Anime

มหาศึกคนชนเทพ อนูบิส (Record of Ragnarok)

มหาศึกคนชนเทพ อนูบิส (Anubis)

อนูบิส เป็นหนึ่งในตัวแทนฝั่งเทพที่เข้าร่วมศึกในครั้งนี้ อนูบิสเป็นเทพเจ้าที่อยู่ในตำนานเทพปกรณัมของอียิปต์(ไอยคุปต์) เขาเป็นเทพแห่งความตายมีหน้าที่นำพามนุษย์ไปยังดินแดนแห่งคนตาย และแน่นอนไม่ใช้แค่หน้าที่นำพามนุษย์ไปยังโลกคนตายเพียงอย่างเดียว ในบางครั้งอนูบิสเองก็ยังสามารถใช้พลังของตัวเองในการลงโทษ หรือทำลายสิ่งใดก็ตามที่ถือเป็นความเสี่ยง เขามักจะปฎิบัติตามหน้าที่ของตัวเองได้เป็นอย่างดี และแน่นอนพลังของอนูบิสก็มีอยู่มากไม่แพ้เทพองค์ใดๆเลย อนูบิสก็เป็นหนึ่งในเทพ ที่เทพซูสได้รับเลือกให้เข้าร่วมในศึกแรคนาร็อกนี้เช่นกัน เพราะเทพซูสก็มั่นใจในความสามารถและพลังของอนูบิส และอนูบิสเองก็พร้อมที่จะต่อสู้!!

ประวัติ ตามตำนาน เทพของชาวไอยคุปต์(อียิปต์)

เทพอนูบิส (Anubis) เป็นเทพเจ้าองค์หนึ่งของชาวอียิปต์ ที่ชาวอียิปต์ให้ความเคารพนับถือเป็นอย่างสูง ไม่ต่างไปจากเทพโอซิริสและเทพราห์ มีบทบาทหน้าที่สำคัญสำหรับชาวอียิปต์ เพราะถือว่าเทพอนูบิสคือ เทพแห่งความตาย ผู้มีหน้าที่นำพาดวงวิญญาณของผู้ที่ล่วงลับไปสู่ปรโลก เป็นเทพที่มีความเมตตาและมีความเที่ยงตรง ในหลายสุสานของฟาโรห์มักที่จะมีภาพวาดของเทพอนูบิสอยู่เสมอ เพราะมีความเชื่อว่าการมีภาพของเทพอนูบิสอยู่ในสุสาน จะเป็นการช่วยให้วิญญาณได้หลับอย่างสงบ และยังเป็นการแสดงถึงความนับถือต่อเทพอนูบิสอีกด้วย  

เทพอนูบิส ตามตำราและภาพวาดต่างๆ จะบอกถึงลักษณะว่า พระองค์มีรูปร่างเป็นมนุษย์ แต่ตรงส่วนคอขึ้นไปถึงส่วนหัวจะมีลักษณะเป็นหมาไนสีดำ ในมือถือคทา บางครั้งเทพองค์นี้ก็เรียกกันว่า อันปุ (Anpu) นักโบราณคดีได้สันนิษฐานกันว่า ที่เทพอนูบิสมีหน้าตาเป็นหมาในสีดำนั้น ส่วนหนึ่งมาจากที่นิสัยของหมาใน จะเป็นสัตว์หากินตอนกลางคืนและบ่อยครั้งที่ ผู้คนมักพบพวกมันตรงบริเวณสุสาน ผู้คนสมัยก่อนจึงต่างเข้าใจผิด คิดว่าหมาในคือส่วนหนึ่งในบริวาณของเทพอนูบิส และการเห็นพวกมันปรากฎตัวที่บริเวณสุสานก็หมายถึงเทพอนูบิสกำลังจะมานำพาวิญญาณของผู้ที่ล่วงลับ ไปยังปรโลกนั่นเอง 

นักบวชในสมัยก่อนที่ทำพิธีกรรมต่างๆ จึงมักจะใส่หน้ากากเป็นรูปหมาในเสมอ เพราะเป็นการให้เกียรติและแสดงความนับถือ ศรัทธาต่อเทพอนูบิส

