Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 68

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 68

บทที่ 68 สถานการณ์

” เมื่อตัดสินใจทำลงไปแล้ว ก็จงอย่าหยุดอยู่กลางคัน จงเดินก้าวต่อไปข้างหน้า และทำมันต่อไปให้ดี “

** ช่วงนี้อากาศเริ่มเย็นลงขึ้นทุกคืน ยิ่งดึกอากาศก็ยิ่งหนาวตามไปด้วย ผมชอบนะกับหน้าหนาว มันทำให้ผมรู้สึกสบายตัวไม่เหนียวตัวอีกด้วย และหน้าหนาวมันเหมาะกับคนมีคู่จริง ๆ ครับ คำว่าหนาวเนื้อห่มเนื้อจึงหายหนาวมันคือความจริง (และคนมีคู่ทั้งหลายคงรู้ถึงความหมายนี้ดีนะครับ) และยิ่งตอนนี้เคอร์ฟิวก็ไม่มีแล้วด้วย จึงทำให้ผู้เขียนเวลาเซ็ง ๆ เขียนอะไรไม่ค่อยออก นึกอะไรไม่ค่อยได้ ก็จะออกมาขี่รถเล่นให้ลมมันปะทะใบหน้า เพื่อที่สมองมันจะได้โล่ง ๆ 

แต่บางทีบางครั้งมันก็โล่งเกินจนง่วงนอนไปเลย และก็หลับไป ไม่ต้องคงไม่ต้องเขียนกัน และอีกไม่กี่วันก็จะลอยกระทงกันแล้วนะ เพื่อน ๆ ได้คิดกันรึยังว่าเราจะทำอะไรกันดี จะไปไหนกันในวันที่การท่องเที่ยวได้คืนกลับมาอีกครั้ง  หลังจากห่างไปเพราะโควิดมาจะ 2 ปีแล้วด้วยกัน สำหรับผู้เขียนไม่พลาดอย่างแน่นอน แต่ก็คงจะเที่ยวในจังหวัดตัวเองนั้นแหละครับ คงไม่ไปต่างจังหวัดหรอก เพราะว่าเหตุผลก็ คือ เรื่องค่าใช้จ่ายที่มันสูง ถ้าคิดจะไปเปิดหูเปิดตาไกลบ้าน คิดกันคราว ๆ 5000ต้องมีแน่ ๆ 

ในปีนี้ก็เลยขอพับเก็บใส่กระเป๋าไว้ก่อน เที่ยวบ้านเราเองก็สนุกได้ ขอเวลาเก็บตังค์ซักพัก ปีหน้าได้เที่ยวแน่นอน ขออดเปรี้ยวไว้กินหวานก่อนสักครึ่งปี รับลองปีหน้าสนุกแน่ ๆ แล้วเดี๋ยวผมจะมาเล่าให้ฟังว่าลอยกระทงปีนี้ มีที่เที่ยวอะไรบ้างที่น่าสนใจ ในจังหวัดของผู้เขียนนะครับ..**

มีเสียงประกาศเรียกให้ออกมามอบตัวแก่เจ้าหน้าที่ในตอนนี้ดังขึ้น ผู้ที่ได้ทำการทะเลาะวิวาทให้ออกมาที่กลางสนามทั้งหมด นี้คือคำสั่งของเจ้าหน้าที่ที่ได้เข้าเวรเป็นผ.บแดนของวันนี้(ผมจำชื่อไม่ได้) เงียบ..ไม่มีใครเดินมามอบตามที่ประกาศเมื่อสักครู่นี้เลยสักคน บังดุลสั่งให้ลูกน้องของแกไปดูสถานการณ์ที่หน้าแดนเอาไว้ เพื่อถ้ามีอะไรให้รีบมาบอกโดยทันที

