Anime

ราชันย์แห่งภูต อามิดามารุ (Shaman King)

ราชันย์แห่งภูต อามิดามารุ (Amidamaru)

เกิด 6 มกราคม ค.ศ.1387

อายุ 24 ปี (ตอนเสียชีวิต)

ราศี มังกร กรุ๊ปเลือด A

เป็นวิญญาณประจำตัวของ อาซาคุระ โย

อามิดามารุ เป็นวิญญาณประจำตัวของ อาซาคุระ โย พระเอกในเรื่องของเรา เป็นวิญญาณซามูไรที่มีฝีมือในการต่อสู้เป็นอย่างมาก เคยถูกขนานนามในอดีตว่า ปีศาจอามิดามารุ ผู้ที่สามารถสู้และสังหารคนนับ1000ได้อย่างง่ายดาย ก่อนที่เขาจะเหนื่อยตาย พอเวลาผ่านไปเนิ่นนาน แต่ตำนานของเขาก็ยังอยู่ อามิดามารุเมื่อครั้งยังมีชีวิตอยู่และเสียชีวิตแล้ว เขายังมีนิสัยเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยนคือ การเป็นคนซื่อสัตย์ เกลียดการขโมย และยังเป็นผู้ที่พร้อมจะเสียสละ ถ้าเพื่อเจ้านายของตนแล้ว อามิดามารุจะไม่มีวันลังเล หลังจากผ่านเหตุการณ์ต่างๆ อามิดามารุก็ได้ยอมรับเป็นวิญญาณประจำตัวของโย ถ้าเพื่อโยที่เขาเปรียบเสมือนเจ้านายแล้ว อามิดามารุก็พร้อมที่จะทำตามและร่วมต่อสู้ฟันฝ่าอุปสรรค์ต่างๆ จนกว่าความฝันของเจ้านายเขาจะเป็นจริง!!

ประวัติอดีต (เมื่อยังมีชีวิต)

อามิดามารุ เมื่อครั้งตอนยังเป็นเด็ก เขาเกิดและเติบโตในช่วงยุคมุโระมาจิ ที่ซึ่งญี่ปุ่นในเวลานั้นเกิดสงครามกลางเมืองที่แบ่งออกเป็นหลายฝ่ายไม่ว่าจะเป็นราชวงศ์ทางเหนือและราชวงศ์ทางใต้ ที่ต่างชิงดีชิงเด่นกันเป็นอย่างมาก ทำให้เวลานั้นบ้านเมืองต่างลุกเป็นไฟเพราะภัยสงคราม เหล่าโจรทั้งเล็ก ใหญ่ก็ต่างออกชิง ปล้นสะดมกันอยู่บ่อยๆ นอกจากสงครามและการปล้นชิงแล้ว ยังมีโรคระบาดที่กระหน่ำซ้ำเติม สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อาศัยในเวลานี้เป็นอย่างมาก รวมทั้งอามิดามารุเองก็เช่นกัน เขาก็เกิดในครอบครัวที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง แต่เดิมบ้านอามิดามารุก็เป็นบ้านที่ค่อนข้างที่จะมีฐานะ แต่เพราะภัยสงครามและการเรียกเก็บภาษี เพื่อใช้ในสงครามก็ทำให้บ้านของเขาค่อนข้างที่จะแย่ แต่ถึงจะแย่ยังไง อามิดามารุก็ยังมีความสุขที่ได้อาศัยอยู่พร้อมกันทั้งครอบครัว

