Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 78

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 78

บทที่ 78 ความสนุกของปีใหม่ในคุก ep.3

” ความรักก็เหมือนกับผี ถึงรู้ว่ามีแต่ก็ไม่เคยเจอ “

** เข้าสู่สัปดาห์สุดท้าย ของเดือนมกราคมแล้วนะครับ เดือนหน้าก็จะเป็นเดือนที่ใครหลายคน ต่างก็บอกว่าเป็นเดือนแห่งความรัก สำหรับคนที่มีคู่เหมาะมากที่จะพาคู่รักไปเที่ยว จะได้เติมเต็มความรักให้มากยิ่งขึ้น..เคยมีเรื่องเล่าอยู่ว่า คนไหนมีคู่แท้ คนที่เกิดมาถ้าใครมีคู่แท้เขาบอกว่าจะมีด้ายสีแดงผูกติดนิ้วก้อยของกันและกันเอาไว้ เพราะไม่ว่าจะยังไงเราจะหากันจนเจอ มันคือพรหมลิขิตที่ถูกกำหนดเอาไว้ และผมคิดว่าส่วนมากทุกคน ก็อยากจะมีคู่กันทั้งนั้นแหละครับ ไม่มีใครหรอกครับอยากจะอยู่คนเดียวเหงา ๆ จริงไหมครับ

แต่ความรักมันก็มีราคาของมันที่เราต้องจ่าย เพราะเรานั้นไม่สามารถรู้ได้ว่า ความรักของเราสุดท้ายแล้ว มันจะสุขหรือทุกข์ จะสมหวังหรือผิดหวัง มันไม่สามารถมีใครรู้ได้ คงจะมีแต่เราเองที่ต้องลองที่จะรักเองเท่านั้น สุดท้ายแล้วถึงแม้ความรักจะทำให้เราเจ็บปวด หรือผิดหวังหวังก็ตาม แต่สำหรับผู้เขียนก็ยังคิดอยู่เสมอว่าความรักมันคือสิ่งสวยงาม มันคือสิ่งที่มนุษย์ทุกคนควรมีและควรได้รู้สึกถึงความรัก… ขอต้อนรับเดือนแห่งความรักนะครับทุกคน ด้วยรัก…**

ขนมหวานถูกจัดใส่จาน วางเรียงอยู่ตรงหน้าช่างดูน่ากินเหลือเกิน ผมเองไม่รอช้ารีบตักกินทันที และที่สำคัญคือมื้อนี้คือมื้อแรก ที่ผมคิดว่าได้กินขนมทุกอย่างในเรือนจำที่มีขาย เพราะส่วนใหญ่แล้ว มักจะเบิกมาแล้วก็ไม่ค่อยได้อย่างที่ต้องการ หมดบ้าง ค้างบ้าง แทนเป็นอย่างอื่นไปบ้าง จนโดนบ่อยเข้ามันก็ประสาทเสียเลยขี้เกียจจะเบิกกิน

“กินเยอะๆ นะมึงไอ้แว่น แล้วปวดแขนหรือเปล่าให้กูป้อนให้ไหม “ผมเห็นไอ้แว่นมันเงียบ ๆ ก็เลยพูดแหย่มันไปก็เลยทำให้ผมได้เห็นรอยยิ้มของมันก่อนที่มันจะพูดมาว่า 

“ผมแค่แขนหักนะพี่ ไม่ได้เป็นอัมพาตแต่พี่จะป้อนผมป่ะล่ะมาดิ ” มันพูดย้อนกลับมาคำนี้ผมก็เลยจัดให้มันคำใหญ่ ๆ “ก็ได้ดิ..เอาอ้าปากกว้างๆอย่าให้หกนะมึง ” ผมยิ้มเมื่อเห็นมันอ้าปากกว้างมากๆเพื่อที่นึจะพยายามไม่ให้หก

” พี่น้องคู่นี้ หยอกล้อกันน่าอิจฉาว่ะ ” ไอ้อ๊อฟ พูดแซวผมกับไอ้แว่น ” มึงอิจฉาทำไมกูไม่ใช่ผัวเมียกันสักหน่อยที่จะมาสวีทให้มึงอิจฉาเล่น ” ผมพูดบอกกับมัน เพื่อที่จะได้ไม่ให้มันมาคิดหรือใครคนอื่นที่ได้ยิน จะคิดว่าผมกับไอ้แว่นเป็นคู่เกย์กัน 

