Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่56

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่56

บทที่ 56. เมื่อความตายมันอยู่ใกล้เรานี่เอง

“แม้แก้วแตก!!บาดคนยังทนเจ็บ จะต้องเย็บกี่เข็มยังทนไหว แต่คำพูดของคนมันบาดใจ เจ็บฝังในความรู้สึก ลึกไม่ลืม “

** คุณเคยรู้สึกหมดกำลังจะไปต่อไหม แบบที่ว่าอยู่ดีๆ ความรู้สึกของคุณก็ช็อต!ลงไปดื้อๆ ถึงขนาดที่ตัวของคุณเองนั้น ไม่อยากจะทำอะไรเลย พวกคุณ..เคยเป็นแบบนั้นหรือเปล่า…แล้วถ้าพวกคุณเคยเป็น พวกคุณเรียกความรู้สึกแบบนี้ว่าอะไร

ผมเองก็เป็นคนที่มักจะรู้สึกแบบนี้อยู่เสมอ ส่วนมากมันจะเกิดขึ้นในช่วงฤดูหนาว ในช่วงที่บรรยากาศมันหนาวๆ มันจะดูเงียบๆ และมันทำให้รู้สึกว้าเหว่อย่างมาก นี่คือความรู้สึกของตัวผมเองนะ สวนคุณผู้อ่านละ จะรู้สึกเหมือนกันหรือเปล่าและถ้ายิ่งเป็นตอนที่อยู่คนเดียวด้วยแล้วละก็ ความรู้สึกที่มันลบในจิตใจมันจะถาโถมเข้ามาจนไม่อยากจะทำอะไรเลยจริง ๆ ผมเชื่อว่าทุกคนต้องเคยเป็นอย่างที่ผมบอก กันไม่มากก็น้อยล่ะมั้ง…**

แล้วก็ถึงเวลาขึ้นเรือนนอนกันสักที อย่างน้อยการได้อยู่บนห้อง มันก็ยังอุ่นมากกว่าอยู่ข้างล่างในตอนนี้แน่นอน บรรดานักโทษต่างทยอยกันรีบขึันห้องใครห้องมันอย่างเร็ว ทั้งที่โดยปกติแล้วจะใช้เวลาในการขึ้นห้องประมาณ 10-15 นาที แต่ว่าวันนี้เพียงแค่ 5 นาที นักโทษต่างอยู่ในห้องกันหมดเรียบร้อย รอก็เพียงแต่ให้ผู้คุมขึ้นมานับยอดเท่านั้นเอง

หลังจากที่ไอ้อ๊อฟได้รายงานยอดผู้ต้องขังห้อง2/5 ให้กับผู้คุมเสร็จเรียบร้อย ผม ไอ้แว่นและไอ้อ๊อฟ ก็ขึ้นไปประจำที่นอนของตัวเอง วันนี้ผมยอมรับว่าอากาศมันหนาวจริง ๆ พัดลมในห้องไม่มีตัวไหนได้เปิดเลย ผมสังเกตดูคนในห้องก็เห็นมีอยู่ประมาณ 3-4 คนที่ไม่สบาย และ 3-4 คนนี้ที่ไม่สบายต่างก็นอนอยู่สายกลางทั้งสิ้น ก็เลยต้องนั่งหลับกันเพราะยังไม่ถึงเวลาปูที่นอนนั่นเอง 

ลุงชลแก่เป็นคนเชียงใหม่โดนจับคดีซัดทอดยาเสพติดเป็นแสนเม็ด แกก็เป็นคนนึงที่ไม่สบาย มีโรคประจำตัวอยู่ด้วยนั่นคือ โรคเบาหวาน แกเองก็ต้องฉีดยาเบาหวานเป็นประจำทุกวัน ซึ่งจะมีเด็กที่พ.บมาฉีดยาให้แกทุกเช้า ซึ่งในขณะนั้นไม่มีใครรู้เลยว่าแกขาดยาเบาหวานมา 3 วันแล้ว ซึ่งผมเองก็ไม่ได้รู้จักกับแกเป็นการส่วนตัวอะไรหรอกครับ แค่รู้ว่าแกชื่อลุงชลเท่านั้นเอง และก็นอนอยู่ห้องเดียวกัน 

