Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 72

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 72

บทที่ 72 บทลงโทษ ep.4

” ไม่มีคำพูดใดยิ่งใหญ่ได้…เท่ากับการกระทำเพียงครั้งเดียว “

** ว่าไงวัยรุ่นว่าไง…คำนี้กลายเป็นวลีเด็ดของใครหลายๆ คนในตอนนี้ไปแล้ว เป็นคำฮิตติดปากของบรรดาชาวแก็งค์ทั้งหลายไปเลย เพื่อนคงได้ดูข่าวกันมาบ้างนะครับ ถ้าใครได้ดูก็จะรู้ได้เลยว่าคำนี้ใครเป็นคนพูดขึ้นมา และเกิดอะไรขึ้น มันมีเรื่องมีราวอะไรขึ้นมา ผมว่าเพื่อนๆคงจะรู้กันนะครับ แล้วที่ผมพูดมาซะขนาดนี้ ถ้าใครยังเดาไม่ออกหรือไม่รู้จริงๆ ว่าบุคคลคนนี้คือใครละก็ ผมอยากจะขอถามคุณคำนึงว่า บ้านคุณมีไฟฟ้าหรือเปล่าครับ(ฮา)

คนคนนี้จะเป็นใครไปไม่ได้ถ้าไม่ใช่นายไอซ์มีดคู่นั่นเอง และทำไมผมถึงหยิบยกเรื่องนี้เอามาพูดเป็น content ในคราวนี้ มันก็สืบเนื่องมาจากที่มีภาพยนตร์ไทยหนึ่งเรื่องที่กำลังจะเข้าฉาย อีกในไม่กี่วันนี้คือเรื่อง ‘ 4 คิง’ เพื่อนๆคงจะรู้ และเคยได้ยินกันมาบ้างนะครับ ว่าเนื้อหาของภาพยนตร์เป็นแบบไหน และใครเคยได้ดูเทรลเลอร์ตัวอย่างของหนังเรื่องนี้กันมาบ้าง 

ผมได้ดูครั้งแรก ต้องยอมรับเลยว่าผมไม่เคยดูเทรลเลอร์หนังไทย แล้วจะทำให้ผมขนลุกได้เท่ากับหนังเรื่องนี้ และยิ่งได้เห็นตัวละครนักแสดง ที่แสดงนำในหนังเรื่องนี้นะ ผมยอมรับว่าเหมาะ สมกับบทบาททุกคน ยิ่งนักแสดง ‘master eeg’ในเรื่องนี้ (ผมขอเรียกแบบนี้นะครับ) นั่นก็คือพี่แหลมทเวนตี้ไฟว์ฮาวเออร์ ที่มาแสดงในเรื่องนี้ด้วย ขอบอกว่าน่าเสียตังค์ไปดูครับ กับหนังไทยเรื่องนี้

แต่ผมบอกไว้ก่อนเลยว่า ผมโตไม่ทันในยุคนั้นพูดง่ายๆก็คือ ตอนนั้นผมยังไม่เกเรนั่นเอง ปี 38- 39 ผมยังขอตังแม่เกาะรถไอติมกินอยู่เลย แล้วถ้าใครเคยเป็นนักเรียนนักเลงมาได้ดูหนังเรื่องนี้ มันอาจจะปลุกเร้าไฟในตัวของคุณ ให้ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้งก็ได้ แต่ไม่ใช่ให้ไปหาเรื่องกับใครนะครับ ในภาพยนตร์มันอาจจะเป็นภาพสะท้อนและมันจะทำให้เรานึกถึงวันเก่า ๆ สมัยนั้นได้  

สมัยที่โรงเรียนที่เราเรียนหนังสือ ที่เรามีเรื่องชกต่อยกัน มันก็แค่ทำให้รู้แพ้รู้ชนะแล้วก็จบ มันไม่เหมือนกับสมัยนี้ที่ส่วนใหญ่มันจะจบลงด้วยความตาย.. ในสมัยก่อนปืนไม่มีหรอกคับ ไม่มีใครเขาใช้กันหรอก ไม่ใช่ว่าหาไม่ได้นะ แต่ในสมัยนั้นยังไม่มีใครคิดถึงเรื่องฆ่ากันมากกว่า การใช้ปืนผมว่ามันไม่แมนหรอกครับ ส่วนเหตุผลที่ว่ามองหน้าแล้วยิงเขาตาย คนยิงมันช่างกะโหลกกะลาสิ้นดี

