Anime

มหาศึก คนชนเทพ ซิโม แฮวแฮ (Record of Ragnarok)

มหาศึก คนชนเทพ ซิโม แฮวแฮ (Simo Häyhä)

ชิโม แฮวแฮ เป็นตัวแทนของฝ่ายมนุษย์ในการเข้าร่วมการต่อสู้กับฝ่ายเทพ ซิโม แฮวแฮ เขาเป็นทหารและพลซุ่มยิงของกองทัพฟินแลนด์ ที่มีความสามารถทางด้านการต่อสู้ที่สูงมากคนหนึ่งในสงครามโลกครั้งที่2 เขาสามารถที่จะสังหารฝ่ายตรงข้ามได้มากถึง 505ถึง542คน จนได้รับสมญานามว่า ยมทูตสีขาว ที่สร้างความน่ากลัวแก่เหล่าทหารฝ่ายศัตรูเป็นอย่างมาก ด้วยความสามารถที่เขามีนี้เอง เขาจึงได้ถูกรับเลือกให้เป็นตัวแทนในศึกครั้งนี้จากบรุนฮิล และแน่นอน ซิโมไม่ปฎิเสธคำเชิญนี้ เพราะในชีวิตเขาเป็นทหารเพื่อปกป้องประชาชนและในครั้งนี้ เขาก็พร้อมที่จะลุกขึ้นมาเพื่อปกป้องประชาชนหรือมนุษย์ทุกคนบนโลกอีกครั้ง….

ประวัติ แห่งยุค (ฟินแลนด์)

ซิโม แฮวแฮ เขาคือสุดยอดพลซุ่มยิงของกองทัพฟินแลนด์ ที่สร้างวีรกรรมคร้้งใหญ่ไว้ที่ สมรภูมิสงครามฤดูหนาว(Battle of Kollaa) ด้วยการที่เขาสามารถสังหารทหารกองทัพแดง(โซเวียต)ไปมากถึงกว่า 500 คน จนขนาดที่ศัตรูต่างตั้งฉายาให้แก่เขาว่า ยมทูตสีขาว หรือ ความตายสีขาว (White Death) สร้างความหวาดกลัวให้แก่กองทัพแดงเป็นอย่างมาก จนถึงขนาดต้องตั้งรางวัลค่าหัว และใช้กองกำลังรวมถึงยุทโธปกรณ์ต่างๆ เพื่อหวังสังหารเขา แต่ก็ล้มเหลวมาตลอด เขาจึงถือว่าเป็นทหารที่มากฝีมือของฟินแลนด์ ที่ในสมัยนั้นยากที่จะหาใครต่อกรได้

ซิโม แฮวแฮ เกิดเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 1905 ในเขตเทศบาลเมืองเลาซ์จาไว ของประเทศฟินแลนด์(ปัจจุบันเป็นเมืองที่อยู่ในอนาเขตของประเทศรัสเซีย) เขาเกิดในครอบครัวเกษตรกร ชีวิตในวัยเด็กของแฮวแฮ หมดไปกับการทำไร่ ทำสวน เลี้ยงสัตว์ ไม่ค่อยบ่อยนักที่เขาจะได้รับอนุญาติให้หยิบปืนขึ้นมายิง จนเมื่อแฮวแฮเริ่มที่จะโตขึ้น ปู่ของเขาก็ได้สอนให้เขายิงปืนครั้งแรกในการล่าสัตว์ และค้นพบว่าแฮวแฮมีพรสวรรค์ทางด้านการยิงปืนเป็นอย่างมาก เพียงเริ่มยิงครั้งแรก เขาก็สามารถที่จะยิงปืนสังหารสัตว์ได้อย่างแม่นยำ โดยแต่ละครั้งที่แฮวแฮทำการยิงเขาแทบจะไม่เคยพลาดเป้าเลยแม้แต่ครั้งเดียว

จนกระทั่งเมื่อเขาอายุได้ 20 ปี แฮวแฮก็ตัดสินใจเข้าร่วมในกองทัพฟินแลนด์ ในปี ค.ศ. 1925 ในช่วงที่เขาเป็นทหารแฮวแฮ ก็ได้แสดงฝีมือทางด้านการยิงปืนของตน ให้แก่เพื่อนพลทหาร รวมถึงผู้บัญชาการ จนได้รับการยอมรับว่าเขามีฝีมือทางด้านการยิงปืนเก่งที่สุดในกองทัพ จนเมื่อสงครามฤดูหนาวได้เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1939-1940 ที่กองทัพแดง(โซเวียต) ได้นำกำลังพลเข้าบุกโจมตีฟินแลนด์

