Anime

มหาศึกคนชนเทพ แอรีส (Record of Ragnarok)

มหาศึกคนชนเทพ แอรีส (Ares)

แอรีส ถูกนับถือให้เป็นหนึ่งในสิบสองเทพสูงสุดแห่งโอลิมปัส ตามตำนานเทพของชาวกรีก ถูกขนาดนามว่าเป็นบุตรที่แข็งแกร่งแห่งซูส เพราะถือว่าเป็นเทพแห่งสงครามผู้มีพละกำลังมหาศาล บ่อยครั้งแอรีสก็มักจะพยายาม ที่จะแสดงพลังของตนออกมา เพื่อหวังให้พระบิดาของตนเทพซูสรับรู้ได้ถึงพลังที่ตนมี และพร้อมจะคาดหวังว่าตนจะกลายเป็นพลังหลักให้แก่เทพซูสได้ในสักวันหนึ่ง…

ประวัติ ตามตำนาน เทพของชาวกรีก

เทพแอรีส หรือ เทพมาร์ส (Mars) ในภาษาโรมัน ถือว่าเป็นเทพเจ้าแห่งสงคราม อาวุธ และ ชุดเกราะ ถูกยกย่องให้เป็นหนึ่งใน 12 เทพสูงสุดแห่งโอลิมปัส

เทพแอรีสเป็นบุตรของเทพซูส กับ เทพีเฮร่ามเหสีของเทพซูส ผู้เป็นเทพที่มีอำนาจสูงแห่งโอลิมปัส นอกจากนี้เทพีเฮร่ายังขึ้นชื่อเรื่องอารมณ์ความหึงหวงเป็นอย่างมาก อาจจะเป็นเพราะนิสัยนี้ของเทพีเฮร่าเองรึเปล่า ที่ทำให้เทพแอรีสนั้น มีนิสัยฉุนเฉียว โมโหง่าย จนถึงขนาดที่ เทพซูสบิดามักจะต่อว่า ดูแคลนเทพแอรีสอยู่บ่อยครั้ง จนครั้งหนึ่งมหาเทพซูสได้เคยพูดกับแอรีสว่า 

“เจ้าเป็นที่น่ารังเกียจ น่าชัง มากที่สุดในบรรดาลูกของข้าทั้งหมด เจ้าทั้งโหดร้าย และดื้อด้านเหมือนกับแม่เจ้าไม่ผิด!” 

คำพูดนี้เองของมหาเทพซูสผู้เป็นบิดา ที่มักจะพูดว่าเขา ทำให้เทพแอรีสบ่อยครั้งจึงไม่ค่อยจะกินเส้นกับมหาเทพซูสผู้เป็นบิดาซักเท่าไหร่ แต่คำที่เทพซูสพูดกับบุตรของตนนั้น ส่วนหนึ่งก็เป็นนิสัยจริง ๆ ของเทพแอรีส

เทพแอรีส ถือว่าเป็นเทพที่มีพละกำลังมหาศาล และถูกกล่าวถึงให้เป็นเทพแห่งสงคราม แต่ถึงจะถูกกล่าวว่าเป็นเทพแห่งสงคราม แต่ชาวกรีกจำนวนมากก็ไม่ให้การสักการะเท่าไหร่นัก อาจจะเพราะประวัติที่ไม่ค่อยสู้ดีนักของพระองค์ หรือ อาจจะเป็นที่พระองค์นั้นไม่เคยชนะสงคราม การต่อสู้อะไรเลยมากกว่า ซึ่งแตกต่างจากเทพีอาธีน่า ที่มักจะมีคนให้การยอมรับ นับถือ จนบางครั้ง ก็อาจยกย่องให้พระองค์เปรียบได้กับเทพสงครามที่มอบชัยชนะให้แก่ผู้นับถือ เพราะเทพีอาธีน่านั้นเปี่ยมด้วยปัญญาและแผนการณ์ ซึ่งดีกว่าแอรีสที่มีแต่พละกำลัง ความกล้า และกระหายอยากทำลายเพียงอย่างเดียว ด้วยเหตุนี้เอง บ่อยครั้งเทพทั้งสองจึงมักไม่คอยจะถูกกันนักเท่าไหร่ 