” บังพอจะรู้ไหมว่ามีใครเป็นอะไรกันอีกบ้าง ” ผมถามบังดุล “มันก็ต้องมีอยู่แล้วแต่บอกเลยว่าน้อยมาก ส่วนมากก็หัวแตกตอนโดนปาก้อนหินใส่ตอนแรกทั้งนั้น นอกนั้นก็ปากแตกตาปูดอะไรประมาณนี้แหละ ก็ตะลุมบอลกันขนาดนี้ ไม่เจ็บตัวกันเลยก็ระดับเทพแล้วล่ะ ” บังดุลแกบอกผมให้เข้าใจ

” เหมือนอย่างเอ็งไงละใหญ่ เทพชัดๆบุกไปขนาดนั้นไม่โดนอะไรเลยสักนิดเดียว แถมโดดเตะปิดเกมได้เฉียบขาดไปเลยอีกด้วย ” บังดุลพูดชมผมอีกครั้ง ” บังก็พูดเกินไปเทพอะไรกัน ผมมีเหล็กในมือหรอกถึงได้ไม่เป็นไร แถมจังหวะมันได้อีกด้วย อีกอย่างถ้าไม่มีไอ้แว่นมาช่วยผมไว้ ป่านนี้ผมนอนยอดน้ำข้าวต้มอยู่พ.บแล้วป่านนี้อะ “ผมได้อธิบายให้บังดุลฟัง และจู่ ๆ เด็กที่บังดุลส่งไปสอดแนมที่หน้าประตูก็รีบกลับมาบอกบังดุลกับผมว่า ” ลูกพี่!! พี่เวียงแกเข้ามาในแดนแล้วครับในตอนนี้ “

ผมได้ยินสิ่งที่เด็กบังดุลบอกกับผมนั้น ในหัวผมนั้นได้ประมวลผลที่จะตามมาทันที ” ฉิบหายแล้วใหญ่วันนี้พี่เวียงเขาเข้าเวรด้วยหรอว่ะ บังเองไม่ยักรู้เลยนะเนี้ย อีแบบนี้เราจะชิ่งจะหลบคงอยากแล้วละ “ และสิ่งที่บังดุลพูดกับผมมันก็จริง อย่างที่ผมคิดไว้อยู่ในใจ เรื่องมันใหญ่จริงมีคนโดนแทงเป็นสิบคน แถมต้องออกโรงพยาบาลนอกคุกอีกสองคน คือ ไอ้แว่นและก็ไอ้บีที่ต่างคนต่างแลกกันอีกด้วย ผมก็เลยบอกกับบังดุลให้แกสบายใจว่า 

” บังครับเรื่องนี้ไม่มีทางถึงบังแน่นอน เดี๋ยวผมกับไอ้เบนซ์หาทางจัดการกันเองครับ ถ้าเป็นพี่เวียงพวกผมคงไม่โดนอะไรมากหรอกครับ ” ผมบอกกับบังดุล “ใหญ่ไอ้เรื่องที่เอ็งบอกบัง บังไม่เคยคิดหรอกนะ เกมก็เกมแค่นั้นเอง เราลงเรือลำเดียวกันแล้วนะ ” บังดุลบอกกับผม 

“ผมถามบังเรื่องนึงสิ เหล็กที่ไอ้แว่นมันเอามาของบังรึป่าวครับ ” ผมสงสัย และคำตอบที่ได้ก็คือ ” ก็ใช่นะสิตอนที่มันมาบอกบัง มันบอกว่าใหญ่ขอเหล็ก3ตัวในเรื่องนี้ และไอ้สองคมที่มันใช้แทงไอ้บี ตอนแรกบังบอกว่าให้เอาตัวนี้ไปให้ใหญ่ใช้ด้วย ” บังบอกให้ผมฟัง ‘ แสบจริงนะไอ้แว่นน้องพี่ ‘ ผมคิดในใจ

