Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่36

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่36

บทที่36 พาทัวร์ภายในแดน ep.2

“มุมใดมีแสงอีกมุมหนึ่งจะมีเงา มุมไหนมีคนชมเรา อีกมุมจะมีคนนินทา”

**เดินลงมาจากโรงงาน 2 ไม่ถึง 2 นาที ผมก็ได้มาเจอกับเพื่อนสนิท ที่คบหากันมาเป็นเวลาสิบกว่าปี ตัวมันไม่ได้เปลี่ยนไปเลย ทั้งนิสัยใจคอและความใจกว้างของมัน ที่มีให้ผมเสมอต้นและเสมอปลาย ทั้งที่ผมก็ไม่เคยคิดว่า ผมนั้นมีบุญคุณอะไรมากมายกับมันเลย แต่กลับกลายเป็นมัน ที่ยังจำฝังใจ ในความช่วยเหลือของผมในทุกครั้ง ถึงแม้ว่าเวลามันจะผ่านมานานแล้วก็ตาม เพราะตัวผมเองนิสัยใจคอจริงๆแล้ว ผมนั้นไม่เคยเป็นคนที่คิดจะทวงบุญคุณใคร เพราะผมคิดเสมอว่า ที่ผมให้เพราะผมอยากจะให้ ที่ผมช่วยเหลือเพราะผมอยากจะช่วยเหลือจริงๆ คงจะเป็นจริงอย่างที่คนเฒ่าคนแก่เคยสอนไว้ว่า เราทำดีมักจะได้ดีตอบแทนกลับมาเสมอ ถึงแม้ว่าความดี มันจะเห็นผลช้าก็ตาม แต่มันมักจะมาช่วยเหลือเรา ในเวลาที่เราต้องการจริงๆ **

การสนทนาของผมกับไอ้เบนซ์มันยังไม่หมดแค่นี้ ก็ได้มีเพื่อนอ.เมืองอีกหลายๆคนเข้ามาทักทายผม ทั้งพวกเด็กตลาดสมจิตรที่ผมรู้จักจากข้างนอกก็มีหลายคน รวมทั้งเด็กกรอกอีวุ่น ที่เคารพนับถือผม ก็ได้เข้ามาทักทายกับผม มันเป็นเด็กที่น่ารักใช้ได้ทีเดียว ชื่อของมันก็คือไอ้นุ เด็กคนนี้เป็นเด็กที่มีสัมมาคารวะไม่ปีนเกลียว ทั้งที่อยู่ข้างนอกมันก็พอตัวเลยทีเดียว ” ใจถึงพึ่งได้ ” คือสโลแกนที่ผมตั้งให้มัน 

“สวัสดีครับพี่ใหญ่..คิดถึงจังเลย ไม่ได้เจอกันก็นาน รอบนี้จะเจอกันกี่ปีพี่ ” นี่คือคำทักทายของน้องที่ผมรักอีกคนนึง “ก็เพราะแบบนี้ไงล่ะ ก็พวกมึงคิดถึงกูกันนัก เขาก็เลยจัดให้กูเข้ามาข้างใน หาพวกมึงไงล่ะ อันที่จริงไม่ต้องคิดถึงกูกันบ่อยก็ได้ เอาไว้เจอกันข้างนอกยังดีซะกว่า กูว่าตอนแดกข้าวกันคงเคาะช้อน เคาะจานเรียกกูด้วยแน่ๆใช่ป่ะวะ? รอบนี้มา 4 ปี 6ว่ะนุแล้วเองล่ะเหลือเท่าไหร่แล้ว “ คำพูดของผมก็ได้เรียกเสียงหัวเราะให้กับไอ้เบนซ์และไอ้นุกับคนอื่นๆอย่างดี 

“ผมเหลือไม่ถึง 2 ปีแล้วพี่ อภัยมาปีหน้าผมคงกลับบ้านแน่นอนครับเดี๋ยวผมไปรอพี่ข้างนอกแล้วพี่ก็อย่าคิดถึงผมนะ ตอนผมปล่อยแล้วล่ะ ” ไอ้นุบอกกับผม “มึงปล่อยไปแล้วกูจะคิดถึงมึงทุกวันเลยให้มากกว่ามึงคิดถึงกูอีก ” ผมพูดบอกกับมันทำเอามันน่าจ๋อยไปเลยทีเดียว 