อย่างตำนานหนึ่งที่กล่าวไว้ว่า มีอยู่วันหนึ่งทั้งสองได้บังเอิญไปเจอกันระหว่างทางที่จะไปยังเขตอาณัติของตน การพบกันในครั้งนี้นำมาซึ่งการทะเลาะ แน่นอนพวกเขาทั้งสองมักจะทะเลาะแบบนี้กันเป็นประจำ แต่ครั้งนี้มีทีท่าว่าจะรุนแรงกว่าครั้งที่ผ่านมา การทะเลาะครั้งนี้ทำให้เทพแอรีสโกรธมาก จึงบันดาลโทสะขว้างจักรอันมีฤทธิ์แรงกล้าไม่ต่างกับอสนีบาตของเทพซูส เข้าใส่เทพีอะธีนา แต่โชคดีที่เทพีอาธีน่าทรงหลบได้ทัน แล้วโต้กลับด้วยการทุ่มหินที่วางอยู่ข้างๆ ใส่เทพแอรีส ประจวบเหมาะพอดีที่ว่าหินก้อนนั้นไม่ใช่หินธรรมดา แต่คือหินวิเศษที่ตั้งไว้เพื่อบอกอาณาเขตของเทพ  ส่งผลให้เมื่อหินนั้นกระทบถูกร่างของเทพแอรีส ก็ทำให้พระองค์ถึงกับล้มลงในทันที นอนแพ หมดท่า เทพีอะธีนาเมื่อเห็นเช่นนั้น ก็ทรงหัวเราะ ชอบอก ชอบใจ และจึงได้กล่าวคำเยาะเย้ยแก่เทพแอรีสด้วยว่า 

“เจ้าโง่! ศึกครั้งนี้ ก็น่าจะทำให้เจ้ารู้ได้แล้วใช่ไหมว่าพละกำลังของเรามีมากขนาดไหน คราวหน้าคราวหลังอย่าคิดจะมารบกวนเราอีกต่อไปเลย!”

เหตุการณ์ในครั้งนี้ สร้างความเจ็บแค้นใจให้แก่เทพแอรีสเป็นอย่างมาก พระองค์ได้ตั้งใจว่าสักวันจะต้องล้างแค้นเทพอาธีน่าให้ได้ แต่พระองค์ก็ไม่เคยชนะเทพีอาธีน่าได้เลยซักครั้ง นอกจากจะแพ้ให้แก่เทพีอาธีน่าแล้ว พระองค์ยังแพ้ให้กับใครอีกหลายคน เช่น แพ้ให้กับเฮอร์คิวลิส ในเหตุการณ์ที่เข้าไปเพื่อช่วยลูกจากการต่อสู้กันกับเฮอร์คิวลิส ในการต่อสู้ครั้งนั้น เทพแอรีสถูกเฮอร์คิวลิสอัดจนเสียท่า จนต้องระหกระเหินกลับไปยังโอลิมปัส และในเวลาต่อมาเมื่อเรื่องนี้เข้าหูเทพซูส เทพซูสจึงเข้ามาเป็นคนกลางไกล่เกลี่ย ให้ทั้งสองเลิกต่อสู้กัน เพราะถือว่าทั้งสองก็เป็นบุตรของตนทั้งคู่ ก็เปรียบเป็นพี่น้องกัน ถึงแม้เฮอร์คิวลิสจะมีมารดาเป็นมนุษย์ธรรมดาก็เหอะ การที่เทพแอรีสพ่ายแพ้ให้แก่เทพเฮอร์คิวลิส ก็เปรียบได้กับพระองค์นั้นแพ้ให้กับมนุษย์

ซึ่งสิ่งเหล่านี้เอง ที่ส่งผลต่อความนิยมพระองค์ในฐานะเทพแห่งสงครามได้เลย เพราะเทพแห่งสงครามก็ควรจะแข็งแกร่ง ไม่ใช่พ่ายแพ้แบบนี้ พระองค์จึงไม่ค่อยถูกบูชาหรือเคารพจากชาวกรีก และจากพวกเทพเองก็มักที่จะมองข้ามพระองค์ แต่สิ่งที่ถือว่าเป็นเรื่องอื้อฉาวมากที่สุด อันจะเป็นเรื่องที่พระองค์แอบลอบเป็นชู้กับเทพีอโฟรไดท์ ภรรยาของเทพฮีฟีสทัส