แต่แล้วแกก็มาคุยกับผม “ใหญ่..ใหญ่..พอจะมียาพาราให้ลุงยืมสักหน่อยไหม ” ลุงชลเอ่ยถามผม “ว่าไงครับลุง..มีครับไม่ต้องยืมผมหรอกลุงผมให้ 2เม็ด แล้วพอรึป่าว อาการหนักไหมลุง จะเอาอีก 2เม็ด ไว้กินก่อนนอนรึป่าว ” ผมถามแกพร้อมกับยื่นยาพาราให้ 2 เม็ด และกำลังเตรียมจะหยิบยาพาราเพิ่มให้แกอีก2เม็ด ก็ได้ยินเสียงปฏิเสธออกมาจากปากแก 

“พอแล้ว พอแล้ว ไม่ต้องแล้วเจ้าใหญ่ ลุงไม่ได้เป็นอะไรมากขนาดนั้น แค่2 เม็ดก็พอ เอ็งเก็บไว้กิน หรือ ให้คนอื่นเถอะ และลุงก็ขอบใจเอ็งมาก ๆ เลยนะ อันที่จริงแล้ว ตัวลุงมียากินตลอด ลูกสาวลุงเขาเอามาให้ทุกเดือนพร้อมยาฉีดเบาหวาน เอามาฝากไว้ที่หน้าประตูห้องเยี่ยมสัก 3 วันมาแล้ว แต่หมอที่พ.บมันไม่ยอมออกไปเอาให้ลุงสักที ลุงไม่ได้ฉีดยาเบาหวานมาวันนี้วันที่ 3 แล้ว ” ลุงชลแกได้ระบายความอึดอัดใจให้กับผมได้ฟัง 

“อ้าว..แล้วแบบนี้ลุงไม่เป็นอะไรหรอครับ ไม่ได้ฉีดยาเบาหวานมา 3 วัน แบบนี้ และทุกทีมันต้องฉีดทุกวันไม่ใช่หรอครับ ” ผมได้ถามแกไปด้วยความสงสัย

“ลุงก็ไม่รู้ว่ามันจะเป็นอะไรมากไหม เพียงแต่มันวิงเวียนศีรษะนิดหน่อย คงไม่เป็นไรหรอกลุงไม่กวนละ” หลังจากการพูดจบ แกก็กลับไปนั่งที่ของแก ผมเห็นแกทิ้งตัวลงนอนที่ใต้เหล่าเต้งตรงข้างบันไดทางลง 

หลังจากได้คุยกับแก ผมก็ยังไม่ได้คิดอะไรในตอนนั้น ผมจึงจะนอนพักผ่อนเพราะวันนี้ทำงานมาทั้งวัน มันก็เลยรู้สึกเพลียขึ้นมาเล็กน้อย อีกทั้งบรรยากาศมันเย็นมาก ๆ ผมจึงห่มผ้าและทิ้งตัวลงนอนข้างไอ้แว่น ซึ่งตัวไอ้แว่นเองก็นอนหลับเช่นกัน

“แล้วเรื่องที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ในห้อง2/5 ซึ่งผมเองไม่เคยคิดเลยว่า คนที่คุยกับผมเมื่อซักพักนี้เองแท้ ๆ ในตอนนี้ จะสิ้นลมจากไปเสียแล้ว ลุงชลแกได้เสียชีวิตลง โดยที่แกนอนหลับและก็ไม่ตื่นอีกเลย ผมถึงได้เข้าใจว่าความตายมันไม่ได้อยู่ไกลจากเราเลย มันอยู่ใกล้ ๆ เรานี่เอง”

