Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่7

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่7

บทที่ 7. กลับสู่จุดเริ่มต้น

” จงอย่ารอให้ ชะตา มากำหนดเรา เพราะ ตัวเราต้องกำหนด ชะตา ตัวเอง”

สวัสดี คุณผู้อ่านทุกท่าน ที่ ติดตามกันมาจนถึงตอนนี้ ก็ บทที่7 แล้ว ที่ผ่านทั้งหมด ผมเพียงแค่อธิบาย สถานที่ และ สภาพแวดล้อมโดยรวม ของเรือนจำ ซึ่ง เป็นสถานที่คุมขังผมเอาไว้ ว่าเป็นอย่างไร มี ลักษณะแบบไหน เพื่อให้คุณผู้อ่านได้พอเข้าใจ เพราะต่อไปนี้ จะเป็นการเล่าเรื่อง ชีวิตของเหล่าบรรดานักโทษ ที่ ต่างคนต่างที่มา แต่ต้องมาอยู่ร่วมกัน นับพันชีวิต ในสถานที่ ที่ทุกคนจะมีเวลาติดตัวกันทุกคน และ ไม่มีใครสามรถออกไปได้ จนกว่า เวลา ที่ติดตัวมาจะหมดไป  สถานที่นี้  “เวลา” มันไม่มีค่าอะไร และ เวลา ไม่ได้ช่วยอะไรเลย….

เสียงกลอนประตูเหล็ก เปิดออกดัง ลั้น! มันคือสัญญาน  บอกกับทุกคนว่า ถึงเวลาแล้ว รถบรรทุกหกล้อสีดำคาดขาว ได้มาหยุดจอดอยู่ข้างประตูเหล็ก ซึ่ง ภายในนั้นเป็นห้องขังขนาดใหญ่ มีเหล่านักโทษสวมเสื้อและกางเกงสีน้ำตาลเค็มหลายสิบคน และทุกคนมีตรวนเหล็ก ขนาดเล็กที่สุด(28ข้อ) สวมอยู่ที่ข้อเท้าทั้งสองข้างทุกคน ยืนรอเรียกชื่อของตัวเองเพื่อ ที่ จะได้ขึ้นไปนั้งรอบนรถ เพื่อกลับเรือนจำต่อไป ผมและคนใหม่อีก7คน ก็รอที่จะขึ้นรถเป็นกลุ่มสุดท้าย ท้ามกลางเม็ดฝนที่โปรยปราย ในเวลา ห้าโมงเย็นกว่าๆ กลางเดือน กรกฎาคม 2558

“หมดเวลาของโลกภายนอกอีกแล้วซินะ” ผมบอกตัวเอง ” ในขณะที่รถหกล้อของเรือนจำจังหวัด ขับฝ่าสายฝนที่ไม่หนักมากนัก ผมยืนมองบรรยากาศภายนอก ที่เรียงรายอยู่สองฝั่ง เพราะว่าคงจะอีกหลายปีทีเดียว ที่ ผมจะได้เห็นมันอีก ผมยืนมองเด็กใหม่ที่มาด้วยกันอีก6คน ก็พอจะดูออกว่าใครพึ่งติดคุกรอบแรก และ ใครที่เคยติดมาแล้วเหมือนกับผม ดูไม่ยากเลย แค่เรามองสีหน้าและแววตา ก็พอรู้แล้ว อย่างเช่น ไอ้แว่น เด็กหนุ่มที่ดูแล้วอายุไม่น่าเกิน25ปี ที่ใส่กุญแจมือคนละข้างกับผม ไอ้เนี่ยแหละรอบแรก ดูอาการมัน เลิกลัก หันซ้ายหันขวา ชอบนัก ผมเลยชวนมันคุย “เฮ้ย!!.โดนอะไรมา” ไอ้เด็กแว่นสะดุ่งเล็ก

