Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่47

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่47

บทที่47 กระเทยกับอิทธิพลที่มีในคุก

” ฝนมักตกในวันที่เราไม่ได้พกร่ม ปัญหามักจะเข้ามาในวันที่เราไม่ได้เต็มใจ อดทนไว้เถอะ บทเรียนจะทำให้เรา ฝ่าฝนไปได้ แม้วันข้างหน้าจะไม่มีร่มก็ตาม “

** โอกาสสุดท้ายของไอ้นพมันได้หมดลงแล้ว เมื่อพี่วุฒิได้เดินเข้ามาตามถึงในแดน บุรุษหน้ายิ้มร่างยักษ์คนนี้ ไม่มีใครสามารถเดาอารมณ์ ของแกออกได้เลย ว่าขณะนั้น อารมณ์ของแก่ดีหรือร้ายกันแน่ แกสูบบุหรี่เดินยิ้มตามไอ้นุไปอย่างไม่รีบร้อนอะไร ราวกับว่า เหตุการณ์ที่แกจะต้องเจอนั้น มันปกติธรรมดาทั่วไป ก็อย่างที่ผมเคยได้กล่าวเอาไว้ ติดคุกเพื่อรอวันจาก จะจากเป็นหรือจากตายก็เท่านั้นเอง มันไม่มีอะไรแน่นอนหรอกครับในคุก  

เมื่อถึงเวลาไปมันก็ต้องไปกันทุกคน ยิ่งถ้าคิดที่จะเกเรอย่างไอ้นพแล้วด้วย ก็ยิ่งต้องเตรียมใจกับผลที่จะได้รับตามมา ในข้อนี้ ผมคิดว่าไอ้นพมันก็คงรู้ดี แต่ที่มันเลือกจะดื้อดึงดื้อรั้นไม่ยอมไปในตอนนี้นั้น ผมก็มองเห็นอยู่เหตุผลเดียว ผมคิดว่าต้องเป็นเรื่องอีเบลเมียมันเป็นแน่ กระเทยมักมีอิทธิพลต่อพวกนักโทษชายเสมอ ถ้าพูดกันง่าย ๆ มันก็คือผู้หญิงสำหรับคนในคุกนี้เอง ขนาดไม่ว่าหน้าตาของมันจะเหมือนศพหมาขนาดไหน ผมเห็นอยู่ในคุกเเม่งมีผัวเลี้ยงอยู่ดี และ ถ้ายิ่งหนังหน้าดูดีอย่างอีเบล บวกกับ มีนมด้วยแล้วละก็ ใครเป็นผัวก็คงไม่อยากจะย้ายไปไหนทั้งนั้น และกระเทยเป็นบุคคลประเภทเดียวในคุกที่ไม่มีญาติมาเยี่ยมเลยก็สามารถอยู่ได้  

กระเทยข้างนอกต้องหาเลี้ยงผู้ชาย แต่จะกลับกันกับกระเทยข้างใน ผู้ชายเป็นฝ่ายหาเลี้ยงกระเทย ส่วนเรื่องทะเลาะเบาะแว้งแย่งกระเทย  อันนั้นเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว  และก็มีให้เห็นบ่อยอยู่ด้วย  ยิ่งถ้ากะเทยคนนั้นติดคุกเข้ามาใหม่ หรือย้ายจากเรือนจำอื่นเข้ามาด้วย ก็ยิ่งทำให้เหล่าบรรดาขาใหญ่ ในแดนทั้งหลายที่ส่วนใหญ่ติดเหลือง ก็ต่างหาทางช่วงชิงเอามาเป็นของตน เพื่อที่จะมีไว้ประดับบารมี (ไม่รู้เหมือนกันว่าคิดกันได้ยังไง) เพราะว่าการที่คุณมีเมียกระเทยอยู่ในคุก อันดับแรกเลยคุณต้องมีตังค์ อันดับ 2 คุณต้องมีหน้ามีตาในคุก อันดับ 3 คุณต้องสามารถหาซื้อเครื่องสำอางมาให้คุณเธอทั้งหลายได้ 

