Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่58

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่58

“สิ่งที่คมที่สุดในโลกไม่ใช่ใบมีด แต่เป็นใบกระดาษ ที่เราเรียกว่าเงิน มันสามารถตัดได้ทุกอย่าง แม้กระทั่งครอบครัว”

** 2 อาทิตย์ผ่านไปไวเหมือนโกหก กับการที่ต้องติดเหง็กอยู่กับบ้าน จะไปไหนมาไหนทีก็ต้องเดินลุยน้ำออกจากบ้าน จึงทำให้โรคขี้เกียจเริ่มคืบคลานเข้ามาสิงผู้เขียนอย่างไม่รู้ตัว จะคิดจะเขียนต้นฉบับก็นึกไม่ค่อยออก หัวมันตื้อๆไปหมด คงมีเรื่องให้คิดอยู่หลายเรื่องละมั่ง ไหนจะโควิด ไหนจะน้ำท่วม ไหนจะต้องสู้รบกลับการเรียนออนไลน์ของลูก ( ซึ่งผมรู้ว่าหลายคนต้องรู้สึกแบบผม หัวจะระเบิด )

จนบางที..ผมก็รู้สึกอยากจะย้อนเวลากลับไป เมื่อตอนเป็นเด็กอีกครั้ง ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรมากมายแบบนี้..ใครก็ได้สร้างเครื่องย้อนเวลาให้ที(ฮา) อยากพักสมองไปเป็นเด็กอีกครั้ง สัก2-3ช.มก็ยังดี มันอาจเป็นการชาร์จแบตให้ตัวเองก็เป็นได้ คุณผู้อ่านว่าจริงไหมหล่ะครับ….**

เวลาได้ผ่านล่วงเลยไปถึง 3 วัน โดยที่ไม่มีเหตุการณ์ใดๆเกิดขึ้นเลย คนป่วยภายในแดนมีเพิ่มขึ้นมาไม่มากนัก ส่วนพวกที่หายป่วยดูจะเพิ่มมากขึ้นทุกวัน ตัวของผมเองก็ยังคงแจกยาพาราของตัวเองให้กับคนที่ป่วยหนักอยู่เหมือนเดิม โดยเฉพาะพวกคนแก่ชรา จนตอนนี้ยาพาราของผมดูเหมือนมันจะใกล้หมดลงทุกที

แต่ถ้าเปรียบเทียบกันแล้ว สถานการณ์ของแดนนี้ มันจะดูดีกว่าแดนโน้นเป็นอย่างมาก ผมเองก็ได้ยินข่าวมาว่าที่แดน A มีคนตายไม่เว้นแต่ละวัน จนผมนั้นอดเป็นห่วงพวกพี่เล็ก ไอ้หมี และคนอื่นๆ ที่ผมรู้จักว่าพวกเขาเหล่านี้จะปลอดภัยกันอยู่ดีไหม ก็เลยได้แอบเขียนจดหมายน้อยไปถามพี่เล็กแกเมื่อวานนี้ และวันนี้ผมก็พึ่งได้จดหมายตอบกลับมาจากพี่เล็กว่า 

**ถึงใหญ่น้องรัก..ขอบใจนะที่เป็นห่วงพี่ กับเด็กๆในบ้าน พวกมันสบายกันดีไม่มีใครป่วยทั้งนั้น รวมถึงตัวของพี่ด้วยก็ยังแข็งแรงดี มีก็แต่ไอ้หมี แต่ตอนนี้มันดีขึ้นมากแล้ว และดูแล้วมันคงใกล้หายแล้วละ ส่วนเรื่องยา.. ใหญ่เก็บยาไว้เถอะไม่ต้องส่งมาให้พี่ พี่เองก็มียาพาราสำรองเอาไว้อยู่เหมือนกัน ขอบใจในน้ำใจของน้องที่มีให้นะ พี่รับไว้ด้วยใจ..ดูแลตัวเองดีๆ ด้วยน้องรัก อย่าคิดมากเรื่องที่บ้าน ยังไงเดี๋ยวเขาก็มาเยี่ยม..รักน้องชายเสมอ…พี่เล็ก ** 