โดยที่ทั้งสองจะแอบมาพบเจอกันในเวลากลางคืน และร่วมบรรเลงเพลงรักกัน จนเมื่อใกล้จะถึงรุ่งเช้า ทั้งคู่ก็จะแยกย้ายกลับไปยังอาณัติของตน เป็นอยู่แบบนี้มานานจนไม่มีใครจับได้ เพราะ อโฟรไดท์ได้ว่าจ้างให้  อเล็กไทรออนคอยเฝ้าและรีบมาปลุกเธอก่อนที่พระอาทิตย์จะขึ้น เพราะไม่มีสิ่งใดที่จะสามารถรอดจากแสงแห่งการสอดส่องของเทพอพอลโล่ได้เลย แต่ทุกอย่างก็ไม่เคยเป็นไปตามแผน 

มีอยู่คืนหนึ่ง เจ้าหนุ่มอเล็กไทรออนที่รับหน้าที่เป็นยามคอยเฝ้าบอกเวลา เผลอหลับไปจนพระอาทิตย์ขึ้น ส่งผลให้เทพอพอลโล่ได้มาเห็นว่า เทพแอรีสและเทพีอโฟรไดท์ได้แอบเป็นชู้กัน เมื่อเห็นเช่นนั้น เทพอพอลโล่จึงได้รีบนำข่าวไปแจ้งให้แก่เทพฮีฟีสทัส เมื่อฮีฟีสทัสรู้เข้า ก็โมโหเป็นอย่างมาก จึงได้นำเอาแหเหล็กที่กำลังสร้างนำ มาครอบและรัดทั้งสองให้อยู่ติดกัน อีกทั้งยังได้ป่าวประกาศและเรียกให้เทพทั้งหมดมาดูทั้งสอง รวมทั้งยังหัวเราะเหยาะ และพูดดูถูกดูแคลนอย่างสนุกสนาน ก่อนที่จะปล่อยทั้งสองให้เป็นอิสระ 

เมื่อเป็นอิสระแล้ว เทพแอรีสได้รู้สึกโกรธและอับอายเป็นอย่างมาก ที่ตนเองต้องมาถูกกระทำแบบนี้ พระองค์ได้โทษความผิดทั้งหมดให้แก่อเล็กไทรออนที่ไม่ยอมทำหน้าที่ของตนให้ดี อีกทั้งยังสาปให้อเล็กไทรออนกลายเป็นไก่ตัวผู้ และมีหน้าที่คอยขันเมื่อยามอาทิตย์ขึ้นทุกเช้าตลอดไป ด้วยเหตุนี้จึงเชื่อกันว่า ไก่ตัวผู้ทุกตัวที่เกิดขึ้นบนโลก ได้รับการสืบสกุลมาจากไก่อเล็กไทรออนตัวนี้ทั้งสิ้น ส่วนเทพีอโฟร์ไดท์ ก็ได้ประสูติธิดาออกมาองค์หนึ่งมีชื่อว่า อาร์โมเนีย ซึ่งเกิดกับแอรีส ในเวลาต่อมา นางก็ได้เป็นราชินีแห่งนครธีบส์

หลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้น คะแนนนิยมที่มีต่อตัวท่านในสายตาของชาวกรีกและเทพองค์อื่น ที่แต่เดิมก็น้อยอยู่แล้ว ก็กับน้อยลงมากขึ้นไปอีก เนื่องจากเทพแอรีสในเวลานี้ ถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของความพ่ายแพ้เฉกเช่นเดียวกับความสามารถในสงคราม แม้พระองค์จะทรงมีความแข็งแกร่งทางกายซึ่งจำเป็นต่อความสำเร็จในสงคราม แต่ก็เป็นพลังที่อันตรายเปรียบได้กับ ความท่วมท้น ละโมบในการยุทธ์ ความกระหายในการทำลายและฆ่าผู้คน 

ในมหากาพย์อีเลียดมักกล่าวว่า พระองค์มักจะเดินทางไปพร้อมกับบริวารทั้งสองคือ ดีมอส(Deimos) ซึ่งแปลว่าความกลัว กับโฟบอส (Phobos) แปลว่าความน่าสยองขวัญ บางตำนานก็กล่าวว่า ทั้งดีมอสและโฟบอสเป็นบุตรชายฝาแฝดของแอรีส และชื่อของทั้งคู่ก็เป็นรากศัพท์ของคำว่าความตื่นตระหนก (Panic) และ ความกลัว (Phobia) และในทางดาราศาสตร์ แอรีสหรือมาร์ส คือ ดาวอังคาร ดีมอสและโฟบอส ก็ถูกตั้งเป็นชื่อของดวงจันทร์บริวารของดางอังคารอีกด้วย

