Story

ปริศนาพีระมิดบนดวงจันทร์

ปริศนาพีระมิดบนดวงจันทร์

พีระมิดคืออะไร? ถ้าถามใครที่เรารู้จัก ต้องบอกเลยว่าน้อยคนมากที่จะไม่รู้จัก เพราะว่า พีระมิดเปรียบเสมือนหลักฐานชิ้นสำคัญที่บอกกล่าวได้ถึงความรุ่งเรือง และวิทยาการในสมัยก่อนได้เป็นอย่างดี โดยที่แสดงให้เห็นถึงความอัจฉริยะของคนยุคโบราณ ที่สามารถใช้วิทยาการในสมัยนั้น สร้างสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่โตขึ้นมาได้ 

ทั้งที่พวกเราในยุคปัจุบันพึ่งจะมีเทคโนโลยีในการสร้างสิ่งปลูกสร้างที่มีขนาดใหญ่โตได้เมื่อไม่กี่ร้อยปีก่อนนี้เอง คำว่าพีระมิดนั้น ถูกใช้เพื่อแสดงความหมายถึงสิ่งที่เป็นรูปทรงคณิตศาสตร์ทรงตันชนิดหนึ่ง มีฐานเป็นรูปปลายเหลี่ยม และด้านข้างเป็นรูปสามเหลี่ยมที่มีจุดยอดร่วมกัน 

แต่ถ้าในโบราณคดี พีระมิดจะเปรียบเสมือนสิ่งก่อสร้างมหึมาที่มีฐานเป็นทรงสี่เหลี่ยมจตุรัส แต่ละด้านจะเป็นหน้าสามเหลี่ยมประกอบกันสี่ด้าน ด้านข้างของพีระมิดบางแห่งจะเรียบ แต่บางแห่งจะเป็นขั้นบันได ถือได้ว่าเป็นอารยะธรรมโบราณที่หลงเหลือไว้และมีคุณค่าแก่ประวัติศาสตร์โลกเป็นอย่างมาก

ถูกสร้างขึ้นด้วยฝีมือของชาวอียิปต์โบราณ เพื่อเป็นสุสานของฟาโรห์ที่สิ้นพระชนม์แล้ว เพราะชาวอียิปต์โบราณมีความเชื่อว่า ฟาโรห์ของพวกเขาจะกลับมาจากโลกแห่งความตาย จึงมีการทำมัมมี่ของฟาโรห์ขึ้นและนำไปเก็บไว้ที่พีระมิด เพื่อรอวิญญาณฟาโรห์หวนคืนกลับมา 

สิ่งนี้เองคือความหมายของพีระมิดที่พวกเรารู้จัก ว่าเป็นหนึ่งในผลงานการสร้างของชนชาวอียิปต์โบราณ ที่นักโบราณคดีให้การยอมรับ และมีอายุมามากกว่าพันปี แต่ทว่าปริศนาที่เกี่ยวกับการสร้างนั้น ยังคงถกเถียงกันเรื่อยมา นับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ก็ยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน 

นักโบราณคดีบางส่วนมีความเชื่อว่า พีระมิดถูกสร้างด้วยฝีมือวิศวกรและนักคณิตศาสตร์อียิปต์โบราณในยุคสมัยนั้น ที่ใช้การคำนวนและกลุ่มแรงงานทาสจำนวนมาก ในการร่วมกันก่อสร้างพีระมิด และคาดว่าพีระมิดแต่ละแห่งนั่น ต้องใช้เวลาสร้างไม่ต่ำกว่า 10 ปี การสร้างจึงอยู่ในสมัยของกษัตริย์แต่ละองค์ที่ยังมีชีวิตอยู่ กล่าวคือ กษัตริย์จะสั่งให้สร้างพีระมิดไว้ก่อน นับตั้งแต่พวกเขาได้ขึ้นครองราชย์ เพราะเมื่อสิ้นพระชนต์ไปแล้วจะได้มีเอาไว้ใช้ได้เลย แต่ก็มีกษัตริย์หลายองค์ ที่เสียชีวิตก่อนที่พีระมิดจะเสร็จสิ้น 

