Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 80

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 80

บทที่ 80 ทำบุญตักบาตรอาหารแห้ง ep. 2

” ถ้าเรามีโอกาสจะเปลี่ยนอะไรสักอย่างแล้วไม่ลงไปทำมัน มันจะไม่มีทางเปลี่ยนเลย ถึงไม่เปลี่ยนในวันนี้-เดือนนี้-ปีนี้ แต่ถ้าเราได้เริ่มแล้วสักวันมันต้องดีขึ้น “

**สวัสดีเพื่อนๆทุกคน ก่อนอื่นต้องขอโทษที่ห่างหายไปนานอีกแล้ว..พอดีผู้เขียนไม่สบายนิดหน่อย ไปนอนโรงพยาบาลมาก็หลายวัน มันก็เกี่ยวกับโรคประจำตัวของผู้เขียนเองนั่นแหละ เลยทำให้ไม่ได้เขียนซะหลายวัน เป็นอาทิตย์แล้วมั้ง ใครที่ติดตามอ่านกันอยู่ ผมก็ต้องขอโทษด้วยนะครับ ก็อย่างที่ผมเคยบอกไว้ว่า การไม่มีโรคคือลาภอันประเสริฐ มันคือเรื่องจริงครับ ก็อยากให้ทุกคนรักษาสุขภาพกันด้วยนะครับ ตอนนี้สำหรับตัวผู้เขียนเองคิดว่าร่างกายสมบูรณ์สักประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์เห็นจะได้ ก็ยังมีแรงเขียนไหวครับ ก็อยากให้คนที่ติดตามอ่านอย่าเพิ่งท้อนะครับ ขอให้ติดตามอ่านกันต่อไป แม้จะน้อยนิดแล้วก็ตามงั้นอย่ามัวรอช้า เรามาเริ่มอ่านกันเลยดีกว่าครับ  …..ด้วยรักจากใจ…..

ผมไม่ได้เจอเพื่อนเก่าอย่างไอ้เบนซ์มานาน ก็เลยหาที่นั่งคุยกัน ตรงใต้ต้นไม้ข้างฝ่ายฝึกวิชาชีพ มีไอ้เบนซ์ ไอ้หมี ไอ้ฮาทร์ และผมกับไอ้แว่นที่อยู่กับผมไม่ห่าง ” ไอ้หมี มึงเป็นไงบ้างว่ะกูรู้มาว่าตอนโรคระบาดมึงเป็นไข้ไม่สบายด้วย ” ผมถามมันด้วยความเป็นห่วง ถึงแม้ตอนนี้มันจะหายแล้วก็ตาม

” ฉิบหายป่วยรอบนี้เล่นเอาแย่เหมือนกัน ถ้ากูไม่ได้ยาจากพี่เล็กมาให้กินคงแย่ เล่นกูเพ้อร้องหาแม่เลยมึง…คิดถึงบ้านน้ำตาไหลเลยมึง ” มันเล่าออกมาอย่างไม่กลัวเสียฟอร์ม เพราะว่าพวกเราเป็นเพื่อนกันมานานไม่มีฟอร์มต่อกันอยู่แล้ว และสิ่งที่มันเล่าให้ฟังทำให้ผมหัวเราะออกมาได้ ” ฮ่าๆ ฮ่าๆ ขนาดนี้เลยหรอว่ะไอ้ฮารท์ มึงเห็นตอนมันเพ้อป่ะ ” ผมหันไปถามไอ้ฮารท์ ถึงเรื่องที่ไอ้หมีมันบอก

” เรื่องจริงอย่างไม่ต้องสงสัย ก็กูเนี้ยแหละที่เช็ดตัวให้มันทั้งคืน อดหลับอดนอนกันไป แม่งเพ้ออย่างกับเด็กๆ มึงดูเบ้าตากูดิยังดำไม่หายเลย “ ไอ้ฮารท์ชี้นิ้วไปที่เบ้าตามัน 

” ฉิบหายเบ้าตามึงมันดำธรรมชาติอยู่แล้ว อย่างกับพวกเสพยา 24ชม.” ผมบอกกับมัน เรียกเสียงหัวเราะกันในกลุ่ม ได้มากเลยทีเดียว