ในขณะนั้น แฮวแฮได้ถูกส่งออกไปรบในแนวหน้า เขาได้ถูกบรรจุไว้ในกองกำลังพลซุ่มยิง ในสมรภูมินั้น อุณภูมิติดลบมากถึง -40 องศา แฮวแฮและเพื่อนทหาร ต่างต้องส่วมใส่ชุดกันหนาว เขาเสนอที่จะขอชุดกันหนาวที่จะส่วมใส่เป็นสีขาว เพราะเวลานั้นมีหิมะปกคลุมหนาทึบ การใช้สีขาวจะส่งผลให้กองกำลังที่ซุ่มโจมตีได้เปรียบในถูมิประเทศ

เมื่อกองทัพแดง(โซเวียต) เริ่มเคลื่อนกำลังพลเข้ามา แฮวแฮ และ เพื่อนทหารของเขา ต่างซุ่มโจมตี ในสงครามครั้งแรกเขาสามารถสังหารทหารฝ่ายศัตรูไปได้มากถึง 30 คน และในทุกวันที่เริ่มสงคราม แฮวแฮจะมีความสามารถในการสังหารเฉลี่ยแล้วตกวันละ5-7คนเลยทีเดียว โดยที่เขาจะใช้ปืนคู่ใจเป็นปืนไรเฟิล โมซิน M28(mosin M28) ที่ไม่มีสโคป หรือ กล้องเล็งสำหรับยิง เขาจะใช้เพียงแค่ศูนย์เล็งมาตราฐานที่ติดมากับปืนเท่านั้น เขาให้เหตุผลไว้ว่า การใช้สโคป หรือ กล้องเล็งจะทำให้พลาดท่าได้ เพราะเมื่อแสงอาทิตย์สาดส่องลงมา จะทำให้เกิดแสงสะท้อนและบอกถึงจุดที่ตัวเองอยู่ ซึ่งบ่อยครั้งแสงที่สะท้อนนี่เองที่เขามักใช้มันหาตำแหน่งทหารของฝ่ายศัตรู 

ฝีมือในการยิงปืนของเขา ต่างสร้างความหวาดกลัวและบั่นทอนขวัญกำลังใจของทหารฝ่ายโซเวียตเป็นอย่างมาก ในเวลานี้ทหารฝ่ายโซเวียต ต่างได้ตั้งฉายาให้แก่เขาว่า ยมทูตสีขาว หรือ ความตายสีขาว จนขนาดที่เบื้องบนของกองทัพแดง(โซเวียต) ต้องสั่งการลงมาให้ตั้งค่าหัวแฮวแฮ และเสนอรางวัลเป็นจำนวนมากให้แก่ใครก็ตามที่สามารถสังหารแฮวแฮได้ แต่ก็ไม่เคยมีใครที่จะทำสำเร็จ

จนฝ่ายโซเวียต จำเป็นจะต้องเรียกพลซุ่มยิงที่ฝีมือเก่งระดับแถวหน้าของฝ่ายตนมามากถึง 10 คน เพื่อที่จะสังหารแฮวแฮ โดยแผนการนี้จะทำการใช้กองกำลังพลทหารจำนวนหนึ่ง บุกขึ้นไปเป็นเหยื่อล่อ เพื่อเมื่อแฮวแฮยิงมา จะได้เปิดเผยพิกัดให้แก่พลซุ่มยิงของตน ให้มีโอกาสได้สังหารแฮวแฮ

แผนการณ์เด็ดชีพแฮวแฮแผนนี้ ต่อมาก็ได้ล้มเหลวลงอย่างไม่เป็นท่า เพราะพวกเขาไม่สามารถสังหารแฮวแฮได้ อีกทั้งยังนำกำลังพลไปตายอย่างเปล่าประโยชน์ รวมถึงพลซุ่มยิงฝีมือดีที่คัดเลือกมา 10 คน ก็ถูกแฮวแฮสังหารไปมากกว่าครึ่ง จนในขณะนี้ แฮวแฮได้รับการยอมรับจากเหล่าศัตรูว่าเขา คือยมทูตอย่างแท้จริง

