Story

ส่องประวัติ วันลอยกระทง ตำนานและความเชื่อ

ส่องประวัติวันลอยกระทง ตำนานและความเชื่อ

ส่องประวัติ วันลอยกระทง ตำนานและความเชื่อ

ใกล้เข้ามาแล้วสำหรับ วันลอยกระทง ประเพณีที่ไม่ได้มีแต่ในประเทศไทยเท่านั้น ในประเทศจีน อินเดีย เขมร ลาว และพม่า เป็นพิธีอย่างหนึ่งที่มักจะทำกันในคืนวันเพ็ญ เดือน 12 หรือวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 12 อันเป็นวันพระจันทร์เต็มดวง และเป็นช่วงที่น้ำหลากเต็มตลิ่ง ในบทความนี้เราจะพาเพื่อนๆมาทำความรู้จักกับ ประเพณีลอยกระทง กันค่ะ

ส่องประวัติ วันลอยกระทง ตำนานและความเชื่อ

วันลอยกระทง คืออะไร

วันลอยกระทง คือ วันสำคัญวันหนึ่งของชาวไทย ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ตามปฏิทินจันทรคติไทย ตามปฏิทินจันทรคติล้านนา มักจะตกอยู่ในราวเดือนพฤศจิกายน ตามปฏิทินสุริยคติ มีการนำดอกไม้ ธูป เทียนหรือสิ่งของใส่ลงในสิ่งประดิษฐ์รูปต่างๆ ที่ไม่จมน้ำ เช่น กระทง เรือ แพ ดอกบัว ฯลฯ แล้วนำไปลอยตามลำน้ำ เพื่อเป็นการสะเดาะเคราะห์และขอขมาต่อพระแม่คงคา

บางหลักฐานเชื่อว่าเป็นการบูชารอยพระพุทธบาทที่ริมฝั่งแม่น้ำนัมทามหานที และบางหลักฐานก็ว่าเป็นการบูชาพระอุปคุตอรหันต์หรือพระมหาสาวก

ประวัติความเป็นมาของวันลอยกระทง

  • สมัยพ่อขุนรามคำแหง

ไม่มีหลักฐานระบุแน่ชัดว่าประเพณีลอยกระทงนั้นเริ่มตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ในรัชสมัยพ่อขุนรามคำแหง มีนางนพมาศหรือท้าวศรีจุฬาลักษณ์ เป็นผู้ประดิษฐ์กระทงขึ้นครั้งแรก โดยแต่เดิมเรียกว่าพิธีจองเปรียง ที่ลอยเทียนประทีป และนางนพมาศได้นำดอกโคทม ซึ่งเป็นดอกบัวที่บานเฉพาะวันเพ็ญเดือนสิบสองมาใช้ใส่เทียนประทีป ดังปรากฏในตำรับท้าวศรีจุฬาลักษณ์กล่าวถึงพระดำรัสของพระร่วงว่า “แต่นี้สืบไปเบื้องหน้า โดยลำดับกษัตริย์ในสยามประเทศ ถึงกาลกำหนดนักขัตฤกษ์ วันเพ็ญเดือน 12 ให้ทำโคมลอยเป็นรูปดอกบัว อุทิศสักการบูชาพระพุทธบาทนัมมทานทีตราบเท่ากัลปาวสาน แต่ปัจจุบันมีหลักฐานว่าไม่น่าจะเก่ากว่าสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น โดยอ้างอิงหลักฐานจากภาพจิตรกรรมการสร้างกระทงแบบต่าง ๆ ในสมัยรัชกาลที่ 1 จากนั้นในสมัยรัชกาลที่ 2 ได้เปลี่ยนแปลงจากการทำจากดอกบัวเป็นต้นกล้วยเพราะดอกบัวดังกล่าวหายากและมีน้อย จึงใช้ต้นกล้วยทำแทนแล้วดูไม่สวยจึงใช้ใบตองมาพับแต่งจนสวยสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน

  • กรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น

ประเพณีลอยกระทงสืบต่อกันเรื่อยมา จนถึงกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น สมัยรัชกาลที่ 1 ถึง รัชกาลที่ 3 พระบรมวงศานุวงศ์ตลอดจนขุนนางนิยมประดิษฐ์กระทงใหญ่เพื่อประกวดประชันกัน ซึ่งต้องใช้แรงคนและเงินจำนวนมาก พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 4 ทรงเห็นว่าเป็นการสิ้นเปลือง จึงโปรดให้ยกเลิกการประดิษฐ์กระทงใหญ่แข่งขัน และโปรดให้พระบรมวงศานุวงศ์ทำเรือลอยประทีปถวายองค์ละลำแทนกระทงใหญ่ และเรียกชื่อว่า “เรือลอยประทีป” ต่อมาในรัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 6 ได้ทรงฟื้นฟูพระราชพิธีนี้ขึ้นมาอีกครั้ง ปัจจุบันการลอยพระประทีปของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงกระทำเป็นการส่วนพระองค์ตามพระราชอัธยาศัย