ก่อนจะตอบผมว่า”ครับพี่..ผมโดนยามาครับเพื่อนมันล่อ ผมมาพี่ โดนตัวใหญ่(ยาไอย์) 5จีครับ พอได้ฟังผมนึกในใจ”น้อยๆมีแน่ๆ8ปี” แล้วเคยติดคุกมาก่อนไหม” ผมถาม แต่ เด็กหนุ่มมันยังไม่ทันได้ตอบ รถเรือนจำก็ได้มาถึงประตูทางเข้าเรือนจำ และแล้วประตูเหล็กสีเท่าขนาดใหญ่มันค่อยๆเลื่อนออกตาม ระบบประตูไฟฟ้าทั่วไป พอรถขับเข้าไป ก็จะเจอประตูลูกกรงชั้นที่สอง รถได้หยุดและดับเครื่อง ผู้คุมคนขับรถ ได้รอจนประตูแรกเลื่อนปิดสนิทเสียก่อน

แล้วจึงเดินมาเปิดประตูรถ นักโทษต่างค่อยๆลงกันทีละคน พร้อมกับนับจำนวนไปด้วย 1 2 3 4…จนปิดท้ายด้วยคู่ของผมกับไอ้แว่น”28…29..29 คนครบครับผม”ผมได้บอกยอดให้กับนายผู้คุมที่มีหน้าที่รับคนเข้าใหม่และพวกที่ออกศาลในวันนี้” เออ..มึงนี่เป็นงานนี่ว่า ไม่ใช่รอบแรกใช่ไหม” เสียงผู้คุมได้หันมาถามผม “ครับผม” ผมตอบ “เอา!ใครมีเงินที่ญาติให้มาหรือของมีค่าให้เอาออกมา ให้นำมาฝาก ที่ละคนกูจะเอาไปฝากให้…แต่ถ้าหลังจากนี้กูค้นเจอ ถือว่ามึงมีความผิด กูกระทืบก่อนส่งเข้าแดนแน่นอน” เสียงของผู้คุมอีกคน ที่ มีหน้าที่เข้าเวรประตูคืนนี้ พูดเสียงดังเพื่อขู่เด็กใหม่ ที่อยากจะใช้เหลี่ยม

“เซฟ” สิ่งของต้องห้ามเข้ามาในเรือนจำ อาจจะเป็น ยาเสพติด เงินสด และแล้ว คนที่มีเงินก็ได้เอาออกมาว่างไว้ตรงหน้าของตัวเอง รวมถึงผมด้วย ที่ มีเงินติดตัวมา4000 แต่ผมยิบมาวางไว้แค่2000 ส่วนอีก2000ผมได้เก็บไว้ที่ตัว “ของแบบนี้ต้องเหลี่ยมใครเหลี่ยมมัน” เพราะผมรู้ดีว่า กว่าเงินที่ฝากไว้ตรงนี้ จะ เข้ามาให้เบิกใช้ได้ก็ เกือบจะสองอาทิตย์ ที่นานก็เพราะ ว่า กว่านายร้านค้าจะเรียกถ่ายรูปทำปอง ไหนจะรอเงินโยกเข้ามาอีก แบบนี้ไม่ให้ โหย ได้ไง สู้เอา “สด” เข้ามาใช้เลยเป็นดีที่สุด  ดีไม่ดีพันนึง อาจแรกได้1500 ก็ได้

แต่การที่ผมทำแบบนี้ใช่ว่าไม่เสี่ยง แต่ผมเชื่อในความรู้สึกตัวเอง ว่า ผมมองไม่ผิด เพราะผมสังเกตุพวกออกศาล ที่มีเงินสดมันไม่เห็นจะงัดเอาเงินสดออกมาให้สักคน เป็นเช่นนี้ แสดงว่า นายคนนี้ไม่เข้มงวดอาไร แค่เสียงดังขู่เด็กใหม่เฉยๆ “ ทั้งหมด!! ถอดเสื้อผ้า..ออกให้หมด “เสียงผู้คุมหนุ่มสั่ง  นักโทษทั้งเก่า และ ใหม่ ต่างคนต่างถอดเสื้อผ้าของตัวเองออกจนหมด จะมีก็แต่พวกคนใหม่ที่ไม่เคยติดคุกมาก่อน ที่ มันคงจะรู้สึกอายอยู่มั่ง ที่จะต้องแก้ผ้าต่อหน้าคนอื่น เลยยืนเอามือกุมเป้า ของตัวเองเอาไว้