ตามตำนานได้กล่าวอีกไว้ว่า เทพอนูบิส เป็นบุตรของเทพเซธ(set) และ เทพีเนฟทิส (Nephtys) แต่กล่าวกันว่าเมื่อพระองค์เกิดเทพเซธรู้สึกไม่พอใจในบุตรคนนี้ เพราะเขามีความคิดว่าที่บุตรตนนี้เกิดมาเป็นความผิดพลาดและถือว่าเป็นเรื่องไม่ดี จะนำพาโชคร้ายมาให้ เทพเซธจึงได้วางแผนที่จะนำเอาบุตรของตนไปทิ้งไว้ที่กลางทะเลทรายที่ตนเองปกครอง แต่เมื่อเทพีเนฟทิสล่วงรู้เข้า จึงได้ออกอุบายและอาสาว่าตนจะเป็นผู้นำไปวางไว้ให้เอง เทพีเนฟทิสจึงได้อุ้มบุตรของตน นำไปหาเทพโอซิริส(Osiris) เมื่อได้เห็นเด็กน้อยตนนั้น เทพโอซิริสรู้สึกรักและถูกชะตาเป็นอย่างมาก รวมถึงเทพีไอซิส (Isis) ก็ด้วย ที่เมื่อเห็นก็เกิดความรักใคร่เอ็นดู และได้รับรองให้เทพอนูบิสคือบุตรของตน ทั้งคู่ต่างเลี้ยงดูอนูบิสน้อยด้วยความรักเสมือนกับลูกแท้ๆของตน

เมื่อเทพอนูบิสโตขึ้น พระองค์ก็นับถือเทพโอซิริสและเทพีไอซิส อย่างสุดหัวใจ พระองค์ให้ความนับถือเทพทั้งสองเหมือนกับเป็นพ่อและแม่แท้ๆของตนอย่างจริงใจ ในหลายครั้งเทพอนูบิสมักจะเดินทางตามเทพโอเซริสไปด้วยกันในหลายที่ ในช่วงระหว่างการเดินทางเทพอนูบิสก็ทรงสอนถึง ความรู้และวิทยาการให้แก่มนุษย์เสมอ รวมทั้งการสอนถึงการจัดการกับศพของผู้เสียชีวิต ให้รู้จักการฝังและการสร้างสุสาน เพราะครั้งหนึ่งที่พระองค์เดินทางไปเยี่ยมเยือนและให้พรแก่เหล่าผู้ศรัทธา บ่อยครั้งพระองค์ทรงเห็นศพของคนที่เสียชีวิตต่างถูกทิ้งไว้ ตามที่ต่างๆ ให้เน่าเหม็น เพราะพวกเขาไม่รู้วิธีจัดการกับศพ พระองค์จึงร้องขอต่อเทพโอซิริส ให้พระองค์ได้สอนแก่พวกเขาถึงวิธีการจัดกับศพ เทพโอเซริสจึงได้อนุญาติให้อนูบิสสอนคนเหล่านั้น 

ในเวลาไม่นาน คำสอนที่เทพอนูบิสสอนให้ผู้คนรู้จักจัดการกับศพก็เริ่มแพร่หลายออกไป พอเวลาผ่านไปผู้คนก็ต่างเคารพและยกย่องให้เทพอนูบิส เป็นเทพแห่งความตาย รวมทั้งเทพโอซิริสก็ได้มอบหน้าที่นี่ให้แก่เทพอนูบิสในเวลาต่อมา 

หลังจากนั้นเทพอนูบิสจึงเปรียบเสมือนกับตัวแทนของผู้วายชน เพื่อนำพาพวกเขาไปยังโลกหน้าอย่างแท้จริง จนกระทั่งการเดินทางสุดท้ายของเทพโอซิริสมาถึง การเดินทางครั้งนี้ เทพโอซิริสตั้งใจที่จะกลับไปยังดินแดนไอยคุปต์บ้านที่พระองค์ได้จากมา แต่ยังไม่ทันที่จะถึงที่หมาย พระองค์ก็ถูกเทพเซธเข้าโจมตี เพื่อหวังสังหารและเข้ายึดอำนาจการปกครองของดินแดนลุ่มแม่น้ำไนล์อันสมบูรณ์ การโจมตีของเทพเซธได้ทำให้พระองค์เสียชีวิต 

