Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 71

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 71

บทที่ 71 บทลงโทษ ep.3

“วิชาที่ยากและใช้เวลาเรียนมากที่สุดคือ…วิชาชีวิติเพราะ…ไม่มีปิดเทอม ไม่มีวันหยุด เรียนกันจนวันตายที่สำคัญ…ไม่มีหนังสือ ไม่มีสอนพิเศษครูที่ดีที่สุดคือ…ความผิดพลาด และต้องเรียนรู้เอง”

** หวัดดีเพื่อนๆทุกคน สบายดีกันนะครับ และลอยกระทงที่ผ่านมา ได้ไปเที่ยวไหนกันมาบ้างรึป่าวครับ ผ่านลอยกระทงไปแล้ว เดี๋ยวอีกแป็บ ๆ ก็จะสิ้นปีอีกแระ..ความรู้สึกของผมมันบอกว่าในปีนี้มันดูเร็วยังไงไม่รู้ ว่าไหม? มันคงเป็นเพราะไวรัสโควิดด้วยละมั้ง ทำให้เราไม่ได้ออกไปไหน อยู่แต่ในบ้าน กลางคืนก็เคอร์ฟิวเข้าไปอีก จึงทำให้พวกเราทั้งหลายไม่ได้ไปเที่ยวหรือทำอะไรกันเลย ได้แต่ปล่อยเวลาให้ผ่านไป ปีนี้ก็เลยไม่มีอะไรให้จดจำเอาไว้นึกถึงได้

กว่า covid จะซา กว่าจะได้ออกไปเที่ยวก็ปลายปีช่วงนี้พอดี มันก็เลยทำให้รู้สึกดูเหมือนปีนี้ มันไวกว่าทุกปี แต่ในความเป็นจริงแล้วมันก็เท่ากันตามปกติของมัน พอพูดถึงเรื่องของโควิดขึ้นมา มันเลยทำให้ผมนึกถึงช่วง 2 เดือนก่อนที่ผ่านมา ช่วงที่ในประเทศของเรานั้น ต้องเผชิญความรุนแรงของไวรัสโควิค ที่ระบาดหนักทั้งประเทศมีผู้ป่วยเฉลี่ยวันละหมื่นกว่าคน ตายกันวันละเป็นพัน 

สถานการณ์ตอนนั้น เป็นอะไรที่น่ากลัวกันไปหมด ต่างคนต่างกลัวกันเอง ตัวผมเองก็ยอมรับว่ากลัว กลัวติด covid ก็กลัว ตายก็กลัว พอมีวัคซีนมาให้ฉีด ทุกคนก็น่าจะดีใจ แต่ป่าวเลยกับกลายเป็นกลัวและกลัวหนักกว่า ว่าจะต้องติดโควิดอีก กลัววัคซีน! ว่าถ้ากูฉีดวัคซีนไปกูจะตายหรือเปล่าเนี่ย ในเดือนนั้นชีวิตดูยากไปหมด ชีวิตมีแต่อะไรที่สุ่มเสี่ยงเป็นอย่างมาก ออกจากบ้านไปไหนแต่ละที ต้องมีติดตัวเลยคือ 1. หน้ากากอนามัย 2. เจลล้างมือ และต่อไปในภายภาคหน้า หน้ากากอนามัยจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องแต่งกายและโควิดก็จะอยู่คู่กับเราไปอีกนาน.. ทำใจยอมรับนะครับ..

หลังจากที่ผมอาบน้ำเสร็จก็มาแต่งตัว ในใจของผมก็คิดว่าป๋าเวียงแกได้มาแล้ว จึงทำให้ผมแต่งตัวเสร็จก็ว่าจะเดินไปหน้าประตูแดนเพื่อสำรวจดูว่าแกมาจริงหรือยัง แต่ผมยังไม่ทันได้เดินไปไหนเลยครับ ลูกน้องไอ้เบนซ์ได้เดินมาหาผมที่ตู้ล็อคเกอร์ ” พี่ใหญ่ครับ..พี่เบนซ์ให้ผมมาบอกว่ากินข้าวเช้ากันก่อนครับ แล้วค่อยไปหาป๋าที่ห้องเพราะว่าพี่เบนซ์ได้ไปหาเขาแล้วเมื่อกี้ เขาเลยให้ผมมาบอกพี่ครับ “ มันแจกแจงเรื่องที่ไอ้เบนซ์บอกให้ผมฟัง

