Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่52

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่52

บทที่52 มากกว่า 56 คือ 58 ep.2

“การหัวเราะให้กับปัญหา ไม่ใช่ทางออกของปัญหา แต่เป็นการสอนให้รู้ว่า ถึงแม้เรามีปัญหาเราก็พร้อมที่จะอยู่กับมัน”

** งานเข้าแล้วละสิ เกิดปัญหาใหญ่เข้าให้แล้ว จะหาทางแก้ก็ไม่ได้ เท่าที่ทำได้คือการดูแลตัวเองให้ดีที่สุด อย่าให้เจ็บป่วยในตอนนี้ให้ได้ ให้มันผ่านพ้นเดือนนี้ไปให้ได้เป็นดีที่สุด กับภัยธรรมชาติที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงมันได้ ความหนาวที่ติดต่อกันหนึ่งเดือนเต็ม มันนานที่สุดเท่าที่เคยเจอมา และถ้ามันนานขนาดนั้นจริง เดือดร้อนกันทั่วทั้งคุกเป็นแน่ ยากินที่พ.บก็กำลังจะหมดในไม่ช้านี้แล้ว ถ้ามันหมดเมื่อไหร หายนะมาเยือนเรือนจำแน่นอน…**

หลังจากที่ผมออกมาจากโรงเลี้ยง ในหัวมันมีเรื่องให้คิดมากมายเหลือเกิน ‘ หนาวติดต่อกันหนึ่งเดือน ‘ ถ้าเกิดขึ้นจริงจะทนกันไหวหรอว่ะ ต้องเตรียมตัวให้พร้อมตั้งแต่เนิ่นๆ ดีที่สุด.. นี่คือสิ่งที่ผมคิดอยู่ในหัวขณะนั้น แล้วผมก็เดินมาหาน้าชิดที่บ้านแก 

“น้าหวัดดี..น้ามียาพาราแบ่งขายให้ผมซักหน่อยไหมครับ ” ผมถามเข้าประเด็นเลยทันที 

“เออ..หวัดดี. กูก็นึกว่าจะมาเอาจดหมาย แล้วนี่ไม่มีแฟนคลับที่ขังหญิงเขียนหาเลยไง แปลกว่ะ และจะซื้อยาเอ็งเอาเท่าไหร่ล่ะ ” น้าชิดถามผมกลับมาเป็นชุด ๆ เลยทีเดียว “ตอนนี้ยังไม่ว่างเขียนเลยน้า และผมก็ไม่ได้ HOT!ขนาดนั้น ถ้างั้นคงมีใครหลงเขียนมาหาแล้ว และน้าจะให้ผมได้เท่าไหรละ ผมเอาหมดครับ ” ผมบอกน้าชิดกลับไป 

น้าชิด ครุ่นคิดอยู่สักพักนึง เหมือนว่าแกชั่งใจอะไรอยู่แล้วก็บอกกับผม “เอางี้ใหญ่ ตรง ๆ เลยนะแล้วไม่ต้องพูด ไปละน้าให้มึง 120เม็ด เอามาให้น้าแถวนึงพอจบ” ราคาที่น้าชิดบอกมาผมไม่มีปัญหา และผมก็ไม่รู้ด้วยว่าน้าชิดจะมียาเป็นกระปุกแบบนี้ เดินมาเจอ ตอจริง ๆ

“ได้เลยน้าไม่มีปัญหา ผมนี่คิดไม่ผิดจริง ๆ ที่เดินมาหาน้าถามน้าคนแรก ไม่เคยทำให้หลานผิดหวังสักครั้งจริงๆ และนี่น้าเอาไปก่อน 6ซองนะ เดี๋ยวผมเดินถึงบ้านก่อน จะให้ไอ้แว่นมันเอามาให้อีก 4ซอง และร้านน้ำนี่ของใครน้า? ผมซื้อ 2ขวด นี่ครับบุรี่อีกซอง ” และผมก็ให้น้าชิดไว้กินหนึ่งขวด จากนั้นผมก็ถือกลับไปอีกขวด ส่วนยาพาราเดี๋ยวคอยให้ไอ้แว่นมาเอา 