…มันคือเรื่องจริงนะครับคุณผู้อ่าน การที่เราไม่ได้เจอเพื่อนสนิทเป็นเวลานานๆ พอได้มาเจอกันเรื่องพูดคุยมันก็มีมากตามไปด้วย มันก็ไม่มีอะไรใหม่มากมายหรอกครับ มันก็คือเรื่องเก่าๆ เรื่องเดิมๆที่ผ่านมา แต่ก็สามารถเรียกเสียงหัวเราะ ครื้นเครงกันได้เป็นอย่างดี ได้พูดแหย่กันไปมา เรียกเสียงหัวเราะผ่อนคลายกับความเครียด ที่ต้องติดคุกได้เป็นอย่างดี ก็อย่างที่ผมเคยบอกไงครับว่า..คับที่อยู่ได้แต่ถ้าเราอยู่แล้วคับใจมันอยู่ยากครับ..อย่างคำกล่าวที่ว่า “มีสหายสักร้อยคนแต่ไม่รู้ใจเราสู้มีสหายที่รู้ใจเรา เพียงแค่คนเดียวไม่ได้”…..

“ไอ้เบนซ์แล้วมึงละ ลงชื่อย้ายมากับพวกนี้ด้วยหรือเปล่า กูจะได้เตรียมที่นอนไว้ด้วย “ ผมถามกับเพื่อนเก่าเพื่อนสนิท เพราะผมไม่รู้เลยว่ามันเกมเข้ามาด้วย 

“ไม่พลาดอยู่แล้ว กูก็ต้องย้ายไปด้วยสิวะจะได้ครบองค์ประชุมจะได้เป็น girl gang girl group พร้อมบวกพร้อมชนทุกสถานการณ์ ” นี่คือคำตอบของเพื่อนรักของผมอีก 1 คนก็สามารถเรียกเสียงหัวเราะได้อีก และไอ้เบนซ์เพื่อนคนนี้ มันก็นิสัยโอเคอยู่พอตัว ไม่เป็นคนหาเรื่องใคร แต่ถ้าเพื่อนเจ็บมันไม่ยอมแน่นอน ผมรู้นิสัยมันดีถ้าผมมีเรื่อง เชื่อเหลือเกินว่ามันจะต้องเป็นคนแรกๆ ที่ยืนอยู่ข้างหลังผม โดยที่ไม่ต้องบอกหรือให้ผมรู้เลย

แล้วเรื่องที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น ไอ้อารต์หน้าลายและไอ้บี คู่คดีที่มีเรื่องกับผมมาไม่นาน ก็ได้ยกพวกเดินมาทางพวกผมเป็นกลุ่มใหญ่ พวกมันเดินปะปนมากับบรรดานักโทษที่ยืนใส่บาตรหรือพูดคุยกันอยู่ แต่ดีที่ไอ้แว่นมันสังเกตุเห็นซะก่อน 

” พี่ใหญ่ครับ..ไอ้บีกับไอ้อารต์มันออกมาด้วยกำลังเดินมาทางนี้ครับ ” พอได้ยินไอ้แว่นบอก พวกเรา4คนต่างลุกขึ้นยืน หันไปมองตรงที่ไอ้แว่นบอก ก็เห็นจริงอย่างมันว่า พวกมันเดินมาพร้อมกับบังดุลย์

” เฮ้ยไอ้ดุลย์!!  มึงเล่นตลบหลังกันแบบนี้เลยหรอว่ะ แบบนี้กูว่ามันไม่ใช่จิ๊กโก๋เท่าไหรนะ ” เสียงพี่เล็กลายตะโกนถามบังดุลย์ดังลั่น ทั้งที่ผมยังไม่ได้เห็นตัวพี่เล็กเลย..พี่เล็กเดินแหวกกลุ่มเด็กในบ้านมันมายืนขวางหน้าบังดุลย์ และพวกไอ้อารต์ไอ้บีโดยลำพัง เล่นเอาผมตกใจเสียวสันหลังวาบบ!! ว่าทำไมพี่เล็กทำแบบนี้ ถ้าพวกมันลุมพี่เล็กตอนนี้เห็นทีพี่ชายผมคงรับศึกหนัก นี่แหละครับเขาเรียกกันว่า”คนจริงของจริง”

“ไปยืนทำไมคนเดียวแบบนี้ว่ะพี่กู ” ผมพูดขึ้นมาลอยๆ และไม่ต้องรออะไรทั้งนั้น รีบพุ่งตัวออกไปหาพี่ชายอย่างเร็ว โดยที่มีไอ้แว่นและเพื่อนทั้ง4คนเดินตามมาติดๆ 