“เบนซ์ตอนนี้ธุรกิจโต๊ะบอลมึงเป็นยังไงบ้างวะเด็กเดินมึงเยอะไหม ” ผมหันมาคุยกับไอ้เบนซ์ต่อ เพื่อจะเข้าเรื่องในจุดประสงค์ที่ผมต้องการ “มึงถามทำไมเนี่ย อย่าบอกนะว่ามึงจะหุ้นกับกู หรือยังไง หรือว่ามึงจะเปิดโต๊ะกับกูด้วยใหญ่ ตอนนี้ธุรกิจกูไปได้สวยว่ะ เพราะกูเป็นคนถือเรทราคาบอลคนเดียว กูก็เลยเปิดราคาได้เปรียบมากหน่อย ส่วนไอ้โต๊ะอำเภออื่นๆที่เปิด ก็ต้องมาขอเรทจากกู แล้วก็ต้องจ่ายค่าเรทให้กูถูกไหม แต่กูก็ให้เรทราคาตอนแรกไป  ส่วนเรทวันเตะมีกูคนเดียวที่รู้  และถ้าเรทมันเปลี่ยนในวันเตะ กูก็ให้เด็กในบ้านไปแทงพวกมัน 

ถ้าบอลไม่พลิก ก็พะโล้(มันเป็นภาษาในคุกแปลว่าได้มากหรือเสียมากก็ได้)เลยทีเดียว ทุกอย่างก็เหมือนเดิมเพื่อน บอลสเต็ปถูกก็จ่ายเหมือนเดิม ส่วนบอลเดี่ยวก็มีนะ แต่กูไม่ได้เปิดทุกคู่ กูเลือกเปิด ส่วนถ้าจะเปิดวัดกัน กูก็เลือกเปิดคู่ใหญ่ๆ ส่วนมากจะพรีเมียร์ซะมากกว่า กูเปิดบอลเดียวเต็มที่ก็ไม่เกินห้าคู่ อั่นคู่ละไม่เกิน 5 แถว มึงสนใจจะเปิดบอลเดียว หรือ step ล่ะ เดี๋ยวกูให้เรทจริงมึงเลย เปิดราคาเดียวกับกู แต่กูให้จนกว่ามึงยืนได้เมื่อไหร่ มึงต้องช่วยกูออกค่าเรทให้พี่ด้วยนะ เพราะเดี๋ยวนี้ลูกพี่เขาหิวบ่อย อาทิตย์นึง 500 บาท 1,000 บาท บ้าง ถ้าอาทิตย์ไหนกูกินเยอะ พันนึงกูก็ให้ได้ ถ้าอาทิตย์ไหนโดน 500 ก็พอ 

แต่ตอนนี้ส่วนมากจะแดกอย่างเดียวว่ะ เพราะมันพึ่งเปิดฤดูกาล คนแทงมันยังเดาทางไม่ถูก มึงก็คิดเอาละค่อยมาบอกกู แล้วมึงจะเปิดเมื่อไหร่เดี๋ยวกูจะคัดเด็กเดินเจ๋งๆให้มึงสัก 5 คน แต่วันนี้มึงช่วยแทงกูหน่อย “ พูดเสร็จมันก็ยื่นโพยบอลให้กับผม ผมรับมาแล้วก็ยื่นให้ไอ้แว่นต่อเป็นการบอกว่าให้มันแทง 

“กูไม่อยากกินมึงเลยว่ะไอ้เบนซ์เออ..นี่ไอ้แว่นน้องชายกู มึงมีอะไรก็บอกมันได้นะ ไว้ใจเชื่อใจได้ ” ผมก็ได้แนะนำไอ้แว่นให้เบนซ์ได้รู้จักและก็ให้พวกเด็กที่บ้านอ.เมืองได้รับรู้อีกด้วย ไอ้แว่นก็มือไม้อ่อนเช่นเคย มันได้ยกมือไหว้ไอ้เบนซ์ ไอ้เบนซ์ก็ยิ้ม แล้วพยักหน้ารับไห้วมัน ” ตอนนี้ทุนกูยังไม่มากเท่าไหร่กูเอา step พอ ส่วนเด็กเดิน ก็แล้วแต่มึงเลยเพื่อน เพราะกูก็จะเดินเองเหมือนกัน แต่ถ้ากูเปิดโต๊ะแล้ว เสือไม่กินเนื้อเสือกันเองนะเพื่อน ” ไอ้เบนซ์หัวเราะกับคำพูดทิ้งท้ายประโยคของผม 