อ่านจบผมก็ได้ฉีกจดหมายทิ้ง และรู้สึกหายห่วงเป็นอย่างมากที่ไม่มีใครเป็นอะไร อากาศตอนนี้ก็ยังหนาวอยู่เหมือนปรกติทุกวัน แต่ยังดีที่ช่วงนี้มีแดดออกมาให้ได้อบอุ่น อยู่เป็นระยะๆกันอยู่บ้าง ในตอนนี้ก็เข้าสู่อาทิตย์สุดท้ายของความหนาวที่พวกเราต้องเผชิญกันมาตลอด 1 เดือนเต็ม 

ผมลุกขึ้นยืนกระชับเสื้อหนาวเพื่อให้ร่างกายได้อบอุ่นมากขึ้น ในขณะที่ผมกำลังเดินขึ้นไปบนโรงงาน 2 อยู่นั้น หูของผมก็ได้ยินเสียงประกาศที่มาจากหน้าประตูแดน ใจความมีอยู่ว่า “ประกาศ..ให้หัวหน้าห้องทุกห้องเช็คลูกห้องทุกคนว่า มีใครป่วยและต้องการยา มาติดต่อขอรับยาได้ที่ ผบ.แดนในต้อนนี้ด้วยครับ ย้ำ!!เช็คมาให้ละเอียดด้วยครับ ” 

ในที่สุด..หว่านพืชไปย่อมเห็นผล..และแล้วความช่วยเหลือก็ได้มาถึงสักที ผบ.แดนของผมดูเหมือนเป็นพระเอกที่ขี่ม้าขาวมาช่วยผู้คนที่เดือดร้อน เปรียบเหมือนอย่างในหนังเลยครับ เพราะว่ามันมีทั้งเสียง โฮ่ร้อง! และปรบมือแสดงความดีใจปนเปกันไปหมด ทั้งหมดมันก็มาจากบรรดานักโทษที่ดังสนั่นทั่วทั้งแดน โดยที่ไม่ได้นัดกันไว้ หนึ่งในนั้นก็มีผมรวมอยู่ด้วย ผมรู้สึกยินดีและดีใจที่อย่างน้อยก็ยังมีผบ.แดนคนนี้ที่ยังมีความรับผิดชอบ และคอยเป็นห่วงนักโทษภายในแดน ที่อยู่ในความรับผิดชอบของตัวแกเองด้วย

ผมเองก็เชื่อว่าตัวผบ.แดน แกเองก็ต้องรับรู้ถึงความสุขของพวกนักโทษที่ส่งถึงแกเป็นแน่ เพราะผมเห็นใบหน้าที่ยิ้มแย้มของแก ในตอนที่แกยืนมองบรรดาหัวหน้าห้อง นำรายชื่อคนป่วยมารับยาพาราจากแก ซึ่งเท่าที่ผมดูนั้น ยาที่ผ.บแดนเอาเข้ามาแจกนั้น มีมากพอต่อความต้องการอยู่มาก ผมมองเห็นรอยยิ้มของผู้ป่วยที่นอนพักกันอยู่แน่นขนัดในโรงเลี้ยง ต่างคนก็ต่างประคองตัวเองลุกขึ้นนั่ง ปรบมือร่วมดีใจไปด้วยกัน (ในใจคงคิดแล้วว่ากูรอดตายแล้วเว้ย)

ภาพที่ผมเห็นอยู่เบื้องหน้านั้น.. มันทำให้ผมรู้สึกสุขใจอย่างแปลกประหลาด ภาพการช่วยเหลือพึ่งพาถ้อยทีถ้อยอาศัยกันของพวกนักโทษที่หายป่วยแล้ว ต่างช่วยกันเอายาไปให้นักโทษที่ยังป่วยอยู่กิน มันไม่มีการแบ่งแยกใดๆทั้งนั้น..ไม่มีมิตรหรือศัตรู ไม่มีการรังเกียจเดียดฉันท์ใด ๆ ทุกคนต่างร่วมด้วยช่วยกันนำยาที่ได้รับมากระจายไปให้ผู้ป่วยทั้งหมดได้กิน… 