ผมขอเรียกไอ้คนพวกนี้ว่าตุ๊ดก็แล้วกันครับ ไอ้พวกนี้ไม่ใช่นักเลง มันเป็นเพียงแค่คนมีปืนก็เท่านั้นไม่มีความกล้า มันมีแต่ความกลัวในใจ เลยต้องใช้ปืนเป็นเครื่องตัดสิน ผมเองไม่เคยมองไอ้พวกนี้ดูเท่ดูน่าคบหา หรือ ดูมีบารมีอะไร มันก็แค่คนกระจอก กระจอกคนนึงเท่านั้นเอง อย่าไปให้ค่าคนพวกนี้เลยครับ…  แล้วพวกคุณละ อยากจะเป็นคนประเภทไหนในสังคม….**

ข่าวที่ไอ้แว่นกลับมาจากโรงพยาบาลเริ่มแพร่สะพัดหนาหูมากขึ้นภายในแดน มันจึงทำให้เหล่าบรรดาเพื่อน ๆ ที่มันรู้จักมันก็ดี หรือ FC ก็ดี ต่างก็เดินมาหามาถามสารทุกข์สุขดิบ มาดูอาการของมันว่าเป็นอย่างไรบ้าง ส่วนไอ้แว่นมันก็กินไปด้วยคุยกับพวกเพื่อนมันไปด้วย

ผมมัวแต่มองมันกินข้าวเลยไม่ได้สังเกตว่ามีใครคนนึงเดินมาหาจะรู้ตัวอีกทีคนคนนั้นก็อยู่ข้างหลังผมแล้วสวัสดีครับบัง ” จู่ ๆไอ้แว่นก็ยกมือข้างที่ไม่ได้ใส่เฝือกไหว้สวัสดีบังขึ้นมา จึงทำให้ผมหันหลังกลับไปมอง จึงได้เห็นบังดุลยืนอยู่ข้างหลังผมในตอนนี้ ผมก็เลยกล่าวสวัสดีบังดุลด้วยอีกคน “ลมอะไรหอบบังมาถึงนี่ได้ครับเนี่ย ” ผมพูดแซวบังดุล

“ก็ได้ยินข่าวว่าไอ้แว่นมันกลับมาจากโรงพยาบาล เลยอยากจะแวะมาดูมันหน่อย แล้วเป็นไงบ้างละหมอเขาว่ายังไงบ้าง” บังดุลได้คุยกับผมแล้วก็หันไปถาม กับไอ้แว่นเรื่องแขนที่ใส่เฝือก 

“มันไม่เป็นอะไรมากหรอกครับบัง หมอก็บอกว่าใส่เฝือกแค่ประมาณเดือนหนึ่ง ก็น่าจะถอดได้แล้ว แขนหักแต่หักต้นแขนท่อนเดียว  แล้วผมต้องขอขอบคุณบังมากนะครับที่ช่วยผมพาผมออก พ.บ”

ไอ้แว่นบอกกับบัง ถึงอาการของแขนข้างที่หักอีกครั้ง และมันก็ยังขอบคุณในน้ำใจของบังที่ช่วยเหลือมัน ในวันที่มีเรื่องวันนั้น เพราะถ้าไม่ได้บังดุลไอ้แว่นมันอาจจะเจ็บหนักกว่านี้ก็ได้..

บังดุลยิ้มแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรกับเรื่องที่ได้ช่วยเหลือไอ้แว่นมัน “ไอ้แว่นและไอ้บีมันเป็นยังไงบ้างวะ ไม่เห็นมันเข้าแดนพร้อมเอ็งเลย ” บังดุลถามเรื่องไอ้บีกับไอ้แว่น

“ไอ้บีหรอครับ มันยังนอนอยู่โรงพยาบาลอยู่เลยครับคงจะกลับพรุ่งนี้” ไอ้แว่นบอกกับบังดุลไป “มันเป็นหนักหรือไงวะไอ้แว่น”บังดุลถามกลับมา 

“อันนี้ผมก็ไม่รู้นะบังว่าเป็นหนักหรือป่าวตัวไอ้บีมันเย็บแผลก่อนที่ผมจะใส่เฝือกอีกครับ หมอคงจะให้ดูอาการอีกคืนนึงมั้ง “ไอ้แว่นออกความเห็นไปแบบนั้นบังดุลนี่เงียบไปพักนึงก่อนแกจะพูดว่า

ไอ้แว่นบังจะบอกเอ็งไว้อย่างนึงนะ ต่อไปนี้ถ้าไอ้บีมันยังอยู่แดนอยู่เอ็งต้องระวังตัวให้มาก ๆ อย่าพึ่งไปไหนคนเดียวเด็ดขาด เพราะว่านิสัยไอ้บีใคร ๆ ก็รู้กันทั้งแดนว่ามันเป็นคนที่ไม่ยอมคน และใครจะมาลบเหลี่ยมมันไม่ได้ อีกอย่างฝีมือมันก็พอตัวและเรื่องหัวใจมันก็สุดเหมือนกัน เรื่องนี้ไอ้ใหญ่ก็รู้ดีไม่ใช่เหรอไอ้บีมันไม่จบหรอก มันต้องหาทางลักแทงมึงแน่ไอ้แว่น มึงต้องระวังตัวไว้นะ”

