Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 73

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 73

บทที่ 73 ส่งท้ายสิ้นปี

“เพราะชีวิตต้องดำเนินต่อไป…ถ้าชีวิตเปรียบเหมือนการเดินทาง การเดินทางของแต่ละคนคงมีรูปแบบต่างกัน แต่ไม่ว่าจะเดินทางด้วยรูปแบบไหน ไม่ว่าจะต้องพบเจอกับสิ่งใด ความทุกข์หรือความสุข หากเรายังมีลมหายใจอยู่นั้นก็หมายความว่าชีวิตยังคงต้องดำเนินต่อไปอยู่ดี…”

**สวัสดีเพื่อน ๆ ทุกคน คงจะสบายดีกันนะ วันนี้นึกมาทั้งวันแล้วว่าจะเขียนอะไร มาเล่าเป็น content ดี แต่นึกยังไงมันก็นึกไม่ออก พอดีหันซ้ายหันขวาก็ดันไปเจอกับไอ้แมว 2 ตัวที่เลี้ยงไว้ ด้วยความหน้าทะเล้นของมันผู้เขียนก็เลยจะขอเล่าเรื่องของมันอีกครั้ง ซึ่งตอนนี้เจ้าแมว 2 ตัวนี้มันก็ได้โตพอที่จะเป็นสัดได้แล้ว และประการสำคัญเลยก็คือที่บ้านมีแมวตัวเมียอยู่ตัวนึง ซึ่งไม่ใช่แมวของบ้านผู้เขียนครับ แต่เป็นแมวของอีกบ้านนึงมันชอบมาก้อร่อก้อติกกับเจ้าแมว 2 ตัวนี้อยู่เป็นประจำ ซึ่งในตอนแรกเจ้า 2 ตัวของผู้เขียน ก็ไม่ค่อยจะสนใจเท่าไหร่ เจอหน้าเป็นตบสะด้วยซ้ำ

แต่เหตุการณ์มันก็เปลี่ยนแปลง เมื่อ 2 วันก่อนซึ่งอากาศมันหนาวมากเลย ตอนกลางคืนผู้เขียนออกไปเข้าห้องน้ำ แล้วก็ได้เห็นอีแมวตัวเมียนอนอยู่กลางวงล้อมของแมวผู้เขียนทั้งสองตัวกอดกันกลม เห็นดังนั้นคิดอยู่ในใจว่าไม่ได้ความซะแล้วต้องพามันไปทำหมัน ซึ่งการทำหมันแมวตัวผู้ราคามันจะถูกกว่าตัวเมีย เพราะเท่าที่ไปถามมานะครับ เขาบอกว่าตัวผู้มันไม่ต้องผ่าตัด มันแค่ตัดไข่เท่านั้น แต่ถ้าตัวเมียต้องผ่าตัด ราคาตัวผู้มันจะถูกกว่า ประเด็นสำคัญเลย คือ ถ้าต้องไปทำหมันมันก็ต้องทำทั้ง 2 ตัว ก็เลยยังชั่งใจอยู่ว่ามันจะต้องใช้เงินเท่าไหร่กันแน่  แต่จะให้ทำยังไงล่ะครับถ้าขืนปล่อยไปตามธรรมชาติ รับรองว่ามันได้ท้องแน่ ๆ 

ท้องขึ้นมาคงจะเลี้ยงไม่ไหวหรอกครับเราต้องตัดไฟแต่ต้นลมเป็นดีที่สุด  แล้วทำไมผู้เขียนถึงได้เขียนเรื่องแมวให้เพื่อน ๆ ฟังก็อยากจะมีข้อแนะนำ และก็อยากจะบอกเพื่อนๆ ว่าถ้าคิดอยากจะเลี้ยงสัตว์ เราต้องเลี้ยงด้วยความรักและการดูแลเอาใจใส่อย่างเต็มที่ ไม่ใช่ว่าพอโตมาเราจะปล่อยให้เป็นภาระของสังคมไม่ได้ เพราะถ้ามันมีลูกจนเราเลี้ยงไม่ไหว สุดท้ายก็ต้องเอาไปปล่อยวัด มันก็ไม่ดีหรอกครับ ถ้าคิดว่าเราไม่พร้อมอย่าเลี้ยงดีกว่านะ คิดว่าเราพร้อมที่จะเลี้ยงเราจะเลี้ยงได้แค่ไหน ว่าแล้วดังนั้นผู้เขียนจึงต้องรีบปั่นต้นฉบับ เพื่อจะเอาเงินไปทำหมันแมวครับ แล้วพบกันใหม่ใน content หน้าครับ**