จนกระทั่งวันหนึ่ง เหล่าโจรต่างๆได้บุกเข้ามาเพื่อปล้นสะดมในเมือง พวกโจรเหล่านี้ต่างปล้นและสังหารชาวบ้านต่างๆอย่างโหดเหี้ยม แค่นั้นยังไม่พอพวกโจรยังได้ทำการเผาบ้านชาวบ้านต่างๆ เพื่อเป็นการประกาศศักดิ์ดาของกลุ่มตนให้คนอื่นๆได้เห็น เพื่อที่ในอนาคตจะได้ไม่มีใครกล้าแข็งข้อต่อพวกตนอีก แน่นอนบ้านอามิดามารุก็ไม่รอดในเหตุการณ์นี้ ครอบครัวของเขาต่างถูกสังหารและบ้านถูกเผาทำลาย แต่โชคดีที่เขาได้หลบหนีออกมาได้ทันก่อนบ้านจะถูกเผา ซึ่งการกระทำของพวกโจรได้สร้างไฟความแค้นต่ออามิดามารุเป็นอย่างมาก ที่ในเวลานั้นเขาได้ตั้งปณิธานต่อตัวเองว่าเขาจะต้องจัดการพวกโจรเหล่านี้ให้หมดไปจากแผ่นดินให้ได้

อามิดามารุที่ในเวลานี้ ก็เป็นเหมือนเด็กกำพร้าคนหนึ่ง ต่างเดินทางระหกระเหิน เร่ร่อน อยู่เป็นเวลาหลายวัน จนกระทั่งเขาได้เดินทางมาเจอวัดร้างแห่งหนึ่งเข้า ที่ในวัดนั้น เขาได้พบเขากับเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่น่าจะแก่กว่าเขาไม่กี่ปี ที่ชื่อว่า โมสุเกะ ที่เป็นเด็กกำพร้าเหมือนกันกับเขา การพบเจอของทั้งคู่ ดั่งเหมือนโชคชะตานำพาให้มาพบกัน เพียงเวลาไม่นานทั้งสองคนก็กลายเป็นเพื่อนสนิทกัน เพราะทั้งคู่ต่างเหมือนกันเป็นอย่างมาก

โดยบ้านของโมสุเกะก็เหมือนกับอามิดามารุ ที่ครอบครัวต่างถูกโจรสังหารและเผาทำลาย พวกเขาทั้งคู่จึงตกลงใช้วัดร้างแห่งนี้เป็นสถานที่พักอาศัยของพวกเขาต่อไป พวกเขาทั้งคู่ต่างช่วยกันเพาะปลูกหาอาหาร และในการหาอาหารนี้ ทำให้พวกเขาต่างเจอเด็กกำพร้าที่เหมือนกับตนมากมาย อามิดามารุและโมสุเกะ จึงกลายเป็นเหมือนพี่ใหญ่ไปในที่สุด พวกเขาทั้งคู่ต่างให้การต้อนรับและช่วยเหลือเด็กกำพร้าทุกคน ให้มาอยู่ด้วยกันกับพวกตน ทุกคนต่างช่วยกันทำงาน บ้างปลูกพืช บ้างออกหาอาหาร บ้างก็ทำงานบ้าน งานครัว ทุกคนต่างช่วยเหลือกัน เพื่อที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป อามิดามารุก็เช่นกัน เขาได้ตั้งใจฝึกฝนวิชาการใช้ดาบตัวเองอย่างสม่ำเสมอ หนึ่งเพื่อที่เขาจะได้ล้างแค้นสังหารพวกโจรที่ฆ่าครอบครัวของเขา สองเพื่อที่เขาจะได้ปกป้องเด็กกำพร้าทุกคน ในที่แห่งนี้ให้ปลอดภัยนั่นเอง

-อามิดามารุและโมสุเกะ-

อามิดามารุจึงตั้งใจฝึกฝนตัวเองอย่างหนัก และได้โมสุเกะเพื่อนสนิทของเขาช่วยในเรื่องการตีดาบ เพื่อให้อามิดามารุได้ใช้ในการต่อสู้ เพราะเมื่อก่อนที่โมสุเกะจะกำพร้า เขาเกิดในครอบครัวของนักตีดาบที่มีชื่อเสียง เขาจึงได้เรียนทักษะการตีดาบนี้จากพ่อของตนมาอย่างมาก ถึงเขาจะเป็นเด็กแต่เขาก็มีพรสวรรค์ทางด้านการตีดาบ แต่ถึงจะมีพรสวรรค์ในการตีดาบแค่ไหน แต่ถ้าไม่มีวัตถุดิบที่ดี ที่ใช้ในการสร้างดาบแล้ว ดาบนั้นก็ไม่สามารถใช้ได้นานก็พังหรือหักไปในที่สุด บ่อยครั้งที่อามิดามารุต้องต่อสู้กับพวกหัวขโมย ที่เข้ามาเพื่อที่จะขโมยอาหารหรือพืชผลทางการเกษตรของพวกเขา เขาใช้ดาบที่โมสุเกะตีขึ้น สู้กับพวกโจรและสามารถเอาชนะพวกนั้นไปได้ 