เสียงระฆังได้ดังขึ้นมาเพื่อที่จะบอกเวลาให้พวกเรารู้ว่าในตอนนี้ ได้เวลาสวดมนต์แล้ว ผมตื่นขึ้นและลุกขึ้นนั่งเตรียมตัวสวดมนต์ ทั้งที่ยังเมาขี้ตาอยู่เลย

“ลุงชล!! ลุงชล!! ตื่นได้แล้วลุง” ผมได้ยินเสียงคนปลุกลุงชลให้แกตื่นมาสวดมนต์ แต่แล้วน้ำเสียงจากที่เรียกชื่อแกตามปรกติ ได้กลายเป็นน้ำเสียงที่ตื่นตกใจ จนผมต้องหันมาสนใจฟัง “ลุง ลุง ตื่น ๆ ..เฮ้ย!! ตายแล้ว !! หัวหน้าต้น ลุงชลแกตายแล้วหัวหน้า ตัวแกเริ่มแข็งแล้ว เยี่ยวแกแตกออกมาเต็มเลย พี่ต้น ” สิ้นเสียงคนพูด ที่ได้บอกกับหัวหน้าห้องให้ฟัง จากกลุ่มที่อยู่ใต้เหล่าเต้งตรงบันได ได้แตกหือถอยห่างจากตัวของลุงชล ซึ่งในตอนนั้นลุงชลแกก็เหมือนกับ คนที่นอนหลับธรรมดา ธรรมดา ทั่วไป.. 

ไอ้ต้นหัวหน้าห้องไม่รอช้ารีบลุกขึ้นจากที่นอนตรงไปปั๊มหัวใจแกทันที ปากมันก็ได้ตะโกนบอกกับไอ้อ๊อฟว่า “ไอ้อ๊อฟ !! กดอ๊อดบอกพี่เลยไอ้อ๊อฟไม่รอช้า มันรีบพุ่งตัวลุกขึ้นไปกดอ๊อด ที่อยู่บนหัวของผมติดกำแพงห้องนอน เสียงอ๊อดได้ดังขึ้นอย่างรัว ๆ มันเป็นรหัสสัญญาณ ที่จะบอกว่าได้มีนักโทษเสียชีวิตในห้อง ตัวผมเองได้ลุกขึ้นไปดูลุงชล ด้วยหัวใจที่มันรู้สึกเจ็บปวดอย่างบอกไม่ถูก 

ผมไม่เคยคิดเลยว่าการที่แกคุยกับผมในวันนี้จะเป็นการคุยกันครั้งสุดท้ายในชีวิตของแก ภายในใจผมก็ภาวนาขอให้แกฟื้นขึ้นมา.. ไอ้ต้นหัวหน้าห้องพยายามปั๊มหัวใจแก ในแบบที่มันได้เรียนมา และฝึกฝนมาเพื่อเจอเหตุฉุกเฉินแบบนี้ แต่มันก็ดูเหมือนว่าจะสายเกินไปแล้ว ลุงชลแกไม่กลับมาแล้ว แกได้นอนหลับไปอย่างสงบ ส่วนสาเหตุการตายของแก ไม่มีใครรู้ได้ แต่ส่วนตัวผมคิดว่า คงจะเป็นเพราะการที่แกไม่ได้ฉีดยาอินซูลินมาเป็นเวลาถึง 3 วัน ในตอนที่แกพูดกับผม จึงทำให้น้ำตาลในเลือดของแกต่ำ และคือสาเหตุที่ทำให้แกช็อคตายในที่สุด ในช่วงเวลานั้นคงมีแต่ผมเท่านั้น ที่คิดว่าสาเหตุที่แกตายคือเรื่องที่แกไม่ได้ฉีดยา แต่ผมก็ไม่ได้บอกสาเหตุนี้ให้กับเจ้าหน้าที่ฟัง ในตอนที่เจ้าหน้าที่และหมอได้ขึ้นมา 