คุณต้องตอบสนองความต้องการ ความอยากได้อยากมี ของคุณเธอทั้งหลายให้ได้ ถ้านักโทษคนไหนมีครบ องค์ประกอบทั้ง 3 อย่างนี้ กระเทยเขาจึงจะไปอยู่ด้วย คุณจะขาดข้อใดข้อหนึ่งไม่ได้เลย ผมเห็นว่ามันไม่มีประโยชน์อะไรเลยจริง ๆ มีแต่หมดกับหมด แล้วยิ่งกระเทยคนไหนที่มีผัวอยู่แล้ว ส่วนใหญ่ก็มักจะชอบไปเล่นหูเล่นตากับนักโทษคนอื่น ยิ่งได้รู้ว่าผัวตัวเองเป็นคนขี้หึงแล้วล่ะก็ยิ่งทำ สงสัยยากจะเช็คเรทติ้งละมั้ง ก็ความตอแหลข้อเดียวนี่แหละ ที่มักกลายเป็นชนวนเหตุในการทะเลาะเบาะแว้งกันในแดนอยู่เป็นประจำ แม้ว่าโดยปกติจะสนิทกันขนาดไหนก็ตาม ดังคำกล่าวที่ว่า  ‘เพราะตูดเป็นเหตุ สังเกตุได้ ‘ ** 

หายเงียบกันไปพักใหญ่ไม่มีสัญญาณใด ๆ เกิดขึ้นในแดน ซึ่งมันก็ดูผิดปกติ “เฮ้ย!ทำไมมันดูเงียบแปลกๆว่ะ” ป๋าเวียงหันมาพูดกับผม “ไอ้ใหญ่มึงเดินไปดูซิ ว่าเป็นไงกันบ้าง” งานเข้ากูจนได้ผมคิด“ได้ครับป๋า ดูดบุหรี่อีก 2ทีก่อน ” ดังนั้นผมจึงดูดบุหรี่อีก 2 ที แล้วยื่นที่เหลือให้ไอ้เบนซ์ ซึ่งในตอนนั้นไอ้เบนซ์มันกำลังก้มหน้าก้มตาเขียนราคาต่อรองฟุตบอลอยู่ ซึ่งจะเตะกันวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ที่จะถึงนี้ แล้วก็ลุกเพื่อที่ไปดูว่าเหตุการไอ้นพจี้ตัวประกันมันไปถึงไหนแล้ว 

ผมกึ่งวิ่งกึ่งเดินจะถึงใต้ถุนเรือนนอนก็พอดีกับที่ไอ้นุุเดินสวนมาพอดี “ไอ้นุเป็นไงบ้างว่ะทำไมมันเงียบจัง ” ผมจึงเรียกและถามมัน “ก็ไม่มีอะไรว่ะ พี่วุฒิแกไม่ได้เข้าไปตีไอ้นพมันเลย แกถามมันแค่มึงจะเอาไง ไอ้นพมันก็บอกในสิ่งที่มันต้องการไป พี่วุฒิแกก็ยืนนิ่ง ๆ ไม่พูดอะไร ดูดบุรี่จนหมดมวน แกก็พูดแค่ไม่ย้ายก็ไม่ย้าย และสั่งให้กูไปเอารถเข็นพบ.มาเข็นมันไปเย็บแผลเนี้ยแหละ” ไอ้นุได้เล่าให้ผมฟัง ดังนั้นผมจึงเดินกลับไปที่เดิม ไปถึงผมก็ได้เล่าในสิ่งที่ไอ้นุบอกกับผมมาให้ป๋าเวียงฟังทั้งหมด “ป๋าว่ามันชอบกลรึป่าว ไม่ย้ายก็ได้หรอครับแบบนี้ ” ผมถามกับป๋าในสิ่งที่ผมสงสัย 

“มันเป็นคำสั่งโดยตรงจากกรมราชทัณฑ์ ให้จับย้ายให้หมด และผบ.แดนเขาร้องขอให้ใส่ชื่อไอ้นพย้ายไปด้วย สลักหลังมันว่ามันสร้างความปั่นป่วนไม่สงบเรียบร้อยภายในแดน ไอ้พวกนี้ไม่ย้ายไม่ได้หรอก มึงจะเอาชื่อใครมาเสียบ เหมือนตอนที่มีชื่อย้ายไปที่อื่นเหมือนปรกติก็ไม่ได้ เสียตั๋ว(เงิน)เหมือนเดิมก็หมดสิทธ์ มันทำอะไรไม่ได้ตั้งแต่แรกแล้ว ไม่ใช่กูไม่อยากช่วย  มึงไปสถานเดียว ” ป๋าเวียนได้บอกให้ฟัง 