เมื่อไม่มีใครที่สามารถจะหยุดแฮวแฮได้ ทางด้านกองทัพแดง(โซเวียต) จึงตัดสินใจใช้ปืนใหญ่ที่ตนมี ระดมยิงขึ้นไปบนเขา โดยพวกเขาจะใช้กระสุนระเบิดที่เป็นแบบกระจาย เพื่อหวังที่จะมีสักนัดหนึ่งที่จะสามารถสังหารแฮวแฮลงได้ พิกัดและการยิงจะขึ้นอยู่กับว่าใครในหมู่ทหารถูกแฮวแฮยิง หรือ ก็คือเมื่อมีคนถูกยิงพวกเขาจะสั่งให้ปืนใหญ่ยิงใส่ตำแหน่งนั้น โดยทันที โดยให้คิดว่าคนที่ยิงทหารฝ่ายตนจะต้องเป็นแฮวแฮอย่างแน่นอน

การกระทำต่างๆ อาจจะดูเหมือนว่าทำเกินไปกว่าเหตุ เพียงเพื่อสังหารคนๆเดียว จำเป็นจะต้องใช้กำลังพล และยุทโธปกรณ์ มากถึงเพียงนี้หรือ แต่ในตอนนั้นทางด้านผู้บัญชาการต่างก็จำเป็นจะต้องสังหารแฮวแฮลงให้ได้ เพื่อที่จะสามารถฟื้นฟูขวัญกำลังใจของเหล่าทหารของตน ให้มีกำลังใจขึ้นมาเพื่อบุกฟินแลนด์ต่อไป การสังหารแฮวแฮจึงเป็นเรื่องที่ต้องจัดการอย่างด่วนที่สุด

จนกระทั่งในวันที่ 6 มีนาคม ค.ศ.1940 การระดมยิงของโซเวียตก็ได้ผล กระสุนนัดหนึ่งที่ยิงออกมา ได้ระเบิดกลายเป็นสะเก็ดเข้าโจมตีถูกบริเวณศรีษะทางด้านซ้ายของแฮวแฮ ส่งผลทำให้ช่วงบริเวณหน้าเขาเกือบครึ่งซีกได้รับบาดเจ็บสาหัส จนแทบจะหายไป เพื่อนทหารที่ได้มาพบเขาต่างก็คิดว่าเขานั้น น่าจะเสียชีวิตลง แต่เขากับยังมีลมหายใจอย่างน่าอัศจรรย์ พวกเขาจึงรีบหามแฮวแฮออกจากสนามรบ และพาตัวเขาไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลสนามในฟินแลนด์

จนกรทั่งวันที่13 มีนาคม ค.ศ. 1940 หรือก็คือ 7 วันต่อมา แฮวแฮก็ได้ฟื้นขึ้นมา พร้อมทั้งเป็นวันเดียวกันกับที่สงครามระหว่างโซเวียตและฟินแลนด์ได้จบลง ด้วยการเซ็นสัญญาสงบศึกกัน เป็นอันยุติของสงคราม โดยสงครามครั้งนี้ มีระยะเวลา 1 ปี และมีผู้สูญเสียมากกว่า 9500 คน โดยแบ่งเป็นฝั่งโซเวีย 8000 คน และฝั่งฟินแลนด์ 1500 คน ใน 8000 คนนี้ ที่ถูกยอมรับและบันทึกไว้ เป็นฝีมือแฮวแฮมากกว่า542คน แต่จากคำบอกเล่าในทหารในกองทัพที่สู้ร่วมกันกับแฮวแฮ ต่างบอกว่าแฮวแฮสังหารไปได้กว่า 700 คน และที่โซเวียตไม่ยอมรับ เพราะไม่อยากจะไปเพิ่มชื่อเสียงและความน่ากลัวให้แก่เขาแล้ว  

หลังจากนั้น แฮวแฮก็ได้รับการเลื่อนขั้น และได้รับมอบเหรียญกล้าหาญ จากยศเดิมของเขา จากสิบโท ได้ถูกเลื่อนขั้น ขึ้นเป็นร้อยตรี จากจอมพลคาร์ล กุฟตาฟ อีมิล แมนเนอร์ไฮม์ จอมพลผู้โด่งดังของฟินแลนด์ แฮวแฮถือว่าเป็นทหารคนแรกของฟินแลนด์ที่ได้รับการเลื่อนขั้นแบบก้าวกระโดด ที่ไม่เคยมีใครในฟินแลนด์ได้รับมาก่อนเลย