“ก็อยากให้เด็กมันได้เครียร์ใจกันเล็กมันคาใจ เราคนโตยืนดูกันดีกว่า ” บังดุลย์พูดกับพี่เล็ก ซึ่งตอนนี้คนทั้งคู่แทบหัวจะชนกันอยู่แล้ว ” มึงอยากจะคุยจะเครียร์อะไรกับกูก็ว่ามา “ ผมถามกับพวกมัน พร้อมยืนเคียงข้างพี่ชายของผม

” มึงไม่จบอยากให้สนามกลางลุกเป็นไฟก็เอา กูพร้อมแลกได้หมด ผมพูดเสริมเข้าไปอีกที และในตอนนี้เอง จากเสียงที่ดังของพี่เล็กในตอนแรก บวกกับไทยมุงที่มีมากเหลือเกินในสนามกลางตอนนี้ มันจึงทำให้ทุกสายตาต่างหันมาจ้องมองสนใจในกลุ่มของพวกเรามากขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้อดคิดไม่ได้ว่าแบบนี้แล้วเจ้าหน้าที่จะสังเกตเห็นรึป่าว ว่ากลุ่มพวกนี้กำลังจะมีเรื่องกัน 

ซึ่งในตอนนั้นเอง ผมก็ไม่มีเวลาคิดอะไรอีกแล้วสติสัมปชัญญะมันเริ่มเหลือน้อยทุกที ในตอนนี้อารมณ์มีแต่ความโกรธ และโมโหอยู่ในใจ โทสะมันเริ่มปะทุขึ้นมา ทีละนิดทีละนิด จนใจผมจะระงับใจตัวเองไม่ไหวแล้ว และยิ่งสังเกตเห็นสายตาของไอ้บี ที่มันจ้องมองมาที่ไอ้แว่นน้องชายผม ซึ่งก็คือคู่แค้นของมันด้วยแล้ว ทำให้อีกใจนึงของผมอดที่เป็นห่วงไอ้แว่นไม่ได้เลย ผมจึงต้องพยายามดันมัน ให้หลบเข้าไปอยู่ในกลุ่มของพวกเรา แบบไม่ให้ใครสงสัย 

เพราะผมกลัวว่า ถ้าหากมีเรื่องกันจริงๆแล้ว ผมจะช่วยปกป้องไอ้แว่นไม่ทัน คนฝั่งมันมาเยอะเราไม่รู้ว่าพวกใครเป็นพวกใคร อีกทั้งตัวไอ้แว่นมันก็แขนหักอยู่ด้วย คงจะช่วยเหลือตัวเองหรือทำอะไรไม่ถนัดขืนเป็นแบบนั้น ฝ่ายเราจะเสียเปรียบเป็นอย่างมาก

แต่แล้วเหตุการณ์พลิกสถานการณ์มาเป็นฝ่ายของเรา เมื่อกลุ่มของไอ้เบนซ์ได้เดินมายกมาปิดตลบหลังกลุ่มบ้านบังดุลอีกทีพร้อมกับเสียงของไอ้เบนซ์วัดกล้วยตะโกนขึ้นมาว่า 

“เอ้าว่าไงจะบวกหรือจะคุยว่ะ !! คิดว่าพวกกูหมูหรอ จะแอบย่องมาปิดกันได้ ” ผมหันไปเห็นไอ้เบนซ์วัดกล้วย คู่คดีของเรื่องนี้เดินมาชนไหล่ผมเบาๆเป็นการให้รู้ว่ากูอยู่ข้างๆมึงแล้วนะ  และในตอนนี้เองกลับกลายเป็นว่าพี่เล็กผมไอ้เบนซ์วัดกล้วยและเพื่อนอีก 4 คนอยู่กลางวงล้อมของพวกมัน โดยที่วงล้อมของพวกมันโดนพวกบ้านเราล้อมอีกทีเป็นกลุ่มใหญ่

ผมสังเกตเห็นเด็กในบ้านของพวกมันน่าถอดสีกันก็หลายคน จับอาการบังดุลย์ดูในตอนนี้ แกก็คงจะทำใจดีสู้เสืออยู่นั่นแหละ เพราะผมรู้ว่าบังดุลย์แกเป็นคนฉลาดเหลี่ยมจัด แกคงไม่แลกแน่ถ้ามันไม่คุ้ม ผมก็เลยยิงคำถามไปหาไอ้อาร์ตหน้า ลาย อีกครั้งว่า