ในทุกครั้งของการต่อสู้ ถึงแม้จะไล่โจรออกไปได้แล้ว แต่ดาบที่โมสุเกะตีให้เขาก็มักจะหักเสมอ จึงทำให้อามิดามารุหวิดเกือบจะถูกฆ่าอยู่หลายครั้ง เพราะระหว่างการต่อสู้ดาบมักจะหักก่อนเสมอ ซึ่งข้อนี้โมสุเกะก็เข้าใจว่า ต่อให้มีฝีมือในการใช้ดาบมากแค่ไหน แต่ถ้ามีดาบไม่ดีแล้วก็อาจจะพลาดท่าถูกสังหารได้ในการต่อสู้ หลายครั้งโมสุเกะเคยพูดกับอามิดามารุไว้ว่า ไม่ลองไปค้นหาขโมยดาบจากศพ นำมาให้ตนเพื่อเป็นวัตถุดิบในการตีดาบให้ดียิ่งขึ้น แต่ก็มักจะถูกอามิดามารุปฎิเสธตลอด เพราะเขานั้นเกลียดการขโมยเป็นอย่างมาก และเขาจะไม่ยอมทำแบบพวกหัวขโมยเป็นอันขาด ซึ่งการพูดนี้โมสุเกะก็เข้าใจ ในคืนนั้นเขาเอาแต่มองมีดสั้น มรดกและผลงานชิ้นสุดท้ายของพ่อของเขา ที่เขาหยิบนำติดตัวมาด้วยตอนหนีออกจากบ้าน โมสุเกะได้มองและคิดอะไรขึ้นมาได้ในที่สุด

เมื่อถึงตอนเช้า โมสุเกะได้มาปลุกอามิดามารุ และนำดาบเล่มใหม่มาให้แก่เขา พร้อมทั้งให้อามิดามารุลองดาบเล่มใหม่นี้ว่าดีไหม ซึ่งอามิดามารุได้ลองใช้ดาบเล่มใหม่ที่โมสุเกะทำ ลองฟันดูอยู่หลายครั้ง ปรากฎว่าดาบเล่มนี้ที่โมสุเกะทำนั้น เป็นดาบที่ดี แข็งแรงเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะฟันไปกี่ครั้งใบดาบก็ไม่บิ่นง่ายเหมือนดาบเล่มก่อนหน้านี้ ซึ่งทำให้อามิดามารุดีใจเป็นอย่างมาก เพราะการได้ดาบที่ดี จะทำให้เขาได้เปรียบในการต่อสู้เป็นอย่างมาก