หลังจากที่เทพโอเซริสตายลง เทพเซธได้นำดาบมาหั่นร่างเทพโอเซริสออกเป็นหลายส่วน และโปรยไปทั่วทั้งดินแดนของชาวไอยคุปต์ ทั่วทั้งลุ่มแม่น้ำไนล์

เทพอนูบิสและเทพีไอซิส จึงต้องออกตามหาชิ้นส่วนของเทพโอซิริส ในการตามหาไม่ได้ทำง่ายดาย เพราะต้องหลบหนีการตามล่าจากเทพเซธไปด้วย ถึงจะยากลำบาก แต่ในที่สุดด้วยกความช่วยเหลือจากเทพีเนฟฟิส ก็สามารถเก็บรวบรวมชิ้นส่วนของเทพโอเซริสได้ครบทั้งหมด 

เมื่อตามหาจนครบ เทพอนูบิสจึงได้อาสาตนเองว่าจะเป็นผู้ดูแลพระศพของเทพโอซิริสเอง พระองค์ได้ใช้วิชาการดองศพหรือก็คือการทำมัมมี่ โดยใช้ขี้ผึ้งสูตรพิเศษที่พระองค์ทรงคิดค้นขึ้น นำมาทารวมถึงการใช้ผ้าลินินชนิดพิเศษสีขาวซึ่งทอจากฝีมือของเทพีทั้งสองคือ ไอซิส และเนฟทีส มาห่อหุ้มร่างนั้นไว้ จนทำให้ศพของเทพโอเซริสกลับมาสมบูรณ์ขึ้นอีกครั้งหนึ่ง หลังจากนั้นพระองค์จึงขออนุญาติมารดาของตนเทพีไอซิสและเทพีเนฟทีส ว่าต่อจากนี้พระองค์จะขอดูแลและปกป้องรักษาพระศพของเทพโอซริสไว้เอง ในเวลาต่อมา เทพอนูบิสก็ได้รับการนับถือให้เป็นเทพแห่งความตาย ที่มีหน้าที่ปกปักรักษาศพของผู้เสียชีวิตและนำพาดวงวิญญาณนั้นไปสู่โลกหน้าที่สงบ 

หน้าที่ของเทพอนูบิสหลังจากนั้น จะถูกบันทึกไว้ในคัมภีร์มรณะของชาวอียิปต์โบราณ ที่จะถูกเขียนและสืบทอดกันมาในกลุ่มนักบวชที่คอยประกอบพิธีการ ฝังศพและทำมัมมี่ ว่าเทพอนูบิสจะมานำดวงวิญญาณของผู้ที่เสียชีวิตลง นำพาพวกเขาเดินทางไปยังดินแดนของคนตาย ผ่านประตูต่างกว่า 7 บาน จนถึงประตูสุดท้ายแห่งการตัดสิน โดยที่เทพอนูบิสจะนำหัวใจของคนที่เสียชีวิต นำมาวางไว้บนตาชั่งที่ข้างหนึ่ง ส่วนอีกข้างหนึ่งก็จะถูกวางไว้ด้วยขนนกวิเศษของเทพมูอาท คำตัดสินจะขึ้นอยู่กับผลกรรมที่ได้กระทำมาในช่วงตลอดที่มีชีวิตอยู่ ถ้าหัวใจของคนตายมีน้ำหนักเบากว่าขนนกแสดงว่าในขณะที่คนผู้นั้นมีชีวิตอยู่ได้กระทำการอันเป็นกุศล จึงสมควรได้รับพรจากเทพโอชิริสให้มีชีวิตอันเป็นนิรันดร์แล้วจะได้อยู่ในดินแดนที่เรียกว่า “Fields of the Reed” หรือสวรรค์ของชาวอียิปต์ ส่วนคนที่น้ำหนักของหัวใจมากกว่าขนนก ก็หมายความว่าคนผู้นี้ขณะมีชีวิตอยู่ไม่เคยทำกรรมดี ทำแต่กรรมชั่ว ก็จะถูกสัตว์ร้าย อัมมุท(Ammut) ที่นอนรออยู่ใต้ตาชั่ง ลุกขึ้นมากัดกินหัวใจของคนผู้นั้น เมื่อถูกกัดกินหัวใจแล้ว คนผู้นั้นก็จะตาย แต่การตายครั้งนี้ จะถูกเรียกว่าการตายอย่างแท้จริง เพราะดวงวิญญาณจะแตกสลายหายไปจากโลกนี้ตลอดการ