หมอได้ถามถึงสาเหตุว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง และมีใครรู้บ้างว่าก่อนที่แกจะนอน แกมีอาการแบบใด นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ผม ต้องลงมาคุยกับหมอ เพราะว่าลุงชลได้มาขอยาพารากับผม และได้คุยกับผมเป็นคนสุดท้ายนั่นเอง 

“ผมเองครับเป็นคนคุยกับแกเป็นคนสุดท้ายครับหมอ แกขอยาพารากับผม ผมเลยให้กับแกไป 2 เม็ด เพราะแกบอกกับผมว่า แกรู้สึกไม่สบาย แล้วแกก็เป็นเบาหวานด้วยครับ อีกอย่างแกบอกว่าแกไม่ได้ฉีดยามา 3 วันแล้ว เพราะว่าไม่มีใครเอายามาให้แกครับ ผมคุยกับแกเสร็จ แกก็ขอตัวไปนอนครับ ” ผมสังเกตเห็นสีหน้าของหมอดูตกใจเล็กน้อยถึงเรื่องที่แกเป็นเบาหวานไม่ได้รับยามา 3 วัน 

แต่หมอก็ไม่ได้พูดอะไรกับผมต่อ หมอเพียงหันมาบอกกับหัวหน้าห้องว่า “อย่าให้ใครมาขยับตัวของแก ปล่อยให้แกนอนอยู่แบบนั้น และรอจนกว่าพรุ่งนี้เช้า จนตำรวจมาและขึ้นมาตรวจบนห้อง เข้าใจนะหัวหน้าห้อง ย้ำเลยว่าอย่าให้ใครขยับตัวของแก แกตายท่าไหนให้อยู่ในท่านั้นทราบนะ “ มันคือคำสั่งตรงจากหมอที่สั่งตรงถึงหัวหน้าห้อง หัวหน้าห้องรับปากด้วยเสียงที่นักแน่น “ครับหมอ!! รับทราบครับ ” 

จากนั้นหมอกับเจ้าหน้าที่เวรก็ได้ลงจากเรือนนอนไป ปล่อยให้ภาระทั้งหลายตกอยู่กับพวกผมและหัวหน้าห้อง ว่าคืนนี้จะจัดที่นอนกันยังไง ในเมื่อมีศพนอนตายอยู่ในห้องแบบนี้ ปัญหามันไม่ได้เกิดกับผมหรอกครับ แต่มันจะเกิดกับคนที่นอนข้าง ๆ ลุงชลทั้งหมดนั่นเอง 

ไอ้ต้นหัวหน้าห้อง ได้สั่งให้ไอ้ชาติคนในบ้านผม จัดการเอาผ้ามาเช็ดเยี่ยวที่ลุงชนได้เยี่ยวแตกเอาไว้ ซึ่งมันเป็นเรื่องธรรมดาของคนที่ตายครับ คนที่ตายไปแล้ว ทวารทั้ง 5 จะเปิดนั่นก็คือหู ตา จมูก ปาก และ รูก้น รูเยี่ยว น้ำในร่างกายของเราจะไหลออกทางทวารทั้ง 5 นี้ หลังจากที่ไอ้ชาติได้เช็ดเยี่ยวจนหมดแล้ว มันก็ได้เอาผ้าห่มที่แกใช้ห่มทุกวัน มาคุมร่างของแกตั้งแต่หัวจดปลายเท้า 

