Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 76

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 76

บทที่ 76  ความสนุกของวันขึ้นปีใหม่ในคุก

จงอยู่ในพื้นที่ที่มีค่าและจงบอกลากับคนที่ไม่เห็นค่าเรา “

** สวัสดีวันปีใหม่…เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ทุกคนที่ติดตามอ่านกันมาจนถึงตอนนี้ ผมก็ขอให้ทุกคน ไม่เจ็บ ไม่จน มีความสุขตลอดปีตลอดไปนะครับ พรใดจะสำคัญเท่า การที่เราปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ อันนี้ตัวผู้เขียนเจอมากับตัวถึงได้รู้ ที่ผมหายไปนานไม่ได้เขียนนั้น ผมป่วยไม่สบายมาครับ มันเป็นโรคประจำตัวของผมเองก็เลยได้นอนโรงบาลมาสี่วัน  ประกอบกับร่างกายต้องพักอีกเป็นอาทิตย์ กว่าจะมาเขียนได้แบบนี้ก็เกือบ 15 วันไปแล้ว เชื่อผมเถอะครับการไม่มีโรค คือ ลาภอันประเสริฐอย่างแท้จริง อย่าลืมหมั่นออกกำลังกาย รักษาสุขภาพกันด้วยนะครับ **

นับว่าเป็นการประเดิมความโชคดี ก่อนขึันปีใหม่เลยก็ว่าได้ เรื่องดวงการพนันของผมนั้นก็ยังคงดีอยู่เหมือนเดิม เพราะว่าการเดิมพันในครั้งนี้เรียกว่าผมจับเสือมือเปล่าก็ว่าได้ มันเป็นความชอบส่วนตัวล้วน ๆ เลยครับ

ไอ้อ๊อฟวิ่งมาถึงผมเลยถามมันไปว่า “เป็นไงว่ะเสียงแม่งดังมายันนี้เลยมึง” ไอ้อ๊อฟได้ยินดังนั้นจึงพูดขึ้นว่า “ใสๆเลยไอ้ใหญ่กินนิ่มเลยว่ะ แรกศอกกันยกสี่ เสือคิมกดตลาดแขกซะหน้าแหกเลือดท่วมหน้าไม่ยอมลุกเลยว่ะ มันแลกกันตั้งแต่กลางยกสามแล้ว เสือคิมโดนก่อนแต่แก้คืนยกสี่รวดเดียว ‘อีช้อยเก็บฉาก’ แทบไม่ทัน ” ผมฟังที่ไอ้อ๊อฟมันเล่า ก็พอจะเดาออกว่าเป็นอย่างไรสำหรับมวยคู่นี้

” แล้วบวกกันมาคนเท่าไหร่หล่ะ ” ผมถามถึงรายได้ที่ได้รับ “ของมึงก็ได้ 800 เดี๋ยวเรื่องนี้กูจัดการให้เอง” ไอ้อ๊อฟบอกกับผม 

“ถ้างั้นมึงหักไปร้อยนึงแล้วกัน เป็นค่าธุระจัดการให้กู” ผมบอกกับมันถึงส่วนแบ่งที่ผมจะให้มัน มันผยักหน้าและขอบคุณผมในน้ำใจเล็กๆน้อยๆที่มีให้กัน หลังจากนั้นไอ้อ๊อฟได้ตะโกนเรียกให้เด็ก ๆ มายกถุงกับข้าวไปเก็บที่ใต้บันใด

“เหลือน้ำอัดลมกับขนมขบเขี้ยวใช่ไหมใหญ่” ไอ้อ๊อฟได้ถามผม ” ใช่แล้วแค่นี้ก็หมด ” ผมตอบไปแบบสั้น