” พี่เข้าใจแล้ว ” ผมตอบมันไปสั้นๆ ส่วนตัวมันก็ยืนหมุนอยู่สักพัก ก็ขอตัวเดินกลับไป ส่วนผมหลังจากที่แต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้เวลากับข้าวเบิกมาส่ง ผมก็เลยเดินไปนั่งเล่นที่ร้านไอ้คมเพื่อรอเวลา 

“ตอนนี้เด็กบ้านไอ้อาร์ต ที่ยังอยู่ที่ พ.บ กลับเข้าแดนกันมาหมดแล้ว แต่ไอ้อาร์ตยังไม่ได้กลับมา” ไอ้กอล์ฟเป็นคนมาเล่าให้ผมฟัง เพราะว่าตัวไอ้กอล์ฟนั้นนิสัยของมันไปได้ทุกที่เข้ากับคนได้ง่าย ตัวมันรู้จักคนทุกกลุ่ม ทุกบ้านก็ว่าได้

อาจคงเป็นเพราะมันติดคุกหลายรอบ มันก็เลยรู้จักคนเยอะ แต่ส่วนมากมันจะอยู่ที่แดนแรกรับตลอด มันเพิ่งย้ายมาแดนนี้เป็นครั้งแรกของมัน มันเคยบอกและเล่าให้ฟังว่าตัวของมันเอง เมื่อตอนติดรอบที่แล้วมันทำงานอยู่ร้านค้าสวัสดิการผู้ต้องขัง มันก็เลยรู้จักคนเยอะ และรู้จักเยอะจริง ๆ เพราะผมได้สัมผัสกับมันถึงได้รู้ว่า ตัวของไอ้กอล์ฟก็ไม่ใช่พวกกะโหลกกะลา มันก็มีดีให้พึ่งพาได้เหมือนกัน

แล้วผมก็มักจะถามคำถามนี้ กับมันอยู่บ่อย ๆ เสมอว่ามึงรู้คนนี้ไหม อยู่บ้านไหนกับใคร เพราะบางครั้งผมไม่รู้แต่มันรู้ และอีกอย่างนิสัยมันเป็นคนชอบคุย คุยไปเรื่อยคุยได้เรื่อยๆ และผมเองเป็นคนชอบฟังด้วยน่ะสิ ผมก็เลยฟังมันเล่าไปเพลิน ๆ ดีเหมือนกัน และนิสัยของไอ้กอล์ฟอีกหนึ่งอย่าง ที่ผมนั้นชอบคือมันเป็นคนทำอะไรเร็วและเรียบร้อย 

อีกทั้งเรื่องธุรกิจในคุกสีเทาๆ มันปราดเปรียวที่ 1 เลยล่ะ จะให้มันเกมคงยาก อีกอย่างถ้าเราอยากจะรู้เรื่องของใครนะ ให้มันเป็นคนไปสืบรับรองได้เรื่องได้ราว เพราะถึงมันจะเป็นคนขี้คุยชอบพูดไปเรื่อย แต่ประการสำคัญอย่างหนึ่งนั่นก็คือ มันไม่ใช่เป็นคนขี้โม้ครับ ผมก็เลยสนิทกับไอ้กอล์ฟไปด้วยอีก 1 คน

“ไอ้กอล์ฟมึงรู้เปล่าอาการไอ้อารต์มันเป็นยังไงบ้าง ” ผมลองถามมันดูเผื่อมันจะรู้ถึงสาเหตุว่าทำไมไอ้อาร์ต ตัวมันนั้นถึงยังไม่ได้กลับมาจากพ.บ

” มันบอกกับหมอว่ามันปวดหัวมาก หมอเขาก็เลยให้มานอนดูอาการ แต่ในความคิดของกูคิดว่ามันรอไอ้บีกลับมาก่อน ” ไม่ผิดหวังจริง ๆ ที่ผมเลือกจะคุยและถามมัน 