“เฮ้ยสองแถวนี้คืนนี้ก็ไปเบียดกันนอนหน่อยแล้วกัน ทนเอาหน่อยว่ะแค่คืนนี้คืนเดียว ” ไอ้ต้นหัวหน้าห้องได้บอกกับพวกที่นอนสองแถวใต้เหล่าเต็ง ซึ่งเป็นแถวที่ลุงชลนอนกับแถวที่ติดกัน ว่าคืนนี้ต้องนอนเบียดกันหน่อยนะ นักโทษกลุ่มนั้นต่างก็พยักหน้าไม่ได้บ่นว่าอะไร และในตอนนั้นผมเองก็ยืนอยู่ข้างกับไอ้ต้น สายตาผมมองไปที่ร่างอันไร้ชีวิตของลุงชล ความรู้สึกในตอนนั้นมันไม่สามารถอธิบายได้เลยครับ จิตใจในตอนนั้นของผมมันหมดจริง ๆ ครับ หมดในที่นี้คือหมดแรงจะไปต่อเลยครับมันทำให้รู้สึกว่าความตายมันอยู่ใกล้เรานี่เอง ใครก็สามารถตายได้ทุกเวลา 

ผมเองก็สามารถตายได้มันช่างดูง่ายเหลือเกินกับความตาย ผมยังไม่อยากตายหรอกครับ ผมแค่รู้สึกสงสารลุงแกเหลือเกิน ตอนนั้นผมรู้สึกจิตตกเป็นอย่างมากจริง ๆ “หลับให้สบายนะครับลุง หมดเวรหมดกรรมแล้วครับ ไม่ต้องมาทนทุกข์ทรมานอีกแล้วนะครับ ” อยู่ ๆ ผมก็ได้พูดขึ้นมา จนไอ้ต้นหัวหน้าห้อง หันมามองหน้าผมแล้วมันก็พูดกับผมว่า

“มึงเป็นอะไรมากป่ะเนี่ยไอ้ใหญ่ อย่าไปคิดมาก หน้าตามึงดูคิดมากนะเนี่ย ไป! ขึ้นไปนอน มันไม่ใช่ความผิดมึงหรอกที่เขาตาย เขาไม่ได้ตายเพราะยาพารา 2 เม็ดของมึงหรอก ” มันบอกผม และผมจึงหันมาพูดกับไอ้ต้นไปว่า

“กูรู้ว่าเขาไม่ได้ตายเพราะยากูหรอก แต่กูก็รู้ด้วยว่าเขาตายเพราะอะไรไอ้ต้น เขาตายก็เพราะหมอไม่ยอมไปเอายามาให้เขาฉีดไง มันเป็นความผิดของหมอมึงเข้าใจที่กูพูดไหมไอ้ต้น ” ผมพูดกับไอ้ต้นด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ เหมือนคนที่กำลังจะร้องไห้ 

“กูรู้ว่าที่มึงพูดให้หมอเขาฟัง มันเป็นเรื่องจริง แต่เราจะทำอะไรได้ว่ะ ‘ไอ้ใหญ่ ‘ จะไปพูดไปบอกให้ใครฟังได้ทุกอย่างที่มึงรู้ เราก็ต้องเก็บไว้ในใจเรา มึงทำได้แค่นั้นเอง” ไอ้ต้นมันพูดให้ผมฟัง มันคงไม่อยากให้ผมคิดมากกับเรื่องนี้ ถึงผมจะคิดมากไปมันก็ไม่ช่วยอะไรให้แกพื้นขึ้นมาได้หรอก

“ไปเถอะไอ้ใหญ่ ขึ้นไปข้างบนขึ้นไปนอนพักเหอะมึง อย่าสนใจอีกเลย ” มันพูดกับผม และผมกับมันต่างก็แยกย้ายกันไป ที่นอนใครที่นอนมัน 

ผมขึ้นมานอนโดยไม่ได้พูดอะไรกับไอ้แว่นสักคำ เพียงแค่บอกกับมันว่าให้ไปหยิบนมกับขนมปังขึ้นมาให้ผม และ ถ้าผมหลับไปแล้วก็ไม่ต้องปลุกผมในตอนถึงคิวอาบน้ำ ผมอยากหลับครับ ไม่อยากจะคิดเรื่องอะไรอีกทั้งนั้น เพราะผมรู้ว่าอารมณ์มันเริ่มจะคิดมากขึ้นมาแล้ว ไอ้แว่นผยักหน้ารับปากในสิ่งที่ผมสั่งมันไป แล้วผมก็กินจนหมด