“ไอ้นพมันอยู่สบายจนเคยตัว เกเรเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และยิ่งมีพี่ชายอยู่ด้วยอีก 2 คน มันก็เหมือนเสือติดปีก ทำอะไรไม่ไว้หน้าใครสักเท่าไหร่ ” ไอ้เบนซ์พูดขึ้นมาทั้งที่ตายังดูหนังสือบอลกับมือที่กำลังจดเลสบอลอยู่ “มังกรพลัดถิ่นหรือจะสู้งูดินเจ้าที่ ” ผมเลยพูดเสริมขึ้นมาทำนองว่า มึงไปทำนิสัยเหมือนอยู่ที่นี้ละก็มึงตายแน่นอน ต่อให้มึงเก่งกล้าสามารถขนาดไหน จาพนมเรียกมึงว่าอาจารย์ก็ตาม มึงก็ตัวคนเดียว ‘หัวเดียวกระเทียมลีบ ‘ ขืนไปแสดงความยิ่งใหญ่สุ่มสี่สุ่มห้ากลับบ้านเร็วกว่าปรกติแน่นอน แต่เป็นกลับบ้านเก่านะครับ(ตาย)

ไอ้นุ..เข็นรถที่มีไอ้นพนั่งอยู่ สถาพไอ้นพในตอนนั้นมันดูไม่ได้เลย เลือดแห้งเกอะกังตามตัวไปหมด ตรงไหนแผลใหญ่หน่อยก็ยังเห็นคราบเลือดซึม ๆ ออกมาบ้าง หน้าไอ้นพมันดูซีดลงไปอย่างเห็นได้ชัด “ใหญ่..ขอสูบที่สิ ” ไอ้นพพูดขอบุหรี่ ที่ผมสูบอยู่ น้ำเสียงมันฟังดูแล้วอ่อนระโหยโรยแรงเป็นอย่างมาก ผมจึงยื่นบุหรี่ที่ยังสูบไปไม่ถึงครึ่งมวนให้กับมัน พร้อมกับน้ำสี(แดง)เย็น ๆ อีก1แก้ว “ขอบใจมากเพื่อน” ผมยิ้มให้ไอ้นพมัน เพราะผมนึกคำพูดอะไรไม่ออกเมื่อเห็นสภาพมันตอนนี้ ก็เลยได้แต่ยิ้มให้กำลังใจมัน มันยกมือไหว้ขอโทษป๋ากับเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด ป๋าเวียงพยักหน้า แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร พี่วุฒิเดินทิ้งช่วงจากนักโทษทั้งสองห่างพอสมควร ปากคาบบุหรี่ มือซ้ายเดินล้วงกระเป๋า มือขวาเดินถือกระบอง มันช่างเทห์เหลือกล่ำหรือเกิน

“ไปแล้วพี่ ” แกบอกกับป๋าและก็เดินออกนอกแดนตามไอ้นุที่เข็นไอ้นพอยู่ห่างๆ พี่ชายทั้ง 2 พี่โนชกับพี่นนท์ทำได้เพียงเดินมาส่งแค่หน้าประตูแดน ยืนดูน้องชายจนลับตาไป “ป๋าน้องผมไม่กลับมาแล้วใช่ไหม พี่วุฒิเขาหลอกใช่ไหม ว่าให้ไปทำแผลที่พบ.อย่างเดียว ”  ‘ป๋าแกก็ไม่ได้พูดอะไร ได้แต่พยักหน้า ‘ ให้คนทั้งสองเข้าใจ 

“จบเรื่องในแดนกันสักที ” ผมพูดขึ้นมา ใช่ครับ เรื่องในแดนมันได้จบลงแล้ว แต่ตอนนี้ มันได้กลายเป็นเรื่องนอกแดนไปแล้ว รอฟังไอ้นุกลับมาเล่าอย่างเดียว ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง “เอาไปดูซะ แล้วมึงจะเปิดโต๊ะวันไหน” ไอ้เบนซ์โยนกระดาษคู่บอลและราคาต่อรองจริงๆพร้อมค่าน้ำให้ผมดูอีกด้วย “วันศุกร์ นี้ไปเลย “ ผมบอกกับมัน ไม่ต้องรออะไรอีกแล้วให้เสียเวลา วัดใจไปเลยถ้าดวงดีก็รอด แต่ถ้าคนมันซวยก็เจ๊งไป ขาโต๊ะหักไปตามระเบียบ 

