Anime

มหาศึกคนชนเทพ อพอลโล (Record of Ragnarok)

มหาศึกคนชนเทพ อพอลโล (Apollo)

อพอลโล เป็นหนึ่งในตัวแทนฝั่งเทพที่เข้าร่วมในศึกครั้งนี้ อพอลโลเป็นหนึ่งใน12เทพที่ยิ่งใหญ่แห่งโอลิมปัส ตามตำนานเทพกรีก เป็นเทพที่เป็นตัวแทนแห่งพระอาทิตย์ มีพลังและความสามารถเป็นอย่างมาก นอกจากนี้แล้วอพอลโลยังเป็นบุตรชายคนโตของเทพซูสอีกด้วย และแน่นอนเมื่อศึกครั้งนี้ได้เริ่มขึ้น อพอลโลก็ไม่พลาดที่จะเข้าร่วม เขาพร้อมที่จะต่อสู้และทำลายทุกอย่าง ตามแต่ที่บิดาของเขาเทพซูสต้องการ…

ประวัติ ตามตำนาน เทพของชาวกรีก

อพอลโล่ เทพของชาวกรีก มีพลังอำนาจดุจดั่งเปลวเพลิงที่ร้อนแรงแห่งพระอาทิตย์ จนได้รับการยอมรับให้เป็นดั่งสุริยเทพ เป็นบุตรชายคนโตของมหาเทพซูส กับนางเลโต ได้รับการรับรองให้เป็น 1 ใน 12 เทพสูงสุดแห่งโอลิมปัส นอกจากจะเปรียบเหมือนตัวแทนแห่งดวงอาทิตย์แล้ว เทพอพอลโลยังถูกกล่าวถึงว่า เป็นเทพแห่งดนตรีและสัจจะ รวมทั้งพระองค์ยังมีพี่สาวฝาแฝดที่ชื่อว่า อาร์เทมิส หรือ ไดอาน่า (โรมัน) ซึ่งเปรียบเป็นเทพีแห่งดวงจันทร์และการล่า 

นอกจากจะเป็นเทพสูงสุดแห่งโอลิมปัสแล้ว เทพอพอลโลยังมีรูปร่างหน้าตาที่งดงามเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะไปที่ไหน ความงดงามที่อพอลโลมี ก็มักจะทำให้อิสตรีหลุ่มหลงได้

แต่ก่อนที่เทพอพอลโล่จะได้ขึ้นมาเป็นสุริยะเทพ ตำแหน่งนี้เดิมเป็นของเทพ ฮีลิออส (Helios) เทพที่สืบเชื้อสายมาจากไฮเพอร์เรียน (Hyperion) เทพที่เป็นหนึ่งในเทพสูงสุดของชาวไททัน แต่เมื่อเวลาผ่านไปเมื่อเทพไททันต่างพ่ายแพ้และถูกสังหารลง โดยเทพซูส อำนาจและบทบาทนี้จึงได้ตกมาสู่เทพอพอลโล่ในเวลาต่อมา แต่ก่อนที่เทพอพอลโล่จะเกิดและเติบโต ก็ต้องผ่านอุปสรรค์ต่างๆมากมาย จากความหึงหวงของเทพีเฮร่าชายาของเทพซูส ที่รับไม่ได้ที่ซูสจะมีลูกกับภรรยาอื่นที่ไม่ใช่ตน เทพีเฮร่าจึงทำทุกอย่างเพื่อให้ นางเลโต มารดาของเทพอพอลโล่เสียชีวิตก่อนที่จะให้กำเนิดบุตร ด้วยการส่งอสูรย์งูไพธอน (Python) ออกตามล่านางเลโต 

นางเลโตได้พยายามหลบหนีอยู่เป็นเวลานาน จนนางได้บังเอิญไปพบกับเกาะดีลอส (Delos) เกาะที่นางตั้งใจจะให้กำเนิดบุตรที่นี่ และได้ทำการขอร้องวิงวอน ต่อเทพโพไซดอนให้ช่วยเหลือนาง ไม่นานเทพโพไซดอนก็เริ่มใจอ่อน และยอมช่วยนาง ด้วยการเสกให้เกาะจำนวนมากเกิดขึ้นมาล้อมเกาะดีลอสเอาไว้ ซึ่งช่วยซื้อเวลาให้อสูรย์งูไพธอนของเทพีเฮร่าสับสน และใช้เวลาหมดไปกับการตามหานางเลโตตามเกาะต่างๆ