“กูรู้กูก็แซวไปงั้นแหละ ” ไอ้อ๊อฟรู้ในความหมายคำพูดของผม มันจึงรีบพูดออกตัวเพื่อไม่ให้ผมเคืองในคำพูดของมัน และแล้วเวลาอาหารหวานก็ได้หมดลง ต่อไปจะเป็นการประกวดร้องเพลงของห้อง 2/5 แล้วตอนนี้บรรดาพนักงานทำความสะอาด ได้จัดการเก็บจานชามและเตรียมสถานที่เวทีชั่วคราว เพื่อให้นักร้องในวงมาร้องเพลง ใครร้องดีหัวหน้าห้องบอกจะให้รางวัล แต่รางวัลจะเป็นอะไรก็ยังไม่มีใครรู้ และถ้าใครร้องไม่ดีจะโดนทำโทษ นั้นก็คือการเอาแป้งเย็นมาใส่น้ำให้เหลว ๆ พร้อมทั้งละเลงที่ใบหน้า แบบนี้คงสร้างเสียงหัวเราะให้ในห้องได้อย่างมากเลยทีเดียว

“อ้าว..วงไหนร้องวงแรกขึ้นมาเลย อย่าช้า อย่าช้า งั้นเอาวงไอ้โค้กก่อนเลย” วงแรกขึ้นมาร้องเป็นวงของอาจารย์โค้ก อาจารย์สักลายภายในคุกที่มากด้วยฝีมือ และก็เป็นอาจารย์สัก 1 คนที่ฝากรอยสักไว้บนตัวของผม ต้องขอบอกเลยว่า อาจารย์โค้กเป็นอาจารย์สักที่มือหนักมากคนหนึ่ง ถ้าใครทนเจ็บไม่ได้ ก็อย่าคิดให้เขาสักเลยดีกว่า

“เอาวงผมก่อนเลยนะ หัวหน้าต้น นักร้องผมยังไม่ได้เตรียมตัวเลย ไม่เป็นไร..’ไอ้หมูขึ้นไป’ “ อาจารย์โค้กบ่นเล่น ๆ ก่อนที่จะส่งนักร้องนามว่าไอ้หมูบิน ขึ้นมาร้องเพลง หมากัด ของเอกชัยศรีวิชัย ซึ่งมันร้องได้ดีเลยทีเดียว อีกครั้งท่าเต้นที่กวนส้นตีนเหมือนอย่างว่า ถ้าปล่อยมันไปเต้นคนเดียวมีหวังโดนพวกกระทืบกับมาแน่นอน ไอ้หมูบินนั้นสามารถเรียกเสียงหัวเราะ และเสียงตบมือจากคนในห้องได้อย่างมากมาย หนึ่งในนั้นก็คือผมด้วย นับว่ามันคือตัวเต็งที่จะชนะในครั้งนี้อย่างแน่นอน

“สุดยอดไปเลยอาจารย์โค้ก เอาไปห้ากระโหลกสำหรับนักร้องคนนี้ ” ผมได้พูดแซวอาจารย์โค้กไป

“อ้าวแล้วเด็กพี่ใหญ่ละครับ เมื่อไหร่จะร้องขึ้นมาต่อตอนนี้ได้ไหมครับ ผมอยากฟัง แล้วคนในห้องก็อยากจะฟัง วงหัวหน้าต้น” งานเข้าเลยทีนี้ ได้ทีเอาใหญ่เลยอาจารย์โค้กกู(ผมคิดในใจ) ผมหันไปมองไอ้แว่น พร้อมกับที่ไอ้ต้นก็หันมองเช่นกัน ในเมื่อตาต่อตาประสานกันเช่นนี้ ไอ้แว่นจึงได้แต่ยิ้มแห้ง ๆ ออกมาพร้อมกับพยักหน้าเป็นเชิงบอกว่าเข้าใจแล้ว และกำลังจะลุกขึ้นเพื่อเตรียมตัวไปร้องเพลง

เสียงปรบมือจากเด็กในบ้านดังกระหึ่มพร้อมกับคำพูดของหัวหน้าห้อง“เออต้องอย่างนี้สิวะ!! อย่าให้เสียอ.เมืองเว้ยสู้ ๆโว้ย..ไอ้แว่น ” ไอ้ต้นชอบใจในความใจกล้าของมัน” เต็มที่ไอ้น้องรัก ” ผมพูดให้กำลังใจมันเพียงแค่นี้สั้นๆ แต่ได้ใจความ มันจึงหันมายิ้มให้ผม พร้อมกับพูดว่า ” น้องคนนี้ไม่ทำให้พี่ผิดหวังอยู่แล้ว” และเพลงที่มันจะร้องคือเพลง ทำบุญร่วมชาติตักบาตรร่วมขัน ของชายเมืองสิงห์ นั่นเอง

พอไอ้แว่นเริ่มร้องเพลง ถึงแม้ว่ามันจะมีแขนใช้ได้แค่ข้างเดียว แต่มันก็สามารถเต้นสามารถร้องได้อย่างดีเยี่ยม ดูเป็นธรรมชาติ พร้อมทั้งเรียกเสียงฮาและเสียงหัวเราะได้ ในบางช่วงของบทเพลงที่มันร้องเสียงเหน่อ ๆ เหมือนกับชายเมืองสิงห์เลยครับ 