ถึงแม้จะไม่ได้รับความนับถือจากชาวกรีกมากเท่าไหร่ แต่สำหรับชาวโรมันแล้ว พวกเขากับนับถือเทพเจ้าแอรีสอย่างถึงที่สุด เพราะชาวโรมันโปรดปรานในการรบถึงกับแต่งให้แอรีสเป็นบิดาของรอมิวลุส (Romulus) ผู้สร้างกรุงโรมเลยทีเดียว 

ปัจจุบันเทพแอรีส หรือ เทพมาร์ส ก็ยังถูกกล่าวถึง เรื่อยมาทั้งตำนาน เรื่องเล่า ถูกดัดแปลงให้กลายเป็นสื่อ ทั้งเกม ภาพยนต์ หรือแม้แต่กาตูนย์ ก็มักจะหยิบยกนำเอาเรื่องราว รวมทั้งประวัติของเทพแอรีสนำมาใช้ ทั้งสร้างความบันเทิง หรือ แม้แต่ให้ความรู้ อันจะเป็นการบอกได้ว่า ถึงแม้เทพแอรีสอาจจะเป็นเทพที่ในตำนานแทบไม่เคยจะชนะใคร จนถึงขนาดถูกเพิกเฉยจากคนในยุคนั้น แต่กลับมีชื่อเสียงมากขึ้นในยุคปัจจุบัน และในอิตาลีเองก็ยังมีโบราณสถานตัววิหารของเทพแอรีสอยู่ ให้ผู้สนใจได้ไปศึกษา และเยี่ยมชมถึงความยิ่งใหญ่ของเทพแอรีส ว่าครั้งหนึ่ง ก็ยังมีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่เห็นถึงคุณค่าและให้การเคารพสักการะท่านอยู่ ไม่แตกต่างจากเทพอื่นเหมือนกัน…

เรื่องราวในอนิเมะมหาศึกคนชนเทพ

ในส่วนของอนิเมะมหาศึกคนชนเทพ ก็ได้หยิบยกนำเอา ประวัติของเทพแอรีส นำมาใช้เป็นหนึ่งในตัวละครของในอนิเมะเรื่องนี้ โดยที่เทพแอรีสปรากฎตัวครั้งแรก ในตอนที่เทพซูสบิดาของเหล่าทวยเทพได้ต่อสู้กับอาดัมมนุษย์คนแรกของโลก เทพแอรีสปรากฎตัวมาในลุคของผู้ชายผิวขาว ตัวสูงใหญ่ ร่างกายกำยำ ดูน่ายำเกรง ให้อารมณ์แบบนักรบโบราณ ซึ่งเหมาะสมในตำแหน่งเทพแห่งสงคราม

เมื่อปรากฎตัวแล้วเทพแอรีสก็ลงนั่งในเก้าอี้ที่นั่งของเทพซูสที่เป็นบิดา แสดงให้เห็นถึงศักดิ์ความยิ่งใหญ่ ว่าตนเองเป็นบุตรโดยตรงของเทพซูส และพยายามวางอำนาจต่อเทพเฮอร์มิสที่ยืนอยู่ข้างที่นั่งของเทพซูส อีกทั้งยังพูดถึงการแข่งขันครั้งนี้ และยังแสดงถึงท่าทีว่าตนเองนั้นมีพลังอำนาจ ที่สามารถวิเคราะห์การต่อสู้ 

แต่พอการต่อสู้เริ่มไปได้ซักพัก ก็พบกับความจริงที่ว่าถึงแม้ ตนเองจะเปรียบได้กับเทพสงคราม แต่ก็ยังไม่สามารถมองเห็นการโจมตีของพระบิดา ที่ลงต่อสู้กับคู่ต่อสู้ได้เลย ซึ่งแตกต่างจากเฮอร์มิสที่สามารถอ่านแผนการต่อสู้ หรือ โลกิเทพของชาวนอร์สที่ดูและวิเคราะห์การต่อสู้ได้อย่างแม่นยำ ซึ่งต่างจากตนที่เป็นเทพแห่งสงครามก็ยังไม่สามารถอ่านการต่อสู้นี้ออกได้เหมือนสองคน ประจวบกับที่ตัวแทนของฝั่งเทพทั้ง 13 ยังไม่มีชื่อตนลงแข่งอีก ก็ยิ่งเหมือนการตอกย้ำว่าเขานั้นไม่มีฝีมือพอ ที่เทพบิดาไม่รับเลือกให้ลงแข่งด้วยอย่างนั้นหรือ