ก่อนจะเดินไปแถวหน้าโรงงานหนึ่ง ที่มีลูกค้าผมนั้งเล่นดวดกันอยู่รอแทงบอล “ขอบใจมากใหญ่…นี่ๆพวกมึงดูไว้ คนมีใจให้กันเข้าต้องแบบนี้ ไม่ต้องให้คิดและไม่มีพูดมาก ดูไอ้ใหญ่เป็นตัวอย่างซะ ทรงพวกมึงมันของเก๊ ” ผมหันมายิ้มให้กับแก่อีกที แกคงโมโหพวกเด็ก ๆ ในบ้าน แกถึงได้พูดไปขนาดนั้น

ในที่สุดผมก็หมดปัญหากับเรื่องไข้หวัดที่กำลังมาเยือนสักที คราวนี้จะหนาวเป็นเดือนๆ ก็ไม่สะทกสะท้านอะไรอีกแล้ว นี่แหละครับที่เขาพูดกันและได้ยินบ่อย “ทุกปัญหามีทางออกเสมอ ” ขึ้นอยู่กับเราจะหามันเจอรึป่าว ค่อยๆคิด ค่อยๆแก้กันไปในเวลาที่เจอปัญหา ถ้าเรามีสติไม่รีบร้อนเดี๋ยวเราก็เจอทางออกจนได้เอง..

ผมได้แว่ะไปแถวโรงงานหนึ่งเป็นที่เรียบร้อย และกำลังเดินไปร้านไอ้คมต่อเพื่อที่จะไปบอกมันว่าไม่ต้องหาซื้อยาพาราแล้ว “ไอ้คม..บอกไอ้กลอฟ์มันด้วยว่าไม่ต้องหาซื้อยาพาราแล้วนะ กูหาได้พอแล้ว ” ไอ้คมรับรู้ก่อนที่มันจะพูดว่า ” เดี๋ยวกูบอกให้ มันคงเดินบอลของมันอยู่ และนี่ยาพารากูหามาได้สามแผง มึงจะเก็บไว้ไหม ไม่ยังไงกูเก็บไว้เองก็ได้ ” ไอ้คมได้สั่งยาพารามาได้3แพง ซึ่งผมก็ไม่ต้องการเก็บไว้ด้วย 

“ไม่ต้อง กูซื้อเองและมึงก็เก็บเอาไว้กินเลยนะ ไข้หวัดมันจะต้องระบาดอีกเป็นแน่ กูดูข่าวมา มันบอกว่าจะหนาวแบบนี้ทั้งเดือน กูก็ไม่รู้ว่ามันจะจริงไหม แต่เตรียมไว้ก็ไม่เสียหายอะไร ” ผมอธิบายให้มันฟัง ถึงข่าวที่ผมได้ยินมา ในตอนแรกมันจะไม่เอา แต่ผมก็สั่งให้มันรับไว้จนได้ “ขอบใจมึงแล้วกัน “ มันตอบกลับผม ก่อนที่ผมจะลุกออกจากร้านมันเพื่อจะไปดูไอ้แว่นสักหน่อยว่าเป็นไงบ้าง 

พอไปถึง ผมเห็นมันนั้งกินข้าวกล่องอยู่พอดี ‘เออ..มันกินได้แบบนี้ถือว่าดี‘(ผมนึกในใจ) และพอมันเห็นผมเดินมา มันจึงหยิบข้าวกล่องที่มันซื้อเพื่อผมไว้ด้วยมาว่างให้ผมพร้อมกับช้อน “ตื่นมาหิวพี่ ก็เลยซื้อข้าวกล่องมา 2กล่องนะพี่ พี่กินเลยรึป่าว ” ผมพยักหน้าแล้วก็นั่งลงกินข้าว 

“นี่ครับพี่บุหรี่ 10แถวค่าบอลเมื่อคืน ” มันบอกผม และมันก็บอกว่าใครเอามาให้เท่าไหร่บ้าง ผมจดลงสมุดเรียบร้อย ผมจึงถามถึงอาการของมัน “แล้วมึงเป็นไงบ้าง แดกได้แบบนี้คงไม่เป็นไรมากแล้วละ และค่าข้าวจ่ายยัง ” ผมถามมัน 

“ยังเลยพี่ รอของฝากอยู่และก็ดีขึ้นมากแล้วพี่ เดี๋ยวรอออกพ.บไปเอายามากินอีกทีก็หาย ” มันบอกกับผม “มึงไม่ต้องไปเอายาแล้ว และทำไม่มึงไม่เอาค่าบอลจ่ายค่าข้าวไปเลยละ นี่มันบวกมาทั้งนั้น 10แถวเนี้ย เอาอันนี้ไปจ่ายเขา และนี้อีกแถวนึงมึงเอาไปให้น้าชิดนะ แล้วเอายาพารากลับมา “ ผมหยิบบุหรี่มาให้ไอ้แว่น 12ซอง แล้วมันก็ลุกขึ้นไปทำตามที่ผมสั่ง 

