Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่5

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่5

บทที่ 5. เรื่องเล่าภายในคุก 4

“กว่าจะรู้ว่าสิ่งใด มีค่า เราก็ได้สูญเสียสิ่งนั้นไปแล้ว” จงเห็นคุณค่าของ คนที่ให้ มากกว่าคนที่รับ”

จากการที่ผม..ได้อธิบายสถานที่ของเรือนจำจังหวัดแห่งหนึ่งในภาคกลาง  และเป็นแดนที่ผมอยู่ ให้คุณผู้อ่านได้รับรู้ ถึง สภาพแวดล้อมและสิ่งปลูกสร้างภายในแดน รวมถึงด้านมืดภายในคุก พอสังเขปแล้ว

ในตอนนี้ก็เหลืออีกหนึ่งสถานที่ภายในแดน ที่อยากจะเราให้ฟัง มันเป็นที่ ที่ขาดไม่ได้ ซึ่งตั่งอยู่ติดกับสนามตะกร้อ และ สนามตะกร้อก็อยู่ติดกับตึกกองงานอีกที และ สถานที่นี้ก็คือ อ่างอาบน้ำ ตู้ล็อคเกอร์ของนักโทษ และ บล็อคส้วม 3สิ่งนี้คือจุดสุดท้ายในแดนนี้แล้ว ที่ ผมจะอธิบายให้ฟัง

 คุณผู้อ่านบางคนอาจสงสัย ว่าทำไมผมถึงต้องอธิบายให้ฟัง จุดประสงค์ก็เพื่อให้คุณผู้อ่านเข้าใจกลับสถานที่ต่างๆ  ภายในแดน เพื่อที่ในตอนต่อไปผม จะเล่าประสบการณ์ชีวิต ที่ผ่านมาของผม ผ่านทางตัวหนังสือ ให้คุณผู้อ่าน ได้อ่าน เพื่อเป็นอุทาหรณ์สอนใจสำหรับใครอีกหลาย ๆ คน กับเหตุการณ์ที่ผมได้เจอและสัมผัสมาให้ฟัง และเตือนสติน้องๆวัยรุ่นที่คิดอยากจะลองยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด มันไม่เท่หรอก ถ้าเราคิดจะตามใคร มันแค่เป็นความสุขและความสนุกเพียงชั่วคู่ แต่มันต้องแลกกับอนาคตทั้งชีวิต และผลที่ตามมา ในวงการยาเสพติด ถ้าเราไม่เลิก “ไม่ตายก็ติดคุก”เหมือนอย่างที่ผมจะเริ่มเล่าประสบการณ์ชีวิตที่ครั้งหนึ่งผมได้ทำพลาดไปผมต้องเสียอะไรไปบ้าง  กับเรื่องนี้….(ในตอนหน้า)

จากตอนที่แล้ว..ผมได้เล่าถึงเรื่องโรงเลี้ยงไปแล้ว ต่อมาก็คือ สถานที่สุดท้ายภายในแดน เรียกว่า อ่างอาบน้ำ

น้ำคือปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิต คนเราขาดน้ำไม่ได้ ไม่กินน้ำไม่เกิน4-5วันก็ตายแล้ว และปัญหาที่ทุกเรือนจำต้องพบเจอคือ การขาดแคลนน้ำกินและน้ำใช้ เพราะนักโทษล้นคุกนั้นเอง เรือนจำที่ผมอยู่ก็เช่นกัน น้ำประปามันไม่พอใช้ ขนาดแก้ไขโดยให้มีการขุดน้ำบาดาลมาใช้เอง มันก็ไม่พออยู่ดี แต่ก็มีบางวันที่น้ำมีใช้อย่างพอเพียง บริเวณอ่างอาบน้ำจะอยู่ข้างหลังเรือนนอน ยาวไปจนสุดแนวกำแพงทั้งสองด้าน

แบ่งออกได้เป็น 3 ล็อค ล็อคแรกก็จะเป็นตู้ล็อคเกอร์ที่เก็บของใช้เสื้อผ้าของส่วนตัวของนักโทษ ภายในล็อคก็จะซอยออกเป็นแถว เป็นห้องๆ ห้องละ 1 แถว

แต่มันก็ยังมีปัญหา เพราะตู้ล็อคเกอร์มันก็มีไม่เพียงพอต่อนักโทษอยู่ดี และการแจกตู้ล็อคเกอร์เป็นหน้าที่ของเสมียนห้อง เสมียนห้องผม 