จนในที่สุดนางเลโตก็สามารถให้กำเนิดบุตรได้สำเร็จ โดยเด็กที่คลอดออกมาคนแรกเป็นเพศชาย หรือ ก็คืออพอลโล่นั่นเอง เมื่อพระองค์เกิดมาก็ได้เข้าต่อสู้กับอสูรย์งูไพธอนที่เข้ามาหวังสังหารพระองค์ อพอลโล่ได้จับงูเหล่านั้นไว้และสามารถหักคอพวกมันได้อย่างง่ายดาย จนในเวลาต่อมาพี่น้องฝาแฝดที่เป็นผู้หญิงของเขาก็ได้เกิดขึ้นนั่นคือ อาร์เตมิส บ่อยครั้งผู้คนจึงมักเรียกเทพอพลอลโล่ด้วยอีกชื่อว่าไพธูส (Pytheus) ที่แปลว่า “ผู้ประหารไพธอน” นอกจากนี้อพอลโลยังมีชื่ออื่น ๆ อีกหลายชื่อ เช่น มีชื่อตาม สถานที่เกิดว่า ดีเลียน , ฟีบัส (Phoebus) ที่แปลว่า “โอภาส” หรือ “ส่องแสง” ชื่อหลังนี้มักใช้ร่วมกับชื่อหลักว่า ฟีบัส อพอลโล

ถึงแม้ว่าทั้งคู่จะเกิดมาแล้ว แต่เทพีเฮร่าก็ยังไม่ยอมหยุดการตามล่าและสังหาร 3 แม่ลูกนี่ต่อไป เทพีเฮร่าได้ใช้ทุกอย่างที่พระองค์ทรงจะคิดได้ ทั้งเสกพายุ ทำให้เกิดแผ่นดินแยก และยังส่งอสูรย์รวมทั้งข้าราชบริพารของนาง เพื่อหวังสังหารเลโตและลูกๆ แต่ก็ได้ล้มเหลวเรื่อยมา เพราะลูกๆของนางอย่างอพอลโล่และอาร์เตมิส ต่างมีพลังเทพที่สืบเชื้อสายมาจากเทพซูส จึงทำให้พวกเขาสามารถเอาชนะอุปสรรค์ต่างๆของเทพีเฮร่าได้อย่างง่ายดาย จนในเวลาต่อมา เทพีเฮร่าก็ล้มเลิกความคิดในการสังหารทั้งสอง รวมทั้งเทพซูสยังให้การรับรองให้พวกเขาทั้งคู่ได้ขึ้นมาเป็นเทพแห่งโอลิมปัสได้ในที่สุด

เมื่อทั้งคู่ได้เป็นหนึ่งในเทพแห่งโอลิมปัสแล้ว พวกเขาทั้งสองก็แสดงความสามารถที่ตนเองมี ให้แก่เทพต่างๆได้เห็นกัน หนึ่งในผลงานอันโดดเด่นของเทพอพอลโล่ที่นอกจากจะเป็นผู้สังหารอสูรย์งูไพธอนของเทพีเฮร่าแล้ว พระองค์ยังสามารถต่อสู้และสังหารยักษ์ อโลอาดี (Aloadae) และ อีฟิอัลทิส (Ephialtes) ซึ่งทั้งคู่ถือว่าเป็นยักษ์ที่มีพลังอำนาจมาก เพราะทั้งคู่เป็นยักษ์ที่สืบเชื้อสายมาจากเทพไททัน จุดมุ่งหมายของทั้งคู่คือการฟื้นฟูให้เทพไททันกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง พวกเขาทั้งสองจึงได้ร่วมกันวางแผนที่จะสังหารซูส ในช่วงงานเลี้ยงเหมายัน แต่แผนของพวกเขาก็ล้มเหลวพังไม่เป็นท่า ด้วยน้ำมือของเทพอพอลโล่ และเหตุการณ์นี้ก็ทำให้ทั้งคู่ถูกสังหาร การตายของพวกยักษ์ทั้งสองช่วยเพิ่มชื่อเสียงและอำนาจให้แก่เทพอพอลโล่มากขึ้น ในเวลานั้นเทพอพอลโล่จึงเปรียบเสมือนบุตรที่เป็นที่รักอย่างมากจากเทพซูส 

จนในเวลาต่อมา เทพซูสจึงได้แต่งตั้งให้เทพอพอลโล่มีหน้าที่และเป็นตัวแทนแห่งพระอาทิตย์ พร้อมทั้งสั่งให้ เทพฮีฟีสทัส ทรงสร้างคันศรธนูที่มีพลังแห่งอาทิตย์ ที่ไม่ว่าเป้าหมายจะอยู่แห่งใดลูกธนูที่ยิงออกมาจากคันธนูนี้ก็จะพุ่งไปยังเป้าหมายนั้น เฉกเช่นเดียวกับแสงอาทิตย์ที่สาดส่องลงมายังทั่วทุกมุมโลก รวมทั้งยังมอบหน้าที่ในการนำพาแสงสว่างของดวงอาทิตย์มาสู่ผู้คนบนโลก ผ่านการใช้รถม้าวิเศษที่พระองค์จะควบขี่ในตอนเช้า และแสงนั้นจะหมดลง เมื่อพระองค์ทรงขับกลับไปยังวังของตนในยามเย็น 