ก่อนที่จะล้มตัวลงนอน และก็หลับไปในเวลาไม่ช้า ผมนึกในใจว่าขอให้ผมตื่นขึ้นมาในตอนเช้าเลยที่เดียว…ความตายมันอยู่ใกล้เราจริง ๆ ครับคุณผู้อ่าน จงดูแลตัวเองกันให้ดีนะ..แล้วพบกันใหม่ตอนหน้า สวัสดีครับ ( โปรดติดตามตอนต่อไป ) ” หมีขาว ขั้ว โลกเหนือ “# คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่56

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ QuotesAboutSmile และ Keywordsfun

What's your reaction?

Excited
0
Happy
0
In Love
0
Not Sure
1
Silly
0

You may also like

Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่60

เสร็จธุระกับน้าชิดแล้ว ผมเลยพาไอ้แว่นไปหาอะไรกินกันที่ร้านของไอ้คม และเท่าที่ผมสังเกตุดูอาการของไอ้แว่นจนถึงตอนนี้ ผมลงความเห็นไปเลยว่า "หนักครับ" อาการมันหนักพอดูเลยละแต่มันเก็บอาการอยู่ ผมจึงต้องชวนมันคุยบ้างอะไรบ้าง ให้มันทำนู้นทำนี่ เพื่อที่จะไม่ให้มันทำตัวว่าง
นางเงือก กับเรื่องเล่าหลากหลายมุมมอง
Story

นางเงือก กับเรื่องเล่าหลากหลายมุมมอง

“นางเงือก” อมนุษย์ชนิดหนึ่งตามความเชื่อในนิยายปรัมปราและเรื่องเล่าที่เกี่ยวข้องกับน้ำ ซึ่งในตำนานและเรื่องเล่าตามพื้นที่ต่างๆทั่วมุมโลกก็แตกต่างกันไป ซึ่งยังคงเป็นปริศนาที่ไม่สามารถระบุได้ว่า มีอยู่จริงหรือไม่
Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่59

กลางเดือน ธ.ค. เข้าไปแล้ว ที่บ้านของผมก็ยังไม่มีใครมาเยี่ยมเหมือนเดิม แต่ผมก็ไม่ได้คิดอะไรมากแล้ว ก็เพราะว่าน้องชายแท้ ๆ ของผมได้เขียนจดหมายมาหาผม และน้องก็บอกผมว่าคนที่บ้านทุกคนสบายดี และก็ยังบอกให้ผมอดทน

Leave a reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

More in:Story

วันฮาโลวีน (Halloween) เทศกาลปล่อยผี
Story

วันฮาโลวีน (Halloween) เทศกาลปล่อยผี

ใกล้เข้ามาแล้วสำหรับวันที่ 31 ตุลาคม หรือ วันฮาโลวีน (Halloween) ถึงแม้จะไม่ใช่ประเพณี หรือวันสำคัญของคนไทย แต่ก็เป็นหนึ่งวันที่มีการจัดการละเล่น แต่มีน้อยคนที่จะรู้ถึงประวัติ และต้นกำเนิดที่แท้จริง
Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่58

เวลาได้ผ่านล่วงเลยไปถึง 3 วัน โดยที่ไม่มีเหตุการณ์ใดๆเกิดขึ้นเลย คนป่วยภายในแดนมีเพิ่มขึ้นมาไม่มากนัก ส่วนพวกที่หายป่วยดูจะเพิ่มมากขึ้นทุกวัน
Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่57

รุ่งอรุณของวันใหม่ได้มาถึง บรรยากาศในห้อง 2/5 มันช่างดูเงียบกริบ ไม่ค่อยมีใครพูดคุยกันเหมือนอย่างเช่นทุกวัน.. ก็จะให้คุยกันได้อย่างไร ในเมื่อมีศพคนตายนอนอยู่ในห้องเช่นนี้