Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่45

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่45

บทที่45 สามทหารเสือโหรา ep2

“เพื่อนก็เหมือนดวงดาวบนท้องฟ้า ถึงจะมองไม่เห็นตลอดเวลา แต่ก็รู้ว่าบนฟ้ายังมีดาว”

** ย้ายมาแค่ 2 วัน ผมก็ต้องมีหน้าที่ให้ต้องทำและรับผิดชอบแล้ว  เป็นถึงหัวหน้ากองงานแห เทห์ซะไม่มี เฮ้อ…คิดแล้วมันก็หนักใจ ไอ้การเป็นหัวหน้ากองงานมันไม่ได้เป็นกันง่ายๆ ดูเหมือนสบาย มีช่องทางให้ได้กินได้ใช้ไปตลอดไม่มีหมด แต่มันก็ต้องมีความรับผิดชอบ ต้องควบคุมคนให้อยู่ ต้องเด็ดขาดห้ามใจอ่อน และนิสัยผมเป็นขี้สงสารคนอยู่ด้วย ก็ใจเขาใจเรา ไม่อยากจะต้องไปบีบใคร แล้วแบบนี้มันจะไปรอดหรือเปล่าวะเนี่ย แต่ยังไงก็ต้องทำหนีไม่ได้อยู่ดี ก็รับคำเขาไปแล้วด้วย ลองดูสักทีแล้วกัน **

เช้าวันนี้ลงขังมา ประมาณ6โมงเช้าเห็นจะได้ อากาศมันเริ่มเย็น เพราะใกล้หน้าหนาวเข้าไปทุกทีแล้ว แปลกใจอยู่เหมือนกัน ทำไมปีนี้มันหนาวเร็วจัง แต่ผมก็ชอบนะ หนาวมันก็ดีกว่าร้อน ไอ้แว่นเอากาแฟมาเสริฟ์เหมือนเดิม พร้อมขนมปังที่มันซื้อมาตอนเยี่ยมญาติเมื่อวาน ทั้งที่ผมบอกว่าไม่ต้องซื้อมาเยอะ แต่ของที่มันซื้อมา ก็พันกว่าบาทเหมือนเดิม ผมกับมันกินกาแฟไปด้วยกัน ผมก็สังเกตุดูแล้วตอนนี้ ไอ้แว่นมันก็ปรกติดี คงจะไม่คิดมากกับเรื่องเมียมันเท่าไหร่แล้ว 

ผมก็เลยลองถามมันดู เพื่อความชัวร์ “ไอ้แว่น เป็นไงบ้างดีขึ้นรึยัง” ผมถามมันไปตรงๆไม่อ้อมค้อม “เรื่องอะไรหรอพี่ ” มันย้อนถามกับผม สงสัยมันคงหายดีแล้วละผมคิด “เออ…ดีแล้วไม่มีอะไร เอาบุหรี่มาต่อสูบกันดีกว่า” ผมไม่พูดให้มันกลับมาคิดอีก ก็เลยเปลี่ยนเรื่องคุยดีที่สุด ไอ้แว่นต่อบุหรี่แล้วยื่นมาให้ผม 

“พี่จะถามถึงเรื่องเมียกับผมใช่ไหม ว่าผมยังคิดมากอยู่ไหม” สุดท้ายมันก็เปิดประเด็นขึ้นมาซะอย่างนั้น และมันก็พูดอีกว่า “ผมจะดูวันศุกร์นี้อีกทีนึงพี่ ถ้ามันมาหรือแม่ผมติดต่อมันได้ ก็ยังโอเคอยู่ แต่ถ้าไม่ได้เลยมันก็คงมีผัวใหม่ไปแล้วจริงๆ ตอนนี้ก็เลยหายคิดมากแล้วพี่ ” ได้ยินดังนั้นผมเลยรู้สึกโล้งใจไปนิดนึง 