พวกเราทั้ง 5 คนยังนั่งอยู่ในห้องป๋าเวียง ป๋าจึงถามสาเหตุจริงๆ ว่าทำไมถึงมีเรื่องกันได้ซึ่งไอ้เบนซ์ก็ได้เล่าให้ป๋าเวียงฟัง ถึงพฤติกรรมของไอ้อารต์โดยตรง ว่ามันเป็นตัวต้นเรื่องและเป็นคนเริ่มลงมือก่อน โดยที่ไอ้หยีเป็นคนได้เล่าถึงเหตุการณ์ที่มันเข้าไปโดนกระทืบ ในตอนที่มันได้ไปทวงถามถึงเงินที่ค้างเอาไว้และมันต้องให้ในเย็นวันนั้น 

“ก็มันพูดกลับมาไม่สวยนะป๋า ผมจะไปทนไหวได้ไงละ”ไอ้เบนซ์พูดแทรกขึ้นมา ในตอนที่ไอ้หยีได้เล่าจบและก็คำพูดที่ไอ้อารต์มันพูดฝากกับไอ้หยีมา ซึ้งนี่แหละคือสาเหตุสำคัญในการมีเรื่องครั้งนี้

” มึงก็อย่ามาทำพูดดีเลยไอ้เบนซ์ ทำไมกูจะไม่รู้นิสัยสันดารมึง มึงมันคนอารมณ์ร้อน และมึงมันก็ไม่ยอมอ่อนข้อให้มันอยู่แล้วด้วย อีกอย่างถ้ามึงไม่ชอบหน้าใคร และถ้ามันพลาดขัดใจมึงหน่อย ผิดใจมึงนิดนึง เป็นยอมไม่ได้..แล้วมึงล่ะไอ้เสือ มึงเข้าไปร่วมวงกับเขาได้ไง แทนที่มึงจะห้ามมัน” ไอ้เบนซ์หน้าจ๋อยที่โดนป๋าเวียงรู้ทันเกมของมัน และคิวต่อไปก็คือผมที่โดนแกถาม ถึงสาเหตุที่ไปร่วมวงบันเทิงกับเขาด้วยในครั้งนี้

“ห้ามมันแล้วป๋า แต่ยิ่งห้ามมันก็เหมือนยิ่งยุ และแบบนี้ใครจะปล่อยมันไปคนเดียวได้ละป๋า ผมจะห้ามมันก็ห้ามไม่ได้ แล้วป๋าก็รู้นิสัยมันดีมากกว่าผมอีก ผมก็เลยต้องร่วมวงกับเขาด้วยครับ” ผมได้พูดไปตามความรู้สึกจริงของผม ซึ่งผมให้มันไปคนเดียวไม่ได้จริง ๆ

” ไอ้เสือมึงเป็นคนใจเย็นนะ คำพูดมึงก็น่าจะห้ามมันได้อยู่ ป๋าถามหน่อยว่ามึง ได้พยายามเต็มที่หรือปล่าวที่จะห้ามมัน แต่นี่มึงดันขนเหล็กไปแทนเขาอีก ดีนะเรื่องมันไม่มีอะไรมาก คนเจ็บมันก็ไม่เอาเรื่องมึง เพราะมันเจ็บไม่มากเท่าไหร่ ที่เจ็บมาก ๆ ก็เห็นจะมีไอ้บีและไอ้แว่นเนี่ยและ  ส่วนไอ้แว่นน้องมึงใช่ไหมไอ้เสือป๋าเวียงถามกับผม 

“ครับป๋า” ผมยอมรับกับป๋าเวียงไป  “ดี..!และมึงก็ยังพาน้องมึงไปโดนซัดมาอีก ถ้าญาติเขาติดใจเอาเรื่องขึ้นมา ปัญหามันจะไม่เล็กอย่างนี้แน่นอน” ป๋าเวียงพูดใส่เป็นชุด ผมก็ได้แต่ก้มหน้ารับฟังอย่างเดียว

“ญาติผมเขาไม่เอาเรื่องพี่ใหญ่หรอกครับ และผมก็แอบไปเองครับ พี่ใหญ่เขาไม่รู้ครับ ” ไอ้แว่นพูดแก้ตัวให้ผมโดยไว ซึ่งมันก็หารู้ว่าการกระทำของมันในครั้งนี้ไม่เป็นเรื่องที่ดี มันได้ทำให้ป๋าเวียงโมโหมันเป็นอย่างมาก เพราะว่านิสัยของแกไม่ชอบให้ใครมาเถียง นั่งฟังอย่างเดียวคือจบ.. ส่วนผมกับไอ้เบนซ์เมื่อเห็นไอ้แว่นพูดขึ้นมา ผมกับมันมองหน้ากันด้วยความตกใจจะห้ามก็ไม่ทันแล้ว!!