“เออกูรู้แล้วน่า กูก็ให้มึงแทงวันนี้วันเดียวเท่านั้นแหละ ” ไอ้แว่นได้ยื่นโพยบอลที่มันแทงมาแล้วให้กับผม “สเต็ป 3 ซองเดียวมีลิเวอร์พูลด้วย เออแบบนี้สิเป็นน้องไอ้ใหญ่มันจริงๆ ” ไอ้เบนซ์มันเห็น ที่ไอ้แว่นได้แทงจึงพูดบอกกับมัน แต่ผมก็ได้แก้จาก 1 ซองเปลี่ยนเป็น 5 ซองแล้วก็ได้ยื่นโพยบอลคืนไอ้เบนซ์กลับไป “เออมันต้องแบบนี้สิวะแทงซองนึงได้ยังไงเคืองตายห่าขอให้ถูกแล้วมารับไป 25 ซองนะเพื่อน ” ไอ้เบนซ์ได้บอกกับผม ก่อนที่ผมจะขอ ตัวเดินไปหาคนอื่นต่อ 

ซึ่งคนที่ผมจะเดินไปหาต่อไปนี้ เป็นผู้ใหญ่ที่ผมนับถือมากคนนึง และตัวของแกเอง ก็เป็นคนที่นักโทษภายในแดนให้ความเกรงใจ และ นับถือแกเช่นกัน ตัวของแกนั้นชื่อว่าน้าชิด น้าชิดเป็นชายวัยกลางคนอายุน่าจะประมาณ 50 ปีสูง 170 กว่ารูปร่างใหญ่แต่ไม่อ้วน ตัวแกจะว่าไปแล้ว ก็เป็นคนอ.เมืองเช่นกัน แต่บ้านของแกไม่ได้อยู่ในเกาะเมือง แกเป็นคนบางแพ่ง ดงขายยาดีๆนี่เองแหละครับ ส่วนที่ประจำของน้าชิดนั้น จะอยู่ข้างๆห้องตัดผม ซึ่งในเวลาต่อมา ได้เปลี่ยนเป็นห้องสมุดภายในแดน ซึ่งผมขอเอาไว้เล่าในตอนอื่นนะครับ ว่าเพราะเหตุใดถึงได้มีห้องสมุดภายในแดนแห่งนี้ได้ ติดกับโรงเลี้ยงมันจะมีซอยเดินทะลุถึงโรงเลี้ยงได้  บ้านของน้าชิตอยู่ในซอยนั้นเอง

ตัวของน้าชิดเองนั่น ก็มีธุรกิจภายในแดนนี้เช่นกัน ซึ่งสัมปทานของแกนั้น มีแค่แกคนเดียวในเเดนนี้เป็นผู้ครอบครอง นั่นก็คือการส่งจดหมายติดต่อข้ามแดนไปหาขังหญิง ซึ่งธุรกิจนี้ ใช่ว่าใครๆก็ทำได้นะครับ เพราะมันต้องเสียเงินหลายทาง แต่น้าชิตนั้นแกได้เซอร์เวย์ทางหมดแล้ว ทั้งให้กับเจ้าหน้าที่ ก็หลายคนอยู่เช่นกัน แต่จะเสียเท่าไหร่ เสียยังไง ผมไม่รู้ได้และไม่ใช่แกเสียให้กับเจ้าหน้าที่ในแดนเพียงอย่างเดียว เจ้าหน้าที่นอกแดนแกก็ต้องเสีย แต่ถึงแม้จะเสียมากเท่าไหร ผมคิดว่าผลตอบแทนที่ตัวแกได้รับนั้นมากกว่าที่เสียหลายเท่า เพราะไม่อย่างนั้นแกคงไม่เปิดหรอกครับ 