“ดีแล้วที่มึงคิดอย่างนั้นได้ คนเราคบกันรักกันมา ก็ต้องเชื่อใจกัน ตัวมึงต้องรู้จัก นิสัยเมียมึงดีว่าเป็นยังไง ให้โอกาสมันก่อน อย่าพึ่งตีโพยตีพายไป ถ้าเจอหน้ากันอย่าไปด่ามันนะ คุยกันดีๆ มึงต้องคิดเอาไว้ว่า มึงเป็นคนทิ้งเขามา ให้เขาอยู่คนเดียว มึงต้องคอยให้กำลัง ต้องพูดให้เมียมึงรู้สึกดี ให้มันรู้สึกว่าอยากมาเยี่ยมมึง มาหามึงอีก…แต่พี่ก็อยากจะให้เอ็ง ทำใจเพื่อเอาไว้บ้างก็ดีนะ มึงต้องยอมรับความจริงให้ได้ ไม่ว่าอะไรมันจะเกิดขึ้นก็ตาม เพราะเราอยู่ข้างในนี้ เราทำอะไรไม่ได้ทั้งนั้น กับเรื่องข้างนอก สิ่งที่มึงทำได้ ก็คือทำใจ มึงสามารถทำได้แค่นี้แหล่ะ อย่าหาเรื่องทำร้ายตัวเอง ไปมากกว่าที่เป็นอยู่ในตอนนี้เลย เชื่อพี่ ” ผมก็ได้แค่พูดให้มันได้คิด 

จะคิดได้ไม่ได้ก็อยู่ที่มัน และสิ่งที่ผมบอกมัน ครั้งนึงก็เคยมีคนพูดแบบนี้ให้ผมฟัง ผมก็คิดว่าสิ่งที่เขาเคยพูดกับผมมามันจริง ผมก็เลยเอามาพูดกับไอ้แว่นมันและคิดว่าสิ่งที่ผมได้บอกมันจะช่วยมันได้ในครั้งนี้ เหมือนกับที่ช่วยผมในตอนนั้น

“ครับพี่ผมจะจำที่พี่บอกเอาไว้ครับ” มันตบปากรับคำผม แล้วเสียงนกหวีดกินข้าวรอบเช้าก็ดังขึ้น ผมกับไอ้แว่น เรา 2 คนจึงลุกเดินไปกินข้าวเช้ากันตามปรกติ อยากจะบอกให้รู้ถึงเรื่องจริงเลยว่า อาหารที่ทำให้นักโทษกินในคุกนั้น รสชาติดีที่สุด(พอกินได้) ก็คืออาหารเช้าเท่านั้น ต้มจืด คือกับข้าวที่ดีที่สุด อย่างเช่นในเช้านี้ เป็นต้มจืดล้อแม็กไก่(หัวไชเท้า) กินข้าวรอบเช้า ผมกับไอ้แว่นจะกินกันให้อิ่มไปเลย ไม่มีการกินรองท้องเด็ดขาด ถึงแม้ในตอนนี้ผมกับมันต่างไม่ได้ลำบากอะไร แต่ผมอยากจะสอนมันให้รู้จักกิน รู้จักใช้ รู้จักหาและรู้จักเก็บ อย่ามัวแต่หวังพึ่งญาติเพียงอย่างเดียว  

แต่เรื่องพวกนี้ผมจะไม่บอกหรือคุยให้มันเข้าใจหรอกครับ เดี๋ยวผมจะทำให้มันเห็น และทำตามในสิ่งที่ผมทำอยู่ในทุกวัน มันจะซึมซับจนเป็นนิสัยไปโดยปริยาย เพราะไอ้แว่นมันเป็นเด็กที่เรียนรู้เร็ว ปรับตัวเก่ง มันมีอะไรเหมือนผมอยู่หลายเรื่อง ผมถึงเอามันมาอยู่ด้วย และจะสอนให้มันรู้ถึงหลักการใช้ชีวิตในคุกให้ว่ามันเป็นยังไง

