Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่60

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่60

บทที่ 60 การตรวจค้นจู่โจมก่อนวันหยุดยาว ep.2

” อย่าจำว่าเรา..ทำดีกับใคร แต่จงจำว่าใคร..ทำดีกับเรา “

** เมื่อคราวที่แล้วที่ผมบอกไปว่าตอนนี้น้ำลดลงเกือบหมดแล้ว และก็จะถึงเวลาทำความสะอาดบ้านกันสักที แต่แล้วจู่ๆ เหตุการณ์มันกับไม่เป็นเช่นนั้น ใครกันนะที่เป็นคนบอกว่า ‘สายน้ำไม่มีวันไหลย้อนกลับ’ มันมีนะครับพี่น้อง ไอ้สายน้ำที่ไหลย้อนกลับก็แถวบ้านผู้เขียนนี่ไง เจอฝนเทลงมาแค่สองคืนเท่านั้น สายน้ำมันไหลย้อนกลับมาท่วมที่เดิม และมันก็มีทีท่าจะมากกว่าตอนแรกด้วยซ้ำ 

เพราะผู้เขียนสังเกตุดูก็เห็นมันขึ้นเอา ๆ ไม่เห็นมันจะมีที่ท่าว่าจะหยุดนิ่งเลย และช่วงนี้ฝนเจ้ากรรมก็ดันมาตก เสริมมันเข้าไปอีก จนตอนนี้ดูจะสูงขึ้นเยอะเลยเชียว… และมันก็มีอีกหนึ่งปัญหา ที่ผมเชื่อว่าทุกคนที่บ้านน้ำท่วมนั้นต้องประสพพบเจอกัน นั้นก็คือ“น้ำกัดเท้า”หรือฮ่องกงฟุต ใครที่เคยเป็นคงรู้พิษสงของมันกันดี ว่ามันทั้งแสบทั้งคันขนาดไหน และในตอนนี้ ผมเองนั้นก็เป็นอีกคนที่ไม่ยอมตกเทรน์นี้อย่างแน่นอน ( สองเท้าเลยครับพี่น้อง ) จึงต้องขอพักก่อนช่วงนี้ งดเดินทุกกรณี…**

เสร็จธุระกับน้าชิดแล้ว ผมเลยพาไอ้แว่นไปหาอะไรกินกันที่ร้านของไอ้คม และเท่าที่ผมสังเกตุดูอาการของไอ้แว่นจนถึงตอนนี้ ผมลงความเห็นไปเลยว่า “หนักครับ” อาการมันหนักพอดูเลยละแต่มันเก็บอาการอยู่ ผมจึงต้องชวนมันคุยบ้างอะไรบ้าง ให้มันทำนู้นทำนี่ เพื่อที่จะไม่ให้มันทำตัวว่าง เพราะช่วงนี้อาการมันจะล่องลอยบ่อย ผมจึงต้องคอยช่วยให้มันผ่านช่วงเวลาที่แย่ไปให้ได้เร็ว ๆ

“ไอ้คมมีอะไรมากระแทกปากได้บ้างว่ะ” ผมตะโกนถามมันก่อนที่ตัวผมกับไอ้แว่นเดินไปถึงร้านมันซะอีก “มีหลายอย่างเหมือนกัน มึงอยากได้แบบไหนมากระแทกปากล่ะ” มันตอบผมกลับมาแบบ กวน ๆ เหมือนกัน และเมื่อเดินมาถึงหน้าร้านไอ้คม “เอ้า…!ไอ้แว่นมึงจะกินอะไร” ผมถามกับมันก่อน….

“……”เงียบ  มันไม่ได้ยิน “ไอ้แว่น!!มึงจะแดกอะไร” ผมถามมันอีกครั้งเพื่อให้มันหลุดจากภวังค์ที่มันเป็นอยู่ มันสะดุ้งตามเสียงเรียกของผมก่อนที่มันจะพูดว่า “ครับพี่..เอา..ข้าวมันไก่ครับ” มันได้สั่งของที่มันต้องการกับไอ้คม “เอามาเป็น2กล่องเลยและก็น้ำเขียวอีกขวด” ผมบอกสั่งของกินเพิ่มมาอีกชุดนึง และก็มานั่งกินกันในร้านไอ้คมเลย “กินให้หมดนะมึงไอ้แว่น” ผมกำชับบอกกับมัน ” ครับพี่ ” มันตอบ 