แต่ถึงอย่างไร เทพแอรีสที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นบุตรของเทพซูส และมีมารดาเป็นถึงเทพีเฮร่า มารดาแห่งโอลิมปัส ก็เป็นเครื่องยืนยันได้ถึงสายเลือดแห่งเทพ และความแข็งแกร่งที่ตนมี อันจะเห็นได้จาก การต่อสู้ที่ผ่านมา หรือ การลงทัณฑ์พวกมนุษย์ เทพแอรีสจะถือว่าเป็นตัวเลือกในลำดับแรก ที่มักจะได้รับอนุญาติให้จัดการปัญหา หนึ่งในปัญหาที่เทพแอรีสเคยลงไปจัดการ คือการประชุมเมื่อครั้ง ที่เทพลงคะแนนว่าจะให้เมืองธีมส์ดำรงอยู่ต่อไป หรือ ต้องถูกทำลาย ผลการโหวตปรากฎแล้วว่าเมืองธีมส์ไม่ได้อยู่ต่อ และต้องถูกทำลาย เทพแอรีสเองก็ได้ลุกขึ้นอาสาว่าเมืองธีมส์ในการดูแลของพระองค์ พระองค์จะเป็นผู้จัดการเอง 

เทพแอรีสจึงได้ยกกองทัพลงไปจัดการยังเมืองนั้น แน่นอนมุษย์ธรรมดาไม่มีใครสามารถต้านทานแสนยานุภาพของกองทัพเทพได้ พวกเขาทำได้เพียงนั่งลงคุกเข่าเพื่อยอมรับในโชคชะตานี้ จะมีเพียงชายหนุ่มคนหนึ่งที่หาญออกมาเพื่อต่อสู้กับเทพ ชายคนนั้นคือ อันไซดิส หรือในเวลาต่อมาก็คือเฮอร์คิวลิสนั่นเอง 

การปรากฎตัวของอันไซดิส สร้างความตลกขำขันให้แก่พวกกองทัพเทพเป็นอย่างมาก ที่มนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งอาจหาญที่จะต่อกรกับกองทัพเทพได้ แต่ถึงยังไง แอรีสก็รู้สึกชอบในความกล้าหาญของอันไซดิส จนถึงขนาดที่จะยกโทษและไว้ชีวิตให้ ถ้าเด็กหนุ่มยอมก้มหัวและสักการะตน แน่นอนอันไซดิสไม่ยอมก้มหัว เพราะเขาต้องสู้เท่านั้น ถึงจะมีโอกาสปกป้องเมืองเอาไว้ได้ แต่ด้วยที่เป็นมนุษย์ธรรมดา ต่อให้แข็งแรงมาจากไหน ก็ไม่อาจสู้กับพลังที่เทพมีได้ ไม่นานอันไซดิสก็ถูกจัดการลงอย่างง่ายดาย และกองทัพเทพก็เดินทัพเพื่อทำลายเมืองธีมส์ต่อไป 

แต่ทันใดนั้นเอง อันไซดิสก็กับลุกขึ้นมา พร้อมหยิบเอาแอมโบเซียขึ้นมาดื่ม ซึ่งเครื่องดื่มนี้เองถูกบรรจุไว้ซึ่งเลือดของเทพซูส ที่ตำนานกล่าวไว้ว่า ผู้ที่ถูกเลือกเท่านั้น ที่สามารถดื่มเลือดนี้และได้รับพลังจากเทพซูสมาไว้ในครอบครองได้ แต่ถ้าไม่ใช่ ก็จะถูกฤทธิ์ของมันแผดเผาจนตาย ซึ่งแน่นอนเรื่องเล่านี้ ล้วนเป็นเรื่องแต่ง เพราะไม่มีมนุษย์คนใดสามารถดื่มเลือดของเทพได้อยู่แล้ว สิ่งนี้จึงเป็นเหมือนของเอาไว้ดักความโลภของมนุษย์นั่นเอง 