เมื่อเคารพธงชาติเสร็จแล้ว ทุกคนในแดนต่างก็แยกย้ายกันไปทำหน้าที่ต่างๆ ของตนเอง ใครอยู่กองงานไหนก็ขึ้นไปกองงานนั้น ผมกับไอ้แว่นและเด็กในบ้าน ที่อยู่บนโรงงาน 2 ต่างก็ขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัว อยู่ด้านนี้มันดีที่เราใส่เสื้อผ้าอยู่บ้านได้ทุกวัน มันเห็นแล้วมันสบายตานะครับ ไม่ใช่เห็นแต่ชุดเสื้อผ้าเรือนจำ ผมว่ามันหดหู่แถมร้อนก็ร้อนอีกด้วย ส่วนเรื่องเสื้อผ้านั้นผมได้จ้างให้คนซักวันละ 4 ชุด ผมกับไอ้แว่นตกอาทิตย์ละ 2 ซอง ส่วนแฟ็บกับน้ำยาปรับผ้านุ่มเดือนละ 2 ห่อ ราคานี้ก็ถือว่าไม่แพงนะครับ เพราะทางเดินขึ้นมาเอาเสื้อผ้าด้วยแล้ว ก็เอาเสื้อผ้ามาส่งด้วย 

คนซักผ้าผมเป็นกระเทยครับ ที่จ้างกะเทยซักผ้าเพราะรู้จักกันด้วย เคยจ้างมาตั้งแต่รอบที่แล้วและอีกอย่างกะเทยมันรักสะอาดครับ ซักเสื้อผ้าดีไม่มีเหม็นเวลาเหงื่อออกมากๆอีกด้วย เพราะจะซักร่วมกับในบ้านก็ไม่ไหว เห็นไอ้ชาติมันซักแล้วเหนื่อยใจครับ ซัก 3 ทีจุ่มน้ำ ล้างน้ำแฟ็บเอาตีนเข้าไปกระทืบๆ ปรับผ้านุ่มปิดตากจบ ก็จะให้มันซักสะอาดได้อย่างไรล่ะครับ งานจ้างก็ได้น้อย เสื้อผ้าก็เยอะ มันเคยบอกผมไม่ซักน้ำเปล่าอย่างเดียวก็บุญแล้ว เป็นอันว่าผมขอจ้างซักดีกว่าครับสบายใจดี

เวลา 9:00 น โดยประมาณ มันก็เป็นไปอย่างที่ไอ้บอยพูดมีเสียงประกาศย้ายเรือนจำดังมาทางลำโพงกระจายเสียงของเรือนจำ ถึงรายชื่อของผู้ที่ถูกย้ายเรือนจำในครั้งนี้ มีทั้งหมด 16 คน เป็นนักโทษที่อยู่แดนแรกรับและกระทำผิดที่ถูกชุดดำจู่โจมเมื่อ 2-3 เดือนที่แล้ว มีด้วยกันทั้งหมด 15 คนส่วนคนที่ 16 เป็นนักโทษที่อยู่แดนเด็ดขาดชายนั่นก็คือ มานพน้องคนเล็กของสามทหารเสือโหรานั้นเอง 15 คนแรก ผมไม่รู้สึกแปลกใจเลยที่โดนย้ายหนึ่งในนั้นก็มีพี่อิ๋วบ้าน อ.เมือง ไอ้โรจน์เมืองกาญที่ผมรู้จักก็มี 2 คน นอกนั้นก็พวกลูกน้องลูกกระจ็อกของบ้านไอ้โรจน์ทั้งนั้น

ผมได้สังเกตเห็นความผิดปกติบนโรงงาน 2 เหล่านักโทษเกาะลูกกรงมองลงไปข้างร่างกันยกใหญ่ ข้างล่างต้องมีเหตุการณ์อะไรเป็นแน่ ผมนึกในใจก็เลยเดินไปดูตรงที่ไอ้บอยดำกับพวกเด็กในบ้านยืนดูกันอยู่ “มีอะไรกันว่ะไอ้บอยดำ” ก่อนที่จะเดินไปถึงไอ้บอยผมได้ถามมัน 