และแล้วก็มีเสียงประกาศเรียกชื่อไอ้เบนซ์และก็ชื่อของผมดังขึ้นมา ให้มาหารองพ.บแดนที่ห้องหน้าประตูแดนด้วยเป็นไปตามที่ผมคาดเอาไว้ไม่ผิดนัก ” คิดไว้แล้วไม่มีผิด เดี๋ยวผมไปก่อนนะบังยังไงแล้วเดี๋ยวผมมาบอกให้ฟัง และก็ขอบคุณบังมาก ๆ นะครับสำหรับเรื่องในวันนี้ ” ผมได้บอกกับบังเอาไว้ก่อนที่จะลุกเดินไปหน้าประตูแดนต่อไป “ไม่มีปัญหาไอ้หลานชาย” บังดุลบอกไล่หลังผมมา ส่วนผมก็หันมายิ้มให้กับแกแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรอีก

ผมกำลังเดินไปที่หน้าประตูแดน เดินผ่านใต้ถุนเรือนนอนเลยแวะไปที่ซุ้มบ้านก่อน “ไอ้เหี้ย! พวกมึงทำอะไรไม่ปรึกษากูกันก่อนว่ะ ” ไอ้บอยดำพูดขึ้นมาเมื่อเจอหน้าผม  ” บอกมึงแล้วมันได้อะไรละไอ้บอย มึงเอาเวลามาบ่นมาด่ากูตอนนี้ ช่วยกูหาทางออกกันดีกว่า เดี๋ยวกูไปคุยกับป๋าเวียงก่อนว่าเอาไงดี แกพอช่วยอะไรได้บ้างรึป่าว? และมีใครเห็นไอ้เบนซ์บ้างว่ะว่ามันเป็นไงบ้าง ” ผมถามพวกเด็กในบ้าน 

“พี่เบนซ์เขาเดินไปหน้าประตูแล้วครับ” เสียงไอ้หยีได้บอกกับผม ไอ้บอยมันคงโมโหที่ไม่มาบอกกันก่อนเลย และที่ผมไม่บอกก็ผมรู้ไงว่าไอ้บอยดำมันเป็นพวกไม่ชอบปะทะอะไรแบบนี้ ไม่ใช่ว่ามันไม่สู้คนนะ แต่มันชอบใช้หัวมากกว่า ผมก็เลยบอกให้มันหาทางอื่นให้ และผมก็เดินไปหน้าประตูแดนทันที ไอ้นุเด็กหน้าประตูแดนเห็นผมเดินมา ก็รีบเปิดประตูให้ผมและพาผมเข้าห้องป๋าเวียงทันที

” หวัดดีครับป๋า ” ผมหวัดดีป๋าเวียงซึ่งในตอนนี้ป๋าเวียงนั่งคิ้วขมวดรอผมอยู่ โดยมีไอ้เบนซ์นั่งรอก่อนแล้ว 

“มาแล้วหรอไอ้เสือ มึงมานั่งข้างมันเลยแล้วเล่ามาว่าเรื่องมันเป็นไง” ผมลงมานั่งข้างไอ้เบนซ์ แล้วหันมาถามมัน ” มึงเป็นไงบ้างโดนไปกี่รู “ ไอ้เบนซ์ก็เลยเปิดเสื้อให้ดูก่อนพูดว่า ” 3รูว่ะไม่คอยลึกเท่าไหรแต่ก็ปวด ๆ อยู่ ” ป๋าเวียงแกได้ยินดังนั้นก็เลยหันมาดูไอ้เบนซ์ ก่อนที่แกจะเห็นแผลที่ไอ้เบนซ์เปิดให้ดูแล้วพูดขึ้นว่า 

“ไอ้เบนซ์! มึงไม่บอกป๋าละว่าโดนแทงมาด้วย ไม่ลึกเหี้ยไรของมึงแผลที่มึงปวดเลือดมันยังไม่หยุดไหลเลยไปพ.บก่อนเลยไป ให้หมอเขาดูอาการทำแผลให้ก่อน เดี๋ยบาดทะยักจะแดกเอาก่อนได้ ไอ้นุ! ” ป๋าเวียงด้วยความเป็นห่วงไอ้เบนซ์ แกจึงไม่สนใจที่ไอ้เบนซ์พูดว่าไม่เป็นไร และเรียกให้ไอ้นุมาทันที 