“เอาไอ้บอยบุหรี่เอาไว้สูบ ” ผมโยนบุหรี่ให้บอย 1 ซอง ไอ้บอยพยักหน้าขอบคุณ “เมื่อคืนบวกเยอะไง ” มันถามผม “บวกนิดหน่อย ” ผมบอกมันไปแบบนี้ เพราะถ้าผมบอกว่าบวกหมื่นสอง มีหวังมันยืมผมเอาไปหมุนเป็นแน่ ผมรู้นิสัยของมันอยู่ อีกอย่างผมก็ไม่อยากจะผิดใจกันเพราะเรื่องเงินๆ ทองๆ มันจะเสียเพื่อนป่าว ๆ

ไอ้แว่นกลับมาถึงพร้อมกับยาพาราของน้าชิต 120เม็ด “ทำไมพี่ซื้อมาเยอะจัง” ไอ้แว่นมันถามผม ผมจึงต้องอธิบายให้มันเข้าใจ “เผื่อเหลือดีกว่าเผื่อขาด แล้วกูจะบอกให้ วันนี้กูได้ยินข่าวในทีวีกรมอุตุฯบอกว่าจะหนาวอย่างนี้ทั้งเดือนพฤศจิกายน แต่กูดูแล้วปีนี้ในคุก คนเป็นไข้น่าจะหนักกว่าปี 56มากแน่ๆ แล้วอีกอย่างยาที่พ.บกูรู้ข่าวมาว่ามันใกล้หมดแล้วด้วย กูก็เลยซื้อตุนไว้เยอะๆ มันก็ไม่ได้เสียหายอะไรเก็บไว้กินได้เข้าใจไหม “ ไอ้แว่นพยักหน้าเข้าใจในสิ่งที่ผมบอก 

“แล้วมันจะหนาวแบบนี้เดือนนึงจริงหรอพี่ ” มันถามผมด้วยความข้องใจอีกทีนึง ไอ้นี่ขี้สงสัยจริง ๆ ผมคิด “กูก็ไม่รู้หรอกว่าจะจริงไหม กูเกิดมากูก็ไม่เคยเห็นปีไหนที่หนาวทั้งเดือนแบบนี้ ที่เตรียมไว้คือกันไว้ก่อน เผื่อมึง หรือ กูไม่สบายขึ้นมาจะได้มียาไว้กิน ไม่ต้องไปขอใครเขา มีไว้กินเองแบบนี้จะหนาวเป็นเดือนก็ไม่ต้องกลัว “ ผมบอกให้มันเข้าใจ สักพักได้มีเสียงประกาศให้ไปหาหมอที่พ.บ สิ้นเสียงประกาศจากหน้าประตูแดน คนจำนวนมากได้ไปรอลงชื่อออกพ.บกันเป็นร้อย ส่วนมากเป็นคนแก่บางคนเดินไม่ไหวต้องนั้งรถเข็นไปก็มี 

“มึงเห็นไหมไอ้แว่นนี้เพียงแค่ 2 วัน คนป่วยมันยังเยอะขนาดนี้เลย กูพูดอะไรให้มึงฟังไม่มีผิดหรอก ปีนี้หนักแน่นอน เผลอต้องมีคนตายอีกเป็นแน่  ยังไงมึงก็รีบกินยาซะ จะได้รีบหายไว ๆ แล้วกัน เดี๋ยวมึงเอามาติดกูกับไอ้อ๊อฟบนห้อง จะชิบหายกันไปใหญ่ทีนี้จะไม่มีใครดูแลใครได้ มึงก็ป่วยกูก็ป่วยบันเทิงกันละ “ผมพูดติดตลกทิ้งท้ายให้ไอ้แว่นมันฟัง 

