาแล้วก็ไม่ค่อยได้อย่างที่ต้องการ หมดบ้าง ค้างบ้าง แทนเป็นอย่างอื่นไปบ้าง
Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 77

"พี่ใหญ่ครับ.. พี่ใหญ่..ตื่น..ตื่น..ได้แล้วครับ พี่ใหญ่ครับ..พี่ต้นขึ้นห้องแล้วครับ" ไอ้แว่นทั้งเขย่าตัวผม แล้วก็เรียกชื่อผมอยู่พักนึงเลยก็ว่าได้ กว่าที่ผมจะรู้สึกตัว ลืมตาตื่นขึ้นมานั่งงัวเงีย เมาขี้ตาพักนึงเห็นจะได้ "แว่นต่อบุหรี่ให้พี่ดูดหน่อยดิ " ผมร้องหาบุหรี่สูบกับไอ้แว่น