“มึงมาดูดิไอ้ใหญ่ ก็ไอ้นพมันไม่ยอมย้ายว่ะ มันร้องโวยวายแหกปากกับพี่โนชกับพี่นนท์ใหญ่เลย มาดูเร็วดิ ” ไอ้บอยดำเร่งให้ผมรีบมาดู แล้วมันก็เป็นจริงอย่างที่ไอ้บอยดำบอกไอ้นพขัดขืนพี่ชายทั้งสอง ไม่ยอมให้พี่ทั้งสองได้เข้าใกล้มัน แล้วมันก็วิ่งไปยังล็อคฝักบัวที่มันอยู่ ผมเห็นในมือของมันถือลักษณะเหมือนจะมีดหรือเหล็กผมก็ไม่แน่ใจเอาไว้ ในตอนนี้ไอ้นพมันเหมือนหมาบ้าจริงไม่มีใครอยากจะเข้าใกล้มัน ผมเห็นพี่นนท์เดินไปคุยอะไรกับผบ.แดนแล้วก็ป๋าเวียง ลักษณะเหมือนจะไปขอไม่ให้น้องของเขาต้องย้ายเรือนจำ เพราะผมดูจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มันต้องเป็นอย่างนั้นแน่นอน และพี่นพก็เดินออกมา จากหน้าประตูแดน พร้อมกับสายหน้าบอกพี่โนชว่าขอไม่ได้ 

แล้วอย่าคิดว่าเรื่องมันจะจบเพียงเท่านี้นะครับ คนอย่างไอ้นพมันไม่ยอมให้เรื่องจบง่ายๆหรอกครับ สักพักนึง เสียงวี้ดว้าย!! ของบรรดาพวกกระเทยในแดน ต่างส่งเสียงดังออกมา จนขนาดพวกผมที่อยู่บนกองงานได้ยินและก็มีกระเทย 4-5 คน วิ่งแตกตื่นออกมา จากใต้ถุนเรือนนอน สร้างความแตกตื่นตกใจให้กับคนในแดนอย่างมาก มันตรงเข้าไปคุย อะไรกับพี่นนท์กับพี่โนช ผมไม่รู้ได้ แต่ผมเห็นพี่นนท์กับพี่โนช รีบวิ่งไปที่ล็อคฝักบัวที่ไอ้นพอยู่โดยไว พร้อมกับเห็นป๋าเวียง เดินถือไม้กระบองพาดไหล ออกมาจากหน้าประตูแดน เดินตรงไปยังล็อคฝักบัว โดยมีไอ้เบนซ์เดินตีคู่ไปกับป๋าแก 

เมื่อผมกับไอ้บอยดำเห็นดังนั้น ก็เลยคิดว่าไม่ได้การณ์แล้ว เพราะว่าตอนนี้ กล้องถ่ายทอดสดที่กลางสนาม มันได้ย้ายไปหลังล็อคฝักบัวแล้ว จึงทำให้ผมกับไอ้บอยดำ มองหน้ากัน แล้วต่างพยักหน้าเดินลงไปจากโรงงานทันที เพื่อจะไปเกาะติด สถานการณ์อย่างใกล้ชิด ให้ทันท่วงที 

“ไอ้บอย มึงว่าไอ้นพมันกำลังทำอะไรวะ ไอ้เหี้ย..รู้ทั้งรู้ว่ายังไงก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว ต้องย้ายอยู่ดีและมันจะหาเรื่องเจ็บตัวไปทำไมวะ” ผมถามไอ้บอย พร้อมกับรีบเดินไปที่เกิดเหตุอย่างเร็ว “เดายากว่ะคนอย่างมันด้วย ที่แน่ๆ กูว่าเรื่องไม่ดีแน่นอน” ไอ้บอยบอกกับผมเท่านี้  พอไปถึงภาพที่ผมกำลังเห็นอยู่  มันจริงอย่างที่ไอ้บอยมันว่า กลิ่นคาวเลือดลอยมาตีจมูกของผมอย่างแรง เลือดนองเต็มพื้นปูนขัดมันของล็อคฝักบัวเต็มไปหมด…เลือดที่ผมเห็นจะเป็นเลือดใคร และเรื่องนี้จะจบลงแบบไหน อดใจรออ่านกันตอนหน้านะครับ..บอกได้คำเดียวยังไม่จบครับ แล้วพบกันใหม่..สวัสดีครับ.. (โปรดติดตามตอนต่อไป) ” หมีขาวขั้วโลกเหนือ “# คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่45

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ QuotesAboutSmile และ Keywordsfun

What's your reaction?