“ที่ถามกลัวมันเป็นอะไรมากหรอใหญ่ ” ไอ้กอล์ฟสงสัยเลยถาม ” มันก็มีส่วนที่ทำให้เรากลัวนิดนึงนะ เพราะว่ามันจะทำให้เรื่องที่มันจะง่ายอยู่แล้ว จะกลายเป็นยุ่งยากเข้าไปใหญ่ ” ผมนั้นพูดกับไอ้กอล์ฟไปแค่นั้น แต่ไม่ได้บอกมันว่าเรื่องอะไรยุ่งยาก แล้วอีกอย่างตัวมันก็ไม่ได้ถามอะไรต่อ และนี่ก็คือข้อดีในตัวของไอ้กอล์ฟ เพราะมันก็รู้นิสัยของผมว่าผมเป็นคนแบบไหนยังไง ผมไม่ชอบคนที่ถามอะไรมากมาย ถ้าผมอยากจะบอกผมก็จะบอกเอง ก็เลยทำให้ผมกับมันสนิทกันได้ผมกับมันนั่งคุยกันได้สักพัก เด็กของไอ้เบนซ์ก็วิ่งมาหาผมที่ร้านไอ้คม

“พี่ใหญ่ครับไอ้แว่นกลับมาแล้ว ” ผมได้ยินดังนั้นจึงรีบลุกขึ้นมามอง ก็เห็นไอ้แว่นน้องรักกำลังเดินออกจากประตูแดนพอดี สภาพของมันที่ผมเห็น ก็คือแขนข้างซ้ายของมันใส่เฝือก และตัวของมันเองก็กำลังเดินยิ้มมาหาผม ผมยืนยิ้มๆ รอมันเดินเข้ามาก่อนจะพูดว่า

“เป็นไงบ้างมึงหมอเขาว่าอย่างไรบ้าง ” มันก็เลยบอกกับผมว่า ” แขนที่หักไม่ค่อยหนักเท่าไหร่ ใส่เฝือกไว้เดือนนึง ก็น่าจะถอดได้แล้วครับ แล้วตัวพี่ล่ะเป็นยังไงบ้าง เจ็บตรงไหนบ้างไหม ” มันถามกลับมาหาผม 

“พี่ไม่ได้เป็นอะไรเลย พี่เป็นห่วงเอ็งมากรู้ไหม แล้วยังไงถึงได้ทำอย่างนั้นมันอันตรายนะ “ผมถามกับมันไปถึงสิ่งที่มันช่วยผมไว้ 

“ไม่ได้คิดอะไรหรอกพี่ตอนนั้นผมเดินตามหลังพี่มาและเห็นพอดีร่างกายมันกระโดดไปโดยอัตโนมัติ เพราะถ้าผมไม่ขวางเอาไว้ตัวพี่นั่นแหละที่จะเป็นหนักกว่าผม ” นี่คือคำอธิบายจากปากของเด็กคนหนึ่ง ที่ผมเห็นเหมือนน้องชายของผม ผมคิดไม่ผิดจริงๆ ที่ได้เลือกคบมัน ผมอมยิ้มและดึงมันเข้ามากอดคอ “พี่ขอบใจมึงมากนะ”ไม่ต้องพูดอะไรให้มันมากมายไปกว่านี้อีกแล้วครับ ระหว่างผมกับมัน ไม่มีคำพูดใดๆ อธิบายความรักระหว่างพี่น้องได้ดีไปกว่าการกระทำอีกแล้ว

“หิวจังเลยพี่มีอะไรกินบ้าง ข้าวเช้าที่โรงพยาบาลจืดมาก” มันถามผม แต่ดูจากอาการแล้วคงจะหิวโซเลยหล่ะ พอดีกับรถกับข้าวตอนเช้าเข้ามา “กอล์ฟมึงรีบไปเอาข้าวกล่องมา 2 กล่องเลยร้านใครก็ได้ ” ผมรีบหันไปบอกไอ้กอล์ฟ 