“และที่มึงให้กูดูเนี่ยมึงจะให้กูแทงอีกหรอ ” ผมแกล้งพูดแหย่ไอ้เบนซ์ไป “นี่มึงคิดว่ากู ให้มีดมึงให้มึงมาแทงตัวกูเองหรอ” มันพูดกับผม “มึงก็มีสำบัดสำนวนกับเขาด้วยเหรอเนี่ย ” ผมถามมัน

“กูให้มึงดูเพื่อไปแทงโต็ะอื่น ถ้ามึงอยากแทง และอย่าเสือกไปบอกราคาจริงกับใครไปละ รู้แค่มึงกับกูพอ” ไอ้เบนซ์ได้พูดกำชับกับผม ว่าไม่ให้พูดเรื่องราคาบอลจริงกับใครทั้งนั้น  

“กูรู้แล้วละน่า มึงก็รู้ว่ากูเป็นคนปากมากรึไง ” ผมถามถึงนิสัยของผมเองกับมันไปว่าผมมีนิสัยยังไง “กูรู้ว่ามึงอ่ะไม่ปากมากหรอก แต่นิสัยมึงอ่ะขี้สงสารคนไง ใครเดือดร้อนขอให้ช่วยเข้าหน่อย มึงช่วยได้มึงก็ช่วยเขาทุกทีแหละ ” มึงนิรู้จริงรู้ไปหมด ผมคิดในใจ นั่งรอฟังข่าวจากไอ้นุได้สักพักใหญ่ มันก็เดินเข้ามาหน้าประตูแดนเพียงคนเดียวโดยปราศจากไอ้นพมาด้วย 

“โดนไปชุดใหญ่ไฟกระพริบเลยพี่ ไอ้นพอ่ะ ยังไม่ทันได้เข้าพบ.ทำแผลอะไรเลย พี่วุฒิกระโดดถีบรถเข็น จนไอ้นพล้มจ ากนั้นก็เตะหน้า กระทืบเจาะยาง ไล่ข้อ เสียงดังเพราะเชียว ป๊อก ๆ ไอ้นพไม่ทันจะได้ร้องแป๊บเดียวตีนเหยียบหน้าล็อคกุญแจมือจบ ลากขึ้นรถแล้วก็สั่งให้ผมไปเอาพาราแก้อักเสบอุปกรณ์ทำแผลไปให้มันทำแผลบนรถ” ไม่ทันที่พวกผมจะได้ถาม ไอ้นุก็ชิงเล่าก่อนถึงเหตุการณ์ที่พี่วุฒิจัดการจนไอ้นพยอมไปแต่โดยดี ออกมาได้เป็น ฉาก เป็นฉาก 

“แล้วมันเดินขึ้นรถเองหรือเปล่า” ป๋าเวียงได้ถามกับไอ้นุ “เปล่าครับป๋า หิ้วปีกพยุงขึ้นไปครับ โดนไล่ข้อ หนักขนาดนั้น หัวเข่าบวมเลยครับ เท่าที่ผมสังเกตุเห็นนะครับ” ไอ้นุได้เล่าสาเหตุและอาการของไอ้นพให้ป๋าฟัง “ถ้าไอ้โนช ไอ้นนท์ถามมึงเรื่องไอ้นพ มึงก็ไม่ต้องเล่าละเอียดถึงขนาดนี้หรอกนะหรือถ้าให้ดีบอกไม่รู้ไม่เห็นเดินเข้ามาก่อนจบ” ป๋าแกพูดเตือนไอ้นุ 

ถ้ามันคิดที่จะเล่าเรื่องไอ้นพให้ใครฟัง เพราะว่ามันไม่ใช่เรื่องที่จะเอามาเล่ากันแบบสนุกสนานได้ แล้วยิ่งคนในคุกเล่าปากต่อปากเรื่องแค่ 10 มันสามารถเล่ามาเป็นพันได้ เละเทะไปหมด ไอ้นุมันก็ตบปากรับคำกับป๋าว่าจะไม่บอกเรื่องนี้ให้ใครฟังอีก 