ดังนั้นผมจะอธิบายเรื่องจดหมาย ติดต่อขังหญิงให้ฟังนะครับ  การที่เราจะติดต่อกับขังหญิงนั้น ไม่ว่าจะเป็นแฟนกันหรือเมียก็ตาม ก็หมายความว่าคุณจะต้องเขียนจดหมายใช่ไหม คุณพูดคุยกับขังหญิงคนนึง คุณจะทำยังไงล่ะ  ซึ่งถ้าจะเขียนหากันในแบบที่ถูกต้องตามกฎระเบียบของเรือนจำ คุณก็ใช้เวลาเป็นอาทิตย์กว่าจะถึง แล้วใช้เวลาเป็นอาทิตย์กว่าจะได้รับ แต่ถ้าหากคุณใช้บริการของน้าชิด จดหมายของคุนสองคนจะได้รับวันต่อวัน พูดง่ายๆก็คือการเขียนตอบโต้กันไปกันมา 

ซึ่งในจดหมายหนึ่งฉบับนั้นตอนคุณเขียนส่งไป คุณจะยังไม่เสียอะไร แต่คุณจะเสียก็ต่อเมื่อเขาเขียนตอบกลับมา 1 ฉบับเท่ากับเสียนมค่ารับ 1 กล่อง แต่มันก็คุ้มสำหรับคนที่เขียนจดหมายนะครับ เพราะว่าจดหมายมันคือการให้กำลังใจต่อกันและกัน มันก็เหมือนการจีบกันนั่นแหละครับ แต่ถ้าเป็นคู่ผัวเมีย ที่โดนจับติดคุกมาด้วยกัน ส่วนมากก็จะเขียนหากันครับ มันเป็นการคลายเหงาของคนในคุกได้เป็นอย่างดี มันคือน้ำหล่อเลี้ยงที่มีไว้ชโลมจิตใจของกันและกัน และกิจการการส่งจดหมายนั้น รุ่งเรืองมากจริงๆครับ คุณผู้อ่านลองคิดดูนะครับ

ในแดนแห่งนี้ มีนักโทษอยู่ประมาน1,200 คนเขียนจดหมายคุยกับขังหญิง ประมาณ 600 คน น้าชิตแกจะได้เท่าไหร่ คำนวณดูนะครับ คร่าวๆเลยนะจดหมายหนึ่งฉบับคือนม 1 กล่องที่ต้องจ่าย เขียนจดหมาย 600 คน คิดเอาเฉพาะคนที่ต้องจ่ายนม มีสักประมาน 500 คนพอ ส่วน 100 คนที่เหลือ รับฟรีครับ ก็จะมีเฉพาะคนรู้จัก หรือ สนิทกับแก รวมถึงผมก็รับฟรีครับ มันคือการถ้อยทีถ้อยอาศัยซึ่งกันและกัน มันไม่มีอะไรได้มาฟรีจริงๆหรอครับในคุก ทุกอย่างมันย่อมมีผลประโยชน์แอบแฝงอยู่เสมอ 

นอกจากจดหมาย ก็จะมีพวกของฝาก ถ้าคุณอยากจะส่งก็ส่งได้ครับ อย่างเช่นเสื้อห่านคู่ ปักรูปหัวใจเขียนชื่อ เราจะรักกันตลอดไป อะไรประมาณนี้ ราคาค่าส่งก็จะ 3 กล่อง 5 กล่องแล้วแต่ขนาดของที่ห่อ ส่วนเวลาที่จะส่งจดหมาย คนในแดนจะรู้กันครับนั่นก็คือตอนเช้าเวลาลงจากขัง จะมีเด็กยืนถือถุงกระสอบ รอรับจดหมายอยู่ข้างตึกเรือนนอน บรรดาพวกที่เขียนจดหมาย(ภาษาในคุกเรียกว่าเลส) นั่นก็จะรีบไปยังจุดส่งจดหมาย เพราะมันต้องแข่งกับเวลาครับ พอเด็กรับจดหมายเสร็จ ใช้เวลาในการรับจดหมายก็ต่อเมื่อห้องสุดท้ายลงจากขัง และพวกโยธาที่ทำบนห้องนอนทำความสะอาดเสร็จ 