ถึงแม้จะถูกเรียกว่าเป็นบุตรอันเป็นที่รักจากเทพซูส แต่เทพอพอลโล่เองก็ยังมีวีรกรรมต่างๆอีกมากมาย ที่เจ้าตัวได้ทำให้เทพซูสได้ปวดหัวเป็นอย่างมาก หนึ่งในวีรกรรมเด่นๆเลยมาจากการ ที่เทพอพอลโล่มักที่จะชอบลงมายังโลกมนุษย์อยู่บ่อยๆ ในการลงมาแต่ละครั้ง เทพอพอลโล่ก็ชอบที่จะมีอะไรด้วยกันกับหญิงสาวมนุษย์ หนึ่งในผู้หญิงที่ท่านรักและโปรดปรานเป็นที่สุดมีชื่อว่า ครอนนิส (Coronis) ซึ่งเป็นธิดาเจ้าแห่งแคว้นเธสสะลี นางจัดว่าเป็นหญิงสาวที่มีรูปร่างหน้าตางดงามเป็นอย่างมาก ความงดงามของนาง จึงทำให้เทพอพอลโล่ทั้งรัก ทั้งหลงนาง นานวันเข้าความรักของทั้งสองก็มากขึ้น จนในเวลาไม่นาน นางครอนนิสก็เริ่มที่จะตั้งครรภ์ลูกของเทพอพอลโล่ 

แต่ไม่นานนักอพอลโล่ก็ได้มาทราบความจริงว่า นางครอนนิสนั้นเป็นผู้หญิงที่มีจิตใจไม่ซื่อตรงต่อพระองค์ นางมักจะคบชู้กับชายอื่น ในตอนที่พระองค์ไม่อยู่ ด้วยข่าวที่พระองค์ทราบมานี้ สร้างความรู้สึกไม่พอใจในตัวนางครอนนิสเป็นอย่างมาก พระองค์จึงสั่งให้นกดุเหว่าขนขาวปลอดตัวหนึ่งเฝ้านางไว้ เมื่อได้เห็นว่านางคบชู้จริงๆ จากปากคำบอกเล่านกดุเหว่า พระองค์ได้โมโห โกรธเป็นฝืนเป็นไฟ จนเผลอพลั้งปากสาปให้นกดุเหว่ามีสีขนสีดำสนิท นับจากวันนั้นนกดุเหว่าจึงเปรียบเสมือนตัวแทนแห่งความโชคร้าย 

ส่วนนางครอนนิส ในเวลาต่อมาก็ได้ถูกสังหารลง ไม่มีการกล่าวถึงว่าเป็นฝีมือของใครที่เป็นคนลั่นคันศรใส่นาง บ้างก็บอกเป็นฝีมือของเทพอพอลโล่ แต่บางคนก็บอกเป็นฝีมือของเทพอาร์เตมิส เพราะในขณะที่อพอลโล่กำลังจะตัดสินใจเหนี่ยวคันธนูนั้น พระองค์เกิดอาการเสียใจอย่างหนัก เพราะไม่อาจจะลงมือสังหารคนที่ตนรักลงได้ ในฐานะพี่น้องฝาแฝด เทพอาร์เตมิสจึงอาสาที่จะเป็นคนจัดการเอง ถึงแม้จะไม่ได้ข้อสรุปว่าใครเป็นคนลงมือ แต่บทสรุปของเรื่องนี้ ยังไงนางครอนนิสก็ตายลงอยู่ดี แต่ถึงแม้นางจะตาย แต่ก็โชคดีที่เด็กในครรภ์กับรอดออกมาได้ราวปาฏิหาริย์

หลังจากนั้น เทพอพอลโล่ก็นำลูกของตนไปฝากให้ ไครอน (chiron) เลี้ยงดูพร้อมทั้งตั้งชื่อไว้ว่า เอสคิวเลปิอัส (Aesculapius) วันเวลาผ่านไป เอสคิวเลปิอัสก็ได้เติบโตขึ้น เป็นหนุ่มรูปงามที่มีจิตใจโอบอ้อมอารี และมีความเฉลียวฉลาดเป็นอย่างมาก เขาสามารถสำเร็จและเรียนรู้วิชาต่างๆที่อาจารย์ของตนไครอนสอนได้อย่างรวดเร็ว จึงไม่แปลกที่ไครอนจะรักและเอ็นดูศิษย์คนนี้อย่างมากเป็นพิเศษ โดยวิชาที่เขาสนใจเป็นพิเศษ คือ วิชาโรคศิลป์ ที่เจ้าตัวมุ่งมั่นและเรียนรู้อย่างหนัก จนสามารถสำเร็จได้ในเวลาไม่นาน 