มันใช้นโยบายใครอยู่ก่อน ได้ก่อน พอแจกตู้ล็อคเกอร์จนหมด และได้มีนักโทษย้ายเข้ามาใหม่ ทีนี้เสมียนมันก็ทำการจับฉลาก คนที่อยู่ในห้อง ใครคือผู้โชคดีที่ต้องสละตู้เปลี่ยนมาใช้ 2 คนต่อ 1 ใบเพื่อให้คนใหม่ได้มีตู้ล็อกเกอร์ใช้ด้วย แต่มันก็มีข้อยกเว้นกับใครอีกหลายคน ที่ไม่ต้องจับฉลาก หัวหน้า รอง เสมียนไม่มีชื่ออยู่ในที่จับฉลาก นอกนั้นมีหมด ปากเสมียนมันก็พูดอย่างนั้นล่ะครับ  เพื่อให้คนในห้องคิดว่าโปร่งใสตรวจสอบได้ ผมจะสมมุติให้ฟังคร่าวๆนะครับ ตู้ล็อคเกอร์มี 80 ตู้ต่อ 1 ห้องผู้ต้องขังมี 120 คน หัวหน้า รอง เสมียนไม่ต้องจับฉลาก และผู้มีสิทธิพิเศษอีกต่างหาก 12 ใบรวมเป็น 15 ใบเท่ากับตอนนี้เหลือตู้ 65ใบ

ใน 105 คนที่เหลือจะมีชื่ออยู่ในการจับฉลากถ้าเอาตามความเป็นจริงนะครับ  แต่พอมีเหลี่ยมให้กินให้ซอกแซก มัน ไม่ใช่อย่างนั้นสิครับบางคนชื่อเดียวมี 7 ใบ”ไม่ใช่ตู้นะครับ”มันก็คือชื่อในการจับฉลากเพราะไม่มีใครจะไปดูชื่อ ในกระดาษกันหรอกครับว่ามีครบทุกคนจริงหรือเปล่าและถ้าหากเกิดมีนักโทษมากขึ้นไปอีก แต่ว่าตู้ล็อคเกอร์มันไม่พอแล้ว

ขนาดใช้ 2 คน 1 ตู้มันก็ยังไม่พออยู่ดี และถ้ามันเกิดเหตุการณ์ถึงขนาดนั้น มันก็ต้องตามมีตามเกิด

ไม่สามารถทำอะไรได้แล้ว กลายเป็นผี”ไม่มีศาล”(ตู้ล็อคเกอร์) ไปขออาศัยอยู่กับคนห้องอื่นเอา เหมือนคำพูดที่ว่า “ผู้แพ้นั้นต้องดูแลตัวเอง” ต่อไปก็จะเป็นอ่างอาบน้ำ จะ มีทั้งหมด4ล็อค ตามแนวยาว และ ระหว่างตู้ล็อคเกอร์กับอ่างอาบน้ำ จะมีกำแพงขึ้นมากันเอาไว้เป็นสัดส่วน คืนลักษณะของอ่างอาบน้ำมันก็เหมือนกับอ่างอาบน้ำ ในค่ายทหารทั่วๆไป

ในเมื่อผู้ต้องขังมีมากจนเกินไป  การขาดแคลนน้ำจึงเป็นผลที่ตามมา ทำให้ต้องมีโยธาบ่อน้ำ(เจ้าบาดาล)”คำเรียกในคุก เพื่อที่คอยดูปริมาณน้ำและจัดการให้แต่ละวัน ว่าให้มีน้ำพอให้นักโทษได้อาบ ก่อนขึ้นห้องขัง ในทุกวัน ก้เลยต้องแบ่ง.  ให้อาบน้ำเป็นรอบๆไป รอบแรก จะอาบน้ำตอน13:30 น.ก็จะมีพวก แก่ชรา ป่วย พิการ พวกนี้อาบก่อน ต่อมาก็พวกโยธาแดนตามจุดต่างๆและพวกกองกลาง(พวกที่ไม่ถูกคัดขึ้นกองงาน)

และชุดสุดท้ายก็เป็นพวกผมและพวกที่อยู่ในกองงานทั้งหมด สำหรับตัวผมเอง การอาบน้ำจะเป็นภาระกิจสุดท้ายของวันนี้  แล้วก็เตรียมตัวขึ้นเรือนนอนเวลาประมาณ15:00 น.ไม่เกินกว่านี้แน่นอน