“มึง!ไม่ต้องมาบังให้พี่มึงหรอก ทำไมกูจะไม่รู้ว่าเรื่องจริงเป็นยังไง กูทำงานมาเกือบ 40 ปี เหลี่ยมพวกมึงมีกี่เหลี่ยมกูดูออกหมด ขึ้นอยู่ที่กูจะพูดหรือทำอะไรพวกมึงรึป่าวมันก็เท่านั้นเอง เดี๋ยวงัดหน้าแม่ง กูพูดทำมาเถียง ออกตัวให้พี่มึงหรอ จะช่วยพี่มึงไง” ป๋าเวียงเพูดตะคอกเสียงดัง! จนไอ้แว่นสะดุ้งหน้าตาตื่น พร้อมกับที่แกขยับท่าทาง จะเตะหน้าไอ้แว่น 

แต่ด้วยสัญชาตญาณของผม เห็นดังนั้นก็เลยพุ่งขวางหน้าป๋าเวียงไว้ ” ป๊าอย่าทำน้องผมเลยครับ ผมขอโทษครับป๋า เดี๋ยวต่อไปผมจัดการมันเองครับ ” ผมไม่พูดเปล่าผมง้างหลังมือขวา เข้าหน้าไอ้แว่นเต็ม ๆ เสียงดังเพี้ย!! ไอ้แว่นหน้าหันทันทีตามแรงตบ

” ใครใช้ให้มึงเถียงป๋า แล้วใครเป็นคนบอกให้มึงพูด! กูบอกแล้วใช่ไหมให้ไปนั่งเฉย ๆ จนกว่าเขาจะถาม มึงถึงได้พูด แต่นี่ป๋าเขากำลังอบรมพวกเราอยู่ มึงก็น่าจะสังเกตเห็นพี่กับไอ้เบนซ์ยังไม่พูดอะไรเลย แค่นี้มึงก็น่าจะดูออก มึงไม่ต้องออกตัวให้กูมากขนาดนั้นหรอก คนอย่างกูเอาตัวรอดได้จำไว้” ผมทั้งด่าทั้งสั่งสอนมันเป็นชุด เพื่อให้มันรู้จักถึงมารยาทและการวางตัวให้ถูกกาละเทศะไม่ใช่นึกจะพูดก็พูดขึ้นมา โดยไม่มองสถานการณ์รอบข้างเลยว่าเป็นยังไง

“ผมขอโทษครับป๋า…ขอโทษครับพี่ใหญ่ ” ไอ้แว่นพูดขอโทษป๋ากับผม ด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก “มึงก็ไม่ต้องไปนึกเคืองพี่มึง พี่มึงเขาทำถูกแล้ว เพราะถ้าพี่มึงไม่ทำมึง มึงโดนกูมันจะหนักกว่านี้จำไว้ แล้วกูจะบอกมึงไว้อย่างมึงอ่ะโชคดีที่มีไอ้เสือเป็นพี่มึงคอยดูแลมึงในนี้ เพราะหน้ายังมึงอ่ะกูบอกได้เลยไม่เป็นเบ๊ให้เขาใช้ก็เป็นน้องให้เขาอัดตูด “ นิสัยของป๋าแก เป็นคนพูดอะไรตรง ๆ ถ้าเป็นคนที่ไม่ชอบหน้ากัน ก็คงมีเรื่องเป็นแน่.. แต่คนแบบนี้แหละครับที่เขาเรียกว่าคนจริงใจ 

ไอ้แว่นได้ฟังที่ป๋าพูด มันจึงพูดขึ้นมาว่า ” ใช่ครับป๋า ถ้าพี่ใหญ่ไม่ดึงผมมาอยู่กับแกด้วยตั้งแต่ที่แดนโน้น แม่ผมฝากให้เท่าไหร่ก็ไม่พอครับ ” ไอ้แว่นบอกกับป๋าว่า สิ่งที่ป๋าบอกเกี่ยวกับตัวมันนั้นถูกต้อง ถ้ามันไม่ได้อยู่กับผมเหมือนทุกวันนี้ ป่านนี้มันต้องเป็นหนี้หรือเป็นเบ๊เขาจริง ๆ

“เอาล่ะพวกมึงป๋าก็ไม่มีอะไรแล้ว วันนี้สิ้นปีขอให้มีความสุขแดกกันให้เต็มที่ และอย่ามีเรื่องมีราวกันอีกละ” ป๋าได้บอกกับผมทั้ง 5 คน ให้ออกไปได้ผมยกมือไหว้ป๋าและกำลังจะออกไปพอดี

“ไอ้เสือ! มึงด้วยไอ้เบนซ์! มาหาป๋าก่อน ” ป๋าเรียกผมทั้งสองให้อยู่ก่อน ถึงแค่นี้ผมก็พอจะเดาได้แล้วล่ะว่าเรื่องอะไร 