ผมกำลังจะนั่งจุดบุหรี่สูบกันอยู่พอดี ไอ้แว่นก็เดินมาบอกผมว่า ” พี่ใหญ่..น้าชิดแกให้พี่ไปหาครับ ” ผมจึงรีบจุดบุหรี่ขึ้นมาอัดควันเข้าปอดไป สาม สี่ ทีใหญ่ ๆ ก่อนที่จะยื่นที่เหลือให้ไอ้แว่นมันดูดต่อ ” แว่น..เอ็งรอพี่อยู่นี่นะไม่ต้องตามไปหรอก “ ผมบอกกับมันไป แล้วจึงรีบเดินไปบ้านน้าชิดโดยเร็ว

ซึ่งในระหว่างทางที่เดินไปหาน้าชิดนั้น ผมได้เดินสวนทางมาเจอไอ้เบนซ์พอดี ผมคิดว่ามันคงเดินไปเอาเงินให้กับป๋าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ” กูจัดการเรียบร้อยแล้วนะ และมึงล่ะใหญ่มีปัญหาติดขัดอะไรรึป่าวว่ะ ” มันถามผม 

“ไม่มีปัญหาเพื่อน กูก็กำลังจะเดินไปหาป๋าแกอยู่เนี้ย ” ผมบอกกับมันกลับไป และเราก็ต่างคนต่างแยกย้ายกันไป พอผมเดินไปถึงบ้านน้าชิด “ไอ้ใหญ่..น้าก็รอเอ็งตั้งนานไม่เห็นมาสักที ก็เลยให้เด็กเดินไปตาม นึกว่ามึงจะลืม หรือว่ามึงไม่ใช้แล้วก็ไม่เป็นไรนะบอกน้าได้ น้าจะได้ให้เด็กมันเอาไปเก็บ” น้าชิดบอกกับผม 

“ใช้ครับน้า..ผมขอโทษทีน้า พอดีมัวแต่เช็คของกินขึ้นห้องอยู่ครับน้า” ผมรีบบอกและเดินไปหาแก เพื่อที่จะหยิบเงินสองพันบาทจากแก ที่เตรียมถือเอาไว้อยู่ในมือขวาข้างลำตัว ” ขอบคุณครับน้าที่จัดการให้ ” ผมขอบคุณแกอีกทีก่อนที่จะรีบเดินไปหน้าประตูแดน

เมื่อผมอยู่ในห้องทำงานของป๋าเวียงแล้ว ” สุขสันต์ปีใหม่นะครับป๋า เที่ยวให้สนุกนะครับ ” พูดจบผมก็ยืนเงินสองพันบาทให้แกไป ” เออๆ..ขอบใจมากไอ้เสือ และป๋าจะบอกเอ็งว่า ป๋าไม่ได้เข้าเวรแล้วนะ เจอกันวันเปิดทำการเลย อย่ามีเรื่องหรือหาราวกันนะไอ้เสือ ป๋าไม่อยู่ทำไรไม่ได้นะมึง เมื่อกี้ป๋าก็บอกไอ้เบนซ์มันเอาไว้แล้ว ก็เหลือแต่มึงอีกคน ที่ป๋าต้องบอก ” เป็นอีกครั้งที่ความเป็นห่วงของป๋านั้นแสดงออกมาให้ผมเห็นในแววตาของแก

 “ครับป๋า.. ผมสัญญาว่าจะไม่มีเรื่องให้ป๋าต้องลำบากใจอีกครั้งหรอกครับ และเดี๋ยวผมจะดูไอ้เบนซ์มันให้ด้วยครับ” ป๋าผยักหน้ารับเมื่อได้ยินในสิ่งที่ผมพูดให้แกฟัง “เจอกันวันทำการเลยนะใหญ่” ป๋าเวียงบอกกับผมอีกครั้ง ก่อนที่ผมจะเปิดประตูออกจากห้องไป