นอกจากนี้แล้ว เทพอนูบิสยังถูกนับถือให้เป็นเสมือนเทพผู้พิทักษ์ที่จะคอยปกปักรักษาไม่ให้ผู้ใดเข้ามาล่วงเกินในสุสาน และถ้าผู้ใดไม่ฟังคำเตือนก็จะถูกเทพอนูบิสสาปแช่งให้มีอันเป็นไป หรือ อาจะถูกเทพอนูบิสนำพาวิญญาณไปยังปรโลกเพื่อให้อัมมุทกัดกินทั้งเป็น เพราะการบุกรุกสุสานคนตายในอียิปต์โบราณถือว่าเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม น่ารังเกลียด มีอยู่ยุคหนึ่งที่การเข้าปล้นสุสานคนตายกลายเป็นงาน เพราะในสุสานหลายแห่งมักจะถูกประดับไว้ซึ่งของมีค่าต่างๆ เอาไว้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นทองคำ หรือ เพรช ในอดีตจึงได้มีการวาดภาพ และแกะสลักรูปของเทพอนูบิสไว้ในสุสานเป็นจำนวนมาก ส่วนหนึ่งเพื่อขู่ให้ผู้บุกรุกกลัว และยังเป็นการร้องขอให้เทพอนูบิสช่วยปกป้องสุสานอีกด้วย 

จนเวลาผ่านไปผู้คนก็คิดว่าคำสาปเหล่านี้คงเป็นแค่ตำนานเรื่องหนึ่ง ที่ผู้คนสมัยก่อน ขมขู่ให้คนรุ่นหลังกลัว จนกระทั่งได้มีการค้นพบสุสานของกษัตริย์โบราณอียิปต์ หรือก็คือ สุสานฟาโรห์ตุตันคาเมน ซึ่งในบันทึกของลอร์ด คาร์นาร์วอน ได้จดบันทึกไว้ว่า

ในปี 1922 ลอร์ด คาร์นาร์วอน ได้ว่าจ้างคณะสำรวจของ นายโฮเวิร์ด คาร์เตอร์ เข้าไปทำการสำรวจค้นหาสุสานฟาโรห์ตุตันคามุนในหุบผากษัตริย์ เมืองลักซอร์ โดยคาร์เตอร์ใช้เวลาถึง 10 ปี ในการค้นหาสุสาน พวกเขาค้นพบห้องเก็บพระศพ พร้อมกับฝาโลงที่ทำด้วยทองคำบริสุทธิ์ ทั้งทรัพย์สมบัติอีกมากมาย ทุกคนดีใจกันมาก ทำให้ละเลยคำสาปที่นักบวชไอยคุปต์บรรจงสลักไว้ภายในสุสาน “มรณะจักโบยบินมาสังหารสู่ผู้บังอาจรังควานสันติสุขแห่งพระองค์ฟาโรห์” ข้อความที่เปี่ยมด้วยอาถรรพ์นี้ ก่อให้เกิดการตายอย่างน่าพิศวง ไล่มาตั้งแต่..

ลอร์ด คาร์นาร์วอน ที่เสียชีวิตอย่างกะทันหันภายในห้องพักของโรงแรมแห่งหนึ่งในกรุงไคโร ประเทศอียิปต์ สาเหตุการตายเนื่องจากถูกยุงกัด ทำให้เป็นโรคนิวมอเนีย แต่ที่น่าประหลาดอย่างยิ่งก็คือ ที่มัมมี่ของฟาโรห์ตุตันคามุนก็มีรอยยุงกัดที่แก้มซ้าย ซึ่งเป็นจุดเดียวกับที่ลอร์ดคาร์นาร์วอนถูกยุงกัดเช่นกัน