เมื่อเติบใหญ่ขึ้นเอสคิวเลปิอัส จึงขอตัวลาจากอาจารย์ เขาออกเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ และเลี้ยงดูตนเองด้วยการเป็นหมอที่มีความสามารถทางด้านการรักษาเป็นอย่างสูง เพียงเวลาไม่นานชื่อเสียงของเอสคิวเลปิอัส ก็มีมากยิ่งขึ้น ผู้คนต่างศรัทธาและนับถือในตัวเขาเป็นอย่างมาก นานวันเข้าความสามารถทางด้านการรักษาของเขา ก็เป็นที่ไม่ค่อยพอใจต่อเทพฮาเดส เพราะผู้คนที่กำลังจะตายด้วยโรคภัย กับรอดมาได้ด้วยฝีมือของเอสคิวเลปิอัส ทำให้แบบแผน ตารางที่ลงไว้ในสมุดชะตาชีวิตของมนุษย์เกิดความผิดพลาดไปหมด 

แต่จุดที่ถือเป็นการแตกหักเลยระหว่างเอสคิวเลปิอัสกับเทพฮาเดส คือ มีอยู่เคสหนึ่งที่คนไข้มารักษากับเขาและได้เสียชีวิตลง วิญญาณของคนไข้ที่ตายกำลังจะออกจากร่างเพื่อไปยังปรโลก แต่ด้วยฝีมือการรักษา หรือ อาจจะเป็นพลังอะไรบางอย่างในตัวของเอสคิวเลปิอัสก็ตาม เขากลับสามารถนำเอาชีวิตของคนผู้นั้นกลับมาจากความตายได้ การที่สามารถรักษาคนตายให้ฝื้นคืนขึ้นมา ถือเป็นการกระทำที่ไม่สมควรเป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็นการแสดงพลังที่ถือเป็นการเทียบเคียงกับเทพเจ้าได้เลย เรื่องนี้จึงร้อนไปถึงหูของเทพซูส หลังจากที่ฮาเดสได้นำเรื่องนี้มาบอกแก่ตน ทั้งคู่จึงได้พูดคุยและตกลงกันแล้วว่า การมีอยู่ของเอสคิวเลปิอัสถือว่าเป็นอันตรายและเป็นภัยคุกคาม เพราะต่อไปมนุษย์จะไม่สนใจและศรัทธาเหล่าทวยเทพอีกต่อไป พวกเขาจึงตกลงกันที่จะต้องสั่งประหารเอสคิวเลปิอัสเสียก่อนที่ปัญหาจะลุกลามไปมากกว่านี้ เทพซูสจึงอาสารับหน้าที่นี่เอง เขาได้ใช้อสุนีบาตอาวุธคู่ใจของตน ฟาดลงไปยังตัวของเอสคิวเลปิอัส ด้วยพลังอำนาจของสายฟ้าก็ทำให้เอสคิวเลปิอัสตายในที่สุด

เมื่อข่าวเรื่องการตายของเอสคิวเลปิอัส ส่งไปถึงเทพอพอลโล่ ข่าวการตายของบุตรคนนี้ สร้างความเสียใจให้แก่เทพอพอลโล่เป็นอย่างมาก เขาได้โกรธเทพซูสพระบิดาเป็นอย่างมากที่มาสังหารบุตรของตน แต่ยังไงพระองค์ก็ไม่สามารถที่จะทำอะไรแก่บิดาของตนเทพซูสได้ เทพอพอลโล่จึงนำเอาความโกรธของตนไปลงแก่เทพฮีฟีสทัส กับ ยักษ์ไซคลอปส์ ที่เป็นผู้สร้างสายฟ้าให้แก่เทพซูส ด้วยการง้าวคันธนูและเล็งเป้าไปยังทั้งสอง เพื่อหวังที่จะสังหาร แต่ยังไม่ทันยิง ก็ถูกหยุดด้วยพลังของเทพซูส การกระทำนี้ของเทพอพอลโล่เข้าคั่นอุกอาจ และเป็นการกระทำที่ไม่เห็นแก่หน้าของเทพซูส การกระทำนี้ของเทพอพอลโล่ ทำให้เทพซูสโมโหเป็นอย่างมาก จึงได้ทำการลงโทษเทพอพอลโล่ ด้วยการเนรเทศเทพอพอลโล่ลงมายังโลกมนุษย์ ให้ต้องมาทำงานรับใช้มนุษย์เป็นเวลากว่า 1 ปี จึงจะพ้นโทษจากความผิดนี้