ทฤษฎีนี้ถือว่าเป็นทฤษฎีที่ได้รับการยอมรับเป็นวงกว้าง แต่ก็ยังมีบางส่วนที่คลุมเคลืออยู่อย่างมาก ตรงที่ว่าทำไมถึงไม่มีการจารึกวิธีการสร้างเอาไว้เลย และก้อนหินที่ใช้สร้าง จากการตรวจสอบพบว่า หินแต่ละก้อนนั่น ต่างถูกตัดอย่างเท่า ๆ กัน ซึ่งด้วยเทคโนโลยีสมัยนั้น ไม่น่าเชื่อว่าจะสามารถตัดหินเหล่านี้ได้ และเมื่อตัดหินเสร็จสิ้น หินเหล่านี้จะถูกยกขึ้นไปเรียงซ้อนกันได้อย่างไร ถ้าไม่ใช้เครื่องมือที่ทันสมัยในการยก ซึ่งก็เป็นคำถามที่ยังไม่มีคำตอบที่แน่นอนมาพิสูจน์ได้ 

ด้วยปริศนานี่เอง จึงเกิดเป็นทฤษฎีสมคบคิดขึ้นมาว่า “แท้จริงแล้ว พีะมิดนั่น เป็นฝีมือการสร้างของมนุษย์จริงหรือ?” เพราะถ้าหากเป็นฝีมือการสร้างของเราจริง แสดงว่าเมื่อโบราณเราจะต้องมีเทคโนโลยีในการตัด และยกที่เจริญมากกว่าปัจจุบันนี้อย่างแน่นอน และถ้าหากเป็นจริง จะต้องมีเศษซากของเทคโนโลยีนั่นหลงเหลืออยู่สิ แต่นี่กับไม่มีอะไรเหลือเอาไว้เลย ทฤษฎีนี่จึงพุ่งเป้าไปว่า แท้จริงแล้วพีระมิดที่พวกเราเห็นนั้น เป็นฝีมือการสร้างจากพวกมุษย์ต่างดาวที่เดินทางมาที่โลกเมื่อนานมาแล้ว พวกเขาได้ให้ยืมเทคโนโลยี และสอนพวกเราถึงการสร้างสิ่งพวกนี้ เป็นทั้งผู้สอนและผู้มอบอารยธรรมให้แก่เรา 

ทฤษฎีสมคบคิดนี้ จึงกลายเป็นอีกทฤษฎีที่มีผู้คนจำนวนมากให้ความสนใจ และบางส่วนก็เชื่อว่าเป็นอย่างงั้นจริง ๆ ถึงจะดูว่าเพ้อฝันและเต็มไปด้วยจินตนาการไปบ้าง แต่ทฤษฎีนี้กับให้คำตอบกับเราได้ ถึงคำถามเกี่ยวกับวิธีการสร้างพีระมิดและเทคโนโลยีในการสร้าง ถือว่าเป็นการไขปริศนาและยืนยันถึงการมีอยู่ของเหล่ามนุษย์ต่างดาว 

แต่ทว่าทฤษฎีนี้ แน่นอนไม่ได้รับการยอมรับ ทั้งจากนักวิชาการและนักโบราณคดี เพราะถือว่าไร้ซึ่งหลักฐานการอ้างอิง ที่ใช้ในการพิสูจน์ทฤษฎีนี้ได้ 

พีระมิดจึงกลายเป็นสิ่งที่เต็มไปด้วยปริศนาและกลายเป็นหนึ่งใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ที่เต็มไปด้วยปริศนามากมาย ไม่ใช่เฉพาะโลกเท่านั้น แต่นอกโลกเองก็มีปริศนาเกี่ยวกับพีระมิดอยู่!