บังดุลได้เตือนไอ้แว่น และพูดในสิ่งที่ผมกำลังคิดจะพูดอยู่พอดี ผมเลยไม่พูดอะไรต่อ และตัวไอ้แว่นเองก็ตอบรับคำเป็นมั่นเป็นเหมาะ ว่ามันจะระวังตัวและไม่ไปไหนคนเดียวเด็ดขาดโดยไม่มีผมไปด้วย และผมเองก็คิดว่ามันน่าจะถึงเวลาแล้วที่เราจะไปหาป๋าเวียงกันสักที พวกเราทั้งหมดจึงแยกย้ายกันออกจากร้านไอ้คมกัน ผมกับไอ้แว่นเดินมาถึงบ้านใต้กระไดจึงเรียกไอ้เบนซ์และลูกน้องมันอีก 2 คน ให้เดินตามผมไปหาป๋าเวียงกัน ” ไอ้เบนซ์ไปหาป๋ากันดีกว่าเดี๋ยวเขารอนาน” ผมพูดกับไอ้เบนซ์

แล้วพวกเราทั้ง 5 คน ก็ได้มานั่งอยู่ตรงหน้าป๋าเวียงในห้องของแกเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งตัวแกเองก็นั่งรอเราอยู่แล้วเช่นกัน และเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาป๋าเวียงจึงพูดอธิบายให้เราฟังถึงเรื่องเหตุการณ์และบทลงโทษ ว่าจะออกมาแบบไหน

“ก็อย่างที่พวกมึงรู้กันอยู่นะ ว่ามีเรื่องมันก็ต้องโดนลงโทษเป็นเรื่องธรรมดา จะเอาความถูกหรือผิด มาตัดสินมันก็ไม่เกี่ยวกัน ในเมื่อเรื่องมาหาตัวพวกมึง แล้ว พวกมึงดันไปตอบสนองมัน ให้เรื่องมันเกิดแบบนี้ ก็ต้องผิดคู่กันไป แต่ที่ป๋าจะช่วยก็คือ มึง 2 คนรับแทนลูกพี่ของมึงไป 

ส่วนมึงไอ้แว่น มึงต้องรับจบเองหมดทุกอย่าง และเรื่องนี้กูจะมาทำหน้าที่สอบสวนเอง จะไม่ให้ผ.บแดนมายุ่ง กูจะบอกกับเขาว่ากูจะรับผิดชอบเรื่องนี้เอง ไอ้ใหญ่ ไอ้เบนซ์ ก็ถือว่าวันนี้กูสอบทางบ้านพวกมึงไปเลย เดี้ยวบ้านทางโน้น กูคิดว่าจะจับมันย้ายให้มันไปอยู่แดนโน้น ก็คือไอ้บีและไอ้อาร์ต มันจะได้ตัดปัญหาการมีเรื่องซ้ำซ้อนด้วย อย่างนึงนะไอ้เสือ มึงจะได้ไม่ต้องเดินเรื่อง หาทางเสียเงินไม่ให้ไอ้แว่นมันย้ายด้วย 

ให้ฝั่งเราอยู่ ให้ฝั่งนู้นไป เพราะป๋าก็คิดว่าขาดพวกมันสองคนไป ไอ้พวกเด็กคนอื่น ๆ มันไม่มีทางมายุ่งกับมึงทั้งสองคนหรอก  แค่นี้เรื่ยงจบแน่นอนและส่วนบทลงโทษของพวกมึงทั้ง 3 คน  เดี๋ยวจะมาบอกอีกทีแล้วกัน เพราะว่าถึงตรงนี้ ป๋าก็ต้องมาปรึกษากับผ.บแดนเขาด้วยว่าจะให้ลงโทษอย่างไร มันก็คงจะเป็นการตัดวันลดและงดเยี่ยมญาติ หรือไม่ก็ไม่งดเยี่ยมญาติ แต่จะตัดชั้น และวันลดแทน ” 