” อ้าวไอ้เหี้ยใบ้แดกเลยไง!! มึงจะเอาไงกับกูว่ามาหรือว่ามึงเก่งตอนพวกเยอะ ตอนนี้พวกกูเยอะกว่าเลยพูดอะไรไม่ออกว่างั้น” มันคือคำพูดที่เจ็บแสบมากเลยนะครับ สำหรับในคุกถ้าสถานการณ์แบบนี้ ถ้ามันไม่คิดเปิดก่อนหรือทำอะไรขึ้นมาให้ดูดี ในสายตาของบ้านอื่นถึงกลับมองบ้านมันดูโบ๋(ไม่มีอะไร)เลยทีเดียว 

“โถ่…ไอ้สัตว์ ” ไอ้อาร์ตพูดเพียงเท่านี้ ด้วยความโมโหมันง้างหมัดพุ่งมาใส่ที่หน้าของผม แต่ก็จั่วลมไปเต็มๆ เพราะผมระวังตัวไว้อยู่แล้ว จึงดึงตัวฉากหลบพร้อมกับสับศอกขวาเข้าหน้ามันเต็มๆ เสียงดังโพ๊ล..!! ถ้าเสียงแบบนี้คือแตกแน่นอน อย่างไม่ต้องสงสัย เลือดสีแดงสด กระเซ็นตามศอกขวาของผมมาติดๆ พร้อมกับร่างของมันที่ร่วงลงไปนอนชัก เหมือนปลาถูกทุบหัวยังไงยังงั้น ภาพที่ผมเห็นตรงหน้า มันก็ไม่ต่างกันจากตอนที่มันโดนผมเตะหน้าในตอนที่เปิดศึกกันครั้งแรกก็ไม่ปาน

ทุกอย่างเหมือนเงียบไปขณะนึง ต่างคนต่างขวางและกันผมออกมา พี่เล็กลายกับเด็กในบ้านฝั่งแรกรับดาหน้ากันขวางพวกไอ้บี โดยมีบังดุลรีบไปประคองไอ้อาร์ตให้ลุกขึ้นมา บังดุลพยายามเอานิ้วง้างปากไอ้อาร์ตไว้เพื่อไม่ให้มันกัดลิ้นตัวเอง เพราะตอนนั้นมันชักจากอาการโดนศอกเข้าคิ้วและขมับไปเต็มๆ

ตอนนั้นเกิดเหตุชุลมุนขึ้นมา แต่ผมก็ไม่เห็นเหตุการณ์แล้ว เพราะโดนไอ้เบนซ์วัดกล้วยแล้วพวกเด็กในบ้านดันตัวผมให้ห่างจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จนในที่สุด ผมก็ได้เข้าไปอยู่ในแดนของผมโดยปลอดภัย ซึ่งใจจริงของผมยังอยากจะอยู่ตรงจุดเกิดเหตุตรงนั้นอยู่เลย เพราะอดเป็นห่วงพี่เล็กไม่ได้ว่าเหตุการณ์มันจะเป็นยังไงต่อ แต่ก็สู้แรงพวกเพื่อนๆ ที่ทั้งดึงทั้งอุ้มไม่ไหว

“ชิบหายหาแต่เรื่องแต่ราวอีกแล้วไอ้ใหญ่เขายังไม่อยู่นะมึง เดี๋ยวก็งานงอกเข้าไปนั่งนิ่งๆในบ้านเลย” เสียงไอ้ต้นหัวหน้าห้องเพื่อนของผมบอก ในตอนนี้ผมอยู่ในแดนแล้ว ผมจึงเดินตามมันไปนั่งสงบสติอารมณ์อยู่ในบ้าน 

“ไม่ให้กูทำได้ไงไอ้ต้นมันยกมาก็จะปิดกูอยู่แล้ว ไอ้สัตว์เก่งแต่หมาหมู่โดนกูชักไปรอบที่ 2 คราวนี้คงหายคาใจแล้วละ ” ผมพูดระบายให้ไอ้ต้นฟัง ด้วยอารมณ์ที่ยังโมโหอยู่ ไอ้ต้นได้ฟังจึงพูดว่า 