‘ทุกอย่างดูเรียบร้อยไปหมด’ ผมบอกกับตัวเอง แล้วมันก็เป็นเวลาพอดีกับเด็กร้านค้าเข็นของที่จะเอาขึันห้องที่เหลือเข้ามาพอดี ผมถึงต้องรีบเดินไปหาไอ้อ๊อฟกับไอ้แว่นทันที ” เร็ว ๆ รีบเช็คจะได้ไปอาบน้ำสักที ไอ้แว่นมึงไม่ต้องช่วยหรอกมายืนดูตรงนี้ “ ผมออกคำสั่งบอกให้มันไปยืนอีกด้านหนึ่ง

ไอ้นิวเข็นรถมาถึง มันก็รีบอธิบายจำนวนน้ำอัดลมและก็ขนมขบเคี้ยว ที่มีหลากหลายชนิดและราคาที่ต่างกัน ว่ามีอะไรบ้าง มันอธิบายไป ผมกับไอ้อ๊อฟก็เช็คของตามมันไปด้วย จนไม่นานก็เช็คเสร็จ และก็ไม่ได้เป็นอย่างที่หัวหน้าห้องสงสัย ว่าตัวไอ้นิวมันจะมีนอกมีใน หรือ ยักยอกสินค้าออกไปขายเพื่อใช้หนี้ส่วนตัว 

แล้วเหล่าบรรดาเด็ก ๆ ในห้องที่เหลือต่างก็กุลีกุจอ เดินลงมาช่วยกันยกของกินทั้งหมดเอาไปเก็บรวมกันไว้ใต้บันได ส่วนผมไอ้แว่นและไอ้อ๊อฟ ก็เดินกันออกมาเพื่อที่จะอาบน้ำกันต่อไป

“แล้วมึงเป็นยังไงบ้างไอ้แว่น ยังปวดแขนอยู่หรือเปล่า และยามึงได้กินหรือเปล่าว่ะ ” ผมถามไอ้แว่นด้วยความเป็นห่วง ในตอนที่เราเดินไปอาบน้ำด้วยกัน

“ไม่ค่อยปวดแล้วพี่ ยาผมกินไม่มีขาดครับ” มันพูดกับผม “ไอ้แว่นเดี๋ยวเราอาบน้ำเสร็จ ไม่ต้องไปกินข้าวที่โรงเลี้ยงนะ เดินไปกินขนมรองท้องกันที่ร้านไอ้คม และรอไปจัดหนักบนห้องกันเลยทีเดียวของกินห้องเรากินกันได้ทั้งคืน มึงคอยดูแล้วมึงจะรู้ว่า ความสนุกแบบฉบับคนคุก ในวันปีใหม่บนห้องนั้นมันเป็นยังไง ” ผมได้บอกกับไอ้แว่นไป และในหัวของผม ก็ดันมานึกถึงวันปีใหม่ครั้งเก่าก่อน ในตอนที่ผมเคยติดคุกและเคยผ่านมันมา ไม่ว่าจะรอบแรกและรอบสองก็ตาม แต่ละสถานที่มันก็เป็นความสนุกที่ไม่เหมือนกันเลยในทุกปี 

แล้วปีนี้ความสนุกมันจะเป็นแบบไหนกันนะ ผมก็อยากจะรู้เหมือนกัน กิจกรรมทั้งหลายเหล่านี้ที่มีขึ้นในคุก มันก็เหมือนเป็นการผ่อนคลาย เพื่อที่ไม่ให้นักโทษนั้นมีภาวะกดดันหรือเครียดมากเกินไป ซึ่งก็ถือว่าที่เรือนจำแห่งนี้นั้น ก็ยังพออนุโลมให้มีการจัดกิจกรรมเหล่านี้เกิดขึ้นได้ และใน 1 ปีก็จะมีแค่วันขึ้นปีใหม่กับวันสงกรานต์เท่านั้น ที่ทางแดนจะอนุญาตให้เหล่านักโทษจัดการละเล่นกันขึ้นมาได้ 