Excited
0
Happy
0
In Love
0
Not Sure
0
Silly
0

You may also like

Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 82

เมื่อการสอบสวนของนายอำพลนั้นไม่เป็นผลอย่างที่เขาคิดเอาไว้ เพราะว่าผมเองนั้นไม่ได้แสดงอาการสะทกสะท้านหรือหวาดกลัวอะไรเลยกับการข่มขู่และเสียงดังของเขา ที่มักจะได้ผลทุกครั้งไป และในความคิดของนายอำพลตอนนี้นั้น
Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 81

อยากจะข่มตาหลับ อย่างที่ไอ้ต้นเพื่อนผมบอก แต่มันก็ทำใจหลับไม่ลง เพราะว่าใจของผมตอนนี้ มันร้อนดั่งไฟเผาซะเหลือเกิน หัวสมองคิดไปต่างๆนานา ซึ่งมันก็อดเป็นห่วงเพื่อนฝั่งนู้นไม่ได้เลยว่าเรื่องราวมันจะลุกลามไปถึงไหนแล้ว
Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 80

ผมไม่ได้เจอเพื่อนเก่าอย่างไอ้เบนซ์มานาน ก็เลยหาที่นั่งคุยกัน ตรงใต้ต้นไม้ข้างฝ่ายฝึกวิชาชีพ มีไอ้เบนซ์ ไอ้หมี ไอ้ฮาทร์ และผมกับไอ้แว่นที่อยู่กับผมไม่ห่าง " ไอ้หมี มึงเป็นไงบ้างว่ะกูรู้มาว่าตอนโรคระบาดมึงเป็นไข้ไม่สบายด้วย " ผมถามมันด้วยความเป็นห่วง ถึงแม้ตอนนี้มันจะหายแล้วก็ตาม

Comments are closed.

More in:Story

Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 79

เที่ยงคืนสิบห้านาทีพอประมาณ บรรยากาศบนเรือนนอน เริ่มกลับสู่ภาวะปรกติเหมือนเดิม อย่างที่เคยเป็นมาอีกครั้ง ความสุขมักจะอยู่กับเราแค่เพียงชั่วคราว แต่มันจะอยู่ในความทรงจำตราบนานเท่านาน เพียงเท่านี้ก็สุขใจกันแล้วครับ
Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 78

ขนมหวานถูกจัดใส่จาน วางเรียงอยู่ตรงหน้าช่างดูน่ากินเหลือเกิน ผมเองไม่รอช้ารีบตักกินทันที และที่สำคัญคือมื้อนี้คือมื้อแรก ที่ผมคิดว่าได้กินขนมทุกอย่างในเรือนจำที่มีขาย เพราะส่วนใหญ่แล้ว มักจะเบิกมาแล้วก็ไม่ค่อยได้อย่างที่ต้องการ หมดบ้าง ค้างบ้าง แทนเป็นอย่างอื่นไปบ้าง
Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 77

"พี่ใหญ่ครับ.. พี่ใหญ่..ตื่น..ตื่น..ได้แล้วครับ พี่ใหญ่ครับ..พี่ต้นขึ้นห้องแล้วครับ" ไอ้แว่นทั้งเขย่าตัวผม แล้วก็เรียกชื่อผมอยู่พักนึงเลยก็ว่าได้ กว่าที่ผมจะรู้สึกตัว ลืมตาตื่นขึ้นมานั่งงัวเงีย เมาขี้ตาพักนึงเห็นจะได้ "แว่นต่อบุหรี่ให้พี่ดูดหน่อยดิ " ผมร้องหาบุหรี่สูบกับไอ้แว่น