แต่ไม่นานอามิดามารุก็สังเกตได้ว่า โมสุเกะไปหาเหล็กดีๆมาตีดาบจากไหนกัน เมื่อถามไปโมสุเกะก็ไม่ยอมตอบ ทันใดนั้น อามิดามารุก็คิดได้ว่ามีดสั้นของดูต่างหน้าพ่อของโมสุเกะไปไหน เมื่อถามจึงได้พบกับคำตอบที่ทำให้เขาตกใจเป็นอย่างมาก เพราะโมสุเกะได้นำเอามีดของพ่อมาตีดาบให้เขาแล้ว อามิดามารุจึงรู้สึกเสียใจ ว่าเป็นเพราะเขาพูดเรื่องดาบเมื่อวาน โมสุเกะจึงนำเอามีดของดูต่างหน้าพ่อมาตีดาบให้ตน แต่ก็ได้ถูกโมสุเกะพูดเพื่อดึงสติอามิดามารุกับมา ว่าอย่าคิดมาก เขาดีใจที่ได้นำเอามีดของพ่อเขามาตีดาบนี้ให้อามิดามารุ  เพราะถ้าไม่ทำพ่อของเขาก็ต้องเสียใจแย่ ที่ลูกชายของตนตีดาบห่วยๆออกมาให้เพื่อนรักของเขาใช้ ต่อไปต้องเสียชื่อของลูกช่างตีดาบเป็นแน่ เมื่อเห็นโมสุเกะพูดแบบนั้น อามิดามารุก็รู้สึกดีขึ้น เขาจึงรับดาบเล่มนี้มาใช้อย่างเต็มใจ พร้อมทั้่งให้สัญญาว่า เขาจะใช้ดาบเล่มนี้ปกป้องและต่อสู้เพื่อผู้คนที่อ่อนแอต่างๆ และยังตั้งชื่อให้ว่า ดาบ “ฮารุซาเมะ” ที่แปลว่า “ฝนฤดูใบไม้ผลิ”

-อามิดามารุและดาบฮารุซาเมะ-

หลังจากนั้น อามิดามารุได้ใช้ดาบฮารุซาเมะ ที่โมสุเกะที่ให้ ต่อสู้ปกป้องเหล่าพี่น้องต่างๆเรื่อยมา นานวันเข้าชื่อเสียงของเขาก็โด่งดังขึ้นว่าเป็นนักดาบเด็กปีศาจ ที่สามารถสู้และจัดการโจรผู้ร้ายต่างๆ ไปอย่างมากมาย จนเมื่อพวกเขาทั้งคู่เติบโตขึ้น ในเวลานี้กลุ่มเด็กกำพร้าที่พวกเขาทั้งคู่ต่างสร้างขึ้นมาก็ต่างเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่เข้มแข็ง ในเวลานี้พวกเขาต่างสามารถอยู่และพึ่งพาตัวเองได้แล้ว

เมื่อเห็นเป็นเช่นนั้น อามิดามารุและโมสุเกะ จึงเริ่มออกเดินทางเพื่อหางานทำ ส่วนหนึ่งเพื่อหวังจะได้เงินมาบำรุง สร้างบ้านให้เหล่าพี่น้องเด็กกำพร้าของตนไม่ต้องลำบากอีกต่อไป และยังจะได้เดินทางตามความฝันในการเป็นนักดาบอันหนึ่งของอามิดามารุ พร้อมทั้งการสร้างชื่อเสียงให้แก่โมสุเกะด้วยว่าเป็นนักตีดาบที่สร้างดาบให้แก่นักดาบอันดับหนึ่ง ทั้งคู่จึงเริ่มออกเดินทาง

การเดินทางเป็นเวลาหลายวัน จนในที่สุดทั้งคู่ ได้มาฝากตัวทำงานให้กับเจ้าเมือง เมืองหนึ่ง ที่เจ้าเมืองคนนี้เป็นคนที่ชื่นชอบความงดงามของดาบเป็นอย่างมาก เมื่อเขาได้เห็นดาบและฝีมือการต่อสู้ของอามิดามารุแล้ว ก็รู้สึกประทับใจเป็นอย่างมาก จึงได้รับทั้งคู่ไว้ทำงานให้แก่ตนต่อไป นับเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขมากที่สุดของคนทั้งคู่ ที่เขาได้มีวาสนาได้ทำงานกับเจ้าเมือง ในเวลานี้เขาได้มีเงินส่งกลับไปยังชุมชนเด็กกำพร้าของพวกเขาอย่างมากมาย นานวันเข้าทั้งฝีมือการฟันดาบของอามิดามารุเองหรือจะฝีมือการตีดาบของโมสุเกะ ก็ต่างโด่งดังขึ้นเป็นอย่างมาก อันจะบอกได้ว่าเป็นยุคทองของพวกเขาทั้งคู่ก็ได้