“อย่าทำอะไรที่มันประชดตัวเอง จนกลายเป็นทำร้ายตัวเองเข้าใจไหม เพราะถ้ามึงคิดทำแบบนั้น อีนั้นมันก็ไม่ทุกข์ร้อนหรือคิดจะกลับมาหามึงหรอก” ผมพูดเตือนสติมัน เพื่อให้มันได้คิดวิเคราะห์ถึงเหตุและผลเพราะว่าไอ้แว่นเป็นเด็กที่ฉลาดอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าแค่ให้เราคอยช่วยมันให้อยู่กับร่องกับรอยก็เท่านั้นเอง

ไอ้คมมันก็คงจะสังเกตุเห็น ความผิดปรกติอะไรบ้างอย่างอยู่เหมือนกัน เพียงแต่มันไม่ถามผมก็เท่านั้นเอง และหลังจากที่กินเสร็จเรียบร้อย เราทั้งสองก็ต้องไปทำเรื่องของเราให้เสร็จไวๆ ที่ล็อคฝักบัวล็อคที่สี่ซึ่งเป็นบ้านอิสลามของบังดุลย์ คนที่ผมให้ความเคารพอีกคนนึงในคุก 

“สลามมาลากุมบัง” ผมทักทายเป็นภาษาอิสลามไป “มันกุมมุสลาม” บังดุลย์แกเองก็ตอบรับกลับมา “มากินน้ำกินท่าก่อนใหญ่ ” บังดุลย์ร้องทัก “ไม่เป็นไรครับบังผมเรียบร้อยแล้วครับ และนี่บังบุหรี่ 140 ซอง อีก 2วัน ผมมาเอาตั๋วนะครับ” ผมรีบเข้าเรื่องที่จะคุยกับบังดุลย์เลย เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เพราะว่าตอนนี้ใกล้จะถึงเวลาอาบน้ำของผมแล้ว แล้วอีกอย่างผมก็ต้องขึ้นไปตรวจเช็คความเรียบร้อยของทุกวัน ในกองงานของผมอีกด้วย มันเหลือเวลาอีกแค่ไม่ถึง 10 กว่าวัน ก็จะเปิดกองงานเย็บแหแล้ว 

“ตามนั้นเลยไอ้หลาน” บังดุลย์บอกกับผม แต่ก่อนที่ผมจะขอตัวกลับผมก็ให้บุหรี่แกไว้สูบอีก2ซอง เป็นสินน้ำใจเล็กๆน้อยๆ “ขอบใจมากไอ้หลานรัก” เมื่อจัดการเรื่องทุกอย่างในวันนี้เสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว คราวนี้ผมก็ไม่ต้องมานั่งกังวลอะไรอีก ในเมื่อทุกอย่างมันเข้าที่เข้าทางของมันเอง นับจากวันนี้ผมก็แค่รอเวลาวันจู่โจมมาถึงก็เท่านั้น และก็จะได้กลับมาเปิดโต๊ะบอลต่อเหมือนเดิม

เวลาก็ผ่านล่วงเลยมา 2 วัน วันนี้เป็นวันที่ผมต้องได้รับเงิน15000บาท ตามที่ตกลงกันเอาไว้ วันนี้อากาศมันดูจะเริ่มหนาวเข้ามาอีกแล้ว แต่มันก็ยังหนาวอยู่ในระดับที่ทุกคนทนกันได้ และอากาศแบบนี้ผมเองกลับชอบมันซะอีก เพราะว่าอันที่จริงแล้วผมเป็นคนขี้ร้อนอยู่แล้วด้วย มันจึงทำให้ผมเป็นคนที่ชอบหน้าหนาวมากกว่าฤดูไหน แต่ถ้าจะให้หนาวถึงขนาดเหมือนช่วงเดือนที่แล้ว อันนี้ผมเองก็คงจะทนไม่ไหว แต่ถ้าอากาศแบบนี้แหละครับกำลังดี 

ในตอนนี้ไอ้แว่นเองก็ดูมันจะดีขึ้นมากแล้ว แต่ก็ยังมีเหม่อลอยให้เห็นอยู่บ้างในบางช่วง และผมพูดถึงมันยังไม่ทันไร กาแฟร้อน ๆ พร้อมขนมปังฟาร์มเฮ้าส์ราดนมข้นหวานก็พร้อมเสิร์ฟอยู่ตรงหน้าผมแล้ว ผมเคยบอกกับคุณผู้อ่านไปแล้วหรือยังนะ ว่าผมกับไอ้แว่นนั้นชอบเวลาและบรรยากาศในตอนนี้มากที่สุด