  • รัชกาลที่ 5

ในสมัยก่อนนั้นพิธีลอยกระทงจะเป็นการลอยโคม โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้ทรงสันนิษฐานว่า พิธีลอยกระทงเป็นพิธีของพราหมณ์ จัดขึ้นเพื่อบูชาเทพเจ้า 3 องค์ คือ พระอิศวร พระนารายณ์ และพระพรหม ต่อมาได้นำพระพุทธศาสนาเข้าไปเกี่ยวข้อง จึงให้มีการชักโคม เพื่อบูชาพระบรมสารีริกธาตุ และลอยโคมเพื่อบูชารอยพระบาทของพระพุทธเจ้า

กระทง คืออะไร

ตามความหมายในพจนานุกรม กระทง คือภาชนะสำหรับใส่สิ่งของ มีที่มาจากภาษาเขมร บ่อยครั้งยังเป็นนามใช้เรียกสิ่งที่เป็นท่อนๆ ตอนๆ อย่างกระทงนา ไม้ยึดกราบเรือ และท่อนผ้าจีวร

แต่สำหรับประเพณีนั้น กระทง คือ วัสดุที่ลอยลงแม่น้ำ ซึ่งไม่ว่าจะทำจากใบตอง กระดาษ ขนมปัง หรือซังข้าวโพด ล้วนแต่ถูกเรียกว่า กระทง ทั้งสิ้น

ความเชื่อเกี่ยวกับวันลอยกระทง

จุดประสงค์และความเชื่อในการลอยกระทงมีแตกต่างกันออกไปหลากหลายความเชื่อ เช่น เกี่ยวกับพระพุทธศาสนา ก็จะเป็นการบูชาพระเกศแก้วจุฬามณีบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์, เป็นบูชารอยพระพุทธบาท ณ หาดทรายริมฝั่งแม่น้ำนัมมทา ซึ่งปัจจุบันคือแม่น้ำเนรพุททาในอินเดีย หรือต้อนรับพระพุทธเจ้า ในวันเสด็จกลับจากเทวโลก เมื่อครั้งไปโปรดพระพุทธมารดา

มีความเชื่อว่าเพื่อบูชาพระอุปคุตเถระที่บำเพ็ญบริกรรมคาถาในท้องทะเลลึก หรือสะดือทะเล บางแห่งก็ลอยกระทง เพื่อบูชาเทพเจ้าตามความเชื่อของตน บางแห่งก็เพื่อแสดงความขอบคุณพระแม่คงคา ซึ่งเป็นแหล่งน้ำให้มนุษย์ได้ใช้ประโยชน์ต่างๆ รวมทั้งขอขมาที่ได้ทิ้งสิ่งปฏิกูลลงไป ส่วนบางท้องที่ ก็จะทำเพื่อระลึกถึงบรรพบุรุษที่ล่วงลับ หรือเพื่อสะเดาะเคราะห์ ลอยทุกข์โศกโรคภัยต่างๆ และส่วนใหญ่ก็จะอธิษฐานขอสิ่งที่ตนปรารถนาไปด้วย

นอกจากนี้ พระยาอนุมานราชธน ได้สันนิษฐานว่า ต้นเหตุแห่งการลอยกระทง อาจมีมูลฐานเป็นไปได้ว่า การลอยกระทงเป็นคติของชนชาติที่ประกอบกสิกรรม ซึ่งต้องอาศัยน้ำเป็นสำคัญ เมื่อพืชพันธุ์ธัญชาติงอกงามดี และเป็นเวลาที่น้ำเจิ่งนองพอดี ก็ทำกระทงลอยไปตามกระแสน้ำไหล เพื่อขอบคุณแม่คงคา หรือเทพเจ้าที่ประทานน้ำมาให้ความอุดมสมบูรณ์ เหตุนี้ จึงได้ลอยกระทงในฤดูกาลน้ำมาก และเมื่อเสร็จแล้ว จึงเล่นรื่นเริงด้วยความยินดี เท่ากับเป็นการสมโภชการงานที่ได้กระทำว่า ได้ลุล่วงและรอดมาจนเห็นผลแล้ว ท่านว่าการที่ชาวบ้านบอกว่า การลอยกระทงเป็นการขอขมาลาโทษ และขอบคุณต่อแม่คงคา ก็คงมีเค้าในทำนองเดียวกับการที่ชาติต่างๆ แต่ดึกดำบรรพ์ได้แสดงความยินดี ที่พืชผลเก็บเกี่ยวได้ จึงได้นำผลผลิตแรกที่ได้ ไปบูชาเทพเจ้าที่ตนนับถือ เพื่อขอบคุณที่บันดาลให้การเพาะปลูกของตนได้ผลดี รวมทั้งเลี้ยงดูผีที่อดอยาก และการเซ่นสรวงบรรพบุรุษที่ล่วงลับ เสร็จแล้วก็มีการสมโภชเลี้ยงดูกันเอง