“จะร้านใครก็หน้าร้านกูไงล่ะไอ้ใหญ่” ไอ้คมที่นั่งอยู่ด้วยจึงพูดขึ้นมา ไอ้กอล์ฟจึงรีบลุกขึ้นไป ไอ้กอล์ฟไปได้ไม่ถึง 2 นาทีมันก็ถือกระบะกับข้าวเข้ามาแล้ว ไอ้นี่มันไวสมชื่ออย่างที่ผมบอกจริง ๆ ไอ้แว่นรีบจัดแจงเลือกข้าวมา 2 กล่องและรีบเปิดกินอย่างคนหิวจัด “แล้วพี่ละไม่กินรึ ” มันถามผม โดยที่ปากของมันก็ยังเคี้ยวข้าวอยู่เลย

ผมมีความสุขจนอธิบายไม่ถูก นั่งดูมันกินไปผมก็ยิ้มไป ” กินดิ เดี๋ยวไอ้เบนซ์มันก็คงมาตามพี่ไปกินแล้วละ” ผมบอก ” พี่ย้ายมากินกับพี่เบนซ์แล้วหรอพี่ ” มันหยุดกินและถามผม เพราะมันคงคิดว่าการที่ผมบอกไปว่ารอไอ้เบนซ์ตามไปกิน มันก็เลยคิดว่าผมย้ายบ้านแล้ว 

“เปล่าพี่ไม่ได้ย้ายบ้านไปกินกับไอ้เบนซ์ แต่อยู่ดี ๆ มันก็ชวนพี่ให้กินข้าวกับมันเช้านี้” ผมจึงอธิบายให้มันเข้าใจ ไอ้แว่นก็พยักหน้าแล้วกินข้าวต่อไป ” พี่ใหญ่ครับพี่เบนซ์ให้เอาข้าวกับน้ำอัดลมมาให้พี่ครับ แล้วยังบอกอีกว่าให้พี่กินข้าวกับพี่แว่นไปก่อน แล้วค่อยไปหาพี่เวียงพร้อมกันครับ ” ไอ้เด็กคนเดิม ที่เดินมาหาผมในล็อกเกอร์ตอนเช้า ได้ถือข้าวกล่องมาให้ผม 3 กล่องกับน้ำอัดลมอีก 2 ขวดแล้วมันก็เดินกลับไป

ไอ้เบนซ์มันคงอยากให้ผมได้พูดคุยอยู่กับไอ้แว่นมันถึงไม่ให้ใครมาตามผม แต่เลือกที่จะให้เด็กเอามาให้แทน ผมเปิดข้าวกล่องนั่งกินกับไอ้แว่น และเปิดน้ำอัดลมให้ไอ้แว่นกิน เพราะเห็นแล้วมันกินข้าวแบบนี้กลัวติดคอตาย 

“และนี่แม่มึงรู้หรือยังเรื่องนี้ “ผมถามกับไอ้แว่นเพราะผมคิดอยู่ว่ามันคงต้องให้เจ้าหน้าที่โทรไปบอกแม่มันหรือไม่เป็นเจ้าหน้าที่เองที่ต้องบอก “ยังไม่ได้บอกอะไรเลยครับพี่ ตอนนั้นผมก็ไม่รู้ว่าจะบอกเขายังไง แต่ว่าในตอนนี้รู้แล้วล่ะครับ งั้นพี่ช่วยให้ป๋าเวียงโทรไปบอกแม่ผมหน่อยครับ” ไอ้แว่นบอกกับผม

 “และนี่มึงจะให้บอกกับแม่ว่าอย่างไร มึงคิดว่ามึงจะบอกเขาแบบไหนเและอีกอย่างที่พี่อยากจะบอกเอ็ง นั้นคือ  เรื่องในครั้งนี้ มึงจะต้องมีความผิด ผิดกฎระเบียบวินัยโดยบันทึกนะแว่น พี่ช่วยมึงไม่ได้เพราะมึงเป็นคนเจ็บ ใครเขาก็รู้ พี่จึงไม่สามารถมาให้ใครมารับจบแทนเอ็งได้ แต่พี่ก็จะช่วยมึงไม่ให้มึงโดนย้ายแดนไปไหนแน่นอน เดี๋ยวพอเรากินข้าวเสร็จแล้ว ไปหาป้าเวียงด้วยกัน จะไปคุยถึงเรื่องความผิดของมึงด้วย ..พี่ขอโทษด้วยนะที่พาเองมาเจอเรื่องแบบนี้.. (โปรดติดตามตอนต่อไป) ” หมีขาว ขั้ว โลกเหนือ” # คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 71

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ QuotesAboutSmile และ Keywordsfun

What's your reaction?