พวกเราทั้ง 5 คนได้แต่นั่งเงียบ และฟังในสิ่งที่ป๋าพูดอย่างตั้งใจ ไม่มีใครพูดอะไรออกมากันเลย กับบทลงโทษที่แกให้ แค่นี้พวกเรารับกันได้อยู่แล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างมันก็ได้แสดงออกมาว่า ป๋าเวียงนั้นคอยช่วยเหลือเราทุกอย่าง และทุกทางอย่างเต็มที่ เขาบังพวกเราได้มิดเลยจริง ๆ ผมก็ได้แต่พูดว่า “ขอบคุณครับป๋าที่ช่วยเหลือพวกผม”

ป๋าเวียงก็ได้แต่นั่งยิ้ม และ พยักหน้าให้รู้ว่า กูเข้าใจมึง เหตุการณ์ในครั้งนี้ ถือว่าเป็นโชคดีของพวกผม ที่ในวันนั้นป๋าเข้าเวร และเรายังมีป๋าเวียงอยู่ เขายังอยู่ข้างพวกเราเสมอ…..(โปรดติดตามตอนต่อไป) “หมีขาว ขั้ว โลกเหนือ” # คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 72

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ QuotesAboutSmile และ Keywordsfun

What's your reaction?

Excited
0
Happy
1
In Love
0
Not Sure
0
Silly
0

You may also like

Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 82

เมื่อการสอบสวนของนายอำพลนั้นไม่เป็นผลอย่างที่เขาคิดเอาไว้ เพราะว่าผมเองนั้นไม่ได้แสดงอาการสะทกสะท้านหรือหวาดกลัวอะไรเลยกับการข่มขู่และเสียงดังของเขา ที่มักจะได้ผลทุกครั้งไป และในความคิดของนายอำพลตอนนี้นั้น
Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 81

อยากจะข่มตาหลับ อย่างที่ไอ้ต้นเพื่อนผมบอก แต่มันก็ทำใจหลับไม่ลง เพราะว่าใจของผมตอนนี้ มันร้อนดั่งไฟเผาซะเหลือเกิน หัวสมองคิดไปต่างๆนานา ซึ่งมันก็อดเป็นห่วงเพื่อนฝั่งนู้นไม่ได้เลยว่าเรื่องราวมันจะลุกลามไปถึงไหนแล้ว
Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 80

ผมไม่ได้เจอเพื่อนเก่าอย่างไอ้เบนซ์มานาน ก็เลยหาที่นั่งคุยกัน ตรงใต้ต้นไม้ข้างฝ่ายฝึกวิชาชีพ มีไอ้เบนซ์ ไอ้หมี ไอ้ฮาทร์ และผมกับไอ้แว่นที่อยู่กับผมไม่ห่าง " ไอ้หมี มึงเป็นไงบ้างว่ะกูรู้มาว่าตอนโรคระบาดมึงเป็นไข้ไม่สบายด้วย " ผมถามมันด้วยความเป็นห่วง ถึงแม้ตอนนี้มันจะหายแล้วก็ตาม

Comments are closed.

More in:Story

Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 79

เที่ยงคืนสิบห้านาทีพอประมาณ บรรยากาศบนเรือนนอน เริ่มกลับสู่ภาวะปรกติเหมือนเดิม อย่างที่เคยเป็นมาอีกครั้ง ความสุขมักจะอยู่กับเราแค่เพียงชั่วคราว แต่มันจะอยู่ในความทรงจำตราบนานเท่านาน เพียงเท่านี้ก็สุขใจกันแล้วครับ
Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 78

ขนมหวานถูกจัดใส่จาน วางเรียงอยู่ตรงหน้าช่างดูน่ากินเหลือเกิน ผมเองไม่รอช้ารีบตักกินทันที และที่สำคัญคือมื้อนี้คือมื้อแรก ที่ผมคิดว่าได้กินขนมทุกอย่างในเรือนจำที่มีขาย เพราะส่วนใหญ่แล้ว มักจะเบิกมาแล้วก็ไม่ค่อยได้อย่างที่ต้องการ หมดบ้าง ค้างบ้าง แทนเป็นอย่างอื่นไปบ้าง
Story

คุก (อิสระภาพ ความหวัง กำลังใจ) บทที่ 77

"พี่ใหญ่ครับ.. พี่ใหญ่..ตื่น..ตื่น..ได้แล้วครับ พี่ใหญ่ครับ..พี่ต้นขึ้นห้องแล้วครับ" ไอ้แว่นทั้งเขย่าตัวผม แล้วก็เรียกชื่อผมอยู่พักนึงเลยก็ว่าได้ กว่าที่ผมจะรู้สึกตัว ลืมตาตื่นขึ้นมานั่งงัวเงีย เมาขี้ตาพักนึงเห็นจะได้ "แว่นต่อบุหรี่ให้พี่ดูดหน่อยดิ " ผมร้องหาบุหรี่สูบกับไอ้แว่น