ต่อไปนี้ คงไม่มีใบหน้าที่ดูอมทุกข์หรือไร้ซึ่งเรี่ยวแรงใด ๆ ให้เราได้เห็นอยู่บนใบหน้าของผู้ป่วยอีกแล้ว ไม่มีอีกแล้วกับการที่ต้องเห็นคนนอนรอความตายโดยที่ทำอะไรไม่ได้เลย..จบสิ้นสักทีนะพายุฝนที่โหมกระหน่ำพัดอยู่ในแดนนี้ทั้งหลาย ความมืดมนที่ปกคลุมอยู่ได้มลายหายไปแล้ว…“ฟ้าหลังฝนย่อมสวยงามเสมอ” มันช่างดู..เป็นคำพังเพยที่เหมาะกับสถานการณ์ในตอนนี้เลยจริง ๆ

ความสุขจากการที่ได้เป็นผู้ให้.. มันมีค่ามากกว่าการได้เป็นผู้รับเป็นไหนๆ ดูได้จาก ผบ.แดนของผมในตอนนี้สิครับ (หน้าบานเป็นจานดาวเทียม) และหลังจากวันนั้น สถานการณ์ในแดนกลับมาดีวันดีคืนขึ้นเรื่อยๆไม่มีนักโทษป่วยเพิ่มมีแต่นักโทษที่หายป่วยเพิ่มมากขึ้นทุกวันที่ยาพาราที่ผบ.แดนได้เอาเข้ามามันมีเพียงพอไปถึงแดนแรกรับอีกด้วย

ต้องขอบอกเลยว่า ผบ.แดนทำความดีความชอบไปเต็มกับการคลี่คลายสถานการณ์ในครั้งนี้ ตอนแรกผมคิดว่าจะมีคนตายมากกว่านี้ซะอีกแต่ก็โชคดีแล้วที่เสียชีวิตเพียงแค่ 2 คนเพียงเท่านั้น

เช้าวันนี้ เป็นเช้าแรกของเดือนใหม่ เดือนสุดท้ายของปี 58 อากาศก็ยังคงหนาวอยู่ แต่มันก็ไม่ได้มากมายอะไรก็คงเหมือนกับหน้าหนาวทั่วไป เดี๋ยวพอสายหน่อย แดดออกก็ร้อนเหมือนเดิม และตอนนี้ในแดนก็กลับมาสู้สภาวะปรกติแล้ว โรคไข้หวัดใหญ่ได้หมดไปจากแดนนี้แล้ว

แต่ก็ยังมีโรคติดต่อที่รอต่อคิวเข้ามาติด ๆ นั่นก็คือโรคหิดตะมอยนั่นเอง มันจะมาเป็นกันตอนหนักๆ ก็ช่วงหน้าหนาวเนี้ยแหละ สาเหตุหนึ่งเป็นเพราะนักโทษส่วนใหญ่ไม่ค่อยจะอาบน้ำกัน และอีกอย่างหนึ่งหน้าหนาวอากาศมันก็แห้งผิวหนังคนเรามันก็เลยแตกตกสะเก็ดและส่วนใหญ่พวกที่เป็นก็จะมีอาการคัน พอคันก็เกาสะเก็ดมันก็ปลิวไปโดนคนอื่นต่อ ที่นี้ก็จะลุกลามติดคนโน้นคนนี้ตามกันไปทั่วทั้งแดน 

แต่ก็ไม่ได้เป็นกันหมดทุกคนหรอกครับ มันเป็นเฉพาะบางคน คนที่สกปรกและพวกที่น้ำเหลืองในร่างกายไม่ดีอยู่แล้ว โดยเฉพาะอย่างหลังนี้จะเป็นหนักที่สุด เพราะทำการรักษายากแผลหายช้า อีกทั้งแผลจะอักเสบมาก ปวดบวมทรมานครับ จะเดินก็เดินลำบากยิ่งเวลานอนเบียดกันโดนแทบจะไม่ได้เลยครับ และวิธีการรักษาในคุกนั้นก็จะมียากิน คือ ยาแก้คันกับยาทาที่คนในคุกรู้จักกันชื่อว่ายาเหม็น แต่กลิ่นมันไม่เหม็นเหมือนชื่อนะครับ มันจะเป็นน้ำขาว ๆ เหมือนยาธาตุน้ำขาวแก้ปวดท้องนั่นแหละครับ..นำมาทา มาเช็ดเป็นประจำทุกวัน 