แฮวแฮ ได้ใช้ชีวิตอย่างสงบๆ ที่เหลือในหมู่บ้านเล็กๆ ทางตะวันออกเฉียงใต้ของฟินแลนด์ เขาได้ใช้ชีวิตแบบเกษตรกร และยังทำฟาร์มสุนัขเพาะพันธ์ขาย บ่อยครั้งก็มีผู้คนรวมถึงสำนักสื่อต่างๆ ที่มักจะแวะเวียนมาสัมภาษณ์ สอบถาม ถึงเหตุการณ์รวมถึงวีรกรรมต่างๆ ที่เขาได้สู้รบในสงคราม หลายๆคำถามก็มักจะถามเข้าว่า เขารู้สึกเสียใจและรู้สึกผิดไหม ที่ได้สังหารผู้คนไปเป็นจำนวนมาก แฮวแฮได้บอกเพียงว่า “ผมทำตามคำสั่ง และทำตามหน้าที่ ที่ผมต้องทำ นั่นคือ ทำให้ดีที่สุดเท่าที่ผมจะทำได้” เป็นคำตอบที่แฮวแฮได้ให้ไว้กับสำนักข่าวหลายๆสำนัก ถึงเขาจะพูดแบบนั้น แต่บ่อยครั้งที่ผู้คนที่สนิทกับเขาก็ต่างบอกว่า แท้จริงแฮวแฮก็รู้สึกเสียใจและถ้าให้เขาเลือกเขาก็ไม่อยากจะสังหารผู้คนไปเป็นจำนวนมากแบบนี้หรอก แต่เขาจำเป็นต้องทำ เพราะเขาต้องปกป้องมาตุภูมิและผู้คนข้างหลังที่เขารักนี้

จนกระทั่ง วันที่ 1 เมษายน ค.ศ.2002 แฮวแฮก็ได้เสียชีวิตลงอย่างสงบ ที่บ้านพักของเขา รวมอายุได้ 97 ปี เป็นอันปิดตำนานของบุรุษที่เคยได้สร้างชื่อและได้รับ สมญานามว่า ยมทูตสีขาว ผู้ที่ซึ่งเสียสละตนเอง เพื่อปกป้องบ้านเกิดจากการถูกรุกราน ถึงตัวของเขาจะเสียชีวิตลง แต่ตำนานของเขารวมถึงประวัติก็ยังคงอยู่ ว่าครั้งหนึ่งเคยมีชาย ที่ชื่อว่า ซิโม แฮวฮา ที่ยอมเสี่ยงชีวิตตนเพื่อที่จะปกป้องมาตุภูมิและผู้คนอันเป็นที่รักของเขา วีรกรรมและความกล้าหาญของเขา จะยังคงถูกเล่าสืบต่อกันทั้งในฟินแลนด์รวมถึงทั่วโลก จากวันนี้ พรุ้งนี้และตลอดไป…

ในส่วนอนิเมะ เรื่องมหาศึกคนชนเทพ
-ภาพจำลองตัวละครอนิเมะ-

ในส่วนของอนิเมะมหาศึกคนชนเทพ ก็ได้หยิบยกนำเอาประวัติของ ซิโม แฮวแฮ นำมาใช้ในการเป็นหนึ่งในตัวละครของมังงะเรื่องนี้ โดยที่เขาเป็นหนึ่งในตัวแทนของฝ่ายมนุษย์ทั้ง13 ที่ได้ถูกเลือกให้ลงต่อสู้ ในศึกแรคนาร็อก ยังไม่ปรากฎตัว ว่ามีรูปร่างหน้าตา เป็นแบบใด จะมีเพียงแค่ชื่อ ที่บรุนฮิลได้เสนอไว้ แต่จากประวัติ รวมถึงพลังความสามารถที่เขามี ก็เพียงพอจะพิสูจน์ได้ว่า ซิลโม แฮวแฮ นั่นแข็งแกร่ง เขาเหมาะที่จะต่อสู้กับเหล่าเทพ เพราะเดิมเขาก็เป็นทหารที่เสียสละเพื่อปกป้องผู้คนที่อ่อนแอ และในศึกครั้งนี้เขาก็ต้องลุกขึ้นมาเพื่อปกป้องผู้คนอีกครั้ง แต่ต่างตรงที่ผู้คนที่เขาปกป้องไม่ใช่เฉพาะประชาชนฟินแลนด์ แต่คือผู้คนทั้งโลก ซิโม แฮวแฮ สำหรับบรุนฮิลแล้ว เขาถือว่าเป็นวีรบรุษที่เหมาะแก่การปกป้องโลก และเขาจะนำชัยชนะมาสู่มนุษย์ทุกคน…