มันจะบอกแต่ว่ามันกลับมาก่อนแต่ผมคิดว่ายังไงเดี๋ยวพี่นนท์พี่โนชก็คงจะรู้ความจริงเรื่องไอ้นพอยู่ดี แต่มันก็ยังดีกว่าที่จะรู้ในตอนนี้ ใช่หรือเปล่าครับ เพราะคนเราทุกคนนั้น ไม่มีใครสามารถทนฟังเรื่องคนในครอบครัวตัวเอง โดนทำร้ายต่อหน้าต่อตา โดยที่ทำอะไรไม่ได้เลยหรอกครับ คงต้องปล่อยให้เวลาเป็นสิ่งที่เยียวยาหัวใจกันเองไปสักพักนึงก่อนก็คงจะดี…พบกันใหม่ตอนหน้าสวัสดีครับ ( โปรดติดตามตอนต่อไป )  ” หมีขาว ขั้วโ ลกเหนือ ” #คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่47

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ Keywordsfun และ Foong-Trending

What's your reaction?

Excited
0
Happy
0
In Love
0
Not Sure
0
Silly
0

You may also like

Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 84

ผมและไอ้แว่นได้ลงมาตั้งแถวรอเยี่ยมญาติอยู่หน้าองค์พระประจำแดน ซึ่งเป็นสถานที่รวมตัวสำหรับพวกที่มีชื่อเยี่ยมญาติในแต่ละรอบ ผมสังเกตเห็นไอ้แว่นมันดูลุกลี้ลุกลนเหมือนอยากจะถามอะไรผม แต่มันก็ยังไม่กล้าเอ่ยปากถามสักที
"วันเข้าพรรษา" ประวัติที่มา ความสำคัญ
Story

“วันเข้าพรรษา” ประวัติที่มา ความสำคัญ

ใกล้เข้ามาแล้วสำหรับเทศกาล "วันเข้าพรรษา" ที่ตรงกับวันพฤหัสบดีที่ 14 กรกฎาคม 2565 ที่จะถึงนี้ หลายคนอาจจะยังไม่เข้าใจถึงที่มาและความสำคัญของวันสำคัญดังกล่าว
Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 83

มันเป็นเช้าวันใหม่ที่บรรยากาศช่างเย็นสบายดีอีกหนึ่งวัน ผ่านการหยุดพักผ่อนที่ยาวเกือบจะอาทิตย์นึงเต็ม ๆ แต่การหยุดยาวครั้งนี้ของผมมันเหมือนแทบจะไม่ใช่การหยุดพักผ่อนอย่างคนปรกติทั่วไปนัก มันมีเรื่องราวมากมายเข้ามาไม่เว้นวัน ผมนั่งนึกย้อนดูว่ามีเรื่องอะไรบ้าง

Comments are closed.

More in:Story

Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 82

เมื่อการสอบสวนของนายอำพลนั้นไม่เป็นผลอย่างที่เขาคิดเอาไว้ เพราะว่าผมเองนั้นไม่ได้แสดงอาการสะทกสะท้านหรือหวาดกลัวอะไรเลยกับการข่มขู่และเสียงดังของเขา ที่มักจะได้ผลทุกครั้งไป และในความคิดของนายอำพลตอนนี้นั้น
Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 81

อยากจะข่มตาหลับ อย่างที่ไอ้ต้นเพื่อนผมบอก แต่มันก็ทำใจหลับไม่ลง เพราะว่าใจของผมตอนนี้ มันร้อนดั่งไฟเผาซะเหลือเกิน หัวสมองคิดไปต่างๆนานา ซึ่งมันก็อดเป็นห่วงเพื่อนฝั่งนู้นไม่ได้เลยว่าเรื่องราวมันจะลุกลามไปถึงไหนแล้ว
Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 80

ผมไม่ได้เจอเพื่อนเก่าอย่างไอ้เบนซ์มานาน ก็เลยหาที่นั่งคุยกัน ตรงใต้ต้นไม้ข้างฝ่ายฝึกวิชาชีพ มีไอ้เบนซ์ ไอ้หมี ไอ้ฮาทร์ และผมกับไอ้แว่นที่อยู่กับผมไม่ห่าง " ไอ้หมี มึงเป็นไงบ้างว่ะกูรู้มาว่าตอนโรคระบาดมึงเป็นไข้ไม่สบายด้วย " ผมถามมันด้วยความเป็นห่วง ถึงแม้ตอนนี้มันจะหายแล้วก็ตาม