ส่วนตัวผมนั้นเห็นมันเป็นเรื่องปรกติ ก็เลยปล่อยให้ “จุดสองห้อย” อาวุธประจำกาย ห้อยโตงเตง อยู่แบบนั้น จากนั้น นักโทษที่ทำงานอยู่หน้าฝ่ายสองคน ได้เข้ามาค้นเสื้อผ้าของนักโทษ และ ของพวกคนใหม่ เพื่อ ดูว่ามีสิ่งของต้องห้าม ที่ทางเรือนจำกำหนดเอาไว้ มีทั้งหมด 10 ข้อด้วยกัน ว่ามีใครได้แอบลักลอบ จะนำเข้าเรือนจำมารึป่าว มันก็ไม่ได้ค้นอะไรระเอียดมากหรอก แค่เดินมาเอามือ ขยุมๆ แล้วก็ผ่านไป จนมาถึงผมที่เป็นคนสุดท้าย

แล้วก็ผ่านเลยไป ยังมันยังไม่จบ” ไฮย์ไลย์ ” สำคัญมันอยู่ตรงนี้ต่างหาก เสียงของผู้คุมหนุ่มก็ได้สั่งมาอีกว่า “แยกแดน ใครแดนมัน แล้วก็ไปได้ ” นักโทษต่างไม่รอช้ารีบแยกแดนกันในทันที  “เฮ้ย! เด็กใหม่ มาฝั่งนี้ทั้งหมด เสียงบอกของเด็กหน้าฝ่าย พร้อมทั้งชี้นิ้วกำกับ แดนแรกรับ บ้านของผมในคืนนี้ ผมไม่เคยเข้ามาก่อนเลย ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรก  และ ก่อนที่จะแยกย้ายแดนใครแดนมัน การตรวจค้นด่านสุดท้ายก็ได้มาถึง นักโทษทั้งหมดยืนต่อแถวตอนเรียงหนึ่ง เพื่อที่จะได้รับการตรวจ ตรงหน้าห้องน้ำของเด็กหน้าฝ่าย

มีผู้ช่วยงานยืนอยู่หนึ่งคนมือนึงสวมถุงมือยาง ส่วนมืออีกข้าง ถือสบู่ก้อนเขื่องาาจะ รูดผ่านไปเรย แล้วก็มาถึงคิวของผม เป็นคนสุดท้าย ผมหันหลังกำลังจะก้มลง “ พี่ๆ ไม่ต้องครับ เดินไปอาบน้ำได้เลยพี่ ” เด็กหน้าฝ่ายอีกคนพูด แล้วก็เดินถือขันสบู่มายื่นให้ผม ” ขอบใจมาก”” ผมกล่าวขอบคุณกับความมีน้ำใจ ที่ ให้กัน ผมมองหน้าและก็ นึก แต่ก็จำไม่ได้ว่า ผมรู้จักกับมันตอนไหน  “พี่เล็กเขาฝากผมมาพี่ ให้คอยดูพี่ว่าขาดอะไรรึเปล่า “ เด็กคนนี้มันคงรู้ว่าผมสงสัย เลยอธิบายมาก่อนเลย  ” 

” พี่…เล็ก…อ..อ๋อ..อ้าว เขาไม่ได้อยู่แดนนู้นหรอกรึ “

ผมถามออกไป  ” มีเรื่องตีกันพี่  ยกบ้านใส่กันเลย ก็เลยโดนจับย้ายแดนมาที่นี่ 6 7 เดือนได้แล้วครับ

บ้านเราย้ายมานี่กันเย่อะเลย เอาไว้พรุ่งนี้ พี่ก็จะเห็นว่าใครอยู่กันบ้าง ” พอมันพูดจบ ผมก็แค่ผยักหน้าเป็นเชิง ว่า เข้าใจแล้ว และ เดินไปอาบน้ำที่อ่างน้ำหน้าฝ่ายควบคุม เพื่อ ที่จะเดินเข้าแดนของตัวเองอีกที ” เฮ้ออ… กลับสู้จุดเริ่มต้นอีกแล้วกู ” ผมถอนหายใจออกมา ด้วยความเบื่อหน่าย ก่อนที่จะเดินชักแถวกันเข้าแดน แรกรับตามลำดับ….                        