หนึ่งในปริศนาคือการสามารถ่ายภาพสิ่งปลูกสร้างปริศนาที่มีรูปร่างเหมือนพีระมิดได้ที่ดวงจันทร์ ซึ่งภาพถ่ายที่หลุดออกมานี้ สร้างความตกตะลึงให้แก่ผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก ว่าทำไมถึงมีสิ่งปลูกสร้างแบบเดียวกับที่โลกอยู่บนดวงจันทร์ ซึ่งภาพถ่ายนี้ก็ยังไม่มีคำตอบจากทาง NASA ว่าแแท้จริงแล้วคือพีระมิดหรือไม่? และถ้าหากใช่ จะเป็นคำตอบได้ไหมว่า บนดวงจันทร์จะเคยมีอารยธรรมของมนุษย์เหมือนกับที่โลกมาก่อน หรือ มนุษย์ต่างดาวอาจใช้ดวงจันทร์เป็นฐานเพื่อเผยแพร่วัตนธรรมของตนมายังโลก 

ด้วยทฤษฎีที่เกิดขึ้นมากมาย ก็ยังไม่ได้รับคำตอบอย่างแน่นอน และเมื่อยานอะพอลโล 11 สามารถเหยียบบนดวงจันทร์ได้สำเร็จ ก็ไม่ค้นพบซากของอารยธรรมที่นั่นเลย จะมีเพียงความว่างเปล่า หลุมบ่อที่เกิดจากอุกบาตเพียงเท่านั้น 

เสมือนกับว่าทฤษฎีสมคบคิดนี้ควรจะต้องจบลง แต่กับไม่เป็นเช่นนั้นเลย เพราะยังมีปริศนาอยู่อีกมากมายบนดวงจันทร์ที่ทาง NASA ไม่ได้ให้คำตอบที่ชัดเจน นั่นคือ ทำไมพวกเขาถึงไม่สำรวจด้านมืดของดวงจันทร์ให้ครบหล่ะ? 

ซึ่งคำถามนี้ ทางNASAก็ได้ตอบเอาไว้แล้วว่า ด้านมืดของดวงจันทร์บดบังสัญญาณการสื่อสารของวิทยุ การที่จะให้นักบินไปสำรวจโดยไม่มีการเตรียมแผนที่และความพร้อมมาก่อน ถือว่าเป็นการเสี่ยงสูง และอยู่บนอวกาศถ้าหากเป็นอะไรจะไม่มีทีมกู้ภัยที่ไหนไปช่วยเหลือพวกเขาได้ จึงยิ่งเป็นปริศนา จนผู้คนจำนวนไม่น้อย ต่างเชื่อว่า ทางNASAได้ส่งนักบินไปสำรวจส่วนนั้น และได้ข้อมูลอะไรบางอย่างมาแล้ว แต่พวกเขากับไม่ยอมรับมัน จนมีภาพถ่ายหลุดออกมาที่บ่งบอกถึงปริศนาบนดวงจันทร์ ดั่งภาพเหล่านี้

หอคอยปริศนาบนดวงจันทร์ ภาพนี้ถ่ายจากด้านขวาของหลุมอุกาบาตที่มีชื่อว่า ”Zeeman Crater” เป็นด้านไกลของดวงจันทร์ หรือ ด้านมืดของดวงจันทร์ ที่มีลักษณะเป็นเหมือนหอคอยที่ตั้งตระง่าน อาจจะเป็นสิ่งปลูกสร้างของสิ่งมีชีวิตภูมิปัญญาที่ได้สร้างเอาไว้

หอคอยสีขาวบนดวงจันทร์ ภาพที่นักบินอพอลโล 11 สามารถบันทึกได้ขณะเหยียบเท้าลงบนดวงจันทร์ ภาพนี้ถูกตั้งชื่อว่า ”หอคอยสีขาว” ที่เปล่งประกายแสงราวกับเป็นการต้อนรับการมาเยือนของมนุษย์โลก ถือว่าเป็นภาพปริศนาที่ยังไม่ได้รับคำตอบว่าแท้จริงแล้ว สิ่งนี้คืออะไร แต่หลายคนเชื่อว่า กลุ่มนักบินอพอลโล 11 ได้เข้าไปยังสถานที่นั่น และนำความลับ หรือ เทคโนโลยี กลับมายังโลกแล้ว