” ครับป๋ามีอะไรครับ ” ไอ้นุมาถึง ” มึงพาไอ้เบนซ์ไปทำแผลที่พ.บทีนะ ไปถึงทำเลยบอกว่ากูสั่งและมึงก็อย่าให้พวกแม่งมีเรื่องกันที่พ.บอีกละ เพราะพวกมันอยู่ทำแผลกันเยอะ มึงบอกไปเลยว่าใครยังอยากมีเรื่องกันอีก เจอกูชุดใหญ่แน่นอน ”  ในตอนแรกไอ้นุมันก็ดูกระอักกระอ่วนใจทำอะไรไม่ถูก เพราะมันคิดว่าใครจะฟังมัน มันจะห้ามใครเขาได้ จนเมื่อป๋าเวียงลงคำสั่งให้มันพูดไปว่าเป็นคำสั่งของป๋า หน้าตาของมันก็เลยดีขึ้นมามาก และรีบพาไอ้เบนซ์ไปพ.บอย่างเร็วด้วยวิวแชร์คันใหม่เอี่ยมในทันที

“ให้ผมไปเป็นเพื่อนด้วยไหมครับป๋า” ผมถามกับป๋าเวียง ด้วยความที่ผมเป็นห่วงไอ้เบนซ์มันด้วย เลยอยากจะไปเป็นเพื่อนมัน ” ไม่ต้องเลยมึงอยู่เฉย ๆ นี่แหละ กูไม่อยากเห็นพ.บระเบิดอีก เดี๋ยวตีกันฉิบหายวายป่วงไปอีก ” ป๋าเวียงพูดกับผม และก็บอกให้ไอ้นุเข็นพาไอ้เบนซ์ไปพ.บต่อไป

” มานี้เลยไอ้เสือ ไหนมึงเล่าให้ป๋าฟังทีสิว่าเรื่องมันเป็นไงมาไงกันว่ะ ถึงได้เละเทะกันขนาดนี้ และขอแบบจริง ๆ นะไอ้เสืออย่าปิดบังป๋า ” ป๋าเวียงแกถามผมอย่างตรงไปตรงมาถึงเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด ผมจึงไม่ปิดบังแกจึงเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้แก่ฟัง ถึงเรื่องฉนวนเหตุสำคัญ ในการที่ทำให้เรื่องมันได้เกิดขึ้น แต่ผมได้ปิดบังเรื่องของพวกบังดุลที่ให้การช่วยเหลือพวกผมเอาไว้ เพราะผมคิดว่าไม่อยากให้พวกแกต้องมาเดือดร้อน 

ผมจึงเริ่มเล่าตั้งแต่เรื่องก่อนที่จะเตะบอลกัน บอกถึงคำพูดและอาการกวนตีนของไอ้อารต์มัน ป๋าเวียงแก่ก็พยักหน้าเป็นระยะๆ เหมือนกับแกกำลังใช้ความคิดตามไปด้วย และผมก็เล่าถึงตอนที่ไอ้หยีโดนกระทืบกลับมาจึงทำให้เป็นฉนวนเหตุที่ทำให้ยกพวกไปตะลุมบอลพวกมัน เหตุการณ์ก็เป็นไปอย่างที่เห็นนี้แหละครับ พอผมเล่าจบป๋าเวียงก็นิ่งเงียบไป แกคงใช้ความคิดอยู่เป็นแน่

” แล้วป๋าพอมีทางช่วยได้ไหมครับ ” ผมถามกับป๋าเวียงไป “ช่วยเรื่องอะไรละ ” ป๋าถามกับมาที่ผมแบบนี้เล่นไปไม่เป็นเลย ‘นั้นดิให้ช่วยเรื่องอะไร’ ผมนึกในใจ 

“คือว่านะไอ้เสือ เรื่องนี้มันต้องมีคนผิดทั้งสองฝ่าย เรื่องมันจะถึงแค่ทะเลาะวิวาทกันเท่านั้น หาคนมารับแทนมึงอีกสองคนพอแค่นั้น เข้าใจนะแล้วก็จบไม่ต้องไปมีเรื่องกันต่ออีก พรุ่งนี้ป๋าเข้าเวรในแดนค่อยว่ากัน ไปกินข้าวเตรียมขึ้นห้องได้แล้วไป” ป๋าได้อธิบายทุกอย่างให้ผมเข้าใจว่าต้องทำอะไรบ้าง และมันก็เป็นเวลาที่ไอ้เบนซ์มาพอดี