นอกจากวีรกรรมจากบุตรคนแรกของตนแล้ว เทพอพอลโล่ยังมีวีรกรรมจากบุตรของตนอีกคนหนึ่ง ที่สร้างเรื่องให้แก่ตน บุตรคนนั้นคือ เฟอิทอน (Phaeton)ที่เกิดจากนางไคลมินี (Clymene) เหตุการณ์ครั้งนั้นมีอยู่ว่า เฟอิทอนได้ถูกเพื่อนที่เรียนหนังสือด้วยกันต่างล้อเลียน และกล่าวหาว่าเขาเป็นคนโกหก ที่เขามักจะอ้างตลอดว่าเขาเป็นบุตรของเทพอพอลโล่ เพื่อทำให้คำกล่าวหานี่จากเพื่อนที่เรียนด้วยกันหมดไป เฟอิทอนจึงร้องขอต่อมารดา ให้บอกทางที่จะไปพบกับพ่อของตน จนทราบถึงที่พำนักอาศัยของเทพอพอลโล่ ว่าจะต้องเดินทางไปทางทิศตะวันออกถึงจะเจอกับวังของบิดา เมื่อทราบถึงทิศทาง เฟอิทอนจึงรีบออกเดินทาง เขาเดินทางตามที่มารดาของเขาบอก จนกระทั่งมาถึงยังวังของเทพอพอลโล่ได้ในที่สุด เมื่อมาถึงเฟอิทอนไม่รอช้า เขารีบเดินเข้ามาจนได้พบกับบิดาของตนเทพอพอลโล่ เมื่อเทพอพอลโล่เห็นก็จำได้ว่าเฟอิทอนคือบุตรของตน พระองค์จึงกล่าวถามและนั่งคุยกับเฟอิทอนอย่างเป็นกันเอง เสมือนกับพ่อคุยกับลูก พร้อมทั้งถามถึงสาเหตุในการณ์มาครั้งนี้ของเฟอิทอน เมื่อได้ทราบถึงปัญหาของบุตรของตน เทพอพอลโล่จึงกล่าววาจา สัญญาว่าจะทำทุกอย่างที่บุตรของตนร้องขอในการพิสูจน์ให้คนเหล่านั้นทราบว่า เฟอิทอน คือบุตรของตนอย่างแท้จริง 

เฟอิทอนจึงไม่รอช้า รีบร้องขอให้เขาได้ใช้รถม้าประจำตัวของพระบิดา เพื่อที่เขาจะได้ขับขี่มันไปให้พวกเพื่อนได้เห็น และประกาศให้ทุกคนได้รับรู้ทั่วกันว่าเขาคือบุตรของเทพอพอลโล่อย่างแท้จริง การขอนี้ของเฟอิทอน สร้างความตกใจและหนักใจให้แก่เทพอพอลโล่เป็นอย่างมาก เพราะเขาไม่คิดเลยว่าบุตรของตนจะกล้าขอสิ่งนี้กับตน แต่ไม่ว่าจะทำอย่างไร ในฐานะที่เป็นเทพแห่งสัจจะและได้กล่าววาจาไปแล้วก็ไม่สามารถจะคืนคำได้ เทพอพอลโล่จึงจำใจตอบรับคำขอนี้ของเฟอิทอน อย่างที่ไม่ค่อยจะเต็มใจนัก

เทพอพอลโล่จึงพาเฟอิทอนมายัง คอกม้าของตน และได้ใช้พลังแห่งเทพอาบร่างเฟอิทอนไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้เขาถูกพลังจากรถม้าที่มีความร้อนของดวงอาทิตย์แผดเผา พร้อมทั้งกำชับกับเฟอิทอนว่า ให้ขับขี่รถม้าด้วยความระมัดระวัง พยายามรักษาเส้นทางการเดินของรถม้าไว้ให้ดีห้ามออกนอกเส้นทางเป็นขาด และข้อเตือนสุดท้ายคือ ใช้แส้ด้วยความออมชอมห้ามเฆี่ยนด้วยความรุนแรง เพราะม้าทั้ง 4 เป็นม้าที่พยศเป็นอย่างมาก 