Excited
0
Happy
1
In Love
0
Not Sure
0
Silly
0

You may also like

Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 82

เมื่อการสอบสวนของนายอำพลนั้นไม่เป็นผลอย่างที่เขาคิดเอาไว้ เพราะว่าผมเองนั้นไม่ได้แสดงอาการสะทกสะท้านหรือหวาดกลัวอะไรเลยกับการข่มขู่และเสียงดังของเขา ที่มักจะได้ผลทุกครั้งไป และในความคิดของนายอำพลตอนนี้นั้น
Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 81

อยากจะข่มตาหลับ อย่างที่ไอ้ต้นเพื่อนผมบอก แต่มันก็ทำใจหลับไม่ลง เพราะว่าใจของผมตอนนี้ มันร้อนดั่งไฟเผาซะเหลือเกิน หัวสมองคิดไปต่างๆนานา ซึ่งมันก็อดเป็นห่วงเพื่อนฝั่งนู้นไม่ได้เลยว่าเรื่องราวมันจะลุกลามไปถึงไหนแล้ว
Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 80

ผมไม่ได้เจอเพื่อนเก่าอย่างไอ้เบนซ์มานาน ก็เลยหาที่นั่งคุยกัน ตรงใต้ต้นไม้ข้างฝ่ายฝึกวิชาชีพ มีไอ้เบนซ์ ไอ้หมี ไอ้ฮาทร์ และผมกับไอ้แว่นที่อยู่กับผมไม่ห่าง " ไอ้หมี มึงเป็นไงบ้างว่ะกูรู้มาว่าตอนโรคระบาดมึงเป็นไข้ไม่สบายด้วย " ผมถามมันด้วยความเป็นห่วง ถึงแม้ตอนนี้มันจะหายแล้วก็ตาม

Comments are closed.

More in:Story

Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 79

เที่ยงคืนสิบห้านาทีพอประมาณ บรรยากาศบนเรือนนอน เริ่มกลับสู่ภาวะปรกติเหมือนเดิม อย่างที่เคยเป็นมาอีกครั้ง ความสุขมักจะอยู่กับเราแค่เพียงชั่วคราว แต่มันจะอยู่ในความทรงจำตราบนานเท่านาน เพียงเท่านี้ก็สุขใจกันแล้วครับ
Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 78

ขนมหวานถูกจัดใส่จาน วางเรียงอยู่ตรงหน้าช่างดูน่ากินเหลือเกิน ผมเองไม่รอช้ารีบตักกินทันที และที่สำคัญคือมื้อนี้คือมื้อแรก ที่ผมคิดว่าได้กินขนมทุกอย่างในเรือนจำที่มีขาย เพราะส่วนใหญ่แล้ว มักจะเบิกมาแล้วก็ไม่ค่อยได้อย่างที่ต้องการ หมดบ้าง ค้างบ้าง แทนเป็นอย่างอื่นไปบ้าง
Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 77

"พี่ใหญ่ครับ.. พี่ใหญ่..ตื่น..ตื่น..ได้แล้วครับ พี่ใหญ่ครับ..พี่ต้นขึ้นห้องแล้วครับ" ไอ้แว่นทั้งเขย่าตัวผม แล้วก็เรียกชื่อผมอยู่พักนึงเลยก็ว่าได้ กว่าที่ผมจะรู้สึกตัว ลืมตาตื่นขึ้นมานั่งงัวเงีย เมาขี้ตาพักนึงเห็นจะได้ "แว่นต่อบุหรี่ให้พี่ดูดหน่อยดิ " ผมร้องหาบุหรี่สูบกับไอ้แว่น