” หมอว่าไงมั้ง “ ป๋าเวียงถามอาการของมันเมื่อมันเข้ามาในห้อง ” เย็บสองเข็มแผลเลือดมันคั้งด้วยแต่เขาเจาะออกให้แล้วป๋า ” ไอ้เบนซ์บอกกับป๋า “และมึงก็ถามไอ้เสือเอาแล้วกันว่าต้องทำไง พรุ่งนี่ 9.00น. มาเจอกูที่หน้าประตู ไปกินข้าวขึ้นห้องได้แล้ว ” ป๋าเวียงได้พูดทิ้งท้ายเอาไว้ ผมกับไอ้เบนซ์จึงขอตัวออกมา และผมก็เล่าในสิ่งที่ป๋าได้บอกกับผมให้มันฟัง 

” เดี๋ยวพรุ่งนี้กูให้ไอ้หยีกับน้องมัน ไปรับแทนมึงกับกูแล้วกัน ” ไอ้เบนซ์บอกกับผม ” เออแล้วไอ้อารต์มันเป็นไงบ้างว่ะ ” ผมถามไอ้เบนซ์ และที่ถามไป เพราะนึกภาพตอนที่มันชักแล้ว ใจคอไม่ดีเหมือนกัน ” มันยังไม่ตื่นเลย แต่ก็ไม่เป็นไรมากหรอก หมอเขาฉีดยานอนหลับให้ไป 

ผมได้ยินดังนั้นก็รู้สึกสบายใจ ” แล้วนี่มึงดีขึ้นแล้วใช่ไหม ” ผมถามมันด้วยความเป็นห่วง “ก็อย่างที่กูบอกกับป๋านั้นแหละกูไม่เป็นไรแล้ว ” ผมได้ยินแล้วก็หมดห่วง “แล้วมึงไม่เป็นเหี้ยอะไรเลยหรอไอ้ใหญ่ ” ไอ้เบนซ์ถามผม 

“กูก็ไม่ได้เป็นอะไรมากหรอกก็แค่เจ็บ ๆแขนนิดหน่อย ตอนที่โดนก้อนหินปาตอนแรกก็แค่นั้น” ผมบอกกับมันไป “แต่กูชอบท่าโดดเตะมึงฉิบหายเฉียบขาดไปเลย ” ไอ้เบนซ์บอกกับผมได้เราทั้งคู่ก็เดินหัวเราะกันไปสองคน

“ชิบหายเดินหัวเราะมาแบบนี้คงไม่มีเหี้ยไรแล้วมั้ง” เสียงไอ้บอยดำตะโกนถามมาแต่ไกล “แล้วมึงได้ตักข้าวราดให้กูกินบ้างป่ะเนี่ยหิวชิบหาย” ผมเลยเปลี่ยนเรื่องถามกับไอ้บอยดำออกไป 

“ใครจะลืมราดข้าวให้คุณชายได้ละครับเชิญมาแดกได้เลยครับเขาจะขึ้นห้องกันแล้วครับ” ไอ้บอยดำพูดแบบประชด ๆ ผมไป “เออ..ไอ้แว่นออกโรงพยาบาลนอกนะไอ้บอย” ผมได้บอกกับไอ้บอยดำไปอีกที ไอ้บอยดำพยักหน้ารับทราบและผมจึงหันมาคุยกับไอ้เบนซ์ถึงเรื่องในวันพรุ่งนี้ ” เจอกันพรุ่งนี้ไอ้เบนซ์ ” ผมบอกกับมันก่อนที่จะแยกย้ายกันขึ้นห้องนอนกันต่อไป

เพียงวันหยุดวันแรก ก็มีเรื่องมากมายเกิดขึ้นกับผม ใช่ว่าผมอยากจะมีเรื่องมีราวกับใครสักเท่าไหรหรอกนะ ขออยู่นิ่ง ๆ เงียบ ๆ ดีกว่า แต่ในเมื่อมีคนอยากลองของ ก็ต้องจัดให้ไปตามระเบียบ เพราะว่าในคุกนั้น “เสียไม่ได้ ” (โปรดติดตามตอนต่อไป) “หมีขาว ขั้ว โลกเหนือ” # คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 68

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ QuotesAboutSmile และ Keywordsfun

What's your reaction?