” ปีนี้ไปเที่ยวไหนละป๋า ” ไอ้เบนซ์ชิงพูดแหย่ขึ้นมาก่อน อาบอบนวด หรือ หมอนวด” ผมพูดเสริมมาอีกคน 

” มึง 2 คนไอ้นกรู้จริงๆให้ตายห่า ” ป๋าพูดขำ ๆ ในความรู้ทันของพวกผม “กูขอ 4000 ได้ไหม ” ป๋าถาม “ไม่มีปัญหาครับป๋า เดี๋ยวตอน 13:00 น ผมกับไอ้เบนซ์เข้าไปหานะ เดี๋ยวขอเวลาผมไปจัดการกันก่อน เพราะเงินสดไม่มีกันเลยฝากไว้กับป๋ากันหมดแล้ว ตั้งแต่ก่อนโจมครับ “

ผมเป็นคนพูดอธิบายให้ป๋าเข้าใจ ก่อนที่จะรีบออกไปหาเงินให้แกไปเที่ยวปีใหม่ นี่แหละครับลูกพี่ ผมเอ่ยอะไรมาผมไม่เคยปฏิเสธกันอยู่แล้ว เพราะรักและห่วงแกมากๆเลยครับ….( โปรดติดตามตอนต่อไป ) “หมีขาว ขั่ว โลกเหนือ” # คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 73

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ QuotesAboutSmile และ Keywordsfun

What's your reaction?

Excited
1
Happy
1
In Love
0
Not Sure
0
Silly
0

You may also like

Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 84

ผมและไอ้แว่นได้ลงมาตั้งแถวรอเยี่ยมญาติอยู่หน้าองค์พระประจำแดน ซึ่งเป็นสถานที่รวมตัวสำหรับพวกที่มีชื่อเยี่ยมญาติในแต่ละรอบ ผมสังเกตเห็นไอ้แว่นมันดูลุกลี้ลุกลนเหมือนอยากจะถามอะไรผม แต่มันก็ยังไม่กล้าเอ่ยปากถามสักที
"วันเข้าพรรษา" ประวัติที่มา ความสำคัญ
Story

“วันเข้าพรรษา” ประวัติที่มา ความสำคัญ

ใกล้เข้ามาแล้วสำหรับเทศกาล "วันเข้าพรรษา" ที่ตรงกับวันพฤหัสบดีที่ 14 กรกฎาคม 2565 ที่จะถึงนี้ หลายคนอาจจะยังไม่เข้าใจถึงที่มาและความสำคัญของวันสำคัญดังกล่าว
Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 83

มันเป็นเช้าวันใหม่ที่บรรยากาศช่างเย็นสบายดีอีกหนึ่งวัน ผ่านการหยุดพักผ่อนที่ยาวเกือบจะอาทิตย์นึงเต็ม ๆ แต่การหยุดยาวครั้งนี้ของผมมันเหมือนแทบจะไม่ใช่การหยุดพักผ่อนอย่างคนปรกติทั่วไปนัก มันมีเรื่องราวมากมายเข้ามาไม่เว้นวัน ผมนั่งนึกย้อนดูว่ามีเรื่องอะไรบ้าง

Comments are closed.

More in:Story

Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 82

เมื่อการสอบสวนของนายอำพลนั้นไม่เป็นผลอย่างที่เขาคิดเอาไว้ เพราะว่าผมเองนั้นไม่ได้แสดงอาการสะทกสะท้านหรือหวาดกลัวอะไรเลยกับการข่มขู่และเสียงดังของเขา ที่มักจะได้ผลทุกครั้งไป และในความคิดของนายอำพลตอนนี้นั้น
Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 81

อยากจะข่มตาหลับ อย่างที่ไอ้ต้นเพื่อนผมบอก แต่มันก็ทำใจหลับไม่ลง เพราะว่าใจของผมตอนนี้ มันร้อนดั่งไฟเผาซะเหลือเกิน หัวสมองคิดไปต่างๆนานา ซึ่งมันก็อดเป็นห่วงเพื่อนฝั่งนู้นไม่ได้เลยว่าเรื่องราวมันจะลุกลามไปถึงไหนแล้ว
Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 80

ผมไม่ได้เจอเพื่อนเก่าอย่างไอ้เบนซ์มานาน ก็เลยหาที่นั่งคุยกัน ตรงใต้ต้นไม้ข้างฝ่ายฝึกวิชาชีพ มีไอ้เบนซ์ ไอ้หมี ไอ้ฮาทร์ และผมกับไอ้แว่นที่อยู่กับผมไม่ห่าง " ไอ้หมี มึงเป็นไงบ้างว่ะกูรู้มาว่าตอนโรคระบาดมึงเป็นไข้ไม่สบายด้วย " ผมถามมันด้วยความเป็นห่วง ถึงแม้ตอนนี้มันจะหายแล้วก็ตาม