เมื่อได้กำชับบุตรของตนแล้ว เทพอพอลโล่จึงได้สั่งให้นายทวารประตู เตรียมตัวปล่อยรถม้าเพราะใกล้เวลาการเดินรถแล้ว เมื่อสัญญาณถูกปล่อย เฟอิทอนก็ได้ควบรถม้าแห่งสุริยะเทพ ออกทะยานออกไปอย่างสง่างาม ถึงแม้จะมีคำเตือนจากบิดามากแค่ไหน แต่ด้วยนิสัยของเฟอิทอน ที่เป็นคนมั่นใจในตัวเองเป็นอย่างสูง และคิดเข้าข้างตนเองว่าสามารถบังคับรถม้านี้ได้ ด้วยความลำพองนี่เองเฟอิทอนจึงได้เร่งความเร็วรถม้าขึ้น ด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นจึงไม่สามารถรักษาเส้นทางการเดินรถได้ ทำให้รถม้าเข้าไปใกล้โลกมากกว่าเดิม ด้วยพลังแห่งดวงอาทิตย์จึงทำให้บนโลกในขณะนี้ ต่างถูกความร้อนของดวงอาทิตย์แผดเผาอย่างหนัก น้ำในแม่น้ำลำธารต่างเหือดแห้ง พื้นดินที่เขียวชอุ่มต่างถูกแผดเผาจนแห้งแตกกลายเป็นทะเลทราย พื้นดินส่วนหนึ่งที่ถูกเผา ปัจจุบันก็คือทวีปแอฟริกานั่นเอง 

เมื่อเห็นเป็นเช่นนั้น เฟอิทอนจึงได้พยายามบังคับให้รถม้ากลับไปยังเส้นทางเดิม แต่ด้วยความตกใจปนร้อนใจ จึงทำให้เฟอิทอนเผลอใช้แส้เฆี่ยนไปบนม้าอย่างรุนแรง ทำให้ม้าทั้ง 4 พยศอย่างหนักและนำพาเฟอิทอนออกห่างจากโลกมากยิ่งขึ้น เมื่อรถแห่งสุริยะออกห่างจากโลกมากเกินไป โลกก็เข้าสู่สภาวะหนาวเย็นอย่างรุนแรง ต้นไม้และพืชพรรณต่างแข็งตาย บรรดาสัตว์ทั้งหลาย รวมถึงมนุษย์ต่างล้มตายเป็นจำนวนมาก เหล่าผู้คนต่างสวดมนต์และร้องขอความช่วยเหลือ จนเสียงเหล่านั้นดังมากขึ้น ความดังนี้ได้ปลุกให้เทพซูสตื่นขึ้นมาจากการนอนหลับ เมื่อตื่นแล้วเทพซูสก็ได้ตามหาต้นต่อของเรื่องที่ทำให้เกิดเสียงทั้งหมด และได้รู้ว่าเรื่องทั้งหมดเป็นฝีมือของเฟอิทอน เมื่อเห็นเป็นเช่นนั้น เทพซูสได้ทรงพิโรธเป็นอย่างมาก จนได้ใช้สายฟ้าฟาดไปยังเฟอิทอนจนเสียชีวิตในทันที พร้อมทั้งเรียกให้เทพอพอลโล่เข้าเฝ้า และต่อว่าเทพอพอลโล่ไปเสียยกใหญ่ และกำชับให้เทพอพอลโล่จัดการปัญหานี้ให้เสร็จสิ้น นอกจากจะเสียใจที่ถูกบิดาของตนเทพซูสต่อว่าแล้ว เทพอพอลโล่ยังรู้สึกเศร้าเป็นอย่างมาก ที่บุตรของตนต้องตายด้วยฝีมือของพระบิดาของตนเทพซูส ถึง 2 คนแล้ว การกระทำนี้ค่อยๆสร้างความรู้สึกไม่พอใจให้แก่เทพอพอลโล่เพิ่มมากขึ้น

ด้วยความรู้สึกที่ไม่พอใจต่อตัวเทพซูส จึงทำให้เทพอพอลโล่เคยคิดจะปฎิวัติล้มอำนาจของเทพซูส ครั้งหนึ่งเทพอพอลโล่เคยรวมมือกับเทพโพไซดอนและเทพีเฮร่าชายาของเทฑซูส ในการรวมกันต่อต้านและล้มอำนาจการปกครองจากเทพซูส แต่ในเวลาต่อมาแผนการนี้ก็ล้มเหลวพังไม่เป็นท่า การต่อสู้จบลงและเทพซูสเป็นฝ่ายชนะ จึงทำให้เวลาต่อมา เทพอพอลโล่จึงถูกลงโทษจากเทพซูสให้ลงมาช่วยสร้างกำแพงเมืองทรอยคู่กันกับเทพโพไซดอน ถึงกว่า 3 ปี จึงจะได้รับการกลับคืนสู่โอลิมปัสตามเดิม