แต่ทว่าสิ่งที่คิดกับไม่เป็นอย่างที่คิด เมื่อชายหนุ่มนามว่า อันไซดิสกับฟื้นขึ้นมาและได้รับพลังของเทพซูสมาไว้ในครอบครอง แอรีสรู้ได้ในทันทีว่า พลังที่อันไซดิสมีนั้น คือพลังแบบเดียวกันกับของเทพซูสบิดาของตน หลังจากนั้นการต่อสู้ของทั้งคู่ก็เริ่มขึ้น เป็นการต่อสู้ที่ดุเดือด ทั้งสองฝ่ายต่างไม่มีใครยอมใคร ต่างทุ่มใช้พลังทั้งหมดที่ตนมีเพื่อหวังเอาชนะอีกฝ่าย จนกระทั่งการต่อสู้มาถึงจุดสิ้นสุด แอรีสเองตระหนักได้ว่า ด้วยพลังของตนที่มีตอนนี้ไม่สามารถที่จะเอาชนะอันไซดิสได้แล้ว แต่ถึงจะรู้อย่างไร แอรีสก็ไม่คิดจะหนีกับคิดที่จะสละชีวิตตนในการต่อสู้ครั้งนี้ เพื่อหวังรักษาเกียรติตน และบิดาเอาไว้ โชคดีที่การต่อสู้นี้จบลงด้วยการเข้ามาห้ามของเทพซูส 

การเข้ามาของเทพซูสทำให้ผลการต่อสู้จบลงที่เสมอกัน และเมืองจะไม่ถูกทำลายในตอนนี้ อีกทั้งหนุ่มน้อยอันไซดิส ยังได้ถูกรับเลือกให้ขึ้นไปเป็นเทพที่โอลิมปัส เพราะพลังที่ได้รับมานั้น ทำให้เขาไม่สามารถใช้ชีวิตแบบมนุษย์ทั่วไปได้อีกแล้ว หลังจากนั้นเมืองธีมส์ ก็ไม่ถูกทำลาย รวมทั้งเมืองต่างๆ บนโลกก็ไม่เคยถูกเทพทำลายเลย มากว่า 4000 ปี 

ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถเอาชนะอันไซดิส ที่เวลานี้ได้ถูกแต่งตั้งให้เป็นบุตรของเทพซูส และยังได้รับชื่อใหม่จากมารดาของตนเทพีเฮร่า ให้มีชื่อว่า เฮราเคลส หรือ เฮอร์คิวลิส ในทีแรกแอรีสไม่ค่อยรู้สึกยินดีเสียเท่าไหร่ ที่อันไซดิส หรือ เฮอร์คิวลิสได้เป็นเทพ แต่พอเวลาผ่านไป เมื่อทั้งคู่ได้รู้จักกันมากขึ้น ทั้งคู่ก็กลายเป็นพี่น้องที่รักใคร่กันมาก เสมือนพี่น้องจากพ่อแม่เดียวกันก็ไม่ปาน แอรีสนั้นนับถือในตัวของเฮอร์คิวลิส เฉกเช่นเดียวกับที่เฮอร์คิวลิสก็นับถือแอรีสเหมือนกัน 

หลังจากที่กฎแรคนาร็อคถูกประกาศใช้โดยเทพซูส ให้เกิดการต่อสู้กันระหว่างมนุษย์และเหล่าทวยเทพ ถึงแม้แอรีสเองจะไม่ได้ถูกรับเลือกให้เป็นตัวแทนลงแข่ง ก็ไม่ทำให้เขารู้สึกไม่ดีเสียอย่างไร เพราะยังไง หนึ่งในผู้ลงแข่งก็คือน้องรักของเขาเฮอร์คิวริสอยู่แล้ว และแน่นอนการแข่งนี้ก็คงจบลงในเวลาอันรวดเร็ว เพราะไม่ว่าจะทำอย่างไร มนุษย์ก็ไม่มีวันเอาชนะเทพได้อยู่แล้ว แอรีสจึงนั่งชมการแข่งขันในฐานะผู้ชม และสนุกไปกับการดิ้นรนหนีชะตาของมนุษย์ สำหรับแอรีสแล้วนับเป็นความสนุกที่ไม่ได้สัมผัสมานานกว่าหลายพันปีมานี้เลย…