-อามิดามารุและโมสุเกะ ตอนโต-

แต่อนิจจา ความสุขมักอยู่กับคนเราได้ไม่นาน ในวันหนึ่งอามิดามารุได้ถูกเจ้าเมืองเรียกเข้าไปพบ พร้อมทั้งออกคำสั่งที่ทำให้อามิดามารุตกใจเป็นอย่างมาก นั่นคือ เจ้าเมืองในเวลานี้ต่างชื่นชม ชมชอบดาบฮารุซาเมะ ที่โมสุเกะสร้างเป็นอย่างมาก จนขนาดพูดว่าเป็นนดาบเลอค่าที่หาใดเปรียบไม่ได้ เจ้าเมืองจึงสั่งให้อามิดามารุสังหารโมสุเกะซะ เพราะไม่อยากให้โมสุเกะสร้างดาบที่เหมือนฮารุซาเมะอีกเป็นเล่มที่2

นับเป็นการตัดสินใจที่ยากลำบากมากต่ออามิดามารุ ที่เขาต้องเลือกระหว่างเพื่อนรักของเขาโมสุเกะ กับ ผู้เป็นนายของตนเอง ที่ไม่ว่าทางไหนก็เจ็บปวดทั้งคู่ แต่อามิดามารุก็ได้ตัดสินใจในเวลาไม่นาน ว่าต่อให้จะถูกตราหน้าว่าเป็นผู้ทรยศหรือเป็นซามูไรไร้นาย เขาก็จะไม่มีวันหักหลังโมสุเกะที่เปรียบเสมือนเพื่อนและครอบครัวของเขาอย่างแน่นอน

คืนนั้น อามิดามารุจึงรีบไปแจ้งข่าวต่อโมสุเกะ ให้รีบหนีไปทันที เพราะเขาจะถูกเจ้าเมืองสังหาร ส่วนตัวอามิดามารุนั้นจะกลับไปหาเจ้าเมือง เพื่อรับโทษทันที่ไม่สามารถสังหารโมสุเกะได้ ถึงแม้โมสุเกะจะอ้อนวอนให้อามิดามารุหนีไปพร้อมกับตน แต่อามิดามารุก็ปฎิเสธ พร้อมให้เหตุผลว่า เขาตอนนี้เป็นซามูไรที่มีนายแล้ว จะให้ทอดทิ้งนายของตนไปนั้น จะผิดต่อเจตนารมในการเป็นซามูไรของเขา เมื่อเห็นเป็นเช่นนั้น ทั้งคู่จึงต้องจำใจแยกจากกัน โมสุเกะจึงให้คำมั่น สัญญาว่า เขาจะนำดาบฮารุซาเมะที่สมบูรณ์ที่เหนือกว่าเล่มที่เจ้าเมืองได้ไป เล่มนั้นมามอบให้แก่อามิดามารุที่นี่ให้ได้ อามิดามารุจึงรับปากว่าจะมารอที่นี่เพื่อรับดาบเล่มนั้น

แต่ในคืนนั้น โมสุเกะก็ไม่สามารถทำตามสัญญาที่ให้ไว้ได้ เขาได้พลาดถูกคนของเจ้าเมืองเจอตัวเข้าและได้ถูกสังหารลงในคืนนั้น เมื่อเจ้าเมืองรู้ข่าวก็โมโหอามิดามารุเป็นอย่างมากที่ไม่ยอมทำตามคำสั่ง เขาจึงสั่งให้นำคนไปเพื่อสังหารอามิดามารุเสีย ในสถานที่ที่ทั้งคู่ได้สัญญาว่าจะมาพบกันอีกครั้งนั้น ในเวลานี้ไม่มีแม้แต่เงาของโมสุเกะ จะมีก็แต่เพียงเหล่าคนของเจ้าเมืองที่ต่างมารุมร้อมอามิดามารุไว้อย่างมากมาย พร้อมทั้งเตรียมเข้าโจมตีเขาในทันที หลังจากแจ้งคำสั่งเจ้าเมืองให้สังหารเขา การต่อสู้เป็นไปอย่างดุเดือด อามิดามารุสามารถสังหารคนของเจ้าเมืองไปได้อย่างมากมาย เขาเองก็มีฝีมือดาบแทบจะเป็นอันดับหนึ่งในเมืองแล้ว