ภายในเวลา 6 ปีที่มีการขุดสุสานฟาโรห์ตุตันคาเมน ผู้ที่ได้ร่วมขุดค้นในสุสาน ต่างก็ล้มตายไปถึง 12 คน โดยส่วนใหญ่มีอาการเหนื่อยอ่อนและเสียชีวิตไปเฉยๆ โดยที่แพทย์ไม่สามารถวินิจฉัยอาการได้ และภายในระยะเวลา 7 ปี มีผู้ร่วมในการขุดสุสานฟาโรห์ตุตันคามุนรอดชีวิตอยู่เพียง 2 คนเท่านั้น

นอกจากนี้ยังมีบุคคลใกล้ชิดของผู้ที่ร่วมขุดสุสานจำนวนถึง 22 คน ได้ถึงแก่กรรมไปทั้งที่ยังไม่สมควรแก่เวลา และหนึ่งในจำนวนนั้นก็คือ เลดี้คาร์นาร์วอน ภรรยาของลอร์ด คาร์นาร์วอนที่ฆ่าตัวตายเนื่องจากเกิดอาการเสียสติ

เป็นการกล่าวถึงคำสาป ของเทพอนูบิสที่กล่าวว่าและเตือนให้ ใครก็ตามที่บังอาจบุกรุก การหลับของผู้วายชนม์ คนผู้นั้นจะต้องมีอันเป็นไป นอกจากชุดที่เข้าไปขุดสุสานของตุตันคาเมนแล้ว ยังมีอีกหลายเหตุการณ์ทั้งเรื่องที่เกิดขึ้นตอนสำรวจพีระมิดกีซา ในครั้งแรกก็มีรายงานว่าคนงานต่างป่วยตายเป็นจำนวนมาก รวมถึงช่างชาวอังกฤษก็ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต ก็ยิ่งเพิ่มความน่ากลัวของคำสาปจากเทพอนูบิสเป็นอย่างมาก

จนมาถึงปัจจุบัน ตำนานของเทพอนูบิสก็ยังคงอยู่ ต่างถูกกล่าวถึงมากมาย ทั้งในบทละคร ภาพยนต์ เกม และอนิเมะ ก็ต่างหยิบนำมาเสนอให้ผู้คนรุ่นใหม่ได้รับชม รวมทั้งพิพิธภัณฑ์ไคโร ก็ยังจัดแสดงทั้งโลงศพ รวมถึงรูปปั้นต่างๆมากมาย หนึ่งในนั้นที่ได้รับความสนใจนอกจากพระศพฟาโรห์ ก็จะมีแผ่นภาพวาดโบราณที่กล่าวถึงเทพอนูบิส ที่ตั้งแสดงให้แก่เหล่าผู้ที่สนใจได้มารับชมกันอย่างกว้างขว้าง พร้อมทั้งให้การศึกษาสำหรับคนที่สนใจ เป็นการตอกย้ำว่าไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่ ตำนานของเทพอนูบิสก็ยังถูกกล่าวถึงตลอดไป…

ในส่วนอนิเมะ เรื่องมหาศึกคนชนเทพ
-ภาพจำลองอนิเมะ-

ในส่วนของอนิเมะมหาศึกคนชนเทพ ก็ได้หยิบยกนำเอาประวัติของเทพอนูบิส นำมาใช้ในการเป็นหนึ่งในตัวละครของมังงะเรื่องนี้ โดยที่เทพอนูบิส ถือว่าเป็นตัวแทนของทางฝั่งเทพที่จะลงสู้ในศึกแรคนาร็อก  ยังไม่ปรากฎตัว ว่ามีรูปร่างหน้าตา เป็นแบบใด จะมีเพียงแค่ชื่อที่เทพซูสได้เสนอไว้ ใน 13 รายชื่อตัวแทนฝั่งเทพ แต่จากประวัติ รวมถึงพลังที่เทพอนูบิสมีนั้น ที่กล่าวว่าเป็นดั่งเทพแห่งความตายผู้มีพลังเหนือความตายทั้งปวง ก็เป็นการบอกแล้วว่าสเกลพลังของท่านจะต้องมีพลังมากเป็นแน่ ด้วยพลังแห่งโลกหลังความตาย รวมทั้งศาสตร์ต่างๆ ที่ผู้คนสมัยก่อนต่างกล่าวถึงว่านอกจากจะเป็นเทพแห่งความตายแล้ว เทพอนูบิสยังถือว่าเป็นเทพที่มีพลังคุณไสย หรือ คำสาป ที่รุนแรงจนถึงขนาดว่า เมื่อใครที่ต้องรับคำสาปของเทพอนูบิสแล้ว จะไม่มีวันหนีจากคำสาปนั่นไปได้ ก็น่าจะเป็นการยืนยันแล้วว่า เทพอนูบิสนั่นแข็งแกร่งมากแค่ไหน จนถึงขนาดมหาเทพซูส ยังต้องเชิญให้เทพอนูบิส ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในตัวแทนในศึกครั้งนี้ เพราะเทพซูสมั่นใจ ว่าเทพอนูบิสจะต้องนำขัยชนะมาให้แก่เหล่าทวยเทพอย่างแน่นอน..