เวลาทามันจะมีอาการแสบนิด ๆ พอทนได้ครับ ทายาไปประมาณ 5-7 วัน จนแผลเริ่มแห้ง และ ตรงนี้แหละครับคือจุดคลายแม็ก เพราะว่ามันจะมีอาการคันอย่างมาก ถ้าเราไม่เกาจนแผลมันเกิดขึ้นมาใหม่ อีกไม่นานมันก็จะหายครับ แต่ถ้าเราเผลอเกาจนเกิดแผลใหม่ขึ้นมาทีนี้ก็เหมือนกับเริ่มต้นใหม่นั่นแหละครับ

หลังจากที่ช่วงวิกฤตได้ผ่านพ้นไป และในตอนนี้ก็ได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนเจ้าหน้าที่พ.บทุกคน รวมถึงนักโทษที่ทำงานอยู่ในพ.บทั้งหมด ว่าเพราะอะไรถึงได้มีการเสียชีวิตของนักโทษเกิดขึ้นและหาสาเหตุว่าทำไม ยารักษาโรคถึงมีไม่เพียงพอต่อความต้องการของนักโทษ! มันได้หมดไปหรือหายไปไหนได้อย่างไร ซึ่งการสอบสวนในครั้งนี้ ผู้บัญชาการเรือนจำได้เข้ามาสอบสวนด้วยตนเองเลยทีเดียว เพราะว่าการที่มีนักโทษเสียชีวิตในคุกนั้น มันเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นในยุคสมัยแบบนี้

ในยุคนี้นักโทษได้มีการคุ้มครองสิทธิมนุษย์ชน ห้ามกระทำการทำร้ายเกินกว่าเหตุหรือทารุณนักโทษเหมือนในอดีตอีกแล้ว ด้วยเหตุนี้จึงทำให้การสอบสวนในครั้งนี้ได้สั่งการย้ายด่วนเจ้าหน้าที่ ที่ประจำอยู่พ.บให้ไปอยู่เรือนจำอื่น 1 นาย และได้ทำการสั่งปลดนักโทษที่ทำงานอยู่ในแดนพ.บทั้งหมดยกชุดอีกด้วย

ซึ่งนักโทษที่ทำงานพ.บคนไหนถูกสอบสวนว่ามีความผิดก็จะโดนใส่โซ่ตรวน แล้วก็จะโดนแจ้งความต่อคดี ในข้อหาลักทรัพย์หรือยักยอกของหลวงซึ่งก็โดนต่อคดีประมาณ 1 ปี นับต่อจากโทษที่เหลืออยู่อีกด้วย ซึ่งที่แดนของผมก็มีเด็กพ.บที่โดนต่อคดีย้ายมาใส่ตรวนถึง 3 คน คงเป็นเวรกรรมได้ตามสนองพวกมันนั้นเองหากินบนความทุกข์ของคนอื่นก็จะเป็นแบบนี้แหละครับ

ตัวผมเองก็ได้ยินข่าววงในมาว่า ถึงสาเหตุที่ทำไมผู้บัญชาการเรือนจำถึงได้ลงมาสอบสวนคดีนี้ด้วยตนเอง สาเหตุก็เป็นเพราะว่า ผบ.แดนของผมเองนั่นแหละ ที่เป็นคนเข้าไปบอกเรื่องนี้กับผู้บัญชาการเรือนจำ ว่าที่พ.บนั้นได้มีการทุจริตยารักษาโรคกันเกิดขึ้น จนเป็นสาเหตุที่ทำให้นักโทษได้เสียชีวิตเป็นจำนวนหลายคนเช่นนี้

ต้องขอบอกเลยว่า สุดยอดจริงๆครับผบ.คนนี้ เรียกได้ว่าเป็นพระเอกตัวจริงกันเลยทีเดียว และการกระทำในครั้งนี้ของท่านผบ.ก็ได้ใจบรรดานักโทษไปแบบเต็มๆ แบบนี้จะขออะไรนักโทษก็ให้ได้หมดแหละครับ แล้วมันก็คือเรื่องจริงนะครับคุณผู้อ่านถ้าเรือนจำแห่งไหนมีผบ.แดนที่ดี ในแดนมันก็น่าอยู่นักโทษจะไม่สร้างปัญหาหรือมีเรื่องมีราวเกิดขึ้นให้เห็นเลย 