ถึงแม้จะให้มีการจัดการละเล่นเกิดขึ้นก็ตาม ทุกอย่างมันก็ต้องอยู่ในขอบเขต และกฎระเบียบภายในเรือนจำ แต่ก็อาจจะเกินเลยไปบ้างแต่ก็แค่เล็กน้อยเท่านั้น  ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ ซึ่งมันก็สามารถทำให้เจ้าหน้าที่ทั้งหลาย ทำเป็นเอาหูไปนา เอาตาไปไร่ หรือเป็นการปล่อยผีให้กับพวกเรานั่นเอง

ของกินถูกลำเลียง ขึ้นไปยังห้องนอนของแต่ละห้องโดยบรรดาโยธาห้องนอนของทุกห้อง เอาของกินขึ้นไปก่อน แล้วค่อยปล่อยแถวให้นักโทษขึ้นไปทีหลัง เพื่อที่เป็นการไม่ทำให้เกิดความวุ่นวายสับสน เพราะว่ามันจะมีคนบางจำพวก ที่ชอบหยิบของกินจากห้องอื่น ๆ แล้วเอาไปซ่อนที่ห้องตัวเอง เป็นคนประเภทชอบทำเป็นเหมือนหมาหยอกไก่ ชอบแกล้งและถ้าเจ้าของเขารู้หรือจับได้ ก็ทำทีเป็นตีเนียนให้เหมือนเป็นเรื่องตลก แต่ถ้าไม่มีใครรู้ใครเห็น ก็เลยตามเลย กลายเป็นของที่ได้ฟรีไป

เหล่าบรรดาโยธาห้องนอน ต่างช่วยกันขน กับข้าวถังข้าว ถังน้ำแข็ง ของกินเล่นนานาชนิด ซึ่งแต่ละห้องดูแล้วไม่มีห้องไหนน้อยเลยมีแต่เหลือกินทั้งนั้น พอโยธาขนของเสร็จต่อไปก็เป็นตาของเหล่าบรรดานักโทษต่างทยอยกันเดินขึ้นเรือนนอน ซึ่งผมกับไอ้แว่นรอขึ้นตอนท้ายๆ เพราะว่าไอ้แว่นแขนมันเจ็บไม่อยากให้มันไปเดินเบียดกับคนอื่น

ผมหันมาเห็นไอ้แว่นมันมองผมแล้วก็ยิ้มสีหน้าของมันดูตลกผมจึงถามไปว่า “มึงยิ้มอะไรของมึงไอ้แว่นตลกอะไรกูวะ ” ไอ้แว่นมันก็เลยพูดบอกไปว่า 

“ผมไม่เคยเห็นพี่สะพายกระเป๋า ขนของขึ้นห้องเลยนี่ครับ มันเลยดูตลก ๆ ยังไงไม่รู้ เพราะว่าทุกทีผมจะเป็นคนทำทุกอย่าง แต่ยังไงก็ต้องทนทำไปก่อนนะพี่  ทำให้น้องคนนี้ก่อนนะ เดี๋ยวผมหายแล้วพี่ไม่ต้องทำอะไรเหมือนเดิม” ผมยิ้มออกเลยกับคำพูดของมัน “เออ…กูรู้แล้วน่ะ” ผมบอกมันเป็นประโยคสั้นๆ และเราทั้งสองคน ก็ต่างเดินขึ้นเรือนนอนเป็น 2 คนสุดท้าย

เมื่อถึงเวลาเช็คยอดห้องเสร็จ ความบันเทิงเริงใจก็จะเริ่มขึ้นก็แล้วแต่ห้องไหนจะเริ่มก่อนแต่ส่วนห้อง 2/5 นั้นยังก่อน คงต้องรอให้หัวหน้าห้องขึ้นห้องมาก่อนถึงจะจัดปาร์ตี้กันไดั ช่วงนี้ก็เลยขอนอนพักเอาแรงก่อนดีกว่า ตื่นขึ้นมามันจะได้กระปี้กระเป่า ว่าแล้วผมก็หัวถึงหมอนแล้วก็หลับลงไป..(โปรดติดตามตอนต่อไป) ” หมีขาว ขั้ว โลกเหนือ ” # คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 76

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ QuotesAboutSmile และ Keywordsfun

What's your reaction?