(ข้อมูลข้างต้นรวมถึงพลังของ เทพอนูบิส อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงจากที่กล่าวมาก็ได้ เพราะข้อมูลพลังของเขายังไม่เปิดเผย รวมถึงคู่ต่อสู้ของเขาก็ด้วย แต่ดูจากลักษณะและประวัติความเป็นมา ที่เขาขึ้นชื่อว่าเป็น เทพแห่งความตาย ผู้มีหน้าที่นำพาคนที่ตายไปยังปรโลก และยังคอยกำราบเหล่าผู้คนที่จ้องจะบุกรุกสุสาน รบกวนคนตาย ให้ต้องพบเจอกับคำสาปร้าย ผู้เขียนก็ขอคาดเดาว่า คู่ต่อสู้ของเทพอนูบิส จะต้องเป็นจิ๋นซี ฮ่องเต้ กษัตริย์ผู้เป็นทั้งมหาราชและทรราช ผู้ซึ่งถูกกล่าวขานว่า นอกจากความสามารถทางการปกครองแล้ว พระองค์ยังถือว่าเป็นผู้มีพลังเวทย์ลึกลับ และถือว่าเป็นบุคคลที่เกลียดความตายเป็นอย่างมาก จึงอาจจะเป็นการต่อสู้ที่น่าจะทั้งมัน ทั้งเดือดเป็นแน่ ระหว่างเทพแห่งความตายและคนที่เกลียดความตาย ศึกนี้คงจะมีใครซักคนที่จะต้องหายไปตลอดกาล หรือไม่ก็เทพอนูบิสก็อาจจะได้สู้กับ เกรกอรี่ รัสปูตินก็ได้ เพราะเขาก็ถือว่าเป็นบุคคลที่พลังวิเศษอีกหนึ่ง ที่ความตายยังต้องใช้เวลาอยู่นานกว่าจะนำพาเขาไปได้ ก็อาจจะเป็นได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น คู่ต่อสู้เกิดจากการคาดคะเนของผู้เขียนเอง โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านด้วยนะครับ และถ้าผิดพลาดไปประการใดต้องขออภัยมา ณ ที่นี่ด้วย ขอบคุณครับ..) 

มหาศึกคนชนเทพ อนูบิส (Record of Ragnarok)

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ Keywordsfun และ Foong-Trending

What's your reaction?

Excited
1
Happy
0
In Love
3
Not Sure
0
Silly
0

You may also like

Anime

แนะนำอนิเมะ ATRI: My Dear Moments (ตัวอย่าง/เนื้อเรื่อง/แนะนำตัวละคร)

เรื่องราวในโลกยุคอนาคตที่ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นจนกลืนกินผืนแผ่นดินของโลกส่วนใหญ่ไว้เบื้องล่าง "อิคารุกะ นัตสึกิ" ชายหนุ่มที่สูญเสียขาหนึ่งข้างและแม่ไปจากอุบัติเหตุ เขานั้นอาศัยอยู่กับยายเพียงลำพังสองคน ทว่าวันหนึ่งยายของเขาก็เสียชีวิตลงอย่างกระทันหัน
Anime

แนะนำอนิเมะ Make Heroine ga Oosugiru! : รักครั้งนี้มีคนนกเยอะไปมั้ย! (ตัวอย่าง/เนื้อเรื่อง/แนะนำตัวละคร)