ที่หน้าประตูแดนตอนนี้ ได้มีการคัดคนออก ใครที่เป็นไข้ไม่มากกับพวกที่แกล้งป่วยเพื่อจะเอายามาขายหมดสิทธิ์ออกไปก่อน เหลือไว้แต่พวกที่ป่วยหนักจริงๆ ถึงจะได้ออกพ.บในตอนนี้ได้ เพราะเห็นว่าจำนวนคนที่ออกพ.บตอนนี้มันมีมากจนเกินไป ถ้าจะต้องตรวจให้หมดวันนี้ไม่ต้องขึ้นห้องนอนกันทีเดียว อีกประการหนึ่ง คงจะเป็นเพราะยาที่พ.บใกล้หมดแล้วนั่นเอง 

ทางพ.บเองก็คงจะต้องการยื้อให้เต็มที่กับในปริมาณยาที่เหลืออยู่ ตอนนี้ ให้ใช้ได้นานที่สุด เพราะถ้าเรื่องยาใกล้หมดเข้าถึงหูผู้บัญชาการเรือนจำเมื่อไหร่ ความซวยจะต้องตกอยู่กับหมอที่มีหน้าที่ในเรือนจำนี้ทั้งหมด ต้องออกมาชี้แจงว่าทำไมยาที่พ.บถึงหมดก่อนกำหนด เป็นเดือนแบบนี้นั้นเอง การเจ็บไข้ได้ป่วยมันห้ามกันไม่ได้ และไอ้พวกที่เอายาพ.บมาขาย มันก็ไม่รู้ว่าปีนี้จะมีโรคไข้หวัดระบาดอีกด้วย แบบนี้ในคุกเขาเรียกว่าถึงเวลารับกรรม แบบนี้ซวยน้อยหน่อย ก็แค่จับเข้ามาอยู่ในแดน แต่ถ้าซวยมากหน่อย ก็โดนจับต่อคดีข้อหาลักทรัพย์ของหลวงต่อไป

หลังจากคัดคนออกเกือบครึ้งช.ม ก็เหลือนักโทษที่ต้องออกไปหาหมอประมาณ 70 คน และพวกที่ไม่ได้ไปเกือบร้อยคนเห็นจะได้ ในบรรดาพวกที่ไม่ได้ออกไปพ.บนั้น เท่าที่ผมสังเกตดูดีๆ ก็มีพวกที่ไม่ได้ป่วยเลยอยู่เยอะเหมือนกัน ส่วนพวกที่ไม่สบายแต่ไข้ยังไม่สูงเป็นน้อยๆ ก็พอมีให้เห็นอยู่บ้าง พวกนี้ก็ต้องดูแลตัวเองต่อไปต้องดิ้นรนตามอัตภาพต่อไป

ความไม่เสมอภาคและเท่าเทียมกัน มันมีให้เห็นอยู่มากมายในคุกแห่งนี้ และที่อื่นๆทั่วไปหมด และยิ่งถ้าใครติดคุกไม่มีญาติแล้วหน่ำซ้ำไม่มีเพื่อนฝูงพวกพ้องด้วยแล้ว สมัยนี้อยู่ไม่ได้หรอกครับ อยู่ยาก จะมาคิดเหมือนสมัยก่อนว่าถึงไม่มีญาติก็อยู่ได้ ยังไงหลวงก็ไม่ทิ้ง สมัยนี้มันใช้ไม่ได้แล้วครับ มันหมดยุคไปแล้ว ยุคนี้มันต้องมีพวกพ้องเพื่อนฝูงถึงจะอยู่ได้ในคุกสมัยนี้

ถึงเวลาอาบน้ำตอนเย็น บรรยากาศมันก็ยังหนาวเหมือนตอนเช้าอยู่เลย วันนี้แทบจะไม่เห็นดวงอาทิตย์โผล่พ้นก้อนเมฆสีดำให้เห็นเลย ไม่ทันไรฝนเจ้ากรรมก็ลงเม็ดลงมาเพิ่มความหนาวเข้าไปอีก เท่านั้นยังไม่พอ สายลมพัดมาอ่อนๆ ชวนให้ขนลุกก็มาครบหมด 

“มาตกอะไรตอนนี้ว่ะ ยังอาบน้ำไม่เสร็จเลย หนาวชิบหาย ” ไอ้แว่นพูดปากคอสั่น “มึงก็รีบอาบให้มันเสร็จไว ๆ เข้าไม่ต้องพิธีมากเอาไว้ค่อยอาบบนห้องต่อ เดี๋ยวไข้มึงกลับมามันจะยุ่ง” ผมบอกให้ไอ้แว่นอาบน้ำไว มันรีบอาบน้ำตามที่ผมบอกอย่างไว แล้วมันก็วิ่งฝ่าฝนออกมาจากอ่างอาบน้ำ 