แต่ก็จะมีนักโทษในบางส่วนที่จะต้องขึ้นเรือนตอนเย็น แต่มีไม่มากประมาณ70คน พวกนี้ก็จะมีหน้าที่รับผิดชอบ ประจำตามจุดของตัวเอง เพื่อที่จะเก็บกวาดทำความสะอาดให้เรียบร้อย ก็จะมีโยธาบ่อขยะ(หนักและเหม็น) โยธาอ่างน้ำ,บล็อคส้วม,ล็อคเกอร์(ที่ต้องมีเพราะของโดนขโมย)โยธาโรงเลี้ยง(ล้างจาน,หม้อใส่แกง,หม้อข้าว)โยธารางน้ำรอบแดน(มันคือร่องระบายน้ำ)เก็บกวาดขยะในรางน้ำ,ลากน้ำที่ขังอยู่ในรางให้หมด พวกหน้าประตูแดน เสมียนแดน แล้วก็พวกขาใหญ่ เด็กๆของลูกพี่(เด็กนาย) เพื่อที่จะเล่นฟุตบอลกับเจ้าหน้าที่ในแดน ที่มีหน้าที่เฝ้านักโทษในตอนกลางคืน มีด้วยกัน7นาย ส่วนนักโทษที่เหลือจะขึ้นห้องกันประมาณ

18:00 น.  ในความรู้สึกส่วนตัวของผมถ้าเลือกได้ผมก้อยากจะขึ้นเย็นนะ  เหตุผลก็คือ เวลา มันไม่เร่งร

บีบให้เราต้องรีบเกินไป และข้อดีอีกข้อถ้าได้ขึ้นเย็น

คือไม่ต้องแย่งอะไรกับใครดี ไม่วุ่นวาย ส่วนงานทำความสะอาดตอนเย็น ผมคิดว่าถ้าทำแบบจริงจังเลยไม่เกินครึ่ง ชม.ก็เสร็จแล้ว ส่วนเวลาที่เหลือก็ใช้กันตามอัธยาศัย

และมีอีกหนึ่ง สถานที่ สุดท้ายถือเป็นไฮไลย์ สำคัญ

มากทีเดียว คือบล็อคส้วม70บล็อคที่มีไว้ รองรับนักโทษเป็นพันคน มีขนาดสี่เหลี่ยมกะทัดรัดด้านหน้าเปิดโล่งเวลานั่ง(ขี้)ทีก็ต่างมองหน้ากันที ฟิวนี้หาที่อื่นไม่ได้แล้ว และขอบอกว่าถ้าใครเป็นพวกที่ชอบขี้ตอนเช้าเป็นประจำเนี้ย ต้องบอกเลยว่า ถ้าคุณไม่รีบลงจากขังแล้วตรงไปที่บล็อคเลยละก็ คุณอาจต้องรอต่อคิวอย่างทรมานเลยที่เดียว ผมเคยเห็นพวกรอไม่ไหวขี้แตกเต็มกางเกงก็มี และความวุ่นวาย  อลมานมันมีให้เห็นในทุกที่ของคุกแห่งนี้ มันเริ่มตั้งแต่

เช้าตอนลงจากขัง และก็ยาวสุดยันขึ้นห้อง ขนาดขึ้นห้องแล้วก็ยังไม่หยุดกันเลยก็มี  มันเป็นเรื่องที่ปรกติที่ผมเห็นอยู่ทุกวัน วุ่นวาย ซ้ำๆซากๆ วนไปวนมา อาทิตย์-เสาร์ จากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี จากปีเป็นหลายๆปี จนกว่าจะชดใช้กรรมที่ได้ก่อกันไว้หมด ไม่สามารถให้ใครใช้แทนได้ เพราะเรามีกรรมเป็นกรรมหนด และ เรามีกรรมเป็นเผ่าพันธ์ จึงต้องรับผลของกรรมนั้น มันก็ไม่แปลกหรอกครับที่มีคนเคยพูดไว้ว่า “คุก”ก็คือนรกบนดิน ดีๆ นี่เอง

ไม่ว่าคุณ คุณ…จะยิ่งใหญ่คับฟ้ามาจากไหนก็ตามถ้าคุณทำผิด  คุกยินดีต้อนรับคุณเสมอ ที่แห่งนี้มันเท่าเทียมกันทุกคน เพราะทุกคนมีคำนำหน้าว่า น.ช

จบแล้วครับกับการอธิบายรั้วรอบขอบชิดในแดนทั้งหมดที่สำคัญๆ ส่วนปลีกย่อยก็มี สนามตะกร้อ