เรื่องราวของเทพอพอลโล่ยังถูกกล่าวถึงอีกอย่างมากมาย นอกจากหน้าตาที่งดงามแล้ว เทพอพอลโล่ยังถูกกล่าวถึงว่ามีความสามารถทางด้านการดนตรีชั้นสูง โดยเฉพาะการเล่นพิณ ที่ท่านสามารถบรรเลงเพลงออกมาได้อย่างไพเราะ เสนาะหู ความไพเราะนี่มากเสียจนคนที่ฟังต่างเคลิบเคลิ้ม เสมือนวิญญาณกำลังจะหลุดออกจากร่าง จึงทำให้ผลงานร่วมสมัยหลายอย่าง ที่นำเทพอพอลโล่มาเป็นแบบ ทั้งด้านวาดภาพและรูปปั้น ก็ล้วนแต่เป็นรูปที่ท่านถือพิณทั้งสิ้น นอกจากนี้ในอดีตยังมีผู้คนศรัทธาต่อเทพอพอลโล่เป็นอย่างมาก อันจะเห็นได้แก่ วิหารย์ที่สร้างเพื่อเป็นการบูชาท่านที่มีเป็นจำนวนมาก ทั้งในกรีกและโรมัน  

ปัจจุบันเทพอพอลโล่ถือว่าเป็นส่วนหนึ่ง ทั้งในด้านวรรณกรรม ปรัชญา ศิลปะร่วมสมัย และคำว่าอพอลโล่ยังถูกใช้ในโครงการยานอวกาศของนาซ่า รวมถึงผลิตภัณฑ์ต่างๆ ก็มักหยิบนำชื่อนี้มาใช้ เพราะชื่ออพอลโล่ก็มีความหมายและเปรียบได้กับแสงสว่าง หรือ ความสำเร็จนั่นเอง

ในส่วนอนิเมะ เรื่องมหาศึกคนชนเทพ
-ภาพจำลองนิเมะ-

 ในส่วนของอนิเมะมหาศึกคนชนเทพ ก็ได้หยิบยกนำเอาประวัติของเทพอพอโล่ นำมาใช้ในการเป็นหนึ่งในตัวละครของมังงะเรื่องนี้ โดยที่เทพอพอลโล่ ถือว่าเป็นตัวแทนของทางฝั่งเทพที่จะลงสู้ในศึกแรคนาร็อก  ยังไม่ปรากฎตัว ว่ามีรูปร่างหน้าตา เป็นแบบใด จะมีเพียงแค่ชื่อที่เทพซูสได้เสนอไว้ ใน 13 รายชื่อตัวแทนฝั่งเทพ แต่จากประวัติ รวมถึงพลังที่เทพอพอลโล่ ที่ถูกยกย่องว่าให้เป็นเหมือนดั่งสุริยะเทพ ที่ถือครองพลังแห่งดวงอาทิตย์ ก็เป็นการยืนยันถึงพลังที่เทพอพอลโล่มี ว่าแข็งแกร่งมากแค่ไหน และด้วยความแข็งแกร่งนี่เอง ที่เทพซูสให้ความยอมรับ ว่าเทพอพอลโล่ จะไม่มีทางทำให้ชื่อเสียงของเหล่าเทพต้องเสื่อมเสีย เพราะด้วยพลังและความสามารถของเทพอพอลโล่ เทพซูสเชื่อเป็นอย่างมากว่า บุตรเขาคนนี้จะต้องไม่ทำให้ตนผิดหวังอย่างแน่นอน…

(ข้อมูลข้างต้นรวมถึงพลังของ เทพอพอลโล่  อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงจากที่กล่าวมาก็ได้ เพราะข้อมูลพลังของเขายังไม่เปิดเผย รวมถึงคู่ต่อสู้ของเขาก็ด้วย แต่ดูจากลักษณะและประวัติความเป็นมา ที่เขาขึ้นชื่อว่าเป็น เทพแห่งพระอาทิตย์ ผู้มีอาวุธเป็นคันศรธนูที่ไม่ว่าสิ่งใดก็ไม่สามารถรอดไปจาก ลูกธนูของท่านได้ รวมถึงพลังแห่งพระอาทิตย์ที่เป็นแสงที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ผู้เขียนก็ขอคาดเดาว่า คู่ต่อสู้ของเทพอพอลโล่ อาจจะเป็น ซีโม แฮวแฮ พลซุ่มยิงอันดับหนึ่งของฟินแลนด์ การต่อสู้ของทั้งคู่อาจจะเป็นการดวลกันระหว่างปืนและธนู ว่าใครจะถือว่าเป็นที่สุดแห่งความแม่นยำนี่ เพราะเทพอพอลโล่ผู้เปรียบกับความร้อน และแฮวโฮที่ผ่านการต่อสู้แบบฤดูหนาว การต่อสู้ของทั้งคู่อาจจะสนุกเป็นอย่างมากเป็นแน่ หรือไม่อพอลโล่ก็อาจจะได้ต่อสู้กับ เทสล่า นักประดิษฐ์ที่มากฝีมือ ที่อาจจะประดิษฐ์อุปกรณ์ไว้รับมือกับพลังความร้อนจากดวงอาทิตย์ ก็อาจจะเป็นได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น คู่ต่อสู้เกิดจากการคาดคะเนของผู้เขียนเอง โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านด้วยนะครับ และถ้าผิดพลาดไปประการใดต้องขออภัยมา ณ ที่นี่ด้วย ขอบคุณครับ..) 