Excited
0
Happy
1
In Love
0
Not Sure
0
Silly
0

You may also like

Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 82

เมื่อการสอบสวนของนายอำพลนั้นไม่เป็นผลอย่างที่เขาคิดเอาไว้ เพราะว่าผมเองนั้นไม่ได้แสดงอาการสะทกสะท้านหรือหวาดกลัวอะไรเลยกับการข่มขู่และเสียงดังของเขา ที่มักจะได้ผลทุกครั้งไป และในความคิดของนายอำพลตอนนี้นั้น
Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 81

อยากจะข่มตาหลับ อย่างที่ไอ้ต้นเพื่อนผมบอก แต่มันก็ทำใจหลับไม่ลง เพราะว่าใจของผมตอนนี้ มันร้อนดั่งไฟเผาซะเหลือเกิน หัวสมองคิดไปต่างๆนานา ซึ่งมันก็อดเป็นห่วงเพื่อนฝั่งนู้นไม่ได้เลยว่าเรื่องราวมันจะลุกลามไปถึงไหนแล้ว
Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 80

ผมไม่ได้เจอเพื่อนเก่าอย่างไอ้เบนซ์มานาน ก็เลยหาที่นั่งคุยกัน ตรงใต้ต้นไม้ข้างฝ่ายฝึกวิชาชีพ มีไอ้เบนซ์ ไอ้หมี ไอ้ฮาทร์ และผมกับไอ้แว่นที่อยู่กับผมไม่ห่าง " ไอ้หมี มึงเป็นไงบ้างว่ะกูรู้มาว่าตอนโรคระบาดมึงเป็นไข้ไม่สบายด้วย " ผมถามมันด้วยความเป็นห่วง ถึงแม้ตอนนี้มันจะหายแล้วก็ตาม

Comments are closed.

More in:Story

Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 79

เที่ยงคืนสิบห้านาทีพอประมาณ บรรยากาศบนเรือนนอน เริ่มกลับสู่ภาวะปรกติเหมือนเดิม อย่างที่เคยเป็นมาอีกครั้ง ความสุขมักจะอยู่กับเราแค่เพียงชั่วคราว แต่มันจะอยู่ในความทรงจำตราบนานเท่านาน เพียงเท่านี้ก็สุขใจกันแล้วครับ
Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 78

ขนมหวานถูกจัดใส่จาน วางเรียงอยู่ตรงหน้าช่างดูน่ากินเหลือเกิน ผมเองไม่รอช้ารีบตักกินทันที และที่สำคัญคือมื้อนี้คือมื้อแรก ที่ผมคิดว่าได้กินขนมทุกอย่างในเรือนจำที่มีขาย เพราะส่วนใหญ่แล้ว มักจะเบิกมาแล้วก็ไม่ค่อยได้อย่างที่ต้องการ หมดบ้าง ค้างบ้าง แทนเป็นอย่างอื่นไปบ้าง
Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 77

"พี่ใหญ่ครับ.. พี่ใหญ่..ตื่น..ตื่น..ได้แล้วครับ พี่ใหญ่ครับ..พี่ต้นขึ้นห้องแล้วครับ" ไอ้แว่นทั้งเขย่าตัวผม แล้วก็เรียกชื่อผมอยู่พักนึงเลยก็ว่าได้ กว่าที่ผมจะรู้สึกตัว ลืมตาตื่นขึ้นมานั่งงัวเงีย เมาขี้ตาพักนึงเห็นจะได้ "แว่นต่อบุหรี่ให้พี่ดูดหน่อยดิ " ผมร้องหาบุหรี่สูบกับไอ้แว่น