ส่องประวัติ วันลอยกระทง ตำนานและความเชื่อ

ทั้งหมดนี้ล้วนแล้วแต่เป็นความเชื่อที่ส่งต่อกันมาตั้งแต่อดีตกาล ซึ่งในปัจจุบันนั้นก็ยังคงสืบทอดเอาไว้ นอกจากจะเป็นความเชื่อและตำนานที่มีความน่าสนใจแล้วนั้น ประเพณีวันลอยกระทง ยังมีความแตกต่างกันออกไปในแต่ละพื้นที่อีกด้วย หากเพื่อนๆมีความสนใจ โปรดรอติดตามบทความถัดไปได้เลยค่ะ

อ่านบทความเกี่ยวกับตำนานต่างๆเพิ่มเติมได้ที่ : QuotesAboutSmile และ Keywordsfun

What's your reaction?

Excited
0
Happy
0
In Love
0
Not Sure
0
Silly
0

You may also like

Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 71

หลังจากที่ผมอาบน้ำเสร็จก็มาแต่งตัว ในใจของผมก็คิดว่าป๋าเวียงแกได้มาแล้ว จึงทำให้ผมแต่งตัวเสร็จก็ว่าจะเดินไปหน้าประตูแดนเพื่อสำรวจดูว่าแกมาจริงหรือยัง แต่ผมยังไม่ทันได้เดินไปไหนเลยครับ ลูกน้องไอ้เบนซ์ได้เดินมาหาผมที่ตู้ล็อคเกอร์
Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 70

ผมนั่งปล่อยใจเหม่อลอยคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย จิบกาแฟยามเช้านั้งซึมซับบรรยากาศเหมือนอย่างเคยทุกวัน อากาศเย็นสบายและในช่วงเวลานี้ของทุกวันมันคือความสุขของผมจริงๆ ที่อยู่ในคุกนี้ และวันนี้ผมคิดว่าไอ้แว่นมันน่าจะออกจากโรงพยาบาลแล้ว
Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 69

หลังจากที่ตัวผมขึ้นห้องขังมาได้ไม่เท่าไหร่ หันไปมองข้างกายเห็นเพียงที่นอนเปล่า ๆ 1 หลัง มันรู้สึกใจคอไม่ดียังไงไม่รู้ เวลาที่ไม่มีไอ้แว่นอยู่ข้าง ๆ มันดูเหมือนว่าผมขาดอะไรไป นี่ผมติดมันหนักขนาดนี้เลยหรือนี่

Leave a reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

More in:Story

Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 68

มีเสียงประกาศเรียกให้ออกมามอบตัวแก่เจ้าหน้าที่ในตอนนี้ดังขึ้น ผู้ที่ได้ทำการทะเลาะวิวาทให้ออกมาที่กลางสนามทั้งหมด นี้คือคำสั่งของเจ้าหน้าที่ที่ได้เข้าเวรเป็นผ.บแดนของวันนี้(ผมจำชื่อไม่ได้) เงียบ..ไม่มีใครเดินมามอบตามที่ประกาศ
Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 67

ในเมื่อพูดกันดี ๆ แล้วไม่ต้องการกัน ก็ไม่ต้องคุยอะไรกันแล้วให้มากความ ในเมื่อคำตอบจากมัน ก็คือสภาพของไอ้หยีที่กลับมาแบบนี้ การมีเรื่องในคุกนั้นผมก็รู้อยู่เต็มอก ว่ามันไม่คุ้มกันหรอกครับ สุดท้ายเจ้าหน้าที่ก็รับจบหมด แต่ในเมื่อเรื่องมันมาหาถึงขนาดนี้แล้ว
Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 66

พอหลังจากแข่งบอลเสร็จพักใหญ่ ๆ ผมรู้สึกว่าร่างกายมันอ่อนล้าและอ่อนแรงอย่างเห็นได้ชัด ผมนอนพักเหนื่อยเอาแรงอยู่ที่ซุ้มบ้านผม ไอ้แว่นเองก็นอนพักเหนื่อยอยู่ข้างผมเหมือนกัน