แต่ถ้าเจอผบ.ไม่ดี ไม่เคยคิดช่วยเหลือนักโทษหรือเห็นอกเห็นใจนักโทษบ้างในบางครั้ง เชื่อเถอะครับว่าทั้งแดนลุกเป็นไฟแน่นอนไม่มีทางสงบสุขเป็นแน่ เดี๋ยวก็จะต้องมีเรื่องมีราวชกต่อยทะเลาะวิวาทเกิดขึ้นอยู่เป็นประจำ เพราะถ้ายิ่งบีบนักโทษมากเท่าใด นักโทษก็จะยิ่งต่อต้านมากเท่านั้น….(โปรดติดตามตอนต่อไป) “หมีขาว ขั้ว โลกเหนือ ” # คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่58

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ QuotesAboutSmile และ Keywordsfun

What's your reaction?

Excited
0
Happy
0
In Love
0
Not Sure
0
Silly
0

You may also like

Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 71

หลังจากที่ผมอาบน้ำเสร็จก็มาแต่งตัว ในใจของผมก็คิดว่าป๋าเวียงแกได้มาแล้ว จึงทำให้ผมแต่งตัวเสร็จก็ว่าจะเดินไปหน้าประตูแดนเพื่อสำรวจดูว่าแกมาจริงหรือยัง แต่ผมยังไม่ทันได้เดินไปไหนเลยครับ ลูกน้องไอ้เบนซ์ได้เดินมาหาผมที่ตู้ล็อคเกอร์
Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 70

ผมนั่งปล่อยใจเหม่อลอยคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย จิบกาแฟยามเช้านั้งซึมซับบรรยากาศเหมือนอย่างเคยทุกวัน อากาศเย็นสบายและในช่วงเวลานี้ของทุกวันมันคือความสุขของผมจริงๆ ที่อยู่ในคุกนี้ และวันนี้ผมคิดว่าไอ้แว่นมันน่าจะออกจากโรงพยาบาลแล้ว
Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 69

หลังจากที่ตัวผมขึ้นห้องขังมาได้ไม่เท่าไหร่ หันไปมองข้างกายเห็นเพียงที่นอนเปล่า ๆ 1 หลัง มันรู้สึกใจคอไม่ดียังไงไม่รู้ เวลาที่ไม่มีไอ้แว่นอยู่ข้าง ๆ มันดูเหมือนว่าผมขาดอะไรไป นี่ผมติดมันหนักขนาดนี้เลยหรือนี่

Leave a reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

More in:Story

Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 68

มีเสียงประกาศเรียกให้ออกมามอบตัวแก่เจ้าหน้าที่ในตอนนี้ดังขึ้น ผู้ที่ได้ทำการทะเลาะวิวาทให้ออกมาที่กลางสนามทั้งหมด นี้คือคำสั่งของเจ้าหน้าที่ที่ได้เข้าเวรเป็นผ.บแดนของวันนี้(ผมจำชื่อไม่ได้) เงียบ..ไม่มีใครเดินมามอบตามที่ประกาศ
Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 67

ในเมื่อพูดกันดี ๆ แล้วไม่ต้องการกัน ก็ไม่ต้องคุยอะไรกันแล้วให้มากความ ในเมื่อคำตอบจากมัน ก็คือสภาพของไอ้หยีที่กลับมาแบบนี้ การมีเรื่องในคุกนั้นผมก็รู้อยู่เต็มอก ว่ามันไม่คุ้มกันหรอกครับ สุดท้ายเจ้าหน้าที่ก็รับจบหมด แต่ในเมื่อเรื่องมันมาหาถึงขนาดนี้แล้ว
Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 66

พอหลังจากแข่งบอลเสร็จพักใหญ่ ๆ ผมรู้สึกว่าร่างกายมันอ่อนล้าและอ่อนแรงอย่างเห็นได้ชัด ผมนอนพักเหนื่อยเอาแรงอยู่ที่ซุ้มบ้านผม ไอ้แว่นเองก็นอนพักเหนื่อยอยู่ข้างผมเหมือนกัน