มหาศึกคนชนเทพ อพอลโล (Apollo)

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ Keywordsfun และ Foong-Trending

What's your reaction?

Excited
0
Happy
0
In Love
1
Not Sure
0
Silly
0

You may also like

Anime

แนะนำอนิเมะ Natsu e no Tonneru Sayonara no Deguchi Gunjou (คำจากลาของคิมหันต์ ณ ปลายอุโมงค์)

เรื่องราวของ Tono Kaoru ที่บังเอิญได้ยินข่าวลือว่า “กฎแห่งมิติและกาลเวลาไม่มีความหมายสำหรับอุโมงค์อุราชิมะ” และหากว่าเดินผ่านแล้วจะพบกับความปรารถนาของหัวใจในอีกด้านหนึ่งของอุโมงค์…แต่สิ่งที่ขอก็ต้องแลกด้วยบางสิ่ง…
Anime

แนะนำอนิเมะ Mobile Suit Gundam: the Witch From Mercury

เรื่องราวเริ่มขึ้นในปี A.S. 112 ซึ่งเป็นยุคสมัยที่โลกพัฒนาถึงขีดสุด โดยเฉพาะเทคโนโลยีทางด้านอวกาศที่โลกได้รุดหน้าและพัฒนา ทั้งภาครัฐและเอกชน นับเป็นยุคทองแห่งอุตสาหกรรมทางด้านอวกาศที่นำความเจริญและรวมถึงยังเป็นรากฐานของระบบเศรษฐกิจใหม่
Anime

แนะนำอนิเมะ Akiba Maid Sensou

เรื่องราวของ Kazuhira Nagomi เด็กสาวที่ย้ายมายังโตเกียวเพื่อทำตามความฝันในวัยเด็กของเธอ ด้วยการเป็นสาวเมดที่น่ารักและมีชื่อเสียงที่สุดในย่านอากิฮาบาระ และเมื่อมาถึงเธอก็ได้บังเอิญจับผลัดจับผลูกลายเป็นเมดประจำร้าน "Ton Tokoton"

Comments are closed.

More in:Anime

Anime

แนะนำอนิเมะ Reiwa no Di Gi Charat

เจ้าหญิงแห่งดาวเคราะห์ Di Gi Charat (ที่รู้จักกันทั่วไปในชื่อ Dejiko) เดินทางมาที่โลกเพื่อเป็นไอดอลที่ยิ่งใหญ่ ด้วยรูปร่างที่น่ารัก และการส่วมใส่หูแมวอันเป็นเอกลักษณ์ของเธอจึงทำให้เธอได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม
Anime

แนะนำอนิเมะ Yama no Susume: Next Summit

เรื่องราวของ Yukimura Aoi เด็กสาวที่ครั้งหนึ่งเคยโปรดปรานกิจกรรม Indoor อย่างสุด ๆ เธอไม่ค่อยชอบที่จะออกไปไหนมาไหนไกล ๆ และมักจะหมกตัวอยู่แต่ในบ้านเพื่อทำอาหาร ขนมหวานหรือตุ๊กตาลูกปัด และสำหรับเธอแล้วการได้ใช้ชีวิตแบบนี้ถือได้ว่าเป็นความสุขอย่างสุด ๆ
Anime

แนะนำอนิเมะ Bokura no Yoake (Break of Dawn)

เรื่องราวของ Sawatari Yuma เด็กประถมที่ชื่นชอบเรื่องราวเกี่ยวกับอวกาศ เขามักจะใช้เวลาว่างส่วนใหญ่หมดไปกับการอ่านหนังสือที่เกี่ยวกับอวกาศและดาราศาสตร์ รวมถึงการเฝ้าดูดวงดาวบนท้องฟ้าในยามค่ำคืน และจินตนาการว่าตนเองได้เป็นนักบินอวกาศที่ผจญภัยไปในหมู่ดาวอันกว้างใหญ่