(เทพแอรีสไม่ได้เป็นหนึ่งในตัวแทนของฝ่ายเทพในการลงสู้ศึกครั้งนี้ อาจจะเพราะเทพกรีกลงแข่งกันเยอะแล้ว ก็เลยต้องตัดไป หรือ อาจจะด้วยพลังของแอรีสเองที่ไม่ผ่านเกณในศึกครั้งนี้ แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอันใด เทพแอรีสก็ถือว่าคือหนึ่งใน12เทพกรีกที่ยิ่งใหญ่แห่งโอลิมปัสองค์หนึ่งเหมือนกันนะ…)

มหาศึกคนชนเทพ แอรีส (Record of Ragnarok)

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ QuotesAboutSmile และ Keywordsfun

What's your reaction?

Excited
0
Happy
0
In Love
0
Not Sure
0
Silly
0

You may also like

Anime

Arifureta Shokugyou de Sekai Saikyou (อาชีพกระจอกแล้วทำไมยังไงข้าก็เทพ)

Hajime และเพื่อนๆ ภายในห้องได้ถูกอัญเชิญมายังต่างโลกเพื่อเป็นผู้กล้า ในต่างโลกนี้เองทุกคนต่างได้รับพลังและเวทมนต์ที่ทรงพลัง ซึ่งต่างจาก Hajime ที่เขาได้รับพลังในการสร้างวัตถุสิ่งของและเป็นพลังขั้นพื้นฐานของช่างตีดาบทั่วไป สิ่งนี้เองที่ทำให้ตัวเขามักถูกเพื่อนร่วมชั้นเรียนเรียกว่า “อาชีพกระจอก” 
Anime

Kaijin Kaihatsubu no Kuroitsu-san

เรื่องราวของ Kuroitsu Touka ศาสตราจารย์ทางด้านพันธุศาสตร์ เชี่ยวชาญทางด้านการดัดแปลงและปลูกถ่ายอวัยวะ โดยเฉพาะการดัดแปลงมนุษย์กลายพันธ์ เพื่อใช้ในการต่อสู้กับเหล่าซุปเปอร์ฮีโร่ ภายใต้องกรณ์ Agastia ซึ่งเป้าหมายขององกรณ์ก็คือการยึดครองโลก 
Anime

Hakozume: Koban Joshi no Gyakushuu (ฮาโกะซึเมะ สู้ตายตำรวจสาวป้อมยาม)

เรื่องราวเริ่มขึ้นหลังจากตำรวจน้องใหม่ Kawai Mai ได้รับเลือกให้มาปฎิบัติหน้าที่ที่สถานีตำรวจมาชิยามะ ท่ามกลางแรงกดดันทั้งจากผู้คนรอบข้างเองและเพื่อนตำรวจผู้ชายภายในกรม แถมด้วยหน้าที่การงานที่เหนื่อยแสนสาหัส

Leave a reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

More in:Anime

Anime

Saiyuki Reload: Zeroin (สี่แสบฝ่าแดนทมิฬ)

“ชมพูทวีป” ดินแดนที่แสนสวยงามที่ซึ่งทุกชีวิตต่างอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์เองหรือแม้แต่พวกภูตก็ตาม พวกเขานั้นมีชีวิตอยู่ร่วมกันได้ต่างก็ช่วยเหลือเกื้อกูลกันมาด้วยดีอย่างเสมอ 
Anime

Sasaki to Miyano

Miyano Yoshikazu นักเรียนม.ปลาย ในโรงเรียนชายล้วนผู้ที่ชื่นชอบการอ่านมังงะแนว BL และหลงใหลในเรื่องราวของเรื่องนี้ เขานั้นมักสับสนเกี่ยวกับความชอบของตนเองอยู่เป็นประจำ แต่ก็ไม่สามารถปฏิเสธเรื่องราวที่แสนงดงามในมังงะ BL นี้ได้เลย
Anime

Akebi-chan no Sailor Fuku

Akebi Komichi เด็กหญิงที่ชื่นชอบเครื่องแบบนักเรียนกะลาสีและยังเป็นแฟนคลับของ Fukumoto Miki เธอมีความปรารถนาในการเข้าเรียนในโรงเรียน Robai Gakuen เฉกเช่นเดียวกันกับไอดอลของเธอ