ส่วนผมก็ยังอาบน้ำอยู่ แต่ในตอนนี้ความรู้สึกข้างในตัวผมมันส่งสันญาณมาว่า ผมเริ่มจะไม่สบายเข้าแล้ว ‘ชักไม่ดีแล้วตัวกู ไม่ได้การต้องกินยาดักไว้เเม่ง…’ 2 วันยังหนักขนาดนี้แล้วต่อไปจะเป็นยังไง ติดตามตอนหน้านะครับ (โปรดติดตามตอนต่อไป)  ” หมีขาว ขั้ว โลกเหนือ ” # คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่52

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ QuotesAboutSmile และ Keywordsfun

What's your reaction?

Excited
0
Happy
0
In Love
0
Not Sure
0
Silly
0

You may also like

Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 82

เมื่อการสอบสวนของนายอำพลนั้นไม่เป็นผลอย่างที่เขาคิดเอาไว้ เพราะว่าผมเองนั้นไม่ได้แสดงอาการสะทกสะท้านหรือหวาดกลัวอะไรเลยกับการข่มขู่และเสียงดังของเขา ที่มักจะได้ผลทุกครั้งไป และในความคิดของนายอำพลตอนนี้นั้น
Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 81

อยากจะข่มตาหลับ อย่างที่ไอ้ต้นเพื่อนผมบอก แต่มันก็ทำใจหลับไม่ลง เพราะว่าใจของผมตอนนี้ มันร้อนดั่งไฟเผาซะเหลือเกิน หัวสมองคิดไปต่างๆนานา ซึ่งมันก็อดเป็นห่วงเพื่อนฝั่งนู้นไม่ได้เลยว่าเรื่องราวมันจะลุกลามไปถึงไหนแล้ว
Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 80

ผมไม่ได้เจอเพื่อนเก่าอย่างไอ้เบนซ์มานาน ก็เลยหาที่นั่งคุยกัน ตรงใต้ต้นไม้ข้างฝ่ายฝึกวิชาชีพ มีไอ้เบนซ์ ไอ้หมี ไอ้ฮาทร์ และผมกับไอ้แว่นที่อยู่กับผมไม่ห่าง " ไอ้หมี มึงเป็นไงบ้างว่ะกูรู้มาว่าตอนโรคระบาดมึงเป็นไข้ไม่สบายด้วย " ผมถามมันด้วยความเป็นห่วง ถึงแม้ตอนนี้มันจะหายแล้วก็ตาม

Comments are closed.

More in:Story

Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 79

เที่ยงคืนสิบห้านาทีพอประมาณ บรรยากาศบนเรือนนอน เริ่มกลับสู่ภาวะปรกติเหมือนเดิม อย่างที่เคยเป็นมาอีกครั้ง ความสุขมักจะอยู่กับเราแค่เพียงชั่วคราว แต่มันจะอยู่ในความทรงจำตราบนานเท่านาน เพียงเท่านี้ก็สุขใจกันแล้วครับ
Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 78

ขนมหวานถูกจัดใส่จาน วางเรียงอยู่ตรงหน้าช่างดูน่ากินเหลือเกิน ผมเองไม่รอช้ารีบตักกินทันที และที่สำคัญคือมื้อนี้คือมื้อแรก ที่ผมคิดว่าได้กินขนมทุกอย่างในเรือนจำที่มีขาย เพราะส่วนใหญ่แล้ว มักจะเบิกมาแล้วก็ไม่ค่อยได้อย่างที่ต้องการ หมดบ้าง ค้างบ้าง แทนเป็นอย่างอื่นไปบ้าง
Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 77

"พี่ใหญ่ครับ.. พี่ใหญ่..ตื่น..ตื่น..ได้แล้วครับ พี่ใหญ่ครับ..พี่ต้นขึ้นห้องแล้วครับ" ไอ้แว่นทั้งเขย่าตัวผม แล้วก็เรียกชื่อผมอยู่พักนึงเลยก็ว่าได้ กว่าที่ผมจะรู้สึกตัว ลืมตาตื่นขึ้นมานั่งงัวเงีย เมาขี้ตาพักนึงเห็นจะได้ "แว่นต่อบุหรี่ให้พี่ดูดหน่อยดิ " ผมร้องหาบุหรี่สูบกับไอ้แว่น