ถึงแม้มันจะไม่ใช่ฤดูหนาวก็ตาม ผมจะเปรียบเอาเวลานี้ว่ามันเป็นเวลาที่ดูจะชิลๆ สำหรับผม เราไม่ต้องรีบร้อนทำอะไรเหมือนคนอื่นเขา แค่นั่งปล่อยใจคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย พร้อมกับจิบกาแฟและของว่างคู่กันไปด้วย มันช่างมีความสุขซะเหลือเกิน… 

แต่มันก็แปลกซึ่งเอาจริงแล้ว ตอนที่ผมอยู่ข้างนอกนั้น กาแฟผมไม่เคยจะแตะต้องมันเลยด้วยซ้ำไป แต่กลับกันพอมาอยู่ในคุกผมเองกับต้องกินมันทุกวัน ที่เป็นอย่างนี้มันคงเป็นเพราะว่าผมเวลาตอนอยู่ข้างนอก ผมนั้นคงนอนไม่เป็นเวลาเหมือนในนี้ นอนมั่งไม่นอนมั่ง และแบบนี้ผมจะต้องกินกาแฟไปทำไมกัน ต่างจากในนี้เราต้องตื่นเป็นเวลาอยู่ทุกวัน กาแฟมันก็เลยเป็นตัวช่วยที่ดีในการที่จะกระตุ้นให้สมองเราปลอดโปร่งสดชื่นขึ้น

ผมจึงสั่งงานกับไอ้แว่นไปว่า “ไอ้แว่นประมาณ9โมงเช้า มึงลงไปบอกน้าชิดกับบังว่า ตอนพักเที่ยงเดี๋ยวกูลงไปหา ” ไอ้แว่นพยักหน้าเข้าใจก่อนที่มันจะถามมาว่า “ให้ผมเอาเงินขึ้นมาให้พี่เลยหรือเปล่า พี่จะได้ไม่ต้องลงไป” มันคงหวังดีกับผมจึงถามแบบนี้

“ไม่ต้องยุ่งเดี๋ยวกูจัดการเอง มึงแค่ไปทำตามที่กูบอกก็พอ” คือผมไม่อยากให้มันยุ่งไม่ใช่อะไรหรอกครับ ผมกลัวมันพลาดเดินไม่ดูตาม้าตาเรือไปเกมเจ้าหน้าที่เอา เดี๋ยวเรื่องเล็กจะกลายเป็นเรื่องใหญ่เอาได้ ของแบบนี้กันไว้ดีกว่าแก้ครับ เพราะว่าส่วนใหญ่แล้วมันจะแก้ไม่ค่อยทัน

เป็นอันว่าในตอนนี้ ผมมีเงินสดอยู่ที่ตัวทั้งหมด 35000 บาท มันดูไม่น้อยเลยนะครับสำหรับในคุก และขั้นตอนต่อไปที่ผมจะต้องทำ คือ การนำเงินจำนวนนี้ไปฝากเข้า “บุ๊ค” ผมต่อไป และเรื่องนี้มันก็ไม่ได้ยากเย็นอะไรเลยนะสำหรับตัวผม แค่เพียงผมหาเวลาเดินไปหาลูกพี่ของผม ขอให้แกจัดการกับเรื่องนี้ให้ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย ซึ่งผมคิดว่าคงจะเอาเข้าบุ๊คของผมประมาณ20000บาท ส่วนที่เหลือคงจะเก็บไว้เป็นเงินสดแทน เหตุผลที่ผมเก็บเงินสดไว้คือมันจะง่ายต่อการที่เราจะหยิบใช้ ในเวลาที่ฉุกเฉินหรือมันเป็นเรื่อปัจจุบันทันด่วนก็ตามแต่ 

เราจะได้มีไว้ใช้ตามที่ต้องการได้เลย ซึ่งมันก็ต่างจากเงินที่เราใช้ใน บุ๊คเพราะว่ามันจะเบิกได้แค่วันละ 300 เท่านั้น ซึ่งมันก็คงจะไม่ทันกินแน่นอน และหลังจากที่ผมได้รวบรวมเงินทั้งหมดครบแล้ว ก็ถึงเวลาที่ผมจะต้องเดินไปหาป๋าเวียงลูกพี่ของผม เพื่อที่จะเอาเงินให้กับแกไปจัดการให้กับผมนั่นเอง

“สวัสดีครับป๋า” ผมกล่าวทักทายกับแก “เออ… สวัสดีมึงมีอะไรหรอ ไอ้เสือ.. ” ป๋าเวียงผูดกับผม ซึ่งแกก็รู้ว่า ถ้าผมมาหาแกผมต้องมีเรื่องอะไรสักอย่างเป็นแน่