หลังจากนั้นก็จะไปยังจุดหน้าประตูแดนต่อไป เพื่อจะทำการลำเลียงออกนอกแดน และจะมีคนรับช่วงต่อ(เรียกคนพวกนี้ว่านักบิน)จากหน้าแดน เพื่อที่จะนำกระสอบจดหมาย ไปยังข้างกำแพงเรือนนอนของขังหญิง ต่อไป นักบินจะทำการส่งรหัส นั่นก็คือการโยนก้อนหินเข้าไป 1 ก้อน และ รอดูทางขังหญิงท่าทางขังหญิงโปร่ง(หมายความว่าปลอดภัย) ก็จะทำการโยนก้อนหินเป็นรหัสตอบกลับมา 2 ก้อนเพราะอะไรถึงต้องโยน 2 ก้อนหรอครับ เพราะมันเคยมีการผิดพลาดมาก่อน สายการบินร่มโดนเจ้าหน้าที่จับได้ เพราะท่าโยนกลับมาก่อนเดียวเหมือนกัน เราจะไม่รู้เลยว่าคนที่โยนกลับมา คือนักโทษหรือเจ้าหน้าที่ขังหญิง ดังนั้นก็เลยใช้รหัสตอบกลับ2ก้อนนั้นเอง เพื่อป้องกันการเกมอีก 

แล้วพอขังหญิงตอบกลับมาได้ถูกต้อง ทางนักบินก็จะโยนกระสอบจดหมายเข้าไป และทางขังหญิงก็จะโยนกระสอบ สวนกลับมาเช่นกัน และนักบินก็จะทำการเก็บกระสอบจดหมายเอาไว้ก่อน เพื่อที่นำเข้าแดนอีกครั้งหนึ่ง แล้วน้าชิดก็จะทำการคัดแยกจดหมาย ไว้ตามห้องแต่ละห้อง น้าชิดแกจะมีกระบะไม้อย่างดี ทำล็อกกันเป็นช่องแต่ละห้องเอาไว้ เพื่อสะดวกในการที่เหล่านักโทษ เดินมาหยิบมาหาในตอนรับจดหมาย มันจะได้ไวครับ เพราะจดหมายมันเยอะ คนเดินมารับก็เยอะ มันจะดูน่าสงสัยในสายตาของเจ้าหน้าที่ 

ผมนั้นยอมรับในความจำของน้าชิดแกจริงๆครับ เพราะว่าหน้าซองจดหมาย แต่ละอันไม่มีใครเขียนชื่อจริงนามสกุลจริงกันหรอกครับ มันจะเขียนเป็นฉายา หรือ nickname ที่เรากับขังหญิงจะเข้าใจกันเพียงสองคน แต่สำคัญจะต้องระบุห้องเอาไว้ชัดเจน ส่วนพวกคนที่รับฟรี น้าชิตแกจะเเยกเก็บเอาไว้ต่างหากที่ตัวแกเอง แล้วพวกนั้นก็จะไปรับกับแกโดยตรง นี่คือธุรกิจของแกในคุกแห่งนี้ครับ 

จึงทำให้ตัวน้าชิดแกมีรายได้ในสัมปทานจดหมายวันหนึ่งไม่ต่ำกว่า 4,000-5,000 บาทเลยทีเดียว เด็กๆในบ้านของแกก็เลยกินดีอยู่ดีกันตามระเบียบ แต่ผมกลับมองว่าเด็กในบ้านของแกแต่ละคน ก็มีตังค์ด้วยกันทั้งนั้น… เป็นไงครับคุณผู้อ่าน ผมยังเดินไปไม่ถึงน้าชิตเลยก็จบตอนซะแล้ว คุณผู้อ่านจะเบื่อผมหรือเปล่านะ อย่าเพิ่งเบื่อผมล่ะเรื่องสนุกๆ ในแดนนี้ยังมีอีกเยอะ ผมจึงอธิบายละเอียดไงละ เอาไว้พบกันใหม่ตอนหน้านะครับ.. (โปรดติดตามตอนต่อไป) “หมีขาว ขั้ว โลกเหนือ” #คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่36

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ QuotesAboutSmile และ Keywordsfun

What's your reaction?