ซากเมืองโบราณบนดวงจันทร์ ถือว่าเป็นภาพที่มีความสำคัญมาก ถูกบันทึกได้จากยานสำรวจลำหนึ่ง แสดงให้เห็นถึงเศษซากอารยธรรมโบราณที่ตั้งอยู่อีกฝากหนึ่งของดวงจันทร์ ที่คาดว่าเคยมีอยู่จริงบนดวงจันทร์ ภาพนี้ไม่ได้ถูกรับรองโดยNASA แต่ทุกคนกับเชื่อว่าอารยธรรมนั่นมีอยู่จริง แต่NASAต้องการปกปิดเพียงเท่านั้น

พีระมิดบนดวงจันทร์ ถือว่าเป็นภาพที่เรียกเสียงฮือฮา ได้มากที่สุดในกลุ่มรูปภาพทั้งหมด เพราะเป็นภาพที่ยืนยันได้ถึงสิ่งปลูกสร้างที่คล้ายคลึงกับโลกมากที่สุด นั่นคือ พีระมิด พร้อมทั้งคำถามและปริศนามากมาย ว่าทำไมพีระมิดถึงไปอยู่บนดวงจันทร์ และสิ่งปลูกสร้างดังกล่าว อาจเป็นหลักฐานความก้าวหน้าทางวิทยาการของมนุษย์ต่างดาว ที่เคยสอนให้กับบรรพบุรุษของเราเมื่ออดีตกาลมาแล้วก็ได้ และอีกเช่นเคยภาพนี้ไม่ได้รับการรับรองจากNASA

นอกจากภาพถ่ายปริศนาที่เกิดขึ้นที่ดวงจันทร์ กับปริศนาพีระมิดนั้น เมื่อเร็ว ๆ นี้ ทางNASAได้ออกมายอมรับถึงภาพถ่ายพีระมิดปริศนาที่บันทึกไว้ได้ที่ดาวอังคาร แตก็ยังไม่ยืนยันได้ว่าเป็นสิ่งเดียวกันกับที่มีอยู่บนโลกไหม นักวิทยาศาสตร์ของNASA บางส่วนได้วิเคราะห์ไว้ว่า อาจจะเป็นเพียงก้อนหินที่ถูกกัดกร่อนไปตามกาลเวลา จนกลายมีรูปทรงเป็นพีระมิดก็อาจเป็นได้ 

ภาพถ่ายบนดาวอังคาร ที่เชื่อว่าเป็นพีระมิด แต่บางส่วนก็เชื่อว่ามันคือ หินที่ถูกกัดเซาะจนกลายเป็นพีระมิด ก็ขึ้นอยู่ที่วิจารณญาณของแต่ละบุคคล ว่าเชื่ออยู่แบบไหน..

แต่ไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์แบบไหน แค่เพียงNASAออกมายืนยันว่ารูปภาพถ่ายพีระมิดบนดาวอังคารเป็นของจริง ก็ถือว่าเป็นการออกมายอมรับครั้งใหญ่ และผู้ที่สนใจเกี่ยวกับการมีอยู่ของสิ่งมีชีวิตนอกโลก ต่างเชื่ออว่า มันคือหลักฐานชิ้นสำคัญของ “ร่องรอยของอารยธรรมโบราณ” ที่นับเป็นการค้นพบครั้งยิ่งใหญ่ ทำให้เราเห็นถึงอะไรหลายอย่าง พร้อมทั้งคำถามว่าตอนนี้ NASA ค้นพบอะไรมาแล้วบ้าง? และพวกเขาปิดบังอะไรเราเอาไว้? 

แต่ไม่ว่าอย่างไร ก็นับเป็นเรื่องดีที่นาซ่าเริ่มออกมายอมรับถึงภาพ หรือ วิดีโอบางส่วน ที่เกี่ยวข้องกับปริศนาต่างดาวมากขึ้น ทำให้เราค้นพบและตั้งคำถามกับตัวเองว่า “แท้จริงแล้ว เราอาจจะไม่ใช่สิ่งมีชีวิตเดียวในจักวาลแห่งนี้ก็เป็นได้ ”….