ทุกคนในห้องทั้งตบมือ ผิวปาก และก็เคาะถังให้จังหวะกับไอ้แว่น และมันก็สามารถร้องได้อย่างลงตัวดีเหลือเกิน ผมคิดว่าเมื่อเทียบกับไอ้หมูบินแล้ว ผมว่าไอ้แว่นน้องผมชนะครับ อันนี้ผมไม่ได้เข้าข้างน้องผมนะครับคุณผู้อ่าน มันคือเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในคืนนั้น

เมื่อไอ้แว่นร้องจบเป็นวงที่ 2 แล้ว ผมก็พอจะเดาออกได้ชัดเจนเลยว่าวงอื่น ๆ ที่เหลือ คงจะหมดกำลังใจที่จะสู้อีกแล้ว เพราะว่าทั้งวงที่ 1 และวงที่ 2 มันฝากผลงานเพลงไว้ได้ดีเหลือเกิน จนทีมอื่นหมดกำลังใจที่จะสู้ มันจึงทำให้วงอื่นที่เหลืออยู่ในห้อง ต่างก็ร้องกันจบบ้างไม่จบบ้าง พวกพี่ร้องไม่จบก็ต้องโดนทำโทษ โดยการชโลมแป้งละเลงหัวกับหน้าจนขาวกันเป็นแถบแถบ สร้างความสนุกสนานและเสียงหัวเราะให้กับคนในห้องได้อย่างมาก  

นับว่าเป็นกิจกรรมร้องเพลงที่สามารถทำให้พวกเราย่อยอาหารได้ดีจริง ๆ  ส่วนพวกนักร้องที่เหลือที่ร้องจบ ก็ร้องจบกันแบบกระท่อนกระแท่น ท่อนไหนร้องไม่ได้ก็ดำน้ำกันไปบ้างก็มี มันก็เลยทำให้ กิจกรรมการแข่งร้องเพลงของห้อง 2/5 จบลงอย่าวรวดเร็วกว่าที่คิดเอาไว้  

ผมดูเวลาก็เกือบจะ 4 ทุ่ม ยังเหลือเวลาอีก 2 ชั่วโมงกับความสุข ความสนุก ทั้งหลายก็ต้องจบลง แต่ตอนนี้เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความสุขของเหล่าบรรดานักโทษ ในห้องอื่น ๆ มันก็ดังออกมาไม่แพ้กับห้องที่ผมอยู่เลย ทุกห้องดังพอกันผสมปนเปกันไปหมด เพราะผมคิดว่าในแต่ละห้องต่างก็คงจะมีกิจกรรมหรือมีอะไรเล่นกันทุกห้องเหมือนกัน มันจะทำให้คนในห้องรักกันและที่สำคัญเพื่อลบรอยบาดหมางกันในปีที่ผ่านมา 

การทำกิจกรรมร่วมกันในห้องเพื่อที่จะให้คนในห้องรักกัน เพราะเราอยู่ในห้องมันมีคนหมู่มาก แต่สถานที่คับแคบการกระทบกระทั่งกันมันมักจะเกิดขึ้นบ่อย ๆ พอเราได้จัดกิจกรรมนี้ขึ้นมามันก็ได้สร้างมิตรภาพที่ดีระหว่างนักโทษให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น สำหรับคนในห้องด้วยกันเอง ก็ต้องขอขอบคุณผู้บังคับแดน เจ้าหน้าที่ภายในแดนที่อนุญาตให้พวกเราได้มีกิจกรรมวันปีใหม่เกิดขึ้น ถึงแม้มันอาจจะไม่ได้ดีสู้กับข้างนอกได้ แต่อย่างน้อย ๆ มันก็เหมือนน้ำที่หล่อเลี้ยงจิตใจเรานักโทษ ให้รู้สึกสดชื่น ให้มีพลังแรงกายแรงใจที่จะอยู่ต่อไป เพื่อที่เราจะชดใช้กรรมที่พวกเราได้ก่อกันเอาไว้ให้หมดสิ้นลง…

หลังจากร้องเพลงกันเสร็จ ห้องของผมก็เริ่มตั้งวงกินข้าวกันต่อ นี่คงจะเป็นมื้อสุดท้ายของคืนนี้ ก่อนที่จะเตรียมตัวเข้านอนกัน ของกินยังเหลืออยู่มากจนผมคิดว่าคงกินกันไม่หมดแน่นอน และอาหารมื้อนี้มันเป็นการกินแบบมาราธอนยัน 23:30 น คือแบบว่ากินกันเรื่อย ๆ เริ่มท้องตึงก็นั่งคุย แล้วก็กินต่อทั้งน้ำอัดลม ขนมขบเคี้ยว ผมยอมรับเลยว่าท้องผมตึงแน่นไปหมด ในท้องเต็มไปด้วยอาหารและน้ำดื่ม กลัวดึก ๆ ตื่นมาขี้จัง(ฮา) 