“ป๋าครับผมมีเรื่องอยากจะรบกวนป๋าหน่อยครับ ‘นี่ครับเงิน 35000บาท ป๋าช่วยไปจัดการให้ผมทีนะครับ ฝากเข้าบุ็คชื่อผม 20000ส่วนที่เหลือผมฝากป๋าไว้ก่อน จู่โจมเสร็จแล้ว เดี๋ยวผมจะกลับมาเอานะครับ” พูดจบผมก็ยื่นเงินทั้งหมดให้กับแกไป แกรีบรับไว้พร้อมกับพูดกับผมว่า 

“นี่พวกมึงสองคนนัดกันมาหรือป่าวว่ะ เมื่อกี้ไอ้เบนซ์ก็เอาเงินมาฝากกูไว้แสนนึง กูตดไม่ทันหายเหม็น มึงก็เข้ามาอีกคน” แกไม่พูดป่าวพร้อมกับหยิบธนาบัตร1000บาท เป็นปึก ๆ100ใบของไอ้เบนซ์ออกมาให้ผมดู

“ผมไม่ได้นัดกับมันมาหรอกครับป๋า ก็เราสองคนมีลูกพี่คนเดียวกันนิครับป๋า ไม่ไปหาป๋าแล้วผมจะไปหาใครได้ละครับ” ผมพูดบอกให้แกฟัง พร้อมกับนั่งบีบขาให้กับแกไปด้วย จนแกเผลอยิ้มออกมาในคำพูดของผม 

“พวกมึงสองตัวเนี้ยนะเหมือนกันจริง ๆ เอาเถอะจะทำอะไรก็รีบทำกันนะ จนกว่ากูจะเกษียนก็แล้วกัน และต่อไปถ้าไม่มีกูแล้วมึงจะฝากใคร” แกถามกับผมก่อนที่แกจะรวมเงินของผมกับไอ้เบนซ์ไว้ด้วยกัน และเก็บเข้ากระเป๋าต่อไป

“ถ้าไม่มีป๋าผมก็ไม่ทำอะไรแล้วครับ คงพอแล้วครับ” ผมตอบไปตามความจริง เพราะผมรู้สึกว่าถ้าไม่มีป๋าแล้ว ความปลอดภัยในหลายเรื่องมันแทบจะไม่มีเลยก็ว่าได้ ผมคิดว่ามันจะได้ไม่คุ้มเสียเอา ข้อนี้สำหรับความคิดของผมนะครับ

“ถ้ามึงคิดแบบนี้จริงได้มันก็ดีไอ้เสือ ป๋าก็อยากเห็นมึงได้กลับบ้านไว ๆ ป๋าอยากให้ไปเจอกันข้างนอกดีกว่า” ผมได้ฟังคำพูดจากป๋าแล้ว มันทำให้ผมรู้สึกได้ว่าสิ่งที่ป๋าบอกมานั้นมันมาจากใจของแกจริง ๆ แกห่วงใยพวกเราไม่ได้คิดกับเราแค่ว่า เราเป็นเพียงผลประโยชน์สำหรับตัวแกท่านั้น แกนั้นเป็นผู้คุมที่ต่างจากผู้คุมคนอื่น ที่ชอบบอกว่าตัวเองเป็นลูกพี่ แต่เอาเข้าจริงแล้วกับคิดกับลูกน้องตัวเองแค่เป็นตัวผลประโยชน์ของแกเท่านั้น เมื่อใดที่มึงหมดผลประโยชน์ เมื่อนั้นตัวมึงเองก็ไม่ต่างอะไรจากนักโทษทั่วไปก็เท่านั้น 

“ครับป๋าผมจะจำเอาไว้ และเราต้องได้เจอกันข้างนอกแน่นอนครับป๋า” หลังจากนั้นผมก็ขอตัวออกจากห้องของแกไป เพื่อที่จะรอตอนบ่าย ๆ ป๋าบัติหัวหน้าฝ่ายฝึกวิชาชีพเขาจะเข้ามาดูงานกองงานแหเพื่อตรวจเช็คความเรียบร้อย เพราะว่าผมได้แจ้งกับป๋าบัติไปว่า ตอนนี้ กองงานแหได้เตรียมพร้อมสำหรับการเปิดกองงานใหม่ทุกอย่างหมดแล้ว