(จบไปแล้วกับเรื่องเล่าปริศนาของพีระมิดบนดวงจันทร์ และสิ่งลี้ลับอื่น ๆ ที่อยู่บนดวงจันทร์ ที่มีมาอย่างยาวนานและปัจจุบันก็ยังหาข้อพิสูจน์ไม่ได้ ผู้เขียนจึงขอให้คุณผู้อ่านที่น่ารักทุกท่านโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน และถ้าหากมีข้อผิดพลาดประการใด ต้องขออภัยมา ณ ที่นี่ ด้วย และพบกันใหม่บทความหน้า สวัสดีครับ…)# ปริศนาพีระมิดบนดวงจันทร์

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ Keywordsfun และ Foong-Trending

What's your reaction?

Excited
0
Happy
0
In Love
1
Not Sure
0
Silly
0

You may also like

Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 84

ผมและไอ้แว่นได้ลงมาตั้งแถวรอเยี่ยมญาติอยู่หน้าองค์พระประจำแดน ซึ่งเป็นสถานที่รวมตัวสำหรับพวกที่มีชื่อเยี่ยมญาติในแต่ละรอบ ผมสังเกตเห็นไอ้แว่นมันดูลุกลี้ลุกลนเหมือนอยากจะถามอะไรผม แต่มันก็ยังไม่กล้าเอ่ยปากถามสักที
"วันเข้าพรรษา" ประวัติที่มา ความสำคัญ
Story

“วันเข้าพรรษา” ประวัติที่มา ความสำคัญ

ใกล้เข้ามาแล้วสำหรับเทศกาล "วันเข้าพรรษา" ที่ตรงกับวันพฤหัสบดีที่ 14 กรกฎาคม 2565 ที่จะถึงนี้ หลายคนอาจจะยังไม่เข้าใจถึงที่มาและความสำคัญของวันสำคัญดังกล่าว
Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 83

มันเป็นเช้าวันใหม่ที่บรรยากาศช่างเย็นสบายดีอีกหนึ่งวัน ผ่านการหยุดพักผ่อนที่ยาวเกือบจะอาทิตย์นึงเต็ม ๆ แต่การหยุดยาวครั้งนี้ของผมมันเหมือนแทบจะไม่ใช่การหยุดพักผ่อนอย่างคนปรกติทั่วไปนัก มันมีเรื่องราวมากมายเข้ามาไม่เว้นวัน ผมนั่งนึกย้อนดูว่ามีเรื่องอะไรบ้าง

Comments are closed.

More in:Story

Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 82

เมื่อการสอบสวนของนายอำพลนั้นไม่เป็นผลอย่างที่เขาคิดเอาไว้ เพราะว่าผมเองนั้นไม่ได้แสดงอาการสะทกสะท้านหรือหวาดกลัวอะไรเลยกับการข่มขู่และเสียงดังของเขา ที่มักจะได้ผลทุกครั้งไป และในความคิดของนายอำพลตอนนี้นั้น
Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 81

อยากจะข่มตาหลับ อย่างที่ไอ้ต้นเพื่อนผมบอก แต่มันก็ทำใจหลับไม่ลง เพราะว่าใจของผมตอนนี้ มันร้อนดั่งไฟเผาซะเหลือเกิน หัวสมองคิดไปต่างๆนานา ซึ่งมันก็อดเป็นห่วงเพื่อนฝั่งนู้นไม่ได้เลยว่าเรื่องราวมันจะลุกลามไปถึงไหนแล้ว
Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 80

ผมไม่ได้เจอเพื่อนเก่าอย่างไอ้เบนซ์มานาน ก็เลยหาที่นั่งคุยกัน ตรงใต้ต้นไม้ข้างฝ่ายฝึกวิชาชีพ มีไอ้เบนซ์ ไอ้หมี ไอ้ฮาทร์ และผมกับไอ้แว่นที่อยู่กับผมไม่ห่าง " ไอ้หมี มึงเป็นไงบ้างว่ะกูรู้มาว่าตอนโรคระบาดมึงเป็นไข้ไม่สบายด้วย " ผมถามมันด้วยความเป็นห่วง ถึงแม้ตอนนี้มันจะหายแล้วก็ตาม