(อ่านต่อตอนหน้า…)  

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ Keywordsfun และ Foong-Trending

What's your reaction?

Excited
0
Happy
0
In Love
1
Not Sure
0
Silly
0

You may also like

Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 84

ผมและไอ้แว่นได้ลงมาตั้งแถวรอเยี่ยมญาติอยู่หน้าองค์พระประจำแดน ซึ่งเป็นสถานที่รวมตัวสำหรับพวกที่มีชื่อเยี่ยมญาติในแต่ละรอบ ผมสังเกตเห็นไอ้แว่นมันดูลุกลี้ลุกลนเหมือนอยากจะถามอะไรผม แต่มันก็ยังไม่กล้าเอ่ยปากถามสักที
"วันเข้าพรรษา" ประวัติที่มา ความสำคัญ
Story

“วันเข้าพรรษา” ประวัติที่มา ความสำคัญ

ใกล้เข้ามาแล้วสำหรับเทศกาล "วันเข้าพรรษา" ที่ตรงกับวันพฤหัสบดีที่ 14 กรกฎาคม 2565 ที่จะถึงนี้ หลายคนอาจจะยังไม่เข้าใจถึงที่มาและความสำคัญของวันสำคัญดังกล่าว
Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 83

มันเป็นเช้าวันใหม่ที่บรรยากาศช่างเย็นสบายดีอีกหนึ่งวัน ผ่านการหยุดพักผ่อนที่ยาวเกือบจะอาทิตย์นึงเต็ม ๆ แต่การหยุดยาวครั้งนี้ของผมมันเหมือนแทบจะไม่ใช่การหยุดพักผ่อนอย่างคนปรกติทั่วไปนัก มันมีเรื่องราวมากมายเข้ามาไม่เว้นวัน ผมนั่งนึกย้อนดูว่ามีเรื่องอะไรบ้าง

Comments are closed.

More in:Story

Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 82

เมื่อการสอบสวนของนายอำพลนั้นไม่เป็นผลอย่างที่เขาคิดเอาไว้ เพราะว่าผมเองนั้นไม่ได้แสดงอาการสะทกสะท้านหรือหวาดกลัวอะไรเลยกับการข่มขู่และเสียงดังของเขา ที่มักจะได้ผลทุกครั้งไป และในความคิดของนายอำพลตอนนี้นั้น
Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 81

อยากจะข่มตาหลับ อย่างที่ไอ้ต้นเพื่อนผมบอก แต่มันก็ทำใจหลับไม่ลง เพราะว่าใจของผมตอนนี้ มันร้อนดั่งไฟเผาซะเหลือเกิน หัวสมองคิดไปต่างๆนานา ซึ่งมันก็อดเป็นห่วงเพื่อนฝั่งนู้นไม่ได้เลยว่าเรื่องราวมันจะลุกลามไปถึงไหนแล้ว
Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 80

ผมไม่ได้เจอเพื่อนเก่าอย่างไอ้เบนซ์มานาน ก็เลยหาที่นั่งคุยกัน ตรงใต้ต้นไม้ข้างฝ่ายฝึกวิชาชีพ มีไอ้เบนซ์ ไอ้หมี ไอ้ฮาทร์ และผมกับไอ้แว่นที่อยู่กับผมไม่ห่าง " ไอ้หมี มึงเป็นไงบ้างว่ะกูรู้มาว่าตอนโรคระบาดมึงเป็นไข้ไม่สบายด้วย " ผมถามมันด้วยความเป็นห่วง ถึงแม้ตอนนี้มันจะหายแล้วก็ตาม