อันนี้ผมต้องยกความดีความชอบให้กับบรรดาครูฝึกทุกคนด้วยครับ ที่ช่วยกันร่วมแรงร่วมใจ จัดเตรียมวัตถุอุปกรณ์ต่างๆไว้รองรับนักโทษที่จะเข้ามาในกลุ่มงานแห จนเสร็จเป็นที่เรียบร้อยก่อนเวลาขนาดนี้ 

ตัวของป๋าบัติเองดูจะชอบใจเป็นอย่างมาก ที่งานที่แกให้ไปทำนั้นเสร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี และแล้วงานทุกอย่างที่ผมจะต้องมีหน้าที่รับผิดชอบทั้งหมด ก็เสร็จสำเร็จเรียบร้อยเป็นอย่างดี ผมรู้สึกสบายใจและไม่รู้สึกต้องมากังวลใด ๆ อีกแล้ว ช่างเป็นอะไรที่ดีจริง ๆ…(โปรดติดตามตอนต่อไป) ” หมีขาวขั้ว โลกเหนือ ” # คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่60

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ QuotesAboutSmile และ Keywordsfun

What's your reaction?

Excited
0
Happy
0
In Love
0
Not Sure
0
Silly
0

You may also like

Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 84

ผมและไอ้แว่นได้ลงมาตั้งแถวรอเยี่ยมญาติอยู่หน้าองค์พระประจำแดน ซึ่งเป็นสถานที่รวมตัวสำหรับพวกที่มีชื่อเยี่ยมญาติในแต่ละรอบ ผมสังเกตเห็นไอ้แว่นมันดูลุกลี้ลุกลนเหมือนอยากจะถามอะไรผม แต่มันก็ยังไม่กล้าเอ่ยปากถามสักที
"วันเข้าพรรษา" ประวัติที่มา ความสำคัญ
Story

“วันเข้าพรรษา” ประวัติที่มา ความสำคัญ

ใกล้เข้ามาแล้วสำหรับเทศกาล "วันเข้าพรรษา" ที่ตรงกับวันพฤหัสบดีที่ 14 กรกฎาคม 2565 ที่จะถึงนี้ หลายคนอาจจะยังไม่เข้าใจถึงที่มาและความสำคัญของวันสำคัญดังกล่าว
Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 83

มันเป็นเช้าวันใหม่ที่บรรยากาศช่างเย็นสบายดีอีกหนึ่งวัน ผ่านการหยุดพักผ่อนที่ยาวเกือบจะอาทิตย์นึงเต็ม ๆ แต่การหยุดยาวครั้งนี้ของผมมันเหมือนแทบจะไม่ใช่การหยุดพักผ่อนอย่างคนปรกติทั่วไปนัก มันมีเรื่องราวมากมายเข้ามาไม่เว้นวัน ผมนั่งนึกย้อนดูว่ามีเรื่องอะไรบ้าง

Comments are closed.

More in:Story

Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 82

เมื่อการสอบสวนของนายอำพลนั้นไม่เป็นผลอย่างที่เขาคิดเอาไว้ เพราะว่าผมเองนั้นไม่ได้แสดงอาการสะทกสะท้านหรือหวาดกลัวอะไรเลยกับการข่มขู่และเสียงดังของเขา ที่มักจะได้ผลทุกครั้งไป และในความคิดของนายอำพลตอนนี้นั้น
Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 81

อยากจะข่มตาหลับ อย่างที่ไอ้ต้นเพื่อนผมบอก แต่มันก็ทำใจหลับไม่ลง เพราะว่าใจของผมตอนนี้ มันร้อนดั่งไฟเผาซะเหลือเกิน หัวสมองคิดไปต่างๆนานา ซึ่งมันก็อดเป็นห่วงเพื่อนฝั่งนู้นไม่ได้เลยว่าเรื่องราวมันจะลุกลามไปถึงไหนแล้ว
Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 80

ผมไม่ได้เจอเพื่อนเก่าอย่างไอ้เบนซ์มานาน ก็เลยหาที่นั่งคุยกัน ตรงใต้ต้นไม้ข้างฝ่ายฝึกวิชาชีพ มีไอ้เบนซ์ ไอ้หมี ไอ้ฮาทร์ และผมกับไอ้แว่นที่อยู่กับผมไม่ห่าง " ไอ้หมี มึงเป็นไงบ้างว่ะกูรู้มาว่าตอนโรคระบาดมึงเป็นไข้ไม่สบายด้วย " ผมถามมันด้วยความเป็นห่วง ถึงแม้ตอนนี้มันจะหายแล้วก็ตาม