ซึ่งด้วยฝีมือนี้จะพาตัวเองหลบหนีไปก็ได้ แต่อามิดามารุกับไม่ทำ เพราะเขาได้สัญญากับเพื่อนแล้วว่า ตนเองจะเฝ้ารอเขาอยู่ที่นี่ อามิดามารุที่ไร้ดาบฮารุซาเมะ ก็ได้ต่อสู้จนตัวตายเพื่อสัญญาที่ให้ไว้กับโมสุเกะ ถึงแม้เขาจะตายกลายเป็นวิญญาณ เขาก็ยังไม่ลืมสัญญาและได้เฝ้ารออยู่ที่นี่ตลอดมา กว่า600ปีเลยทีเดียว

ปัจจุบัน (หลังเสียชีวิต)

เป็นเวลากว่า600ปีแล้ว ที่อามิดามารุได้เฝ้ารอเพื่อนเขา โมสุเกะอยู่ที่นี่ ในทุกวันเขาต่างเฝ้ารอตามคำสัญญาที่รับปากว่าจะรอดาบอยู่ที่นี่ จนกระทั่งได้เกิดเรื่องราวต่างๆมากมาย โดยที่ป้ายสุสานที่อยู่กับถูกเด็กอัธพาลมาทำลาย ซึ่งเหตุการณ์นี้ทำให้อามิดามารุโมโหเป็นอย่างมาก แต่ตัวเขาเป็นวิญญาณจึงไม่สามารถทำอันตรายต่อร่างมนุษย์ได้เลย แต่โชคดีที่ได้เด็กคนหนึ่งที่ใส่เฮดโฟน ที่สามารถพูดคุยและมองเห็นวิญญาณได้ เข้ามาช่วยเหลือ จึงทำให้เขาได้ล้างแค้นในที่สุด หลังจากนั้นไม่นาน เด็กหนุ่มคนนี้ก็ได้วนเวียนและตามตื้อให้เขามาเป็นวิญญาณประจำตัวให้ได้ ซึ่งทีแรกก็ทำให้อามิดามารุรู้สึกภูมิใจ ที่ถึงแม้ตนจะตายไปนานแล้ว ก็ยังมีคนต้องการตนให้เป็นซามูไรประจำตัวอยู่ แต่ด้วยคำมั่นสัญญาจึงทำให้อามิดามารุปฎิเสธความหวังดีนี้ไป เพราะเขาไม่สามารถติดตามใครไปได้ 

หลังจากนั้น เขาก็ได้แต่นั่งเฝ้ารอและคิดถึงเรื่องราวต่างๆที่ผ่านมาอย่างเช่นเคย แต่ในวันนี้เด็กหนุ่มคนนั้นก็ได้เข้ามาพร้อมทั้งมอบดาบเล่มหนึ่งมาให้ต่อหน้าเขา เมื่อเห็นดาบเล่มนั้น อามิดามารุก็รู้ได้ในทันทีว่า ดาบเล่มนี้เป็นดาบฮารุซาเมะ ดาบที่ถูกตีโดยโมสุเกะ อีกทั้งยังรู้ว่า โมสุเกะก็ยังไม่ยอมไปเกิด เขายังเฝ้ารอที่จะตีดาบนี้ให้แก่อามิดามารุกว่า600ปี ซึ่งการกระทำนี้ก็ทำให้อามิดามารุรู้สึกดีใจปนขำขัน ที่เพื่อนของเขายังไม่ลืมสัญญาและเฝ้ารอเหมือนกันกับเขาลึกๆแล้ว อามิดามารุก็อยากจะตามไปโลกหน้าเพื่อพบกับเพื่อนของตน แต่ในตอนนี้เขายังไม่สามารถไปได้ จนกว่าจะได้ตอบแทนผู้มีพระคุณของเขาเสียก่อน เขาจึงสัญญาและขอฝากตัวเป็นวิญญาณรับใช้ ของนายท่านคนใหม่ของเขา ที่มีชื่อว่า อาซาคุระ โย และนั่นหล่ะคือโชคชะตาที่ทำให้ทั้งคู่ได้มาพบกันนั่นเอง….