” เออกูรู้ว่าอะไรเป็นอะไร แต่ตอนนี้แบ็คเราไม่อยู่ต้องนิ่งไว้ก่อนโว้ย! มึงแกล้งนอนไปเลยเดี๋ยวถ้ามีเรื่องเข้ามาพวกกูจะเป็นพยานว่ามึงไม่ได้ออกไป มึงไม่สบาย “ ไอ้ต้นและเด็กในบ้านจะออกตัวบังให้กับผมเต็มที่ถ้าเรื่องนี้ถึงเจ้าหน้าที่ข้างนอก ผมจึงทำตามที่มันบอกนอนห่มผ้าสงบสติอารมณ์ “ทำไมต้องเกิดเรื่องนี้ด้วยวะอุตส่าห์ทำบุญให้จิตใจสงบคิดว่าปีใหม่นี้มันต้องมีแต่เรื่องดีๆ กลับกลายเป็นสีเลือดไปซะได้ ” ผมนอนนึกอยู่ในใจ…

เหตุการณ์มันจะเป็นอย่างไรผมจะโดนทำโทษหรือเปล่าหรือผมจะรอดตัวไปอีกครั้งติดตามกันต่อนะครับ’ (โปรดติดตามตอนต่อไป) “หมีขาว ขั้ว โลกเหนือ” # คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 80

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ QuotesAboutSmile และ Keywordsfun

What's your reaction?

Excited
1
Happy
0
In Love
0
Not Sure
0
Silly
0

You may also like

Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 82

เมื่อการสอบสวนของนายอำพลนั้นไม่เป็นผลอย่างที่เขาคิดเอาไว้ เพราะว่าผมเองนั้นไม่ได้แสดงอาการสะทกสะท้านหรือหวาดกลัวอะไรเลยกับการข่มขู่และเสียงดังของเขา ที่มักจะได้ผลทุกครั้งไป และในความคิดของนายอำพลตอนนี้นั้น
Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 81

อยากจะข่มตาหลับ อย่างที่ไอ้ต้นเพื่อนผมบอก แต่มันก็ทำใจหลับไม่ลง เพราะว่าใจของผมตอนนี้ มันร้อนดั่งไฟเผาซะเหลือเกิน หัวสมองคิดไปต่างๆนานา ซึ่งมันก็อดเป็นห่วงเพื่อนฝั่งนู้นไม่ได้เลยว่าเรื่องราวมันจะลุกลามไปถึงไหนแล้ว
Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 79

เที่ยงคืนสิบห้านาทีพอประมาณ บรรยากาศบนเรือนนอน เริ่มกลับสู่ภาวะปรกติเหมือนเดิม อย่างที่เคยเป็นมาอีกครั้ง ความสุขมักจะอยู่กับเราแค่เพียงชั่วคราว แต่มันจะอยู่ในความทรงจำตราบนานเท่านาน เพียงเท่านี้ก็สุขใจกันแล้วครับ

Comments are closed.

More in:Story

Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 78

ขนมหวานถูกจัดใส่จาน วางเรียงอยู่ตรงหน้าช่างดูน่ากินเหลือเกิน ผมเองไม่รอช้ารีบตักกินทันที และที่สำคัญคือมื้อนี้คือมื้อแรก ที่ผมคิดว่าได้กินขนมทุกอย่างในเรือนจำที่มีขาย เพราะส่วนใหญ่แล้ว มักจะเบิกมาแล้วก็ไม่ค่อยได้อย่างที่ต้องการ หมดบ้าง ค้างบ้าง แทนเป็นอย่างอื่นไปบ้าง
Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 77

"พี่ใหญ่ครับ.. พี่ใหญ่..ตื่น..ตื่น..ได้แล้วครับ พี่ใหญ่ครับ..พี่ต้นขึ้นห้องแล้วครับ" ไอ้แว่นทั้งเขย่าตัวผม แล้วก็เรียกชื่อผมอยู่พักนึงเลยก็ว่าได้ กว่าที่ผมจะรู้สึกตัว ลืมตาตื่นขึ้นมานั่งงัวเงีย เมาขี้ตาพักนึงเห็นจะได้ "แว่นต่อบุหรี่ให้พี่ดูดหน่อยดิ " ผมร้องหาบุหรี่สูบกับไอ้แว่น 
Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 76

นับว่าเป็นการประเดิมความโชคดี ก่อนขึันปีใหม่เลยก็ว่าได้ เรื่องดวงการพนันของผมนั้นก็ยังคงดีอยู่เหมือนเดิม เพราะว่าการเดิมพันในครั้งนี้เรียกว่าผมจับเสือมือเปล่าก็ว่าได้ มันเป็นความชอบส่วนตัวล้วน ๆ เลยครับ