แล้วเวลาแห่งความสุขก็ได้จบลง เมื่อเวลาเดินมาถึงเที่ยงคืน พวกเราต่างได้ยินเสียงพลุจากข้างนอกเรือนจำดังไม่ขาดสาย  และแล้วเรานักโทษทั้งหลาย ต่างพร้อมใจกันตะโกนคำว่า “สวัสดีปีใหม่นะเพื่อนๆทุกคน” เป็นเสียงที่ดังกระหึ่ม  ไปทั่วทั้งแดน โดยที่ไม่มีใครเตรียมกันมาก่อนเลย นี่แหละครับคุณผู้อ่าน ความสุขเล็ก ๆ ของคนคุก ในความคิดของพวกคุณอาจจะเฉย ๆ แต่กับคนคุกแล้วมันสำคัญและยิ่งใหญ่มีความหมายมากนะครับ แล้วพบกันใหม่นะครับ (โปรดติดตามตอนต่อไป) “หมีขาว ขั่ว โลกเหนือ” # คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 78

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ QuotesAboutSmile และ Keywordsfun

What's your reaction?

Excited
1
Happy
0
In Love
0
Not Sure
0
Silly
0

You may also like

Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 84

ผมและไอ้แว่นได้ลงมาตั้งแถวรอเยี่ยมญาติอยู่หน้าองค์พระประจำแดน ซึ่งเป็นสถานที่รวมตัวสำหรับพวกที่มีชื่อเยี่ยมญาติในแต่ละรอบ ผมสังเกตเห็นไอ้แว่นมันดูลุกลี้ลุกลนเหมือนอยากจะถามอะไรผม แต่มันก็ยังไม่กล้าเอ่ยปากถามสักที
"วันเข้าพรรษา" ประวัติที่มา ความสำคัญ
Story

“วันเข้าพรรษา” ประวัติที่มา ความสำคัญ

ใกล้เข้ามาแล้วสำหรับเทศกาล "วันเข้าพรรษา" ที่ตรงกับวันพฤหัสบดีที่ 14 กรกฎาคม 2565 ที่จะถึงนี้ หลายคนอาจจะยังไม่เข้าใจถึงที่มาและความสำคัญของวันสำคัญดังกล่าว
Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 83

มันเป็นเช้าวันใหม่ที่บรรยากาศช่างเย็นสบายดีอีกหนึ่งวัน ผ่านการหยุดพักผ่อนที่ยาวเกือบจะอาทิตย์นึงเต็ม ๆ แต่การหยุดยาวครั้งนี้ของผมมันเหมือนแทบจะไม่ใช่การหยุดพักผ่อนอย่างคนปรกติทั่วไปนัก มันมีเรื่องราวมากมายเข้ามาไม่เว้นวัน ผมนั่งนึกย้อนดูว่ามีเรื่องอะไรบ้าง

Comments are closed.

More in:Story

Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 82

เมื่อการสอบสวนของนายอำพลนั้นไม่เป็นผลอย่างที่เขาคิดเอาไว้ เพราะว่าผมเองนั้นไม่ได้แสดงอาการสะทกสะท้านหรือหวาดกลัวอะไรเลยกับการข่มขู่และเสียงดังของเขา ที่มักจะได้ผลทุกครั้งไป และในความคิดของนายอำพลตอนนี้นั้น
Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 81

อยากจะข่มตาหลับ อย่างที่ไอ้ต้นเพื่อนผมบอก แต่มันก็ทำใจหลับไม่ลง เพราะว่าใจของผมตอนนี้ มันร้อนดั่งไฟเผาซะเหลือเกิน หัวสมองคิดไปต่างๆนานา ซึ่งมันก็อดเป็นห่วงเพื่อนฝั่งนู้นไม่ได้เลยว่าเรื่องราวมันจะลุกลามไปถึงไหนแล้ว
Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 80

ผมไม่ได้เจอเพื่อนเก่าอย่างไอ้เบนซ์มานาน ก็เลยหาที่นั่งคุยกัน ตรงใต้ต้นไม้ข้างฝ่ายฝึกวิชาชีพ มีไอ้เบนซ์ ไอ้หมี ไอ้ฮาทร์ และผมกับไอ้แว่นที่อยู่กับผมไม่ห่าง " ไอ้หมี มึงเป็นไงบ้างว่ะกูรู้มาว่าตอนโรคระบาดมึงเป็นไข้ไม่สบายด้วย " ผมถามมันด้วยความเป็นห่วง ถึงแม้ตอนนี้มันจะหายแล้วก็ตาม