Excited
1
Happy
0
In Love
0
Not Sure
0
Silly
0

You may also like

Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 84

ผมและไอ้แว่นได้ลงมาตั้งแถวรอเยี่ยมญาติอยู่หน้าองค์พระประจำแดน ซึ่งเป็นสถานที่รวมตัวสำหรับพวกที่มีชื่อเยี่ยมญาติในแต่ละรอบ ผมสังเกตเห็นไอ้แว่นมันดูลุกลี้ลุกลนเหมือนอยากจะถามอะไรผม แต่มันก็ยังไม่กล้าเอ่ยปากถามสักที
"วันเข้าพรรษา" ประวัติที่มา ความสำคัญ
Story

“วันเข้าพรรษา” ประวัติที่มา ความสำคัญ

ใกล้เข้ามาแล้วสำหรับเทศกาล "วันเข้าพรรษา" ที่ตรงกับวันพฤหัสบดีที่ 14 กรกฎาคม 2565 ที่จะถึงนี้ หลายคนอาจจะยังไม่เข้าใจถึงที่มาและความสำคัญของวันสำคัญดังกล่าว
Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 83

มันเป็นเช้าวันใหม่ที่บรรยากาศช่างเย็นสบายดีอีกหนึ่งวัน ผ่านการหยุดพักผ่อนที่ยาวเกือบจะอาทิตย์นึงเต็ม ๆ แต่การหยุดยาวครั้งนี้ของผมมันเหมือนแทบจะไม่ใช่การหยุดพักผ่อนอย่างคนปรกติทั่วไปนัก มันมีเรื่องราวมากมายเข้ามาไม่เว้นวัน ผมนั่งนึกย้อนดูว่ามีเรื่องอะไรบ้าง

Comments are closed.

More in:Story

Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 82

เมื่อการสอบสวนของนายอำพลนั้นไม่เป็นผลอย่างที่เขาคิดเอาไว้ เพราะว่าผมเองนั้นไม่ได้แสดงอาการสะทกสะท้านหรือหวาดกลัวอะไรเลยกับการข่มขู่และเสียงดังของเขา ที่มักจะได้ผลทุกครั้งไป และในความคิดของนายอำพลตอนนี้นั้น
Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 81

อยากจะข่มตาหลับ อย่างที่ไอ้ต้นเพื่อนผมบอก แต่มันก็ทำใจหลับไม่ลง เพราะว่าใจของผมตอนนี้ มันร้อนดั่งไฟเผาซะเหลือเกิน หัวสมองคิดไปต่างๆนานา ซึ่งมันก็อดเป็นห่วงเพื่อนฝั่งนู้นไม่ได้เลยว่าเรื่องราวมันจะลุกลามไปถึงไหนแล้ว
Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 80

ผมไม่ได้เจอเพื่อนเก่าอย่างไอ้เบนซ์มานาน ก็เลยหาที่นั่งคุยกัน ตรงใต้ต้นไม้ข้างฝ่ายฝึกวิชาชีพ มีไอ้เบนซ์ ไอ้หมี ไอ้ฮาทร์ และผมกับไอ้แว่นที่อยู่กับผมไม่ห่าง " ไอ้หมี มึงเป็นไงบ้างว่ะกูรู้มาว่าตอนโรคระบาดมึงเป็นไข้ไม่สบายด้วย " ผมถามมันด้วยความเป็นห่วง ถึงแม้ตอนนี้มันจะหายแล้วก็ตาม