การโอเวอร์โซล (over soul)

อามิดามารุ หลังจากเป็นวิญญาณติดตามตัว ถึงตัวเขาจะเป็นวิญญาณมนุษย์ธรรมดา ที่ในวงการชาแมนจะถือว่าวิญญาณที่เป็นมนุษย์ธรรมดานั้น จะไม่ค่อยมีพลังวิญญาณเท่าไหร่และจะไม่ค่อยถูกนำมาใช้เหมือนกับวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ตามธรรมชาติ ที่เหล่าชาแมนหลายๆคนเลือกใช้ บ้างก็วิญญาณสัตว์หรืออัญเชิญเทพ แต่อามิดามารุนั่นแตกต่าง กล่าวคือเขาเป็นวิญญาณอยู่มาแล้วมากกว่า500ปี ซึ่งการอยู่นานนี่เอง ที่ทำให้พลังวิญญาณของเขาแปลเปลี่ยนเป็นวิญญาณละเอียด จนกลายเป็นวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ ที่พอเปลี่ยนแล้วพลังวิญญาณของเขาแต่เดิมที่เคยเป็นมนุษย์มาก่อนก็พลันสูงขึ้น จึงกลายเป็นวิญญาณที่แข็งแกร่งกว่าวิญญาณมนุษย์ทั่วไป และยิ่งเมื่อนำมาโอเวอร์โซลนั้น พลังก็จะออกมามากเช่นกัน อามิดามารุเองก็โอเวอร์โซลกับดาบฮารุซาเมะที่ตัวเองคุ้นเคยก็ยิ่งเพิ่มพลังนี้สูงขึ้นไปอีก ดั่งท่าต่างๆและพัฒนาการด้วย

-อามิดามารุ โอเวอร์โซลครั้งแรกในดาบฮารุซาเมะ ตอนสู้กับซิลเวอร์ ในการคัดเลือก-

-อามิดามารุ โอเวอร์โซลอีกครั้งหลังพัฒนาการ เมื่อโยออกมาจากการฝึกในโพรงมรณะ ที่อิซูโมะ-

-อามิดามารุ โอเวอร์โซลหลังจากโยฝึกวิชาในคำภีมหาเวทย์โบราณสำเร็จ โอเวอร์โซลในดาบสั้นฟุสึโนมิทามะ(ดาบประจำตระกูลอาซาคุระ) มีชื่อเรียกว่า โอเวอร์โซลสปิริตออฟซอร์ด-

-อามิดามารุ โอเวอร์โซลสูงสุด หลังจากที่โยผ่านความเป็นความตาย จนพัฒนาพลังจนถึงขีดสุด ท่านี้เรียกว่า เปียกโกะ-

ข้อมูลเพิ่มเติม

โมสุเกะ (Mosuke)

เกิด 13 สิหาคม ค.ศ.1383

อายุ 28 ปี (ตอนเสียชีวิต)