เรื่องราวของ "นุคุมิซึ คาซึฮิโกะ" เด็กหนุ่มนักเรียนมัธยมปลายแสนจืดจางที่มีความชื่นชอบการอ่านไลท์โนเวลแนวโรแมนติกเป็นชีวิตจิตใจ ที่อยู่มาวันหนึ่งตัวของเขาก็ต้องไปพบเหตุการณ์ไม่คาดฝันของ "อันนะ" เพื่อนสาวร่วมห้องที่กำลังผิดหวังจากความรักจากเพื่อนสนิทสมัยเด็กของเธอ
Anime

แนะนำอนิเมะ Bye Bye, Earth (ตัวอย่าง/เนื้อเรื่อง/แนะนำตัวละคร)

เรื่องราวบนโลกที่ผู้คนต่างเกิดมามีรูปร่างเป็นสัตว์ชนิดต่าง ๆ มากมาย แต่ทว่ามีเพียง "Belle Lablac" สาวน้อยที่เกิดมาโดยที่ไม่มีทั้งขนหรือเขี้ยวเล็บเหมือนคนอื่น ๆ จึงทำให้เธอถูกมองว่าเป็นตัวประหลาดตั้งแต่เด็ก พร้อมกับชื่อที่ถูกผู้คนเรียกว่า "Faceless" และต้องใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวเรื่อยมา

Comments are closed.

More in:Anime

Anime

แนะนำอนิเมะ Naze Boku no Sekai wo Daremo Oboeteinai no ka? : โลกคู่ขนานกับตำนานวีรบุรุษที่ถูกลืม (ตัวอย่าง/เนื้อเรื่อง/แนะนำตัวละคร)

เรื่องราวในโลกที่มหาสงครามห้าเผ่าพันธุ์เพื่อชิงอำนาจเหนือผืนแผ่นดิน ได้สิ้นสุดลงด้วยชัยชนะของมนุษยชาติที่มีวีรบุรุษนามว่าซิดเป็นผู้นำ ซึ่งด้วยความสามารถของวีรบุรุษผู้นี้เองก็ทำให้อีกสี่เผ่าพันธุ์ถูกปิดผนึกลง! แต่ทว่าในวันหนึ่งโลกที่เคยถูกช่วยไว้กับถูกบางสิ่งบางอย่างได้ ‘เขียนทับ’ ขึ้นมาใหม่
Anime

แนะนำอนิเมะ Tsue to Tsurugi no Wistoria : ตำนานดาบและคทาแห่งวิสตอเรีย (ตัวอย่าง/เนื้อเรื่อง/แนะนำตัวละคร)

เรื่องราวในโลกที่เวทมนตร์ได้รับการยอมรับและถือว่าเป็นทุกสิ่งสำหรับโลกใบนี้ "Will Serfort" เด็กหนุ่มนักเรียนในสถาบันเวทมนตร์ที่ให้คำมั่นสัญญากับ "Elfaria Albis" เพื่อนสมัยเด็กที่ในปัจจุบันเธอได้เป็นถึงหนึ่งในห้าผู้ถือไม้เท้าศักดิ์สิทธิ์ผู้อยู่จุดสูงสุดของจอมเวท
Anime

แนะนำอนิเมะ Elf-san wa Yaserarenai (ตัวอย่าง/เนื้อเรื่อง/แนะนำตัวละคร)

เรื่องราวของ "โทโมอัตสึ นาโอเอะ" นักกายภาพบำบัดในการลดน้ำหนักที่ต้องมาเป็นเทรนเนอร์ส่วนตัวให้กับ "เอลฟูดะ" สาวน้อยเผ่าเอลฟ์จากโลกแฟนตาซีเจ้าของตำนานเรื่องเล่าปรัมปราที่ได้มาใช้ขีวิตอย่างสงบยังโลกมนุษย์ และด้วยการใช้ชีวิตที่แสนเรียบง่ายรวมเข้ากับอาหารฟาสต์ฟู้ดแสนโปรด จึงทำให้ภาพลักษณ์เอลฟ์นักรบกลายเป็นคนอ้วนลงพุงไปโดยปริยาย!