(ข้อมูลข้างต้นรวมถึงพลังของ ซิโม แฮวแฮ อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงจากที่กล่าวมาก็ได้ เพราะข้อมูลพลังของเขายังไม่เปิดเผย รวมถึงคู่ต่อสู้ของเขาก็ด้วย แต่ดูจากลักษณะและประวัติความเป็นมา ว่าเขามีความสามารถทางด้านการยิงปืน และการพลางตัว ที่โดดเด่นเป็นอย่างมากของเขา ผู้เขียนก็ขอคาดเดาว่า คู่ต่อสู้ของแฮวแฮนั้น น่าจะเป็น เทพอพอลโล เทพแห่งดวงอาทิตย์ของชาวกรีกที่มีอาวุธเป็นธนู ถือว่าเป็นเทพที่สามารถยิงธนูได้อย่างแม่นยำ ถ้าทั้งสองคนได้มาสู้กันจะต้องเป็นการดวลกันระหว่างปืนและธนู ว่าใครที่จะแม่นกว่ากัน ก็น่าจะสนุกไม่น้อยเป็นอย่างแน่นอน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น คู่ต่อสู้เกิดจากการคาดคะเนของผู้เขียนเอง โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านด้วยนะครับ และถ้าผิดพลาดไปประการใดต้องขออภัยมา ณ ที่นี่ด้วย ขอบคุณครับ..)

มหาศึก คนชนเทพ ซิโม แฮวแฮ (Record of Ragnarok)

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ Keywordsfun และ Foong-Trending

What's your reaction?

Excited
0
Happy
0
In Love
0
Not Sure
0
Silly
0

You may also like

Anime

มหาศึกคนชนเทพ โลกิ (Record of Ragnarok) ep.1

โลกิ เป็นเทพในตำนานของชาวนอร์ส เฉกเช่นเดียวกับ เทพโอดินและเทพธอร์ ถูกขนานนามว่าเป็นเทพแห่งการโกหก หลอกลวง มีความซุกซนและชอบหาความสนุกให้แก่ตนเองเสมอ โดยบางครั้งเรื่องสนุกที่โลกิทำนั้น ก็สร้างความเดือดร้อนให้แก่เทพต่างๆแห่งแอสการ์ดอยู่ไม่น้อย
Anime

มหาศึกคนชนเทพ โลกิ (Record of Ragnarok) ep.2

เทพโลกิ ถึงแม้จะมีนิสัยขี้แกล้งและซุกซนมากแค่ไหน แต่ท่านเองก็ถือว่าเป็นเทพที่มีหน้าตาดี งดงาม ชวนน่าหลงไหล ด้วยน่าตานี้ จึงทำให้ท่านได้แต่งงานกับ เทพีซิยิน (sigyn) ที่ขึ้นชื่อว่างดงามที่สุดแห่งแอสการ์ด และเทพโลกิก็ได้มีบุตรกับเทพีซิยิน ด้วยกันสองพระองค์คือ นาวี(narvi)และวาลี(vali)

Leave a reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

More in:Anime

Anime

My hero academia The Movie ภาค 2

My hero academia The Movie ภาค 2 มังงะแนวโชเน็นอนิเมะที่มีภาคต่อมาแล้วถึง 4 ภาค และ 2 สำหรับภาคเดอะมูฟวี่
Anime

แกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก

แกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก หรือ Itazaura na kiss นอกจากจะได้ผลิตออกมาเป็นอนิเมะแล้ว ภาคคนแสดงหรือไลฟ์แอคชั่นก็ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน
Anime

มหาศึกคนชนเทพ โอดิน (Record of Ragnarok)

โอดิน มหาเทพผู้อยู่เหนือเทพทั้งหลายของชาวนอร์ส เป็นผู้ปกครองบรรดาเทพทั้งหมดแห่งแอสการ์ด ถูกนับถือให้เป็นเทพแห่งนักรบผู้ยิ่งใหญ่ ที่พร้อมจะนำพาชัยชนะมาให้สู่ผู้ที่ศรัทธาเสมอ นอกจากจะเป็นเทพนักรบผู้ยิ่งใหญ่แล้ว โอดินยังถูกนับถือให้เป็นเทพแห่งปัญญา การสงคราม และความตายอีกด้วย