ราศี สิงห์ กรุ๊ปเลือด B

โมสุเกะ เป็นเพื่อนสนิทกับอามิดามารุมาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก เขาเป็นเด็กกำพร้าเหมือนกัน จึงทำให้พวกเขาต่างสนิทกันได้อย่างรวดเร็ว โมสุเกะเองยังเป็นคนที่มีพรสวรรค์ทางด้านการตีดาบเป็นอย่างมาก และยังได้รับการถ่ายทอดวิชาการตีดาบจากพ่อของตนมาอย่างมากมาย เขาจึงเป็นนักตีดาบที่มีฝีมือเป็นแถวหน้าแห่งการตีดาบ แต่โชคร้ายที่มาเสียชีวิตก่อนที่จะได้โลดแล่นในวงการตีดาบ แต่ถึงจะเสียชีวิตก่อนวัยอันควร ก็ยังฝากผลงานดาบที่วิเศษที่สุด อย่าง ดาบฮารุซาเมะ ไว้ให้คนรุ่นหลังได้ชื่นชม บ่อยครั้งเขาก็มักจะทะเลาะกับอามิดามารุอยู่บ่อยๆจนถึงขั้นวางมวยกันเลยก็มี เพราะอามิดามารุมักจะทำดาบของโมสุเกะหักอยุ่บ่อยๆ แต่ถึงจะชอบทะเลาะกันแต่ทั้งคุ่ก็เป็นเพื่อนรักที่สนิทกันเป็นอย่างมาก ถ้าเพื่อใครคนใดคนหนึ่งแล้ว ทั้งคู่ก็พร้อมจะสละชีวิตได้เพื่ออีกคน อย่างไม่ลังเลเลย….

ราชันย์แห่งภูต อามิดามารุ (Shaman King)

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ Keywordsfun และ Foong-Trending

What's your reaction?

Excited
0
Happy
0
In Love
0
Not Sure
0
Silly
0

You may also like

Anime

เกมพลิกโฉมนายกระจอก

เกมพลิกโฉมนายกระจอก พระเอกที่เรียกได้ว่าลูสเซอร์เลยก็ได้ เล่นแต่เกมออนไลน์ แต่อยู่ดีๆ เขาก็ได้ไปเจอกับเกมเมอร์อันดับ 2 ของญี่ปุ่น
Anime

วัยรุ่นสาวกับมอไซค์แม่บ้าน

วัยรุ่นสาวกับมอไซค์แม่บ้าน เธอดันไปถูกใจ “ฮอนด้าซูเปอร์คับ” ชีวิตเธอเริ่มเปลี่ยนไปหลังจากนั้น และเริ่มได้เพื่อนที่สนใจรถมอเตอร์ไซค์เหมือนกัน

Leave a reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

More in:Anime

Anime

มหาศึก คนชนเทพ ซิโม แฮวแฮ (Record of Ragnarok)

ซิโม แฮวแฮ เขาคือสุดยอดพลซุ่มยิงของกองทัพฟินแลนด์ ที่สร้างวีรกรรมคร้้งใหญ่ไว้ที่ สมรภูมิสงครามฤดูหนาว(Battle of Kollaa) ด้วยการที่เขาสามารถสังหารทหารกองทัพแดง(โซเวียต)ไปมากถึงกว่า 500 คน จนขนาดที่ศัตรูต่างตั้งฉายาให้แก่เขาว่า ยมทูตสีขาว หรือ ความตายสีขาว (White ...
Anime

มหาศึกคนชนเทพ ซากาตะ คินโทกิ (Record of Ragnarok)

ซากาตะ คินโทกิ หรือ เจ้าหนูคินทาโร่ ตามประวัติและการกำเนิดไม่แน่ชัด แต่ถูกกล่าวถึงว่าเขาคือ1ใน4ซามูไรผู้ติดตามให้แก่ มินาโมโตะ โนะ โยชิสึเนะ(Minamoto no Yorimitsu ) และกล่าวขานว่าเป็นซามูไรที่แข็งแกร่งที่สุด นักประวัติศาสตร์ต่างคาดว่า ซากาตะ ...
Anime

เมื่อสาววายกลายเป็นสาวฮอต

เมื่อสาววายกลายเป็นสาวฮอต สาววายขี้มโน วันหนึ่งตัวละครสุดโปรดของเธอเกิดตายขึ้นมา เธอจึงช็อคมากๆจนน้ำหนักลดฮวบจากนั้นก็มีหนุ่มๆ เข้ามาหาเธอ