Excited
0
Happy
1
In Love
0
Not Sure
0
Silly
0

You may also like

Story

ประวัติวันสงกรานต์ เทศกาลประเพณีที่อยู่คู่คนไทยมาอย่างยาวนาน.

สงกรานต์เป็นเทศกาลปีใหม่ไทยแบบดั้งเดิมที่มีการเฉลิมฉลองทุกปีในช่วงกลางเดือนเมษายน ซึ่งชาวต่างชาติจะรู้จักกันในชื่อว่า Water Festival หรือ เทศกาลแห่งน้ำ เพราะในวันนี้ผู้คนจะนิยมนำน้ำมาสาดใส่กันเพื่อคลายร้อนอย่างสนุกสนาน
Story

เปิดประวัติที่มาของสงครามนกอีมู สงครามสุดแปลกที่โลกนี้ต้องจดจำ

สงครามนกอีมู หรือที่เรียกว่าสงครามนกอีมูครั้งใหญ่ เป็นปฏิบัติการทางทหารที่ดำเนินการในรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลียในปี 2475 ปฏิบัติการนี้ออกแบบมาเพื่อควบคุมประชากรของนกอีมู ซึ่งก็ได้สร้างความเสียหายอย่างมากต่อพืชผลในภูมิภาคออสเตรเลีย
Story

เปิดประวัติที่มาของวัน “April Fool’s Day” หรือ “วันโกหก” วันสุดแสบแสนตลกของผู้คนทั่วโลก!

"วันโกหก" นักประวัติศาสตร์ได้เชื่อว่าวันนี้ได้รับอิทธิพลมาจากเทศกาลฮิลาเรียของโรมันที่จัดขึ้นในวันที่ 25 มีนาคม เพราะเทศกาลนี้ผู้คนจำนวนมากจะออกมาแต่งกายตลก ๆ พร้อมกับมีการละเล่นที่เรียกเสียงหัวเราะของผู้คน ซึ่งก็คล้ายคลึงกับวันโกหกเป็นอย่างมาก และในยุคต่อมาก็ได้มีบันทึกไว้ในหนังสือ

Comments are closed.

More in:Story

Story

เปิดประวัตินิทานของ “อีสป” ต้นตำรับนิทานคติสอนใจผู้เป็นตำนานของโลกแห่งนิทาน

นิทานของอีสปเป็นนิทานที่ถูกแต่งขึ้นโดยทาสชาวกรีกที่มีขื่อว่า อีสป (Aesop) ที่นักวิชาการต่างลงความเห็นว่าเขานั้นน่าจะเกิดอยู่ในช่วง 620 ปีก่อนคริสตกาล และเป็นทาสโดยกำเนิดตามกฏหมายของชาวกรีก
Breaking News

ซีเซียม-137 คืออะไร? อันตรายมากแค่ไหน?

เมื่อไม่นานมานี้ได้มีข่าวที่ถูกพูดถึงมากมาย เกี่ยวกับประเด็นท่อเก็บสารกัมมันตรังสี ซีเซียม-137 ที่ได้หายไปจากโรงไฟฟ้าพลังงานไอน้ำ และล่าสุดเมื่อวันที่ 20 มี.ค. 2566 ก็ได้มีรายงานว่าพบวัตถุดังกล่าวแล้ว แต่ที่ทำให้ทุกคนตกใจเป็นอย่างมากจากข่าวนี้
Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 84

ผมและไอ้แว่นได้ลงมาตั้งแถวรอเยี่ยมญาติอยู่หน้าองค์พระประจำแดน ซึ่งเป็นสถานที่รวมตัวสำหรับพวกที่มีชื่อเยี่ยมญาติในแต่ละรอบ ผมสังเกตเห็นไอ้แว่นมันดูลุกลี้ลุกลนเหมือนอยากจะถามอะไรผม แต่มันก็ยังไม่กล้าเอ่ยปากถามสักที