2สนาม สนามเปตอง1สนาม ร้านตัดผม ห้องฟิตเนต

ห้องสมุด และสถานที่ ที่มีไว้ยึดเหนี่ยวจิตใจ องค์พระประจำแดน ใครไม่สบายใจก็จะมาสวดมนต์ บางคนก็แก้บน แล้วแต่ที่บนอะไรเอาไว้ และก็ร้านค้าสงเคราะห์ภายในแดน ที่มีทุกสิ่งให้เลือกสันต์ แต่มันก็ไม่เคยพอร้านค้าคือสถานที่ ที่ผมไม่อยากเข้าไปเบิกถ้าไม่จำเป็น เพราะแม่งโครตของโครตวุ่นวายวันดีคืนดี  มีมวยแถมให้ดูกันอีกด้วย… อย่างฮ่าๆก็มีคนแก่กับคนแก่ต่อยกัน กระเทยตบกันแย่งของ โดนแซงคิว อันนี้มีให้เห็นบ่อยๆ (อย่าหาทำเลยครับ ไอ้เรื่องที่ไม่ดี ทำแล้วไม่มีใครรู้ มันก็ดี แต่ เชื่อผมเถอะว่าความลับ ไม่มีในโลก “คุกนะเพื่อนไม่ใช่สนามเด็กเล่น” (หมีขาว ขั่ว โลกเหนือ)

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ Keywordsfun และ Foong-Trending

What's your reaction?

Excited
0
Happy
0
In Love
1
Not Sure
0
Silly
0

You may also like

Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่60

เสร็จธุระกับน้าชิดแล้ว ผมเลยพาไอ้แว่นไปหาอะไรกินกันที่ร้านของไอ้คม และเท่าที่ผมสังเกตุดูอาการของไอ้แว่นจนถึงตอนนี้ ผมลงความเห็นไปเลยว่า "หนักครับ" อาการมันหนักพอดูเลยละแต่มันเก็บอาการอยู่ ผมจึงต้องชวนมันคุยบ้างอะไรบ้าง ให้มันทำนู้นทำนี่ เพื่อที่จะไม่ให้มันทำตัวว่าง
นางเงือก กับเรื่องเล่าหลากหลายมุมมอง
Story

นางเงือก กับเรื่องเล่าหลากหลายมุมมอง

“นางเงือก” อมนุษย์ชนิดหนึ่งตามความเชื่อในนิยายปรัมปราและเรื่องเล่าที่เกี่ยวข้องกับน้ำ ซึ่งในตำนานและเรื่องเล่าตามพื้นที่ต่างๆทั่วมุมโลกก็แตกต่างกันไป ซึ่งยังคงเป็นปริศนาที่ไม่สามารถระบุได้ว่า มีอยู่จริงหรือไม่
Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่59

กลางเดือน ธ.ค. เข้าไปแล้ว ที่บ้านของผมก็ยังไม่มีใครมาเยี่ยมเหมือนเดิม แต่ผมก็ไม่ได้คิดอะไรมากแล้ว ก็เพราะว่าน้องชายแท้ ๆ ของผมได้เขียนจดหมายมาหาผม และน้องก็บอกผมว่าคนที่บ้านทุกคนสบายดี และก็ยังบอกให้ผมอดทน

Leave a reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

More in:Story

วันฮาโลวีน (Halloween) เทศกาลปล่อยผี
Story

วันฮาโลวีน (Halloween) เทศกาลปล่อยผี

ใกล้เข้ามาแล้วสำหรับวันที่ 31 ตุลาคม หรือ วันฮาโลวีน (Halloween) ถึงแม้จะไม่ใช่ประเพณี หรือวันสำคัญของคนไทย แต่ก็เป็นหนึ่งวันที่มีการจัดการละเล่น แต่มีน้อยคนที่จะรู้ถึงประวัติ และต้นกำเนิดที่แท้จริง
Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่58

เวลาได้ผ่านล่วงเลยไปถึง 3 วัน โดยที่ไม่มีเหตุการณ์ใดๆเกิดขึ้นเลย คนป่วยภายในแดนมีเพิ่มขึ้นมาไม่มากนัก ส่วนพวกที่หายป่วยดูจะเพิ่มมากขึ้นทุกวัน
Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่57

รุ่งอรุณของวันใหม่ได้มาถึง บรรยากาศในห้อง 2/5 มันช่างดูเงียบกริบ ไม่ค่อยมีใครพูดคุยกันเหมือนอย่างเช่นทุกวัน.. ก็จะให้คุยกันได้อย่างไร ในเมื่อมีศพคนตายนอนอยู่ในห้องเช่นนี้